<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนกวินท้าชน112 ลั่นไม่ขอลี้ภัยปูดมีฏิวัติปลุก25พ.ย.ทุบหม้อข้าว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โฆษก พปชร.มั่นใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เหมาะสมเป็นผู้นำในสถานการณ์ขณะนี้ ยันการให้ จนท.บังคับใช้กฎหมายทุกมาตราเพื่อความสงบสุขเป็นทางออกตามหลักสากล เพราะการชุมนุมสุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรง ตร.แจงใช้ ม.112 พิจารณาระดับกองบัญชาการเท่านั้น &amp;quot;เพนกวิน-อานนท์&amp;quot; ปูดอีก &amp;quot;อภิรัชต์&amp;quot; เดินสายเตรียมทำรัฐประหาร ยุให้สาดสีสิ่งปฏิกูลใส่เพื่อแสดงออกว่าไม่กลัว ม็อบ 3 นิ้วตั้ง &amp;quot;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน&amp;quot; รวม 10 เครือข่าย ถึงบางอ้อ! นัดชุมนุมที่ถนนอักษะให้มวลชนเสื้อแดงมาร่วมรำลึกเหตุการณ์ปี 57 ลั่นจะเอาคืน ชนะแน่นอน &amp;quot;บิ๊กกวิ้น&amp;quot; ท้าให้ตั้งข้อหา ม.112 ลั่นไม่หนี จะปรับการชุมนุมให้เข้มข้นร้อนแรงยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้นัดรวมตัวทำกิจกรรมนิทรรศการงานเฟสติวัล รวมพลังประชาธิปไตย บริเวณถนนอุทยาน-อักษะ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป และตกลงจะสลายการชุมนุมในเวลา 03.00 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้ว่า เป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่ต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่การชุมนุมในระยะหลังมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่อาจพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงได้ จึงจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนที่มีการขยายความว่า จะใช้มาตรา 112 เพื่อจัดการนั้น แถลงการณ์นายกรัฐมนตรีเน้นให้ใช้กฎหมายทุกมาตราตามความผิดที่เกิดขึ้นจริง ไม่มีการเน้นที่มาตราใดมาตราหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคพลังประชารัฐยังเชื่อมั่นในบทบาทผู้นำประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ได้ดำเนินการด้วยความจริงใจ ทั้งการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม. รวมถึงแนวทางการเจรจาอย่างสันติวิธี ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราในทุกระดับ จึงเป็นทางออกตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก และเชื่อมั่นว่านายกฯ จะไม่ถอดใจ และเดินหน้าเพื่อการปฏิรูปประเทศ รวมถึงฟื้นฟูประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคนและเทิดทูนไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;quot; น.ส.พัชรินทร์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ประกาศจะใช้กฎหมายทุกฉบับกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า พล.อ.ประยุทธ์รู้ตัวเองตั้งแต่แรกแล้วว่าสถานะความชอบธรรมเริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ถ้ายังอยู่ในตำแหน่งไปเรื่อยๆ ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เสียสละตัดสินใจเพื่อประเทศชาติ เพื่ออนาคตของชาติ อนาคตของคนรุ่นหนุ่มสาวที่กำลังประท้วงตัวเวลานี้ ควรลาออกไปก่อน จะทำให้บรรยากาศมันดีขึ้นเยอะ แต่ตรงกันข้าม กลับเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น ใช้มาตรการที่แรงมากๆ ขึ้น ซึ่งกังวลว่ามันจะนำไปสู่ทางตันมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาทั่วไปผ่านสถานการณ์ล่อแหลมอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยวุฒิภาวะของเด็กๆ ก็สามารถจัดการชุมนุมผ่านไปได้ด้วยดี เพราะฉะนั้นต่อไปก็คงไม่มีปัญหาในการชุมนุมแต่อย่างใด เพราะนี่คือการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว คือส่วนตนเองรวมถึงคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไม่มีปัญหาอะไรกันโดยตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันนี้ที่รณรงค์กันอยู่ ก็อยากเห็นบ้านเมืองกลับไปสู่ประชาธิปไตย ทั้งนี้ เมื่อเวลามีวิกฤตการณ์ คนก็มักจะคิดว่าจะมีรัฐประหารหรือไม่ แต่ตนเชื่อเหลือเกินว่าถ้าครั้งนี้จะมีเกิดขึ้นอีก มันคงจบไม่เหมือนเดิม คนที่คิดจะทำให้คิดเสียใหม่
นักเรียนเลวคิดสร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp; ได้ติดตามการชุมนุมและกิจกรรม #บ๊ายบายไดโนเสาร์ ของน้องๆ เยาวชน เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2563 เยาวชนวันนี้ เราต้องยอมรับความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าแสดงออกในการเคลื่อนไหว รวมไปถึงการสะท้อนปัญหาหลายๆ เรื่องที่ซ่อนอยู่ในสังคมออกมาได้อย่างแยบยล ผ่านการตั้งคำถามถึงในโรงเรียนซึ่งควรจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด วันนี้อาจกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ในอนาคต หากยังไม่ได้มีการแก้ไข น่าเสียดายที่เสียงบริสุทธิ์ของพวกเขาไม่ได้ถูกรับฟัง แต่กลับกำลังถูกผู้มีอำนาจมองเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายและใช้กฎหมายจัดการ วันนี้เราจึงได้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่อายุเพียง 16 ปี กำลังถูกออกหมายเรียกโดยเจ้าหน้าที่ให้ไปรับทราบข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;น้องๆ นักเรียน จัดงานได้มีคุณภาพ กิจกรรมดี ได้ข้อคิดดีๆ ในเรื่องการศึกษา นักเรียน สิทธิเด็ก ช่วยกันไล่ไดโนเสาร์ครับ #ม็อบ21พฤศจิกา #บ๊ายบายไดโนเสาร์ #นักเรียนเลว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ นพ.ทศพร จะปรากฏตัวตามที่ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร และกลุ่มนักเรียนเลว แทบจะทุกครั้งเมื่อมีการนัดชุมนุมจนถูกสังคมโซเชียลฯ อีกฝ่ายนำไปล้อเลียนว่า &amp;quot;เป็นผู้ปกครองกลุ่มนักเรียนเลว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ นพ.ทศพร ว่าม็อบนักเรียนเลวจัดชุมนุมคราวนี้ ตัวแทนขึ้นเวที ก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความจอมือถือ เนื้อหาเต็มไปด้วยความหมิ่นเหม่ จาบจ้วงตามสไตล์ของนักเรียนเลวๆ มี Concept ว่า &amp;quot;บ๊ายบายไดโนเสาร์&amp;quot; แต่กลับมีไดโนเสาร์รุ่น 1 ที่แฝงตัวปะปนอยู่ในฐานะเป็นผู้ชักใยคอยควบคุมการแสดงอยู่เบื้องหลัง รู้ยัง! ยุคก่อนนั้นหมอนี่แหละเป็นโฆษกของรัฐบาลไดโนเสาร์ที่โกงจำนำข้าวจนบ้านเมืองล่มจมจนถูกพวกไดโนเสาร์อีกฝ่ายหนึ่งปราบเสียอยู่หมัด สร้างความโกรธแค้นฝังแน่นในใจให้ไดโนเสาร์อย่างแก วันนี้จึงจ้างวานให้เด็กเลวๆ ออกหน้าโจมตีช่วยขับไล่ไดโนเสาร์ที่มีอำนาจออกไป เพื่อให้ไดโนเสาร์อีกฝูงหนึ่งของพวกแกกลับมามีอำนาจ ได้ครองเมืองบ้าง ก็แค่นั้นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กลุ่มนักเรียนเลวได้จัดชุมนุมใต้สถานีรถไฟฟ้าสยาม บนถนนพระราม 1 เรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน มีการเปิดเพลงเต้นล้อเลียนเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งว่า &amp;ldquo;ตำรวจต้องเร่งจัดการกลุ่มนักเรียนเลวให้เด็ดขาด ให้พวกเขาได้รู้ว่าคุกมีไว้ขังคนเลวๆ ที่ไม่รู้จักหน้าที่ของตน #คุกไว้ขังพวกนักเรียนเลว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า กรณีการใช้มาตรา 112 นั้นจริงๆ แล้วหลังจากการยึดอำนาจคราวนี้เป็นการใช้มาตรา 112 มากที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีแนวพระราชประสงค์ออกมาว่าจะไม่ทรงดำเนินคดีมาตรา 112 ตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกมาอธิบายเรื่องมาตรา 112 รอบแรกนั้นอธิบายข้อความส่วนเดียว เพราะในวรรคต่อจากนั้นคือคนที่จะตัดสินว่าจะดำเนินคดี 112&amp;nbsp; หรือไม่ มีเพียงบุคคลเดียวเท่านั้น คืออัยการสูงสุด โดยการขอความเห็นจากสำนักพระราชวัง ที่ทำลงไปนั้นเป็นผลดีกับรัฐบาลหรือจะเป็นผลดีกับสถาบัน หรือจะเป็นผลร้ายกับสถาบัน
ระดับ บช.พิจารณาม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงแนวทางการดูแลและการจัดจราจรกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม โดย พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงการแจ้งข้อหาผิด ม.112 ยังต้องดูตามพฤติการณ์และบริบทของผู้ชุมนุม หากเข้าข่ายก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามนั้น ยืนยันว่าตำรวจต้องให้ความเป็นธรรม และการแจ้งข้อกล่าวหานี้จะต้องพิจารณาระดับกองบัญชาการเท่านั้น ส่วนการเตรียมออกหมายเรียกผู้ชุมนุมที่รัฐสภาแยกเกียกกายและหน้า ตร.นั้น สน.บางโพ, สน.เตาปูน และ สน.ปทุมวัน กำลังพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จะมีคนผิดมากกว่า 30 รายหรือไม่ ตัวเลขไม่สำคัญ สำคัญที่คนกระทำผิด เชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เบื้องต้นความผิดแบ่งเป็นหลายส่วน สำหรับผู้ชุมนุมเข้าข่ายผิดฐานจัดการชุมนุมโดยมิชอบ บางส่วนสมคบกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อย อีกส่วนที่ทำลายสิ่งของและกล้องวงจรปิด ฐานทำให้เกิดความเสียหายซึ่งทรัพย์สินเอกชน ทรัพย์สินราชการ และทรัพย์สินสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ที่อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมด้วยนายอานนท์ แสนน่าน ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย พร้อมส่วนราชการ อดีตกลุ่มคนเสื้อแดง และ ผกค.เก่า รวมถึงภาคประชาชน รวมกว่า 300 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง เพื่อขอพรให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสุข และแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง รวมถึงเพื่อขอพรให้เกิดความสงบสุข ประชาชนรู้รักสามัคคีกัน และร่วมกันปกป้องสถาบันหลักสำคัญของประเทศ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมได้พูดคุยทำความเข้าใจกับอดีตคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไป ได้เข้าใจ รู้รัก หวงแหน และเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ไว้เหนือเกล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรว่า? ไม่ใช่ม็อบที่เป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นม็อบที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนาด้วย ซึ่งจะเห็นในม็อบว่ามีธงศาสนาใหม่เกิดขึ้นแล้ว เรียกว่า? &amp;quot;ธงแครอตธรรมจักร&amp;quot; เพื่อจ้องจะล้มล้างรากเหง้าของบรรพบุรุษไทย ถ้าขืนม็อบกลุ่มนี้กระทำการได้สำเร็จ เชื่อว่าศิลปวัฒนธรรมความเป็นชาติไทยจะถูกถอนรากเหง้าจนหมดสิ้น ตอนนี้เลิกได้ก็เลิก หยุดได้ก็หยุดซะ พอได้ก็พอแล้ว กลับไปเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ไปทำหน้าที่เยาวชนที่ดีของชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.25 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) หนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ช่วงนี้กลิ่นรัฐประหารแรงขึ้นเรื่อยๆ และบรรยากาศทางการเมืองช่วงไม่กี่วันนี้เริ่มคล้ายกับช่วงก่อนรัฐประหาร 49 ถ้าเกิดการรัฐประหารขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนออกมาต่อต้านอย่างสุดความสามารถ&amp;quot;
ปูด &amp;quot;อภิรัชต์&amp;quot; จ้องรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังทวีตข้อความด้วยว่า &amp;quot;อภิรัชต์ซึ่งเป็นรองราชเลขาฯ ตอนนี้กำลังเดินสายล็อบบี้พวกตัวเองให้มาก่อรัฐประหาร #ต้านรัฐประหาร&amp;quot; และว่า &amp;quot;ตอนนี้มีสัญญาณรัฐประหารแรงมากจากทางวัง แต่เข้าใจว่าองคาพยพเผด็จการส่วนอื่นๆ ยังไม่เอาด้วยเต็มที่ ขอให้วังเลิกล้ม เลิกความคิดชาติชั่วเช่นนั้นเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ตัวคุณเองจะทรุดไปกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน #ต้านรัฐประหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ตื่นมาอ่านข่าว กระแส ประชาธิปไตยมันไปไกล ลึก และขยับขึ้นสูงในทุกมิติของสังคมแล้ว สังคมเก่าถูกสั่นคลอน สุดๆ แล้ว ถ้ายังไม่ปรับตัวนี่พังทลายหมดแน่นอน การเปลี่ยนแปลงอาจมาเร็วกว่าที่คิด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอานนท์ได้โพสต์ข้อความอีกหลายครั้ง ระบุถึงการทำรัฐประหารว่า &amp;ldquo;มีคนส่งข่าวมาและให้เช็กข่าวว่า มีการขนสไนเปอร์เข้า กทม. และอภิรัชต์เดินสายขอความเห็นเรื่องการทำรัฐประหาร ให้ผมเช็กข่าวและเตรียมพร้อม แล้วผมจะไปเช็กยังไง? คนที่เกี่ยวข้องคือกองทัพกับอภิรัชต์ ช่วยออกมายืนยันหน่อยได้มั้ยว่ามันไม่จริง&amp;rdquo; พร้อมระบุถึงวิธีการต้านรัฐประหารว่า ให้คู่สมรสหรือลูกของทหารที่จะออกมารัฐประหาร จัดการตามสมควร ไม่ให้ทหารที่บ้านท่านออกมารัฐประหาร, ต้องปลดอาวุธทหารที่ออกมายืนตามสถานที่สำคัญ ไล่ สาดสี เพื่อให้รู้ว่าไม่ใช่ฮีโร่, &amp;ldquo;บ้านพัก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ที่ทำงาน&amp;rdquo; รวมทั้งรถประจำตำแหน่งของคนที่มีส่วนทุกระดับชั้นในการรัฐประหาร ต้องถูกประณามด้วยการสาดสี หรือสิ่งปฏิกูลอื่นๆ เพื่อแสดงออกว่าเราไม่พอใจ และไม่กลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดรวมตัวทำกิจกรรมนิทรรศการงาน เฟสติวัลรวมพลังประชาธิปไตย บริเวณถนนอักษะ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า &amp;quot;เสื้อแดงก้าวหน้า 63&amp;quot; ที่มีนายภานุพงษ์ มุกดารา เป็นประธาน ได้โพสต์ข้อความเชิญชวนมวลชนเสื้อแดงที่เคยร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะเมื่อช่วงเดือนเมษายน 57 ให้เข้าร่วมการชุมนุมที่จัดขึ้น และพบข้อความเชิญชวนให้รำลึกเหตุการณ์ของคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้น และชูข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง และสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษาเป็นจุดยืนหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รูปแบบที่กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 จะเข้าร่วมนั้น อาทิ มีรถโมบายกลุ่มแดงก้าวหน้า 63, กิจกรรมร่วมสนุกแบบงานวัดสไตล์คนเสื้อแดง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. กลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา กลุ่มแดงก้าวหน้า เริ่มมีผู้ชุมนุมสวมใส่ทั้งเสื้อสีดำและเสื้อสีแดงทยอยเข้าพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าพื้นที่เช่นกัน จำนวน 3 คันรถบัสของกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน และมีเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวงเข้ามาติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ถนนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปิดทางเข้าถนนอุทยาน ตรงบริเวณจุดตัดถนนทวีวัฒนา เลียบคลองทวีวัฒนา ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าบริเวณการชุมนุม ส่งผลให้ชาวบ้านไม่พอใจและตะโกนด่าทอตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยอ้างตัวว่าเป็นชาวบ้านบริเวณนี้ ไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ที่ยืนสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว กล่าวว่า สาเหตุที่ปิดเส้นทางบริเวณนี้เพราะต้องการให้ผู้ชุมนุมเข้าทางถนนพุทธมณฑลสาย 4 เพียงเส้นทางเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ?เวลา? 15.55 น.? มวลชนเริ่มทยอยเข้าสู่พื้นที่การชุมนุม ขณะที่? พ.ต.อ.สมศักดิ์? มงคลคุณากร? ผกก.สน.ธรรมศาลา? ได้เข้าเจรจากับแกนนำเพื่อให้ขยับเวทีจากซอยอุทยาน 13 มาที่ซอยอุทยาน 11 แต่ผู้ชุมนุมพยายามขอใช้จุดเดิม? ในที่สุดได้ข้อสรุปว่าให้ตั้งอยู่ระหว่างซอย?อุทยาน 11 และอุทยาน 13
ผุด &amp;quot;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมศักดิ์?กล่าวว่า? ผู้ชุมนุมแจ้งว่าจะชุมนุมตั้งแต่เวลา 16.00 น.จนถึงเวลา 03.00 น. ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง? เพราะผู้ชุมนุมยอมปฏิบัติตามที่ได้มีการพูดคุยและตกลงกันไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมจนกว่าผู้ชุมนุมจะยุติการชุมนุม ส่วน พล.ต.ต.เอกชัย? บุญวิสุทธิ์? ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7? กล่าวว่า? ได้แจ้งให้ผู้ชุมนุมจัดชุมนุมให้ห่างเขตพระราชฐานมากกว่า? 150 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุมเรื่องการตั้งเวทีสำเร็จ? ปรากฏว่ามีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ?และรถบัสของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จำนวนหลาย?คันเข้ามาจอดใกล้จุดที่จะผู้ชุมนุมจะตั้งเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา? 17.15 น.? ผู้ชุมนุมได้นำโลงศพสีแดงจำนวน? 3 โลง? มาตั้งไว้หน้าแถวตำรวจตระเวนชายแดน? จากนั้นได้เดินวน? 3 รอบ? และวางดอกไม้จันทน์? รวมถึงยืนไว้อาลัย? 3 นาที?เพื่อระลึกถึงการต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดง?ที่เสียชีวิต แต่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม? พร้อมกับร่วมกันตะโกนด่าเผด็จการจงพินาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 18.00 น. นายตูมตาม (สงวนนามสกุล) แถลงว่า ได้เกิดทีมการ์ดหลายทีมที่ร่วมปกป้องมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุม ทางกลุ่มการ์ดจึงได้จัดตั้งกลุ่ม &amp;ldquo;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน&amp;rdquo; โดยมีกลุ่มการ์ดที่เข้าร่วมอุดมการณ์ ดังนี้ 1.ทีมการ์ดปลดแอก 2.ทีมการ์ดมวลชน 3.ทีมการ์ดราษฎร 4.ทีมราษฎรฝั่งธน เป็นกลุ่มการ์ดอาชีวะ 3 ข้อ 5.ทีมการ์ดเฉพาะกิจ 6.ทีมการ์ดอากิระพลังมวลชน เกิดจากกลุ่มนักเพาะกาย 7.ทีมองค์กรบอดี้การ์ด สเปเชี่ยล ฟอร์ส เป็นทีมจากครูพลาม ซึ่งเป็นอดีตหน่วยซีล 8.ทีมนกพิราบขาว 9.ทีมการ์ดฟันเฟืองประชาธิปไตย เกิดจากกลุ่มพี่น้องอาชีวะ และ 10.ทีมอาชีวะพิทักษ์ประชาชน เป็นการ์ดกลุ่มใหม่ที่พี่น้องอาชีวะก่อตั้งขึ้นมา และเปิดตัวในวันนี้ พร้อมปกป้องและดูแลประชาชนและสนับสนุนในข้อเรียกร้องของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีการประกาศของการ์ดกลุ่มฟันเฟืองอาชีวะเพื่อประชาธิปไตยจะไม่ขอเข้าร่วมการชุมนุมอีก นายตูมตามกล่าวว่า เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล และยังคงเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม สาเหตุที่แยกออกมาเพราะความห่างระหว่างวัยของศิษย์เก่ากับศิษย์ปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการชุมนุมพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ต่อมาเวลา 18.15 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางมาร่วมชุมนุมที่เวทีการชุมนุมถนนอุทยาน-อักษะ โดยมีการ์ดคอยรักษาความปลอดภัย
&amp;quot;บิ๊กกวิ้น&amp;quot; ท้าชน ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.30 น. แกนนำทีมจัดกิจกรรมขึ้นปราศรัยสาเหตุของการจัดงานว่า เกิดจากการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 57 ภายหลัง คสช.ยึดอำนาจ และเป็นการรวมตัวของศิษย์เก่าถนนอักษะเมื่อปี 57 ซึ่งวันนั้นคนเสื้อแดงอาจจะแพ้ แต่วันนี้จะเอาคืนและสามารถชนะแน่นอน โดยบนเวทีจะมีไฮไลต์ตลอด อาทิ ปัญหาตุลาการ ที่คดีคนเสื้อแดงถูกยกฟ้องทั้งที่มีการเสียชีวิต รวมทั้งการที่รัฐสภาไม่รับร่างของไอลอว์ และจะมีการ์ดในเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. มาเล่าเหตุการณ์ด้วย นอกจากนี้ภายในงานยังเน้นธีมงานวัด มีม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ รวมถึงมีการฉายหนังกลางแปลงเกี่ยวกับเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 18.37 น. พิธีกรบนเวทีได้เชิญชวนผู้ชุมนุมเพื่อชูสามนิ้ว พร้อมเปิดเพลงเคารพของชาติ โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ รวมทั้งนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ อยู่หลังเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ที่หน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ว่า ในวันดังกล่าวจะมีปราศรัยเกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เราให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการปะทะ ดังนั้นถ้าเกิดความรุนแรงก็ขอให้ทราบไว้เลยว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้ชุมนุม และที่ผ่านมาความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ไม่เคยมาจากประชาชน แต่มาจากภาครัฐทั้งสิ้น ส่วนจะปักหลักค้างคืนหรือไม่นั้น ขอเก็บไว้เป็นความลับ และจะเปิดเผยอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งจะชุมนุม 7 วันต่อเนื่องหรือไม่ ก็ขอให้ฟังอีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชัยชนะของพวกเรามาถึงจุดหนึ่งแล้ว นั่นคือการสร้างบรรทัดฐานว่า การพูดถึงพระมหากษัตริย์สามารถทำได้ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ อย่าว่าแต่พูดเลย แค่คิดก็กลัวแล้ว แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าใครก็ตามที่ใช้อำนาจประชาชน ใช้ภาษีประชาชน สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจากรัฐบาลประกาศจะมีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด รวมถึงใช้มาตรา 112 ด้วย จะมีการปรับรูปแบบการชุมนุมและการปราศรัยหรือไม่ อย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า จะปรับให้เข้มข้นและร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ตนยินดีที่จะถูกตั้งข้อกล่าวหามาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าหากถูกตั้งข้อกล่าวหามาตรา 112 จะขอลี้ภัยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ และจะขอสู้กับพี่น้องอยู่ที่นี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.45 น. นายพริษฐ์ปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้เอามาตรา 112 ที่สะท้อนถึงความรุนแรงป่าเถื่อนมาเล่นงานพวกเรา และมาตรา 112 ก็ใช้มาตั้งแต่ยุคเสื้อแดงมาถึงยุคนักศึกษา ซึ่งเราไม่กลัว และจะเปลี่ยนความกลัวเป็นความโกรธและเกลียดชัง ทั้งนี้ ยืนยันว่าวันนี้สามารถทำให้ประชาชนพูดเรื่องสถาบันได้แล้ว
นายพริษฐ์กล่าวว่า วันนี้พยายามยั่วยุให้ทะเลาะกัน ยิงกัน และ พล.อ.ประยุทธ์ก็ออกมาเพื่อรักษาความสงบในปี 2557 และครั้งนี้ก็จะใช้แนวทางนี้อีกเพื่อยึดอำนาจ โดยพยายามทำให้เกิดความรุนแรง แต่เรามีสติไม่ตกหลุมพราง ไม่ทำร้ายใคร และไม่ต้องอ้างประชาชนตีกัน มีแต่ทหารที่ปลอมตัวเป็นประชาชนและตีประชาชน&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากมีรัฐประหารให้คนทั้งประเทศออกมาเพื่อแสดงพลัง และไม่ให้แย่งชิงแผ่นดินพวกเราอีกต่อไป และวันที่ 25 พ.ย.ให้ออกมาที่สำนักงานทรัพย์สินฯ เพื่อทุบหม้อข้าวศักดินา ทุบหม้อข้าวเผด็จการ เพื่อคืนให้ประชาชน
ทั้งนี้ นายพริษฐ์ยังปราศรัยเรื่องงบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างดุเดือด และตั้งคำถามคนเสื้อเหลือง อยากเห็นชาติ เป็นเช่นใดที่รักสถาบันแบบไม่ลืมหูลืมตา ว่าได้ให้อะไรแก่พวกคุณบ้าง นอกจากนี้พร้อมท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายคลิปไว้ได้เลย และตัวเองไม่กลัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84709</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมสุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรง, บังคับใช้กฎหมาย, บังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา, พรรคพลังประชารัฐ, ม 112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba7c84c76a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประยุทธ์’ไม่ลาออก ซัดอานนท์เพ้อเจ้อหวังเรียกผู้ชุมนุมยํ้าใช้มาตรา112ฟันม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตอกกลับ &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ปูดข่าวลาออกหวังระดมมวลชน 25 พ.ย.นี้ให้มากขึ้น ซัดพูดไม่มีข้อมูลจะเชื่อถือต่อไปอีกหรือ แจงการบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราเพราะประชาชนรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แบะท่าใช้ ม.112 ด้วย พปชร.หนุนแถลงการณ์นายกฯ ย้อนเกล็ด &amp;quot;โรม&amp;quot; เท่ากับยอมรับม็อบทำผิด ม.112&amp;nbsp; โฆษก พท.ซัด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ผลักคนเห็นต่างเป็นศัตรู &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; แฉม็อบ 3 นิ้วถือฤกษ์ 25 พ.ย.บุกสำนักทรัพย์สินฯ ที่แท้วันเกิด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ตำรวจระบุตัวบุคคลทำผิดหลายข้อหาหน้าสภา-สตช.ได้แล้วกว่า 30 คน นัดถกขอบเขตการใช้ ม.112 เสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;อานนท์ นำภา&amp;quot; ระบุข้อความสั้นๆ ว่า &amp;quot;ประยุทธ์อาจลาออกก่อนวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้&amp;quot; ทำให้มีผู้มากดไลค์ แสดงความเห็น และส่งต่อข้อความดังกล่าวออกไปจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้น นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า ภารกิจทุกอย่างของ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงดำเนินการตามปกติ และนายกฯ ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างเข้มแข็ง ขณะเดียวกันในช่วงเย็นของวันเดียวกันนี้ นายกฯ จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก&amp;nbsp; ครั้งที่ 27 รวมถึงภารกิจอื่นๆ ก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ ยืนยันว่านายกฯ ไม่มีการพูดคุยถึงประเด็นอื่นๆ แต่อย่างใด ขอให้ดูด้วยว่าข้อมูลต่างๆ ที่เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งตื่นตระหนก และขอให้มีการตรวจสอบข้อมูลด้วย และที่สำคัญต้องดูคนโพสต์ด้วยว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มม็อบคณะราษฎรข้อหา พ.ร.บ.คอมพ์ที่ สน.ทองหล่อ พร้อมข้อความอธิบาย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนอย่าง ชัดเจนมาตลอดว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้นการโพสต์ข้อความว่า พล.อ. ประยุทธ์อาจลาออก และมีการกำหนดช่วงเวลาที่อาจจะลาออกอย่างชัดเจนคือก่อนวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นการจงใจปลุกปั่น สร้างกระแส ทำให้สังคมเกิดความสับสน เข้าใจผิดจากข้อความดังกล่าว เป็นอาญาแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 18.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;quot;ที่มีข่าวว่าผมจะลาออกก่อนวันที่ 25 พ.ย. ก็ลองไปถามคนพูดดูว่าเอาข้อมูลจากไหน ผมไม่เคยติดต่อกับเขา และทราบว่าจะมีการชุมนุม 25 พ.ย.นี้ ดังนั้นคิดว่าคงพูดเพื่อหวังระดมมวลชนและประชาชนให้มากขึ้นหรือไม่ และคิดว่าคนที่พูดเรื่องแบบนี้พูดไม่ตรง พูดโดยไม่มีข้อมูลแบบนี้ เราจะเชื่อถือได้อีกต่อไปหรือไม่ ผมคงตอบได้เท่านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (19 พ.ย.) ที่ระบุว่าจะใช้กฎหมายเข้มข้นขึ้น เป็นแถลงการณ์เตือนประชาชนให้รับทราบว่ารัฐบาลจำเป็นใช้กฎหมายทุกฉบับ ซึ่งที่ผ่านอาจมีการอะลุ่มอล่วยกันบ้าง แต่ขณะนี้เกินเลยไปมากแล้ว จึงคิดว่าสิ่งที่ตนรับมาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เขายอมรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ ดังนั้นเราต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่และเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานตามหน้าที่อยู่แล้ว ดังนั้นใครที่ไม่ทำความผิดก็ไม่น่าจะเดือดร้อน แต่คนที่ดูอยู่เขาก็จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งก็มีการร้องทุกข์กล่าวโทษในกฎหมายฉบับนี้มาจำนวนมาก จึงต้องฟังเขาด้วย ไม่ใช่ฟังข้างใดข้างหนึ่ง ดังนั้นทุกคนต้องกลับมาในเส้นทางปกติดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม วันนี้การบริหารราชการแผ่นดินก็กำลังเดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจระดับฐานรากที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์
เล็งใช้มาตรา 112 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการใช้มาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า &amp;quot;ทำไม ก็เป็นกฎหมายทุกฉบับ สื่อเข้าใจคำว่ากฎหมายทุกฉบับหรือไม่ เข้าใจภาษาไทยหรือไม่ แปลภาษาไทยกันสิ คำว่ากฎหมายทุกฉบับ&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่ารวมถึงมาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้ำซ้ำๆ ว่า ทุกฉบับ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการ เพราะเป็นความคิดเห็นจากประชาชนจำนวนมาก ประชาชนทั้งประเทศที่รับไม่ได้ ทำไมสื่อไม่ไปขยายความกับคนที่ทำความดีบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคนไปสาดสีโน่นนี่ แต่วันนี้มีเด็กนักเรียน มีประชาชนต้องมาคอยลบและล้างสี ทำไมไม่พูดถึงคนเหล่านี้บ้าง แต่ไปให้ความสำคัญกับคนที่สร้างความสงบเรียบร้อย ทำความผิด ละเมิดสถาบัน ผมว่าไม่ถูก สื่อให้ความสำคัญอย่างนี้ไม่ถูก คนดีๆ เขาทำตั้งเยอะแยะ มันควรจะต้องให้เขามาทำไหม ทำลายสิ่งของทางราชการ ละเมิดสถาบันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผมคนหนึ่งที่ยอมรับไม่ได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแถลงการณ์นายกฯ เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์พยายามประคับประคองประนีประนอมเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปให้ได้ ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดูแลม็อบด้วยความอดทนอดกลั้น วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเริ่มออกมากดดันรัฐบาลว่าทำไมไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะเขาทนกันไม่ไหวที่เห็นคณะราษฎรทำผิดกฎหมาย และจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์รุนแรง หากไม่บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด จะทำให้ปัญหาบานปลายแน่นอน อยากจะขอร้องน้องๆ ให้ทบทวนแนวทางการเคลื่อนไหวว่ามันถูกต้องหรือไม่ เพราะการชุมนุมไม่ได้สันติแล้ว และฝากไปยังเครือข่ายอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล วันนี้ยังหน้ามืดใจมัว สนับสนุนม็อบจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อีกหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อแถลงการณ์นายกฯ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด ที่จะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ซึ่งรวมถึงมาตรา 112 ด้วย ถือได้ว่านายรังสิมันต์ได้แสดงความคิดเห็นแบบอวดฉลาด จนพลาดท่ายอมรับไปในตัวเองแล้วว่าการชุมนุมต่างๆ ที่ผ่านมามีการฝ่าฝืนกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะในแถลงการณ์นายกฯ ไม่ได้มีการเอ่ยถึงกฎหมายมาตราใดมาตราหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง การที่นายรังสิมันต์รีบออกมาวิจารณ์การบังคับใช้มาตรา 112 นั้น จึงเสมือนร้อนตัวจนยอมรับว่าม็อบมีการกระทำฝ่าฝืนมาตรา 112 จริง ซึ่งเป็นการตอกย้ำ สอดคล้องกับภาพที่ประชาชนคนไทยมองเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานันกล่าวว่า การชุมนุมที่ผ่านมาของคณะราษฎรเป็นการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ หลายมาตรา ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.พรรคก้าวไกลมักเข้าร่วมการชุมนุมแทบทุกครั้ง อาจเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 45 พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ที่บัญญัติห้ามผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการหรือส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งมีโทษยุบพรรคการเมืองตามมาตรา 92 (3)&amp;nbsp; หากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนจนมีการดำเนินคดีอาญามาตรา 112 กับแกนนำผู้ชุมนุม ก็อาจทำให้พรรคการเมืองเข้าข่ายถูกยุบพรรคตามมาตรา 92 (2) พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่บัญญัติว่าพรรคการเมืองมีการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้
นายกฯ ผลักคนเห็นต่างเป็นศัตรู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลักการที่สำคัญคือประเทศไทยปกครองด้วยระบบนิติรัฐ คือรัฐที่ปกครองด้วยกฎหมาย ฉะนั้นประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ต้องอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน เมื่อมีการฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายฉบับใด มาตราใด หากมีข้อเท็จจริงใดที่เป็นความผิดก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ฝ่ายการเมืองจึงไม่ควรหวั่นไหวกับคำแถลงการณ์ของนายกฯ ไม่ควรโจมตีรัฐบาลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงสนับสนุนให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดและตรงไปตรงมาภายใต้หลักนิติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าตนเห็นด้วย และมีหลายฝ่ายที่เห็นด้วย เพราะหากปล่อยให้ผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย ทำลายทรัพย์สินราชการ ใช้ถ้อยคำก้าวล่วงสถาบันโดยไม่ดำเนินการใดๆ บ้านเมืองจะวุ่นวายมากขึ้น และอาจเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างม็อบคณะราษฎรและผู้ที่รับไม่ได้กับสิ่งที่ม็อบคณะราษฎรทำ ส่วนตัวเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมควรลดราวาศอกลงหลังจากที่รัฐสภาลงมติรับหลักการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจากนี้อีก 1 ปี จะได้มีรัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ แต่หากทำให้สถานการณ์รุนแรง เชื่อว่าประเทศไทยอาจเกิดทางตันและมีการรัฐประหารขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ออกแถลงการณ์เตรียมยกระดับการใช้กฎหมายเข้มข้นกับผู้ชุมนุมว่า เป็นการผลักดันให้สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ และเป็นการแสดงออกของรัฐบาลอย่างเปิดเผยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ที่เห็นต่างคือศัตรูของรัฐบาล ไม่ใช่ประชาชนคนไทย ไม่ให้ความสำคัญหรือสนใจในข้อเรียกร้องของประชาชน หาก พล.อ.ประยุทธ์เตรียมนำกฎหมาย อาญาที่มีความรุนแรงเอาผิดม็อบราษฎรตามที่คนบางกลุ่มเรียกร้อง เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์กำลังสร้างเงื่อนไขการกระทำของตัวเอง เล็งเห็นผลที่จะเกิดขึ้นหลังการบังคับใช้กฎหมายด้วยการผลักไสประชาชนให้เข้าใกล้หุบเหวแห่งความสิ้นหวังมากขึ้น การไม่ระบุกฎหมายมาตราไหน ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างมากในสถานการณ์เปราะบางเช่นนี้ คนชื่อประยุทธ์กำลังปิดตายทุกทางออก และกำลังสร้างเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตรองหัวหน้าพรรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;รัฐมีอำนาจมากกว่าประชาชน อย่าใช้ความรุนแรงนำการแก้ปัญหาข้อเรียกร้องต่างๆ มีทั้งทำได้และทำไม่ได้ ตรงไหนทำได้ก็แก้ไขแล้วแจ้งให้ประชาชนทราบ ตรงไหนทำไม่ได้เพราะผิดหลักการอะไรก็แจ้งไปชัดๆ ตรงไหนพอเทียบเคียงประเทศอื่นๆ ได้ก็เสนอให้ประชาชน ทราบ จะได้เข้าใจตรงกัน ถ้าใช้แต่กฎหมายไล่จับคน ไม่รับฟังปัญหา ก็มีแต่ขยายความรุนแรงมากยิ่งขึ้นครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มีประชาชนจากหลากหลายกลุ่ม หลายเครือข่ายที่ระดมกำลังกันมาช่วยทำความสะอาดสีที่เลอะอยู่ตามพื้นและจุดต่างๆ บริเวณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 หลังจากถูกกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรสาดสีใส่เมื่อคืนวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละกลุ่มทยอยเดินทางกันมาตั้งแต่เวลา 09.30 น. ต่างนำอุปกรณ์&amp;nbsp; แปรงขัด ไม้กวาดทางมะพร้าว ฟองน้ำ ทินเนอร์ และน้ำมันสน รวมถึงเกรียงที่มักใช้ในงานช่าง มาช่วยแซะลอกสีที่ติดฝังแน่นอยู่บนผนังกำแพงด้านหน้า ตร.ออกไปก่อนหนึ่งชั้น เพื่อที่เวลานำทินเนอร์และอุปกรณ์มาขัดจะทำให้สีลอกออกได้ง่ายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่นเดียวกับตามรั้ว พื้นผิวด้านใน และฐานป้ายของ ตร. ซึ่งมีสีติดเลอะและฝังแน่น กลุ่มกลุ่มนักเรียนดี-กลุ่มยุวชน กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน รวมถึงกลุ่มไทยภักดี และภาคประชาชน ได้นำอุปกรณ์ช่วยกันขัดสี ก่อนจะทาสีขาวทับไว้เป็นรองพื้น จากนั้นจึงจะประเมินกันอีกครั้งร่วมกับ ตร.และสำนักงานเขตปทุมวัน ว่าจะใช้สีอะไรทาซ้ำให้เหมาะสมใกล้เคียงกับสีเดิมมากที่สุด ขณะที่ต้นไม้บางส่วนซึ่งปลูกไว้ด้านหน้า ตร. ทางกลุ่มเลือกที่จะถอนออก เพราะยืนต้นตายจากสีที่กระเด็นใส่
ตร.ระบุตัวคนทำผิด 30 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และโฆษก บช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรที่หน้ารัฐสภา ถนนเกียกกาย และที่หน้า ตร. ซึ่งเกิดความเสียหายและความรุนแรงขึ้นทั้ง 2 จุด ว่า ขณะนี้ทั้ง 2 คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อพิสูจน์ทราบระบุตัวบุคคลที่กระทำความผิดทั้ง 2 จุด เบื้องต้นสามารถระบุตัวบุคคลได้แล้วรวมมากกว่า 30 คน แบ่งเป็นในพื้นที่ สน.บางโพ จากการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาสามารถพิสูจน์ทราบบุคคลได้แล้ว 14 คน ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน จากการชุมนุมกันที่หน้า ตร. สามารถระบุตัวและพิสูจน์ทราบบุคคลได้แล้ว 17 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่กระทำความผิดจากการก่อความรุนแรง ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดในหลายข้อหา คาดว่าในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนจะเริ่มดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นเรื่องการปะทะกันที่บริเวณหน้ารัฐสภา โฆษก บช.น.กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวผู้ได้รับบาดเจ็บมาให้ปากคำได้แล้วรวม 3 คน โดยเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่แยกบางโพ 1 คน และแยกเกียกกาย 2 คน ซึ่งมีทั้งผู้ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรและผู้ชุมนุมกลุ่มปกป้องสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลวในวันที่ 21 พ.ย.ว่า ล่าสุดจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ากลุ่มดังกล่าวมีการแจ้งขอชุมนุมมาที่ตำรวจ ซึ่งหากวันนี้ก่อนบ่าย 2 ยังไม่แจ้งขอชุมนุมก็จะถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุม ส่วนการเตรียมกำลังดูแลการชุมนุมจะมีการประชุมเพื่อจัดเตรียมกำลังและวางแนวทางการป้องกันอีกครั้งในคืนนี้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรและกลุ่มนักเรียนเลวจะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มตามในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น โฆษก บช.น.กล่าวว่า ตำรวจยืนยันว่าขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากต้องรอการพิจารณากำหนดขอบเขตการแจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีอย่างชัดเจนจาก ตร. ซึ่งในวันจันทร์ที่ 23 พ.ย.นี้ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีการเรียกประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อขอบเขตให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการบังคับใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;นักเรียนเลว&amp;quot; โพสต์ข้อความระบุว่า น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือพลอย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และนายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือมิน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถูกออกหมายเรียกฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คาดว่าเป็นเหตุจากการขึ้นปราศรัยในชุมนุมวันที่ 15 ต.ค.ไปแยกราชประสงค์ โดยหมายเรียกดังกล่าว ลงวันที่ 17 พ.ย.2563 ระบุให้ทั้ง 2 คนจะต้องไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี วันที่ 30 พ.ย.2563 เวลา 13.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีการระบุข้อความว่า ตอนนี้สภาพจิตใจของพลอยยังดีอยู่ และฝากบอกมายังทุกคนว่า &amp;quot;ขอให้ออกมาร่วมชุมนุมวันพรุ่งนี้ให้เยอะๆ ตอนนี้เขาเริ่มคุกคามเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีแล้ว อย่าปล่อยให้อุดมการณ์ของพวกเราต้องโดดเดี่ยว ออกมาพร้อมกันให้แน่นราชประสงค์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อรัฐบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราแล้ว นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ไม่สนใจ ไม่กลัว ไม่อยู่ในบังคับของรัฐ และถ้าลามไปยังข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตร.ไม่ฟังรัฐเหมือนกัน เมื่อนั้นเรียกว่ารัฐล้มเหลว (failed state) &amp;quot;คงได้เจอเร็วๆ นี้&amp;quot; และโพสต์ว่า เตรียมส่งทนายไปช่วยครับ พลอย เบญจมาภรณ์ นักเรียนชั้น ม.4 และมิน ลภนพัฒน์ นักเรียนชั้น ม.6 ถูกออกหมายเรียก ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เดี๋ยววันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.00 น. พี่เต้จะไปพร้อมกับทนายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ที่ สน.ลุมพินีด้วย
แฉ 25พ.ย.วันเกิด&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กถึง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า นับวันม็อบคณะราษฎรที่คุณสนับสนุน ยิ่งแสดงความหยาบ ความถ่อย สาดสี เทสี สร้างความสกปรก ยั่วยุหยาบคายต่อสถาบันเบื้องสูง ที่อยู่ในศรัทธาของประชาชน จนประชาชนเขาเอือมระอา ชนิดเอือม แล้วเอือมอีก ตอนนี้ประชาชนเขารวมตัวกัน ออกมาช่วยกัน เก็บกวาด ทำความสะอาดบ้านเมืองหลังจากม็อบที่คุณสนับสนุนได้กระทำไว้ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น มันเป็นการสะท้อนว่าสู้อีกร้อยปีคุณก็ไม่มีทางชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ม็อบคณะราษฎร นัดหมายวันที่ 25 พ.ย. ที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พวกเรารู้นะว่าพวกคุณคิดอะไร อย่าหวังเลยว่าจะเอาฤกษ์เอาชัยวันเกิดไปกระทำในสถานที่เชิงสัญลักษณ์ และไปในสถานที่นี้ และมีแนวโน้มเพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นมา และมากล่าวหาว่าเบื้องสูงเป็นผู้กระทำ บอกเลยว่าใครๆ เขารู้ทันกันหมด อยากจะเตือนคุณนะ การที่เตี่ยคุณหนีร้อนมาพึ่งเย็น สามารถสร้างความร่ำรวยให้ตระกูลได้หลายหมื่นล้านบาท แม้แต่คุณเองก็มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท คุณยังกล้าพูดเหรอว่าสังคมไทยไม่ให้โอกาส ถ้าหากมีสำนึก กิจกรรมวันที่ 25 พ.ย.ที่จะเอาฤกษ์ในวันเกิดคุณ แน่จริงคุณอย่าเอาชีวิตลูกหลานประชาชนไปเสี่ยง คุณเอาคนในครอบครัวคุณออกมาดีกว่า เพราะลูกหลานประชาชนเขาไม่รู้หรอกว่าคุณ กำลังจะเอาความสูญเสียของลูกหลานเขามาสร้างอำนาจต่อรอง&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ และว่า ขอเตือน สังคมไทยเป็นสังคมประนีประนอมให้โอกาสเสมอสำหรับคนที่ผิดแล้วสำนึกผิด แต่ถ้าไม่สำนึก สุดท้ายคุณจะไม่เหลืออะไรเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (สพก.) ต.วังใต้ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมพบปะกับมวลชนอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง จ.ลำปาง ที่ต่างสวมเสื้อสีเหลืองมารวมตัวกันแสดงพลังความจงรักภักดีในชื่อกิจกรรม รวมกันที่ลานบ้าน ชวนกินข้าว ฟังเรื่องเล่าพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกับหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือ (ชุมชนเสื้อแดงปกป้องสถาบันฯ) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกิจกรรมได้มีการเสวนาถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์จากปราชญ์ชาวบ้าน และนายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย, นายสมชัย แสงทอง ประธานกองทัพประชาชนเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ภาคเหนือ และอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ โดยในพื้นที่มี น.ส.นิลุบล มีเมล์ ประธานหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นจังหวัดลำปาง ประธานกองทัพประชาชนเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จ.ลำปาง เป็นแกนนำ จากนั้น น.ส.นิลุบลได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ว่าจะทำหน้าที่ในการปกป้อง พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม นายสมชัย แสงทอง ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไข รธน.ในหมวดพระมหากษัตริย์ และเร่งรัดดำเนินคดีต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเร่งรัดปฏิรูปกระบวนการศึกษาของชาติให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี วัฒนธรรมของคนในชาติ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง โดยมีว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าฯ ลำปาง เป็นผู้รับมอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง นายกฯ ตู่ ได้ไปต่อ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,477 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15-19 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เมื่อถามความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.7 ระบุด้านสุขภาพ ทำให้บัตรประชาชนใบเดียวใช้ได้ทุกโรงพยาบาล รองลงมาคือร้อยละ 95.5 ระบุด้านคมนาคม มีผลงานถนนเส้นทางต่างระดับเชื่อมภูมิภาค,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้อยละ 94.6 ระบุด้านการศึกษา มีผลงานความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ, ร้อยละ 94.4 ระบุด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ทำให้เกิดโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC, ร้อยละ 94.0 ระบุด้านคมนาคม มีผลงาน รถไฟฟ้า สายต่าง ๆ ของคนเมือง, ร้อยละ 93.8 ระบุผลงานระดับโลก มีผลงานรับมือวิกฤติโควิด ได้อันดับหนึ่งของโลก, ร้อยละ 92.0 ระบุมีผลงานโครงการคนละครึ่ง แก้ปัญหาปากท้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ถูกจุดตรงเป้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.7 ระบุความขัดแย้งของคนในชาติ ปัญหาบ้านเมืองยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ในขณะที่ร้อยละ 25.3 ระบุควบคุมไม่อยู่แล้ว&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ&amp;nbsp; 90.1 เห็นด้วยที่ควรมีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ไม่สังกัดพรรคการเมือง เพื่อทำประโยชน์ให้คนทั้งประเทศมากกว่า เอื้อประโยชน์จัดสรรงบให้พื้นที่ฐานเสียงของตนเท่านั้น ในขณะที่ร้อยละ 9.9 ไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงบุคคลที่ควรเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในสถานการณ์แบบนี้มากที่สุด พบว่า อันดับที่หนึ่งส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.3 ระบุเป็น พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา ทิ้งห่างอันดับสองหลายเท่า คือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 15.0&amp;nbsp; อันดับสาม สูสีขึ้นมาเทียบใกล้เคียงอันดับสองคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 14.7 ตามด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 7.3 และอื่นๆ เช่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นต้น ร้อยละ 3.7 ตามลำดับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84518</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับใช้กฎหมาย, บังคับใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา, ประชาชนรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น, ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวังระดมมวลชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb7d62ac68c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เล็งงัดม.112ฟันม็อบ นายกฯห่วงความรุนแรงขยายตัวลั่นบังคับใช้กม.ทุกมาตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกแถลงการณ์จะเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราทุกตัวให้เข้มข้นจัดการม็อบ ชี้เพราะสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขยายตัว &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; รับพร้อมงัดมาตรา 112 จัดหนักหากองค์ประกอบครบ ประเดิมชุมนุมวันที่ 21 และ 25 พ.ย. &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; ชี้เป็นประกาศสงคราม เล็งยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธี เพนกวินบอกสาดสีเป็นศิลปะต่อสู้แบบสันติ &amp;ldquo;เด็กก้าวไกล&amp;rdquo; พล่านซัดแถลงการณ์เฮงซวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากสถานการณ์การชุมนุมในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลและทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาทางออกโดยสงบและสันติบนพื้นฐานของกระบวนการตามกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีท่าทีที่จะบรรเทาลง แม้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ใช้ความพยายามปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดำเนินการต่างๆ ตามหลักสากลด้วยความระมัดระวัง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักษาบรรยากาศของความรักความสามัคคีปรองดองของทุกคนในชาติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีนัก และมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งนำไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อาจเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง รวมทั้งความสงบสุขปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป
&amp;ldquo;รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมาย เพิกเฉยต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยจะดำเนินคดีต่างๆ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล จึงขอแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน&amp;rdquo; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์นายกฯ ว่าเพื่อให้สถานการณ์ภายในประเทศเกิดความสะดวกเรียบร้อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลผ่อนคลายมาตรการในหลายส่วนแล้ว แต่การชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่ได้ชุมนุมโดยสงบเหมือนที่กล่าวอ้าง และมีแนวโน้มว่าหลังจากนี้จะมีผู้ที่เห็นต่างออกมาชุมนุมกันมากขึ้น จนนำไปสู่การเผชิญหน้าเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไประงับเหตุ และดูแลผู้บาดเจ็บ ดังนั้นเพื่อให้สังคมกลับมาสู่ความสงบโดยเร็ว เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการแล้วไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่วนการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจคงชี้แจงออกมา ก็ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า บางฝ่ายออกมาระบุแถลงการณ์ดังกล่าวเหมือนข่มขู่ผู้ชุมนุม นายอนุชาตอบว่า ไม่ใช่ข่มขู่ แต่แถลงการณ์ที่ต้องการให้สังคมกลับมาสงบโดยเร็ว ไม่กระทบกับคนโดยรวมที่อาจไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม รัฐบาลไม่มีเจตนาข่มขู่ เพียงแต่ต้องการให้เหตุการณ์เกิดความสงบโดยสันติภายใต้กรอบกฎหมายเท่านั้น
พร้อมใช้มาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดแถลงการณ์ แต่เชื่อว่านายกฯ ถอยมาทุกก้าวแล้ว โดยใช้ช่องทางต่างๆ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับไม่ยอมรับและละเมิดกฎหมายมากขึ้นเรื่อยๆ และส่อความรุนแรงขึ้น ซึ่งการจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดอย่างไรนั้น ในข้อกฎหมายมีการระบุไว้แล้วว่าจะดำเนินคดีกับใคร ต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบความผิดนั้นๆ&amp;nbsp; รวมถึงการนำมาตรา 112 มาใช้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและเจตนาของผู้กระทำ หากกระทำความผิดก็นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หากเข้าองค์ประกอบความผิดใดตำรวจก็ดำเนินคดีทุกกรณี
&amp;ldquo;ตำรวจไม่กังวลที่จะนำมาตรา 112 กลับมาใช้อีกครั้ง เพราะเป็นไปตามหน้าที่ และยืนยันว่าตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับกลุ่มใด&amp;rdquo;พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวถึงความรุนแรงที่แยกเกียกกายว่า ตำรวจมีข้อมูลทราบว่ามีชายสวมใส่เสื้อกันฝนสีชมพู ซึ่งคาดว่าจะเป็นการ์ดของกลุ่มราษฎร เป็นผู้นำอาวุธปืนเปิดฉากยิงใส่กลุ่มประชาชนที่ปักหลักชุมนุมที่ถนนทหารก่อน ส่วนจะฝึกฝนมาหรือไม่ อยู่ระหว่างสืบสวน รวมทั้งหลักฐานปลอกกระสุนที่ตกในที่เกิดเหตุ โดยพนักงานสอบสวนจะเก็บพยานหลักฐานดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมโดยมิชอบ และร่วมกันตั้งแต่ 10 คนเป็นต้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง รวมถึงทำร้ายร่างกาย และทำให้สูญเสียทรัพย์สิน ส่วนกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมที่ผิดเงื่อนไขการให้ประกันนั้น พนักงานสอบสวนเตรียมพิจารณาเสนอให้ศาลเพิกถอนประกันตัวแกนนำทั้งหมดที่ผิดเงื่อนไข และเตรียมเสนอศาลกำหนดห้ามแกนนำเข้าพื้นที่ที่มีการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตำรวจมีความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 21 และ 25 พ.ย. โดยจะเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น&amp;rdquo;พล.ต.ต.ปิยะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. นำสื่อมวลชนลงสำรวจความเสียหายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรสาดสีใส่ป้ายด้านหน้าและบริเวณโดยรอบ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย. โดยพบว่ามีกล้องวงจรปิดถูกพ่นสีทับ 13 ตัว ป้ายชื่อ ตร. กำแพง และโคมไฟที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน ซึ่ง ตร.มอบหมายให้ตำรวจสันติบาลแจ้งความเอาผิดแล้ว และยังมีตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกขว้างปาสิ่งของจากข้างนอก 3 ราย ซึ่งแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวันเช่นกัน รวมทั้งยังมีรถตำรวจของ สน.สุวินทวงศ์ ถูกพ่นสเปรย์และเจาะยางเสียหาย 1 คันด้วย ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่า
&amp;ldquo;การชุมนุมเป็นสิทธิตามกฎหมาย แต่ขอให้ชุมนุมโดยสันติ ไม่ใช่การทำลายทรัพย์สินราชการที่มาจากภาษีประชาชนทั่วประเทศ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงการเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใส่ร้ายนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านช่องทางโซเชียลฯ ว่าขณะนี้มีการกล่าวหาใส่ร้ายนายชวน โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และช่องทางอื่นๆ ว่าเป็นคนสั่งการและสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายประชาชนในการชุมนุมหน้ารัฐสภา ซึ่งไม่เป็นความจริง นายชวน จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย โดยได้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจให้ตนเองในฐานะทนายความไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
&amp;ldquo;มีทั้งคนที่กระทำผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ขู่ และไม่ได้ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน แต่ควรวิจารณ์ตรงไปตรงมา ตรวจสอบให้เต็มที่ แต่ถ้าบิดเบือนใส่ร้ายด้วยความเท็จ ช่องทางที่จะระงับสิ่งเหล่านี้ได้ คือใช้กระบวนการกฎหมายดำเนินการให้ถึงที่สุด&amp;rdquo; นายราเมศระบุ
&amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo;อัดม็อบถ่อย
ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเป็นพฤติกรรมที่เลว ถ่อย นี่หรือคือการชุมนุมโดยสันติอหิงสา แต่เป็นความก่อจลาจล ยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปราม โดยผู้ชุมนุมคาดหวังอยากให้มีคนตาย เพราะจะใช้ศพมาเรียกร้องประชาธิปไตยและโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่
&amp;ldquo;ขอฝากไปถึงบรรดาผู้ปกครองทั้งหลาย ว่าการชุมนุมในตอนนี้เห็นได้ชัดแล้วว่าไม่ปลอดภัยอย่างมาก เพราะฉะนั้นหากบุตรหลานของท่านเกิดบาดเจ็บ ขอให้อย่าออกมาเรียกร้องทีหลัง เพราะในเมื่อท่านไม่สามารถดูแลบุตรหลานของท่านได้ ก็คงไม่มีใครดูแลแทนท่าน&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันต้องช่วยกันพิจารณาว่าผู้ชุมนุมได้เดินมาถึงจุดที่พ้นความชอบธรรมในการเรียกร้องทางการเมืองไปแล้วหรือไม่ เพราะจากการติดตามหลายช่องทาง ฟังความเห็นจากหลากหลายผู้คน ซึ่งมีข้อชวนคิดว่าการปราศรัยของแกนนำบนเวที และที่เขียนชี้นำผ่านโซเชียลฯ รวมถึงคนที่อยู่เหนือแกนนำที่โพสต์ชี้นำ ยุยงมีการดูหมิ่นจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศ์อันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทั้งมวล ทำให้ค้นพบสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เป็นการทำลายสถาบัน มิใช่การปฏิรูปหรือการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเคารพ สร้างสรรค์ หวังดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่กำลังทำหาใช่หนทางของการสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม ประเทศชาติหรือตัวเองไม่ แต่กำลังพาเด็กดีๆ ทั้งหลายเดินเข้ารกเข้าพง สิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังทำกันอยู่ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งสำนึกของความเป็นคน และกำลังจะก้าวข้ามเส้นที่ไม่ควรจะเดินข้าม&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ขอฝากอนาคตของชาติไว้กับพวกเขาในสิบยี่สิบปีข้างหน้า ผู้นำที่ยืนพูดหรือนั่งเขียนให้ความเชื่อแก่เด็กหนุ่มสาวว่า คนที่อยู่ตรงข้าม ไม่เกินยี่สิบปีก็แก่ตายหรือหมดปัญญาขวางทางแล้ว พวกเราต้องอดทนรอได้ อาจจะจริงอย่างที่ว่าก็ได้ หรืออาจจะมีเด็กหนุ่มสาววัยเดียวกันที่เขามีภูมิคุ้มกันจากการเรียนรู้ด้วยสติและปัญญา บวกกับครอบครัวที่เข้มแข็ง ยืนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้สังคมไทยก็ได้ อีกสิบปียี่สิบปีข้างอาจเป็นพลังใหม่ของสังคมไทยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงแถลงการณ์นายกฯ ว่า การที่รัฐใช้หลักนิติศาสตร์ในการแก้ปัญหา อาจไม่สามารถตอบโจทย์ในปัจจุบันได้ จำเป็นต้องเอาหลักรัฐศาสตร์เข้ามาแก้ไขร่วมด้วย การใช้แต่หลักนิติศาสตร์อาจทำให้เกิดวิกฤติที่มากขึ้น และการบอกว่าจะให้กฎหมายทุกมาตราทุกฉบับไม่ชัดเจนว่าเป็นมาตราไหน และเรื่องใดย่อมนำไปสู่ความกังวลของผู้ชุมนุมได้
ซัดแถลงการณ์เฮงซวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า เป็นแถลงการณ์ที่เฮงซวย ที่สมกับที่ออกมาจากรัฐบาลเฮงซวย ดื้อตาใส พูดได้โดยไม่อายปากหรือละอายแก่ใจว่าที่ผ่านมาดำเนินการด้วยความจริงใจ แต่ความจริงคือซ่อนความเหี้ยมโหดอำมหิตบิดเบือนความจริงเพียงเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามถนัดของผู้นำเผด็จการที่ความกลัวกำลังเข้าตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอถามชัดๆ ตรงนี้เลยว่า จะอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อใช้มาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ ขอเตือนว่าการนำความจงรักภักดีมาผูกไว้กับความล้มเหลวของรัฐบาลเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสถาบันเอง นี่ไม่ใช่ท่าทีของคนที่จริงใจทั้งต่อประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์เลย แต่เป็นนิสัยของเผด็จการขี้ขลาดที่ต้องการไล่ล่าจัดการกับประชาชนที่เห็นต่าง คิดต่าง&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว และว่า อย่าดันทุรังแล้วผลักประชาชนให้หมดหนทางเช่นนี้ สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดสงบลงได้แค่ลาออก ดีกว่าการประกาศทำสงครามกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ทวีตข้อความว่า การประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ซึ่งรวมถึง 112 ด้วยของนายกรัฐมนตรี เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด มีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะการบังคับใช้ 112 เท่ากับรัฐบาลดึงให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ไม่มีข้อดีอะไร มีแต่เสียกับเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือเดียร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ทวีตเช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์แถลงเท็จอย่างมหันต์ ในความเป็นจริงรัฐบาลไม่เคยจริงใจในการแก้ปัญหา เห็นได้จากการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. และใช้เสียงข้างมากรัฐสภาโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์อย่างไร้เยื่อใยต่อประชาชน หวังคงไว้ในอำนาจและสืบทอดอำนาจของตนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงแถลงการณ์ว่า การประกาศขึงขังจะใช้ทุกมาตรานั้น รวมความแล้วว่าจะใช้มาตรา 112 แต่มาตรานี้ นายกฯ บอกว่าในหลวง ร.10 มีพระราชประสงค์ไม่ดำเนินคดีกับใคร หากย้อนอดีตแล้ว มาตรา 112 ถูกนำไปเป็นเครื่องมือแจ้งความขจัดฝ่ายตรงข้ามมาตลอด รวมทั้งสิ่งที่ไม่ได้อธิบายความว่าไม่ให้ใครไปฟ้องร้องกันเองได้นั้น แต่สิ่งที่ยังดูอยู่คือ ให้อำนาจอัยการสูงสุดไปฟ้องร้องได้ เพื่อป้องกันคนอื่นใช้ไปทำลายกันอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนายกฯ ประกาศเช่นนี้ จึงหนีตัวเองไม่พ้น เพราะเรื่องทั้งหมดมาจากตัวท่านเอง แต่ที่ผ่านมานายกฯ มีโอกาสมากมาย ซึ่งการพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ เพื่อลดความแตกแยกความขัดแย้ง ถ้าสภาให้โอกาสรับไปก่อนแล้วสถานการณ์จะคลี่คลายตามลำดับ&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
ยกเพดานสู้สันติวิธี!
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร ล่าสุด นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ประยุทธ์ประกาศรบกับประชาชน สำหรับข้าราชการที่ยังไม่เลือกข้าง ท่านต้องเลือกแล้วว่าจะอยู่กับอดีตหรือสร้างอนาคตไปพร้อมกับพวกเรา จะให้ความรุนแรงทั้งทางกฎหมายและทางกายภาพใดๆ กับผู้ชุมนุมก็เชิญตาม แต่ความชั่วช้าของพวกท่าน พวกเรายืนยันสันติวิธีขั้นสูงสุดในการต่อสู้ครั้งนี้ และพร้อมจะยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธีแบบที่เคยยกเพดานด้านข้อเรียกร้องเช่นกัน ขอให้เพื่อนร่วมขบวนราษฎรเตรียมรับความชั่วช้าของประยุทธ์กับพวกให้พร้อม เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน และดูแลจิตใจให้เข้มแข็ง มุ่งมั่น ต่อสู้เพื่อสังคมใหม่ของเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ทวีตข้อความว่า สาดสีพ่นสีถือเป็นสันติวิธี เพราะการใช้ศิลปะแสดงสัญลักษณ์ไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บล้มตาย ถ้าแค่พ่นสียังถือว่ารุนแรง ก็ไม่รู้แล้วว่าโลกนี้เหลืออะไรบ้างที่เรียกว่าสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊กนักเรียนเลวโพสต์ว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรรับบทไดโนเสาร์ ไม่รับ ไม่รู้ ไม่เปลี่ยนแปลง นักเรียนอย่างเราก็จะเป็นอุกกาบาตพุ่งชนความล้าหลังของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เมื่อเรียกร้องเรื่องการศึกษาแล้วไดโนเสาร์ไม่รับฟัง เจอกันราชประสงค์ 21 พ.ย. นี้ นักเรียนจะพูดทุกเรื่อง ทุกเรื่องที่ไดโนเสาร์ไม่อยากฟัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตยและกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตยโพสต์ว่า ขอแสดงการอริยะขัดขืนต่อการกระทำต่อเหตุการณ์ในม็อบเมื่อวาน ที่มีจาบจ้วงอย่างรุนแรง โดยในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ทั้งสองกลุ่มอาชีวะขอความร่วมมือโปรดอย่าแสดงสัญลักษณ์ทั้งสอง ส่วนท่านใดจะไปร่วมชุมนุมก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ เมื่อเหตุการณ์การดูหมิ่นจาบจ้วงเบาบางไปจากม็อบ อาชีวะทั้งสองกลุ่มนี้จะเข้าร่วมชุมนุมครั้งต่อๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นต่างๆ นั้น ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กถึงม็อบว่า เกินจะทนจริงๆ เลวกว่าเป็นมนุษย์ที่บอกตัวเองว่าเป็นคนไทย อิสรภาพ และเสรีภาพ เกินขอบเขตไปกันใหญ่แล้ว ถึงขนาดเขียนข้อความสาปแช่งสถาบัน มาตรา 112 ควรนำออกมาใช้ได้แล้ว ก่อนที่จะเหลิงกันมากไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ม็อบมาไกลเกินไปแล้ว? จาบจ้วงใส่ร้าย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทุกครั้ง ทำร้ายความรู้สึกของคนไทยทุกคน ม็อบ?เหิมเกริมเกินกว่าจะรับได้? นี่คือความตั้งใจล้มล้างสถาบัน? อย่าปล่อยให้กระทำผิดรายวัน? โดยรัฐไม่จัดการ? ผู้คนกำลังอึดอัด? เบื่อหน่าย? และกำลังจะหมดความอดทนกับมาตรการและความใจเย็นของรัฐบาล? เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมาย? นี่คือความผิดตามมาตรา? 112? ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ? หากไม่ดำเนินการถือว่า?ละเว้นการ?ปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ว่า สิ่งที่คนในม็อบจำนวนหนึ่งแสดงออกผ่านการพ่นสีเมื่อวันที่ 18 พ.ย. แทบไม่ต่างจากการแสดงออกของปีศาจในร่างคน ซึ่งบาดความรู้สึกของคนจำนวนมากที่จงรักภักดี&amp;nbsp; ซึ่งทางการต้องตัดสินใจใช้มาตรา 112 ดำเนินคดีกับแกนนำม็อบและพวกหัวโจก
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟชบุ๊ก &amp;quot;ศรีสุวรรณ จรรยา&amp;quot; ระบุว่า ม็อบสถุลไปที่ไหนทำเลอะเทอะเปรอะเปื้อนที่นั่น ถ้าอนาคตปล่อยให้ไปบริหารประเทศ คงต้องไร้ชาติ สิ้นแผ่นดินไทย เอาไปขังคุกดัดสันดานเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ระบุว่า อย่าใช้มาตรา 112 กับการชุมนุมทางการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการขัดพระราชประสงค์ที่ไม่ต้องการให้ใช้กับประชาชน ตามที่นายกฯ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2563 หากมีการบังคับใช้จะเป็นการละเมิดพระราชดำรัสโดยตรง และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า หากยังมีการชุมนุม ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลและรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน หากการชุมนุมขาดความชอบธรรม หรือทำความเดือดร้อนให้คนส่วนใหญ่ ผู้ร่วมชุมนุมก็จะลดลงและจะไม่ได้รับการสนับสนุน แต่รัฐบาลต้องไม่ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งหรือมองอีกฝ่ายเป็นศัตรู.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84432</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับใช้กฎหมาย, บังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา, ม. 112, มาตรา 112, สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขยายตัว, สาดสีเป็นศิลปะต่อสู้แบบสันติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a088c9e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าคิดลึก!&#039;บิ๊กตู่&#039;เฉลยแล้ว ไม่อยากใช้วิธีการแก้ปัญหาเดิมๆคืออะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.62- พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี​และ​หัวหน้า​คณะ​รักษา​ความสงบ​แห่งชาติ​(คสช.) อธิบายคำพูดของตัวเองที่ระบุว่า​ ไม่อยากใช้วิธีการแก้ปัญหาเดิมๆ​ ซึ่งมีการตีความว่าอาจมีการรัฐประหาร​ขึ้นมาอีกว่า ไม่อยากให้ตีความลึกซึ้งไปถึงขนาดนั้น​ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปัญหาของเราเริ่มมาจากอะไร​ พอมีปัญหาเกิดขึ้นมา​ ในทางการเมืองก็เดินขบวน​ มีการขยายความรุนแรงกันมากขึ้น​ ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย​กันมากขึ้น​ ทุกคนก็ไม่มีความสุข​ คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็เดือดร้อนไปด้วย​ ตนพูดเพียงแค่นั้น​ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเรื่องการปฏิวัติ​รัฐประหาร​ หรือการปฏิวัติซ้อน​ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น​ แม้กระทั่งผมเองที่ทำมา​ ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น​ &amp;nbsp;ในวันนั้น​ ผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น​ เราจึงควรกลับมาแก้ปัญหาที่ถูกวิธีจะดีกว่า​ 5 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา​ก็ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน​ หลายอย่างก็ดี​ บางอย่างยังไม่เรียบร้อย​ แต่เราหยุดแค่นี้ไม่ได้​ ไหนๆก็ทำมาถึงวันนี้แล้ว &amp;nbsp;ทุกคนก็ต้องร่วมมือกัน​ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน​ หรือภาคเอกชน​ ภาคประชาสังคม​ ต้องช่วยกัน​ เราต้องปฏิรูปทุกอย่างให้ไปด้วยกัน​&amp;quot; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39990</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บังคับใช้กฎหมาย, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐประหาร, แก้ปัญหาแบบเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b0b371523f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศข้อบังคับประมวลจริยธรรม &#039;สนช.-กรรมาธิการ&#039; บังคับใช้6มีนาเป็นต้นไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 &amp;nbsp;มี.ค. 61 -เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการพ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๘ มาตรา ๒๑๙ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๖๓ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงตราข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๑ ขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๑&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๘&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ คําว่า
&amp;ldquo;ข้อบังคับ&amp;rdquo; หมายถึง ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาชิก&amp;rdquo; หมายถึง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรรมาธิการ&amp;rdquo; หมายถึง กรรมาธิการสามัญและกรรมาธิการวิสามัญซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติตั้งขึ้นและให้หมายความรวมถึงอนุกรรมาธิการที่คณะกรรมาธิการตั้งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมการ&amp;rdquo; หมายถึง คณะกรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประธานคณะกรรมการ&amp;rdquo; หมายถึง ประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รองประธานคณะกรรมการ&amp;rdquo; หมายถึง รองประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรรมการ&amp;rdquo; หมายถึง กรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประชุม&amp;rdquo; หมายถึง การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติและการประชุมคณะกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งการประชุมอื่นใดซึ่งเป็นหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๕ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติรักษาการตามข้อบังคับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลิกอ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการ, จริยธรรม, บังคับใช้กฎหมาย, ประมวลจริยธรรม, ราชกิจจานุเบกษา, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลไม่เชื่อบังคับใช้กฎหมายแก๊งล่าสัตว์ป่าจะเท่าเทียมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.61-ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;การลักลอบล่าสัตว์ป่า ในเขตหวงห้าม&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8 &amp;ndash; 9 กุมภาพันธ์ 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการลักลอบล่าสัตว์ป่า ในเขตหวงห้าม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified &amp;nbsp;Random &amp;nbsp;Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาคสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความเหมาะสมของบทลงโทษในการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่หวงห้าม (มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.28 ระบุว่า เหมาะสม เพราะ เป็นบทลงโทษที่สมเหตุสมผลกับการกระทำอยู่แล้ว เป็นการสร้างความเกรงกลัวให้กับผู้ที่จะลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตห่วงห้าม ขณะที่บางส่วนระบุว่า ให้ดูที่เจตนาของผู้ที่กระทำ อาจจะทำไปด้วยความไม่ตั้งใจ รองลงมา ร้อยละ 47.52 ระบุว่า ไม่เหมาะสม เพราะ บทลงโทษน้อยเกินไป อยากให้เพิ่มบทลงโทษให้มากกว่านี้ เช่น จำคุก 5 - 20 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และร้อยละ 1.20 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านความความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาและปราบปรามผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าหรือบุกรุกเขตรักษาพันธุ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;สัตว์ป่า พบว่า ร้อยละ 19.04 ระบุว่า มีความเชื่อมั่นมาก ร้อยละ 31.04 ระบุว่า ค่อนข้างมีความเชื่อมั่น ร้อยละ 36.96 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น ร้อยละ 11.60 ระบุว่า ไม่มีความเชื่อมั่นเลย และร้อยละ 1.36 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและการบุกรุกป่าไม้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.32 ระบุว่า มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและมีบทลงโทษที่รุนแรงขั้นเด็ดขาด รองลงมา ร้อยละ 33.60 ระบุว่า มีการเสริมสร้างจิตสำนึก ในการอนุรักษ์และหวงแหนป่าไม้และสัตว์ป่าให้แก่ประชาชน ร้อยละ 23.20 ระบุว่า มีการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเยาวชน ในการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า ร้อยละ 13.12 ระบุว่า มีการส่งเสริมเผยแพร่ด้านความรู้เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของสัตว์ป่าและป่าไม้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 11.04 ระบุว่า มีการสร้างและพัฒนาช่องทางในการรับแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสให้มีความสะดวก หลากหลาย ร้อยละ 6.96 ระบุว่า มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 4.64 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ควรมีมาตรการไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในอุทยานโดยเด็ดขาดนอกจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น เพิ่มงบประมาณและสวัสดิการให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่มีวิธีไหนเลยที่แก้ได้ และร้อยละ 1.28 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนทุกระดับว่าจะมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.88 ระบุว่า ไม่มีความเชื่อมั่น เพราะ การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด กฎหมายมีช่องโหว่ในการบังคับใช้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายละเลยต่อหน้าที่ เจ้าหน้าที่เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล ขณะที่ ร้อยละ 27.84 ระบุว่า มีความเชื่อมั่น เพราะ กฎหมายมีความชัดเจนในการบังคับใช้อยู่แล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ผู้บังคับใช้กฎหมาย มีความความเที่ยงตรง ยุติธรรม และมีจิตสำนึกที่ดีอยู่แล้ว และร้อยละ 3.28 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2838</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, บังคับใช้กฎหมาย, ล่าสัตว์ป่า, ไม่เท่าเทียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a7fa33fcee85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
