<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด ไฟไหม้อาคารโรงงานสูง6ชั้นในบังกลาเทศ ดับ52ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดอัคคีภัยรุนแรงที่โรงงานผลิตน้ำผลไม้ในเมืองรุปคัญจ์ของบังกลาเทศตั้งแต่บ่ายวันพฤหัสบดี ต้นเพลิงเกิดชั้นล่าง คนงานหลายคนกระโดดตึกหนีตาย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงกว่า 24 ชั่วโมง ตำรวจเผยยอดล่าสุดวันศุกร์ มีคนงานเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 52 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติคนงานและประชาชนมุงดูไฟไหม้โรงงานฮาเชมฟูดส์ในเมืองนารายันคัญจ์รุปคัญจ์ชานกรุงธากาเมื่อวันศุกร์ (Photo by Mehedi Hasan/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม กล่าวว่า อัคคีภัยในโรงงานอุตสาหกรรมของบังกลาเทศครั้งล่าสุดนี้เกิดที่โรงงานฮาเชมฟูดแอนด์เบเวอเรจ ซึ่งเป็นอาคารสูง 6 ชั้น ในเมืองรุปคัญจ์ เมืองอุตสาหกรรมนอกกรุงธากา เพลิงเริ่มเกิดเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีและเผาผลาญอยู่นานเกือบ 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องแรกนั้นตำรวจระบุจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีเพียง 3 คน แต่จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อพนักงานดับเพลิงขึ้นไปถึงชั้นบนๆ และเริ่มเก็บศพคนงานหลายสิบศพลงมา ร่างที่ไหม้เกรียมถูกนำมากองรวมกันในรถพยาบาลเพื่อนำไปส่งยังห้องเก็บศพ ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนและร่ำไห้ของญาติมิตรและผู้คนที่มุงกันอยู่บนท้องถนน มีรายงานด้วยว่าตำรวจต้องขับไล่ผู้คนหลายร้อยคนที่ปิดกั้นถนนใกล้เคียงและปะทะกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นอัคคีภัยครั้งล่าสุดที่เกิดกับภาคอุตสาหกรรมของบังกลาเทศที่มีประวัติหายนภัยในโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารที่พักอาศัยบ่อยครั้ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 เคยเกิดไฟไหม้ตึกแถวในกรุงธากาที่ใช้เก็บสารเคมีอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 70 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผู้เสียชีวิต ยังมีคนบาดเจ็บอีกประมาณ 30 คน เชค คาบิรุล อิสลาม สารวัตรตำรวจเผยว่า&amp;nbsp; บางคนบาดเจ็บเพราะกระโดดลงมาจากชั้นบนของอาคารเมื่อไฟที่เริ่มต้นจากชั้นล่างลุกลามอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานดับเพลิงสามารถช่วยชีวิต 25 คนจากดาดฟ้าของอาคารโรงงานที่ผลิตน้ำผลไม้และลูกอมแห่งนี้ โฆษกหน่วยดับเพลิงกล่าวกับเอเอฟพีว่า ทันทีที่ควบคุมเพลิงได้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปค้นหาและกู้ภัยในอาคาร จึงจะยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินู โมนี ชาร์มา ผู้บัญชาการหน่วยดับเพลิงธากา กล่าวว่า เกิดไฟไหม้ขึ้นเพราะมีพลาสติกและสารเคมีไวไฟเก็บไว้ภายในอาคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109160</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังกลาเทศ, เมืองรุปคัญจ์, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e81a80b4317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 23:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 23:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดระบาดหนัก เพื่อนบ้านอินเดียทยอยปิดพรมแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศรีลังกาเป็นประเทศเพื่อนบ้านของอินเดียชาติล่าสุดที่ประกาศปิดพรมแดนเมื่อวันพฤหัสบดี ต่อจากบังกลาเทศและเนปาล หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นเป็นสถิติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจศรีลังกาตรวจยานพาหนะที่จุดตรวจในพื้นที่ล็อกดาวน์ชานกรุงโคลัมโบ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (Photo by Saman Abesiriwardana/Pacific Press/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนบ้านของอินเดียทั้งสามประเทศนี้กำลังดิ้นรนรับมือกับการระบาดที่รุนแรงขึ้นและกำลังเสี่ยงต่อความหายนะของมนุษย์ตามที่ผู้นำกลุ่มกาชาดกล่าวกันไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ทางการศรีลังการายงานว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 24 ชั่วโมงเป็นสถิติใหม่ของประเทศที่ 14 คน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,939 คน รัฐบาลศรีลังกาออกคำสั่งห้ามเที่ยวบินโดยสารจากอินเดียเข้าประเทศแล้ว และกองทัพเรือประกาศด้วยว่าได้เพิ่มการลาดตระเวนทางน้ำเพื่อขับไล่เรือลากอวนของอินเดียอยู่ห่างจากน่านน้ำ ทั้งนี้ ศรีลังกามีผู้ติดเชื้อสะสม 117,529 คน เสียชีวิต 734 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้บังกลาเทศและเนปาลก็ห้ามเที่ยวบินจากอินเดียเช่นกัน และปิดพรมแดนของตนฝั่งอินเดีย ทั้งสองประเทศนี้ รวมถึงปากีสถานต่างมีอัตราผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตสูงขึ้นเป็นสถิติใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของบังกลาเทศนั้นระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดเมื่อวันที่ 14 เมษายน เพราะพบจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น และสั่งปิดพรมแดนอินเดียในวันที่ 26 เมษายน บังกลาเทศมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 767,338 คน เสียชีวิต 11,755 คน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่าตัวเลขจริงในประเทศเอเชียใต้เหล่านี้สูงกว่าที่รายงานมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเนปาล ระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน มีผลจนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม มีเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตให้ไป-กลับจากอินเดียได้เพียง 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพื่อรับพลเมืองที่ตกค้าง ส่วนจุดผ่านแดนถูกปิดเกือบทั้งหมด ที่เปิดก็อนุญาตให้เฉพาะชาวเนปาลข้ามแดนกลับมาเท่านั้น เนปาลมีผู้ติดเชื้อแล้ว 368,580&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คน เสียชีวิต 3,529 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (ไอเอฟอาร์ซี) กล่าวว่า โรงพยาบาลจำนวนมากในเนปาลมีผู้ป่วยโควิดล้นโรงพยาบาล โดยเฉพาะในเมืองทางใต้ใกล้ชายแดนอินเดีย ไม่สามารถรับมือกับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนขึ้นมาก ตอนนี้มีคนไข้เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของเดือนที่แล้ว 57 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่มัลดีฟส์ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด 32,665 คน เสียชีวิต 74 คน ก็เพิ่มข้อจำกัดในการรับผู้เดินทางจากอินเดียโดยยืนกรานว่าต้องมีผลตรวจเป็นลบจึงจะเข้าประเทศหมู่เกาะท่องเที่ยวแห่งนี้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102048</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังกลาเทศ, ปิดพรมแดน, ศรีลังกา, เนปาล, เพื่อนบ้านอินเดีย, โควิด-19, โควิดระบาดหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60941377e93df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้ค่ายลี้ภัยโรฮีนจาในบังกลาเทศ ตาย15 สูญหาย400คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ค่ายผู้ลี้ภัยโรฮีนจาในบังกลาเทศยาวนานนับสิบชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ เป็นเพลิงไหม้ครั้งที่ 3 ในช่วงเวลาแค่ 4 วัน แต่ครั้งนี้รุนแรงที่สุด เจ้าหน้าที่เผยเมื่อวันอังคารว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน ไร้ที่อยู่ 50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพลิงเผาผลาญค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในบังกลาเทศเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชาวโรฮีนจาเกือบ 1 ล้านคนพักอยู่ภายในค่ายลี้ภัยกว้างใหญ่ไพศาลที่อำเภอคอกซ์บาซาร์ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ ใกล้กับชายแดนเมียนมา ผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่นี่หนีการปราบปรามของกองกำลังความมั่นคงเมียนมาในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคาร อ้างคำกล่าวของตำรวจและองค์กรบรรเทาทุกข์ว่า เพลิงเริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์และลุกลามเผาผลาญที่พักสร้างด้วยไม้ไผ่และผ้าใบไปจำนวนมาก ทำให้มีคนไร้ที่อยู่อย่างน้อย 50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นครั้ง 3 ในรอบ 4 วัน ที่เกิดกับค่ายพักของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ซึ่งมี 34 ค่าย กินพื้นที่กว้างใหญ่ราว 8,000 เอเคอร์ หรือราว 20,234 ไร่ เพลิงไหม้ 2 ครั้งก่อนหน้านี้เกิดเมื่อวันศุกร์ เผาทำลายที่พักไปจำนวนหนึ่ง แต่เพลิงครั้งล่าสุดรุนแรงมากและเป็นเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่ปี 2560 ทางการบังกลาเทศสั่งการให้สอบสวนสาเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โยฮันเนส ฟาน เดอ เคลา ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำบังกลาเทศ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ผ่านวิดีโอลิงค์จากกรุงธากาของบังกลาเทศ ว่าเพลิงไหม้ในค่ายผู้ลี้ภัยครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยพบพานมาก่อน มันรุนแรงมาก และทำลายล้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงขณะนี้เรายืนยันได้ว่ามีคนเสียชีวิต 15 คน, บาดเจ็บ 560 คน ยังสูญหาย 400 คน และที่พักอย่างน้อย 10,000 หลังถูกทำลาย ซึ่งหมายความว่ามีคนอย่างน้อย 45,000 คนไร้ที่อยู่และคนเหล่านี้คือผู้ที่เราต้องจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้&amp;quot; ฟาน เดอ เคลา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่บังกลาเทศกล่าวกันว่า เพลิงเริ่มขึ้นในค่ายแห่งหนึ่งก่อนจะลามอย่างรวดเร็วไปยังค่ายอีก 3 แห่ง พนักงานดับเพลิงควบคุมเพลิงได้ในเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารวัตรกาซี ซาลาฮุดดิน บอกว่าเพลิงลุกลามหลังจากถังแก๊สหุงต้มหลายใบระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่ายลี้ภัยของชาวโรฮีนจาในบังกลาเทศเพิ่งเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ 2 ครั้งเมื่อเดือนมกราคม ทำให้หลายพันคนไร้ที่อยู่และมีโรงเรียนของยูนิเซฟ 4 แห่งวอดไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาอัด ฮัมมาดี นักรณรงค์ประจำภูมิภาคเอเชียใต้ของแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล ทวีตว่า ความถี่ของการเกิดเพลิงไหม้ในค่ายชาวโรฮีนจานั้นบังเอิญเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลการสอบสวนเหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมาๆ ยังไม่ปรากฏ และเพลิงไหม้ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซยิด อุลลาห์ แกนนำโรฮีนจา เรียกร้องให้สอบสวนทันที โดยกล่าวว่า ไม่มีความชัดเจนว่าเหตุใดเพลิงไหม้จึงเคยขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในค่ายเหล่านี้ ต้องมีการสอบสวนอย่างถูกต้องและถี่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลบังกลาเทศกำลังผลักดันผู้ลี้ภัยโรฮีนจาย้ายไปอยู่บนเกาะห่างไกลในอ่าวเบงกอล เนื่องจากเห็นว่าค่ายที่มีอยู่แออัดเกินไป ถึงขณะนี้มีชาวโรฮีนจาเพียง 13,000 คน ย้ายไปยังเกาะที่มักถูกน้ำท่วมเกาะนั้น ซึ่งนักวิจารณ์บอกว่าอยู่ในเส้นทางพายุไซโคลนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97023</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอกซ์บาซาร์, บังกลาเทศ, ผู้อพยพชาวโรฮีนจา, ไฟไหม้ค่ายลี้ภัยโรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059bddb64144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังกลาเทศไฟเขียวออก กม.ประหารชีวิตผู้ร้ายข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีบังกลาเทศอนุมัติให้ออกกฤษฎีกาแก้ไขบทลงโทษผู้ร้ายคดีข่มขืนสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หลังจากคดีรุมโทรมและล่วงละเมิดทางเพศหลายคดีปลุกให้เกิดการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างภาพหญิงชาวบังกลาเทศร่วมประท้วงต่อต้านเหตุการณ์รุมข่มขืนกระทำชำเราะหญิงคนหนึ่งที่อำเภอโนอาคาลีในกรุงธากาเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของอานิสุล ฮัก รัฐมนตรีกระทรวงกฎหมายของบังกลาเทศว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันจันทร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีชีค ฮาซีนา เป็นประธาน ได้อนุมัติข้อเสนอให้บัญญัติโทษประหารชีวิตเป็นโทษสูงสุดสำหรับคดีข่มขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว (คณะรัฐมนตรี) จึงตัดสินใจประกาศใช้กฤษฎีกาในวันพรุ่งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดี เนื่องจากขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เปิดการประชุม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้ บังกลาเทศเกิดคดีอาชญากรรมทางเพศเพิ่มขึ้นมาก ข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชน Ain-o-Salish Kendra ระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน มีรายงานเหตุข่มขืนเกือบ 1,000 ราย มากกว่า 1 ใน 5 เป็นการรุมโทรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีล่าสุดที่สร้างความโกรธแค้นทั้งประเทศมาจากวิดีโอที่ชายกลุ่มหนึ่งจับผู้หญิงคนหนึ่งเปลื้องผ้าแล้วรุมทำร้ายนานเกือบครึ่งชั่วโมง เหตุเกิดที่อำเภอโนอาคาลีในภาคตะวันออกเฉียงใต้ การสอบสวนโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เป็นองค์กรอิสระ พบว่าเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อปีที่แล้ว ผู้หญิงในวิดีโอนั้นโดนข่มขืนหลายครั้ง และชายคนหนึ่งในกลุ่มใช้อาวุธทำร้ายเธอด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืนโทษประหาร, บังกลาเทศ, รุมโทรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f84711c5c39b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังกลาเทศส่งทหารคุมค่ายผู้ลี้ภัย หลังแก๊งค้ายาโรฮีนจาปะทะกันเองดับ7ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บังกลาเทศส่งกำลังทหารและตำรวจเข้าไปในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาเพิ่มขึ้น เพื่อควบคุมสถานการณ์ หลังเกิดเหตุแก๊งค้ายาเสพติดชาวโรฮีนจา 2 แก๊งปะทะกัน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตำรวจบังกลาเทศลาดตระเวนในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองเมื่อเดือนสิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบังกลาเทศเผยเมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมว่าเกิดเหตุแก๊งค้ายาเสพติดชาวโรฮีนจา 2 แก๊งที่ค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์บาซาร์ ปะทะกันเพื่อแย่งชิงพื้นที่ค้ายาบ้า ในช่วง 6 วันที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง 1 คน และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราฟิกูล อิสลาม รองผู้กำกับการตำรวจเมืองค็อกซ์บาซาร์ เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ตำรวจพบผู้เสียชีวิต 4 รายที่ค่ายผู้ลี้ภัยลัมบาเซียเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา จากสภาพศพ สามคนโดนยิงเสียชีวิตและอีกคนโดนแทงตาย ทางการบังกลาเทศส่งกำลังทหารและตำรวจติดอาวุธหลายร้อยนายเข้ามาควบคุมสถานการณ์ในค่ายผู้ลี้ภัยที่เกิดเหตุตั้งแต่เกิดการต่อสู้กันของแก๊งยาเสพติดในค่ายผู้ลี้ภัยที่เริ่มเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ภายหลังเกิดการปะทะเมื่อวันอังคารก็ได้ส่งกำลังทหารและตำรวจมาที่ค่ายผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นอีก ขณะนี้สถานการณ์ในค่ายผู้ลี้ภัยสงบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำชาวโรฮีนจาหลายคนเผยว่า เหตุปะทะของแก๊งค้ายาเสพติดในค่ายผู้ลี้ภัยเป็นการต่อสู้กันระหว่างกองกำลังปลดปล่อยโรฮีนจาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) ที่เคยก่อเหตุโจมตีด่านความมั่นคงของเมียนมา กับแก๊งค้ายาเสพติดชาวโรฮีนจาที่ชื่อแก๊ง &amp;quot;มุนนา&amp;quot; ซึ่งเป็นชื่อหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ที่เป็นค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาขนาดใหญ่ที่สุด มีรายงานว่าพี่ชายของหัวหน้าแก๊งคนนี้และสมาชิกในครอบครัวของเขา 3 คน เสียชีวิตระหว่างปะทะกับกองกำลังอาร์ซา ผู้นำชาวโรฮีนจาคนหนึ่งเผยว่าหลังเกิดการต่อสู้กันระหว่างแก๊งค้ายาเสพติด เขาต้องพาครอบครัวไปอยู่ในพื้นที่อื่นของค่ายเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำชาวโรฮีนจาระดับเยาวชนคนหนึ่งที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองเผยกับเอเอฟพีว่า ผู้ที่โดนฆ่าทั้งหมดในค่ายผู้ลี้ภัยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นฝีมือของกองกำลังอาร์ซาที่ต้องการเข้าควบคุมอย่างสิ้นเชิงในทุกพื้นที่ของค่ายผู้ลี้ภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79806</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังกลาเทศ, แก๊งค้ายาโรฮีนจา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7dd679d369c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 22:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังกลาเทศจับกุมเจ้าของ รพ.ปลอมผลตรวจโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการบังกลาเทศรวบตัวเจ้าของโรงพยาบาลตัวแสบที่ปลอมผลตรวจไวรัสโคโรนาของคนไข้หลายพันคนที่คลินิก 2 แห่ง โดยแจ้งผลว่าไม่ติดเชื้อทั้งที่ไม่ได้ตรวจจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเก็บตัวอย่างจากชาวบังกลาเทศในกรุงโรม เพื่อตรวจเชื้อโควิด-19 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังพบว่าคนเข้าเมืองที่เดินทางมาจากกรุงธากาหลายรายติดไวรัสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โมฮัมหมัด ชาฮิด เจ้าของโรงพยาบาล วัย 42 ปี ถูกจับกุมที่ริมฝั่งแม่น้ำที่กั้นพรมแดนระหว่างบังกลาเทศกับอินเดียหลังจากทางการตามล่าตัวเขานาน 9 วัน โดยพันเอกอาชิก บิลลาห์ โฆษกกองพันเคลื่อนที่เร็วเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมว่า ชาฮิดกำลังเตรียมหนีข้ามแดนไปยังอินเดียเมื่อวันพุธ เขาถูกจับกุมขณะสวมชุดบูรกาเพื่อปิดบังตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องสงสัยมากกว่า 12 รายที่ทางการบังกลาเทศจับกุมได้ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ฐานเกี่ยวโยงกับขบวนการปลอมใบรับรองแพทย์แก่คนไข้ โดยระบุผลว่าผลตรวจไม่พบการติดไวรัสนี้ทั้งที่ไม่ได้ทำการตรวจจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เอกสารเท็จยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดในบังกลาเทศที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้เลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากสร้างความคลางแคลงต่อความถูกต้องของใบรับรองที่ออกโดยคลินิกต่างๆ พันเอกบิลลาห์กล่าวว่า โรงพยาบาลของชาฮิดตรวจไวรัสโคโรนาแล้ว 10,500 ราย ในจำนวนนี้ 4,200 รายผ่านการตรวจจริง แต่ที่เหลืออีก 6,300 รายได้ใบรับรองว่าปลอดเชื้อทั้งที่ไม่ผ่านการตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการออกใบรับรองปลอมแล้ว ชาฮิดยังถูกกล่าวหาว่าคิดเงินกับคนไข้เป็นค่าใบรับรองและค่ารักษา ทั้งที่เขาทำความตกลงกับรัฐบาลแล้วว่าโรงพยาบาลทุกแห่งของเขาในกรุงธากาจะให้บริการฟรีสำหรับการตรวจโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนการนี้ยังรวมถึงแพทย์หญิงที่มีชื่อเสียงและสามีของเธอ ที่โดนตำรวจจับกุมฐานต้องสงสัยว่าออกใบรับรองปลอมหลายพันฉบับที่ห้องแล็บของพวกเขาในกรุงธากา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิกล่าวว่า ขบวนการนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อแรงงานข้ามชาติที่ต้องการไปทำงานในต่างแดน สัปดาห์ที่แล้วอิตาลีระงับเที่ยวบินจากบังกลาเทศไปกรุงโรม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนชาวบังกลาเทศ หลังจากพบว่าผู้โดยสารที่มาจากธากาหลายคนติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันพฤหัสบดีบังกลาเทศมีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสม 196,323 ราย และเสียชีวิต 2,496 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71691</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังกลาเทศ, ปลอมผลตรวจ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f107895147ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าโคโรนา ไซโคลนอำพันถล่มบังกลาเทศ-อินเดียย่อยยับ สังเวยแล้ว 84 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซูเปอร์ไซโคลนอำพันที่เข้าถล่มหลายพื้นที่ของบังกลาเทศและภาคตะวันออกของอินเดียตั้งแต่วันพุธ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง บ้านเรือนพังราบ ต้นไม้เสาไฟหักโค่น สตอร์มเซิร์จก่อน้ำท่วม มุขมนตรีเบงกอลตะวันตกครวญผลกระทบหนักกว่าไวรัสโคโรนา ยอดสังเวยในวันพฤหัสบดีมีอย่างน้อย 84 ศพแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องบินโดยสารจอดอยู่ใกล้โรงเก็บเครื่องบินในสนามบินเนตาชี สุภาษ จันทระ โพส ที่พังเสียหายภายหลังพายุไซโคลนพัดถล่มเมืองกัลกัตตา เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการบังกลาเทศและอินเดียอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยริมชายฝั่งรวมมากกว่า 3 ล้านคน ก่อนที่ซูเปอร์ไซโคลนลูกนี้จะเคลื่อนจากอ่าวเบงกอลขึ้นฝั่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่เมื่อวันพฤหัสบดีถึงภาพความเสียหายที่ชัดเจนขึ้นว่า พายุลูกนี้ ซึ่งมีความเร็วลม 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง พัดเสาไฟฟ้าหักโค่น ทำให้ชาวบ้านหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ กำแพงและหลังคาอาคารบ้านเรือนจำนวนมากพังเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านในเมืองกัลกัตตา เมืองเอกของรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย เผชิญกับน้ำท่วมสูงถึงหน้าต่างรถยนต์ ภาพข่าวเผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมที่สนามบินกัลกัตตาและโรงเก็บเครื่องบินพังถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มามาตา บาเนอร์จี มุขมนตรีรัฐเบงกอลตะวันตก กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า ผลกระทบของอำพันเลวร้ายกว่าไวรัสโคโรนา มีคนสังเวยพายุอย่างน้อย 72 ราย บ้านสร้างด้วยดินหลายพันหลังพังราบ ต้นไม้ล้ม ถนนขาด และพืชผลถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บังกลาเทศเผยเช่นกันว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ซึ่งรวมถึงเด็กชายวัย 5 ปี และชายชราวัย 75 ซึ่งถูกต้นไม้ล้มทับ และอาสาสมัครกู้ภัย 1 รายที่จมน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังรอรายงานความเสียหายจากซันดาร์บันส์ พื้นที่ป่าชายเลนที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและเป็นที่อยู่ของเสือเบงกอล พวกเขาห่วงว่าสัตว์ป่าในพื้นที่นั้นอาจโดนคลื่นน้ำทะเลหนุนสูงซัดออกทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซโคลนลูกนี้อ่อนกำลังลงแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีขณะเคลื่อนไปทางทิศเหนือผ่านบังกลาเทศ แต่ยังทำให้ฝนตกหนักและลมกระโชกที่อำเภอคอกซ์บาซาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายลี้ภัยชาวโรฮีนจาราว 1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในอำเภอคุลนาที่อยู่ติดชายฝั่งบอกด้วยว่า สตอร์มเซิร์จสูง 3 เมตรโถมเข้าทำลายทำนบกั้นน้ำที่ปกป้องหลายหมู่บ้าน แม้ชาวบ้านจะช่วยป้องกันตลอดทั้งคืนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อำเภอสาตกษิรา คลื่นทะเลหนุนทำลายเขื่อนกั้นแม่น้ำที่ปกป้องหลายหมู่บ้าน และสันเขื่อนใช้เป็นถนนด้วย ทำให้น้ำบ่าท่วมบ้าน 600 หลัง และกวาดกลืนฟาร์มเลี้ยงกุ้งและปูหลายพันแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ไซโคลน, บังกลาเทศ, สังเวยพายุ, อินเดีย, ไซโคลนอำพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec672d10a78d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
