<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนกวินท้าชน112 ลั่นไม่ขอลี้ภัยปูดมีฏิวัติปลุก25พ.ย.ทุบหม้อข้าว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โฆษก พปชร.มั่นใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เหมาะสมเป็นผู้นำในสถานการณ์ขณะนี้ ยันการให้ จนท.บังคับใช้กฎหมายทุกมาตราเพื่อความสงบสุขเป็นทางออกตามหลักสากล เพราะการชุมนุมสุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรง ตร.แจงใช้ ม.112 พิจารณาระดับกองบัญชาการเท่านั้น &amp;quot;เพนกวิน-อานนท์&amp;quot; ปูดอีก &amp;quot;อภิรัชต์&amp;quot; เดินสายเตรียมทำรัฐประหาร ยุให้สาดสีสิ่งปฏิกูลใส่เพื่อแสดงออกว่าไม่กลัว ม็อบ 3 นิ้วตั้ง &amp;quot;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน&amp;quot; รวม 10 เครือข่าย ถึงบางอ้อ! นัดชุมนุมที่ถนนอักษะให้มวลชนเสื้อแดงมาร่วมรำลึกเหตุการณ์ปี 57 ลั่นจะเอาคืน ชนะแน่นอน &amp;quot;บิ๊กกวิ้น&amp;quot; ท้าให้ตั้งข้อหา ม.112 ลั่นไม่หนี จะปรับการชุมนุมให้เข้มข้นร้อนแรงยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้นัดรวมตัวทำกิจกรรมนิทรรศการงานเฟสติวัล รวมพลังประชาธิปไตย บริเวณถนนอุทยาน-อักษะ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป และตกลงจะสลายการชุมนุมในเวลา 03.00 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้ว่า เป็นสิ่งที่กระทำได้ แต่ต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่การชุมนุมในระยะหลังมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่อาจพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงได้ จึงจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนที่มีการขยายความว่า จะใช้มาตรา 112 เพื่อจัดการนั้น แถลงการณ์นายกรัฐมนตรีเน้นให้ใช้กฎหมายทุกมาตราตามความผิดที่เกิดขึ้นจริง ไม่มีการเน้นที่มาตราใดมาตราหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคพลังประชารัฐยังเชื่อมั่นในบทบาทผู้นำประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ได้ดำเนินการด้วยความจริงใจ ทั้งการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม. รวมถึงแนวทางการเจรจาอย่างสันติวิธี ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราในทุกระดับ จึงเป็นทางออกตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก และเชื่อมั่นว่านายกฯ จะไม่ถอดใจ และเดินหน้าเพื่อการปฏิรูปประเทศ รวมถึงฟื้นฟูประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคนและเทิดทูนไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;quot; น.ส.พัชรินทร์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ประกาศจะใช้กฎหมายทุกฉบับกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า พล.อ.ประยุทธ์รู้ตัวเองตั้งแต่แรกแล้วว่าสถานะความชอบธรรมเริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ถ้ายังอยู่ในตำแหน่งไปเรื่อยๆ ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เสียสละตัดสินใจเพื่อประเทศชาติ เพื่ออนาคตของชาติ อนาคตของคนรุ่นหนุ่มสาวที่กำลังประท้วงตัวเวลานี้ ควรลาออกไปก่อน จะทำให้บรรยากาศมันดีขึ้นเยอะ แต่ตรงกันข้าม กลับเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น ใช้มาตรการที่แรงมากๆ ขึ้น ซึ่งกังวลว่ามันจะนำไปสู่ทางตันมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาทั่วไปผ่านสถานการณ์ล่อแหลมอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยวุฒิภาวะของเด็กๆ ก็สามารถจัดการชุมนุมผ่านไปได้ด้วยดี เพราะฉะนั้นต่อไปก็คงไม่มีปัญหาในการชุมนุมแต่อย่างใด เพราะนี่คือการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว คือส่วนตนเองรวมถึงคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไม่มีปัญหาอะไรกันโดยตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันนี้ที่รณรงค์กันอยู่ ก็อยากเห็นบ้านเมืองกลับไปสู่ประชาธิปไตย ทั้งนี้ เมื่อเวลามีวิกฤตการณ์ คนก็มักจะคิดว่าจะมีรัฐประหารหรือไม่ แต่ตนเชื่อเหลือเกินว่าถ้าครั้งนี้จะมีเกิดขึ้นอีก มันคงจบไม่เหมือนเดิม คนที่คิดจะทำให้คิดเสียใหม่
นักเรียนเลวคิดสร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp; ได้ติดตามการชุมนุมและกิจกรรม #บ๊ายบายไดโนเสาร์ ของน้องๆ เยาวชน เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2563 เยาวชนวันนี้ เราต้องยอมรับความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าแสดงออกในการเคลื่อนไหว รวมไปถึงการสะท้อนปัญหาหลายๆ เรื่องที่ซ่อนอยู่ในสังคมออกมาได้อย่างแยบยล ผ่านการตั้งคำถามถึงในโรงเรียนซึ่งควรจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด วันนี้อาจกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ในอนาคต หากยังไม่ได้มีการแก้ไข น่าเสียดายที่เสียงบริสุทธิ์ของพวกเขาไม่ได้ถูกรับฟัง แต่กลับกำลังถูกผู้มีอำนาจมองเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายและใช้กฎหมายจัดการ วันนี้เราจึงได้เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่อายุเพียง 16 ปี กำลังถูกออกหมายเรียกโดยเจ้าหน้าที่ให้ไปรับทราบข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;น้องๆ นักเรียน จัดงานได้มีคุณภาพ กิจกรรมดี ได้ข้อคิดดีๆ ในเรื่องการศึกษา นักเรียน สิทธิเด็ก ช่วยกันไล่ไดโนเสาร์ครับ #ม็อบ21พฤศจิกา #บ๊ายบายไดโนเสาร์ #นักเรียนเลว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ นพ.ทศพร จะปรากฏตัวตามที่ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร และกลุ่มนักเรียนเลว แทบจะทุกครั้งเมื่อมีการนัดชุมนุมจนถูกสังคมโซเชียลฯ อีกฝ่ายนำไปล้อเลียนว่า &amp;quot;เป็นผู้ปกครองกลุ่มนักเรียนเลว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ นพ.ทศพร ว่าม็อบนักเรียนเลวจัดชุมนุมคราวนี้ ตัวแทนขึ้นเวที ก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความจอมือถือ เนื้อหาเต็มไปด้วยความหมิ่นเหม่ จาบจ้วงตามสไตล์ของนักเรียนเลวๆ มี Concept ว่า &amp;quot;บ๊ายบายไดโนเสาร์&amp;quot; แต่กลับมีไดโนเสาร์รุ่น 1 ที่แฝงตัวปะปนอยู่ในฐานะเป็นผู้ชักใยคอยควบคุมการแสดงอยู่เบื้องหลัง รู้ยัง! ยุคก่อนนั้นหมอนี่แหละเป็นโฆษกของรัฐบาลไดโนเสาร์ที่โกงจำนำข้าวจนบ้านเมืองล่มจมจนถูกพวกไดโนเสาร์อีกฝ่ายหนึ่งปราบเสียอยู่หมัด สร้างความโกรธแค้นฝังแน่นในใจให้ไดโนเสาร์อย่างแก วันนี้จึงจ้างวานให้เด็กเลวๆ ออกหน้าโจมตีช่วยขับไล่ไดโนเสาร์ที่มีอำนาจออกไป เพื่อให้ไดโนเสาร์อีกฝูงหนึ่งของพวกแกกลับมามีอำนาจ ได้ครองเมืองบ้าง ก็แค่นั้นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กลุ่มนักเรียนเลวได้จัดชุมนุมใต้สถานีรถไฟฟ้าสยาม บนถนนพระราม 1 เรียกร้องการปฏิรูปสถาบัน มีการเปิดเพลงเต้นล้อเลียนเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งว่า &amp;ldquo;ตำรวจต้องเร่งจัดการกลุ่มนักเรียนเลวให้เด็ดขาด ให้พวกเขาได้รู้ว่าคุกมีไว้ขังคนเลวๆ ที่ไม่รู้จักหน้าที่ของตน #คุกไว้ขังพวกนักเรียนเลว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า กรณีการใช้มาตรา 112 นั้นจริงๆ แล้วหลังจากการยึดอำนาจคราวนี้เป็นการใช้มาตรา 112 มากที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีแนวพระราชประสงค์ออกมาว่าจะไม่ทรงดำเนินคดีมาตรา 112 ตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกมาอธิบายเรื่องมาตรา 112 รอบแรกนั้นอธิบายข้อความส่วนเดียว เพราะในวรรคต่อจากนั้นคือคนที่จะตัดสินว่าจะดำเนินคดี 112&amp;nbsp; หรือไม่ มีเพียงบุคคลเดียวเท่านั้น คืออัยการสูงสุด โดยการขอความเห็นจากสำนักพระราชวัง ที่ทำลงไปนั้นเป็นผลดีกับรัฐบาลหรือจะเป็นผลดีกับสถาบัน หรือจะเป็นผลร้ายกับสถาบัน
ระดับ บช.พิจารณาม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงแนวทางการดูแลและการจัดจราจรกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม โดย พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงการแจ้งข้อหาผิด ม.112 ยังต้องดูตามพฤติการณ์และบริบทของผู้ชุมนุม หากเข้าข่ายก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามนั้น ยืนยันว่าตำรวจต้องให้ความเป็นธรรม และการแจ้งข้อกล่าวหานี้จะต้องพิจารณาระดับกองบัญชาการเท่านั้น ส่วนการเตรียมออกหมายเรียกผู้ชุมนุมที่รัฐสภาแยกเกียกกายและหน้า ตร.นั้น สน.บางโพ, สน.เตาปูน และ สน.ปทุมวัน กำลังพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จะมีคนผิดมากกว่า 30 รายหรือไม่ ตัวเลขไม่สำคัญ สำคัญที่คนกระทำผิด เชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เบื้องต้นความผิดแบ่งเป็นหลายส่วน สำหรับผู้ชุมนุมเข้าข่ายผิดฐานจัดการชุมนุมโดยมิชอบ บางส่วนสมคบกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อย อีกส่วนที่ทำลายสิ่งของและกล้องวงจรปิด ฐานทำให้เกิดความเสียหายซึ่งทรัพย์สินเอกชน ทรัพย์สินราชการ และทรัพย์สินสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ที่อุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมด้วยนายอานนท์ แสนน่าน ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย พร้อมส่วนราชการ อดีตกลุ่มคนเสื้อแดง และ ผกค.เก่า รวมถึงภาคประชาชน รวมกว่า 300 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง เพื่อขอพรให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสุข และแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง รวมถึงเพื่อขอพรให้เกิดความสงบสุข ประชาชนรู้รักสามัคคีกัน และร่วมกันปกป้องสถาบันหลักสำคัญของประเทศ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมได้พูดคุยทำความเข้าใจกับอดีตคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไป ได้เข้าใจ รู้รัก หวงแหน และเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ไว้เหนือเกล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระกล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรว่า? ไม่ใช่ม็อบที่เป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นม็อบที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนาด้วย ซึ่งจะเห็นในม็อบว่ามีธงศาสนาใหม่เกิดขึ้นแล้ว เรียกว่า? &amp;quot;ธงแครอตธรรมจักร&amp;quot; เพื่อจ้องจะล้มล้างรากเหง้าของบรรพบุรุษไทย ถ้าขืนม็อบกลุ่มนี้กระทำการได้สำเร็จ เชื่อว่าศิลปวัฒนธรรมความเป็นชาติไทยจะถูกถอนรากเหง้าจนหมดสิ้น ตอนนี้เลิกได้ก็เลิก หยุดได้ก็หยุดซะ พอได้ก็พอแล้ว กลับไปเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ไปทำหน้าที่เยาวชนที่ดีของชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.25 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) หนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ช่วงนี้กลิ่นรัฐประหารแรงขึ้นเรื่อยๆ และบรรยากาศทางการเมืองช่วงไม่กี่วันนี้เริ่มคล้ายกับช่วงก่อนรัฐประหาร 49 ถ้าเกิดการรัฐประหารขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนออกมาต่อต้านอย่างสุดความสามารถ&amp;quot;
ปูด &amp;quot;อภิรัชต์&amp;quot; จ้องรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังทวีตข้อความด้วยว่า &amp;quot;อภิรัชต์ซึ่งเป็นรองราชเลขาฯ ตอนนี้กำลังเดินสายล็อบบี้พวกตัวเองให้มาก่อรัฐประหาร #ต้านรัฐประหาร&amp;quot; และว่า &amp;quot;ตอนนี้มีสัญญาณรัฐประหารแรงมากจากทางวัง แต่เข้าใจว่าองคาพยพเผด็จการส่วนอื่นๆ ยังไม่เอาด้วยเต็มที่ ขอให้วังเลิกล้ม เลิกความคิดชาติชั่วเช่นนั้นเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ตัวคุณเองจะทรุดไปกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน #ต้านรัฐประหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ตื่นมาอ่านข่าว กระแส ประชาธิปไตยมันไปไกล ลึก และขยับขึ้นสูงในทุกมิติของสังคมแล้ว สังคมเก่าถูกสั่นคลอน สุดๆ แล้ว ถ้ายังไม่ปรับตัวนี่พังทลายหมดแน่นอน การเปลี่ยนแปลงอาจมาเร็วกว่าที่คิด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอานนท์ได้โพสต์ข้อความอีกหลายครั้ง ระบุถึงการทำรัฐประหารว่า &amp;ldquo;มีคนส่งข่าวมาและให้เช็กข่าวว่า มีการขนสไนเปอร์เข้า กทม. และอภิรัชต์เดินสายขอความเห็นเรื่องการทำรัฐประหาร ให้ผมเช็กข่าวและเตรียมพร้อม แล้วผมจะไปเช็กยังไง? คนที่เกี่ยวข้องคือกองทัพกับอภิรัชต์ ช่วยออกมายืนยันหน่อยได้มั้ยว่ามันไม่จริง&amp;rdquo; พร้อมระบุถึงวิธีการต้านรัฐประหารว่า ให้คู่สมรสหรือลูกของทหารที่จะออกมารัฐประหาร จัดการตามสมควร ไม่ให้ทหารที่บ้านท่านออกมารัฐประหาร, ต้องปลดอาวุธทหารที่ออกมายืนตามสถานที่สำคัญ ไล่ สาดสี เพื่อให้รู้ว่าไม่ใช่ฮีโร่, &amp;ldquo;บ้านพัก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ที่ทำงาน&amp;rdquo; รวมทั้งรถประจำตำแหน่งของคนที่มีส่วนทุกระดับชั้นในการรัฐประหาร ต้องถูกประณามด้วยการสาดสี หรือสิ่งปฏิกูลอื่นๆ เพื่อแสดงออกว่าเราไม่พอใจ และไม่กลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดรวมตัวทำกิจกรรมนิทรรศการงาน เฟสติวัลรวมพลังประชาธิปไตย บริเวณถนนอักษะ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า &amp;quot;เสื้อแดงก้าวหน้า 63&amp;quot; ที่มีนายภานุพงษ์ มุกดารา เป็นประธาน ได้โพสต์ข้อความเชิญชวนมวลชนเสื้อแดงที่เคยร่วมชุมนุมที่ถนนอักษะเมื่อช่วงเดือนเมษายน 57 ให้เข้าร่วมการชุมนุมที่จัดขึ้น และพบข้อความเชิญชวนให้รำลึกเหตุการณ์ของคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้น และชูข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง และสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษาเป็นจุดยืนหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รูปแบบที่กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 จะเข้าร่วมนั้น อาทิ มีรถโมบายกลุ่มแดงก้าวหน้า 63, กิจกรรมร่วมสนุกแบบงานวัดสไตล์คนเสื้อแดง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. กลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา กลุ่มแดงก้าวหน้า เริ่มมีผู้ชุมนุมสวมใส่ทั้งเสื้อสีดำและเสื้อสีแดงทยอยเข้าพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าพื้นที่เช่นกัน จำนวน 3 คันรถบัสของกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน และมีเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวงเข้ามาติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ถนนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปิดทางเข้าถนนอุทยาน ตรงบริเวณจุดตัดถนนทวีวัฒนา เลียบคลองทวีวัฒนา ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าบริเวณการชุมนุม ส่งผลให้ชาวบ้านไม่พอใจและตะโกนด่าทอตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยอ้างตัวว่าเป็นชาวบ้านบริเวณนี้ ไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ที่ยืนสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว กล่าวว่า สาเหตุที่ปิดเส้นทางบริเวณนี้เพราะต้องการให้ผู้ชุมนุมเข้าทางถนนพุทธมณฑลสาย 4 เพียงเส้นทางเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ?เวลา? 15.55 น.? มวลชนเริ่มทยอยเข้าสู่พื้นที่การชุมนุม ขณะที่? พ.ต.อ.สมศักดิ์? มงคลคุณากร? ผกก.สน.ธรรมศาลา? ได้เข้าเจรจากับแกนนำเพื่อให้ขยับเวทีจากซอยอุทยาน 13 มาที่ซอยอุทยาน 11 แต่ผู้ชุมนุมพยายามขอใช้จุดเดิม? ในที่สุดได้ข้อสรุปว่าให้ตั้งอยู่ระหว่างซอย?อุทยาน 11 และอุทยาน 13
ผุด &amp;quot;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมศักดิ์?กล่าวว่า? ผู้ชุมนุมแจ้งว่าจะชุมนุมตั้งแต่เวลา 16.00 น.จนถึงเวลา 03.00 น. ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง? เพราะผู้ชุมนุมยอมปฏิบัติตามที่ได้มีการพูดคุยและตกลงกันไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมจนกว่าผู้ชุมนุมจะยุติการชุมนุม ส่วน พล.ต.ต.เอกชัย? บุญวิสุทธิ์? ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7? กล่าวว่า? ได้แจ้งให้ผู้ชุมนุมจัดชุมนุมให้ห่างเขตพระราชฐานมากกว่า? 150 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุมเรื่องการตั้งเวทีสำเร็จ? ปรากฏว่ามีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ?และรถบัสของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จำนวนหลาย?คันเข้ามาจอดใกล้จุดที่จะผู้ชุมนุมจะตั้งเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา? 17.15 น.? ผู้ชุมนุมได้นำโลงศพสีแดงจำนวน? 3 โลง? มาตั้งไว้หน้าแถวตำรวจตระเวนชายแดน? จากนั้นได้เดินวน? 3 รอบ? และวางดอกไม้จันทน์? รวมถึงยืนไว้อาลัย? 3 นาที?เพื่อระลึกถึงการต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดง?ที่เสียชีวิต แต่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม? พร้อมกับร่วมกันตะโกนด่าเผด็จการจงพินาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 18.00 น. นายตูมตาม (สงวนนามสกุล) แถลงว่า ได้เกิดทีมการ์ดหลายทีมที่ร่วมปกป้องมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุม ทางกลุ่มการ์ดจึงได้จัดตั้งกลุ่ม &amp;ldquo;การ์ดภาคีเพื่อประชาชน&amp;rdquo; โดยมีกลุ่มการ์ดที่เข้าร่วมอุดมการณ์ ดังนี้ 1.ทีมการ์ดปลดแอก 2.ทีมการ์ดมวลชน 3.ทีมการ์ดราษฎร 4.ทีมราษฎรฝั่งธน เป็นกลุ่มการ์ดอาชีวะ 3 ข้อ 5.ทีมการ์ดเฉพาะกิจ 6.ทีมการ์ดอากิระพลังมวลชน เกิดจากกลุ่มนักเพาะกาย 7.ทีมองค์กรบอดี้การ์ด สเปเชี่ยล ฟอร์ส เป็นทีมจากครูพลาม ซึ่งเป็นอดีตหน่วยซีล 8.ทีมนกพิราบขาว 9.ทีมการ์ดฟันเฟืองประชาธิปไตย เกิดจากกลุ่มพี่น้องอาชีวะ และ 10.ทีมอาชีวะพิทักษ์ประชาชน เป็นการ์ดกลุ่มใหม่ที่พี่น้องอาชีวะก่อตั้งขึ้นมา และเปิดตัวในวันนี้ พร้อมปกป้องและดูแลประชาชนและสนับสนุนในข้อเรียกร้องของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีการประกาศของการ์ดกลุ่มฟันเฟืองอาชีวะเพื่อประชาธิปไตยจะไม่ขอเข้าร่วมการชุมนุมอีก นายตูมตามกล่าวว่า เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล และยังคงเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม สาเหตุที่แยกออกมาเพราะความห่างระหว่างวัยของศิษย์เก่ากับศิษย์ปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการชุมนุมพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ต่อมาเวลา 18.15 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางมาร่วมชุมนุมที่เวทีการชุมนุมถนนอุทยาน-อักษะ โดยมีการ์ดคอยรักษาความปลอดภัย
&amp;quot;บิ๊กกวิ้น&amp;quot; ท้าชน ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.30 น. แกนนำทีมจัดกิจกรรมขึ้นปราศรัยสาเหตุของการจัดงานว่า เกิดจากการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 57 ภายหลัง คสช.ยึดอำนาจ และเป็นการรวมตัวของศิษย์เก่าถนนอักษะเมื่อปี 57 ซึ่งวันนั้นคนเสื้อแดงอาจจะแพ้ แต่วันนี้จะเอาคืนและสามารถชนะแน่นอน โดยบนเวทีจะมีไฮไลต์ตลอด อาทิ ปัญหาตุลาการ ที่คดีคนเสื้อแดงถูกยกฟ้องทั้งที่มีการเสียชีวิต รวมทั้งการที่รัฐสภาไม่รับร่างของไอลอว์ และจะมีการ์ดในเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. มาเล่าเหตุการณ์ด้วย นอกจากนี้ภายในงานยังเน้นธีมงานวัด มีม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ รวมถึงมีการฉายหนังกลางแปลงเกี่ยวกับเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 18.37 น. พิธีกรบนเวทีได้เชิญชวนผู้ชุมนุมเพื่อชูสามนิ้ว พร้อมเปิดเพลงเคารพของชาติ โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ รวมทั้งนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ อยู่หลังเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ที่หน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ว่า ในวันดังกล่าวจะมีปราศรัยเกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เราให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการปะทะ ดังนั้นถ้าเกิดความรุนแรงก็ขอให้ทราบไว้เลยว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้ชุมนุม และที่ผ่านมาความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ไม่เคยมาจากประชาชน แต่มาจากภาครัฐทั้งสิ้น ส่วนจะปักหลักค้างคืนหรือไม่นั้น ขอเก็บไว้เป็นความลับ และจะเปิดเผยอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งจะชุมนุม 7 วันต่อเนื่องหรือไม่ ก็ขอให้ฟังอีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชัยชนะของพวกเรามาถึงจุดหนึ่งแล้ว นั่นคือการสร้างบรรทัดฐานว่า การพูดถึงพระมหากษัตริย์สามารถทำได้ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ อย่าว่าแต่พูดเลย แค่คิดก็กลัวแล้ว แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าใครก็ตามที่ใช้อำนาจประชาชน ใช้ภาษีประชาชน สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจากรัฐบาลประกาศจะมีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด รวมถึงใช้มาตรา 112 ด้วย จะมีการปรับรูปแบบการชุมนุมและการปราศรัยหรือไม่ อย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า จะปรับให้เข้มข้นและร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ตนยินดีที่จะถูกตั้งข้อกล่าวหามาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าหากถูกตั้งข้อกล่าวหามาตรา 112 จะขอลี้ภัยหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ และจะขอสู้กับพี่น้องอยู่ที่นี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.45 น. นายพริษฐ์ปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้เอามาตรา 112 ที่สะท้อนถึงความรุนแรงป่าเถื่อนมาเล่นงานพวกเรา และมาตรา 112 ก็ใช้มาตั้งแต่ยุคเสื้อแดงมาถึงยุคนักศึกษา ซึ่งเราไม่กลัว และจะเปลี่ยนความกลัวเป็นความโกรธและเกลียดชัง ทั้งนี้ ยืนยันว่าวันนี้สามารถทำให้ประชาชนพูดเรื่องสถาบันได้แล้ว
นายพริษฐ์กล่าวว่า วันนี้พยายามยั่วยุให้ทะเลาะกัน ยิงกัน และ พล.อ.ประยุทธ์ก็ออกมาเพื่อรักษาความสงบในปี 2557 และครั้งนี้ก็จะใช้แนวทางนี้อีกเพื่อยึดอำนาจ โดยพยายามทำให้เกิดความรุนแรง แต่เรามีสติไม่ตกหลุมพราง ไม่ทำร้ายใคร และไม่ต้องอ้างประชาชนตีกัน มีแต่ทหารที่ปลอมตัวเป็นประชาชนและตีประชาชน&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากมีรัฐประหารให้คนทั้งประเทศออกมาเพื่อแสดงพลัง และไม่ให้แย่งชิงแผ่นดินพวกเราอีกต่อไป และวันที่ 25 พ.ย.ให้ออกมาที่สำนักงานทรัพย์สินฯ เพื่อทุบหม้อข้าวศักดินา ทุบหม้อข้าวเผด็จการ เพื่อคืนให้ประชาชน
ทั้งนี้ นายพริษฐ์ยังปราศรัยเรื่องงบประมาณของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างดุเดือด และตั้งคำถามคนเสื้อเหลือง อยากเห็นชาติ เป็นเช่นใดที่รักสถาบันแบบไม่ลืมหูลืมตา ว่าได้ให้อะไรแก่พวกคุณบ้าง นอกจากนี้พร้อมท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายคลิปไว้ได้เลย และตัวเองไม่กลัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84709</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมสุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรง, บังคับใช้กฎหมาย, บังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา, พรรคพลังประชารัฐ, ม 112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba7c84c76a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เล็งงัดม.112ฟันม็อบ นายกฯห่วงความรุนแรงขยายตัวลั่นบังคับใช้กม.ทุกมาตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกแถลงการณ์จะเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราทุกตัวให้เข้มข้นจัดการม็อบ ชี้เพราะสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขยายตัว &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; รับพร้อมงัดมาตรา 112 จัดหนักหากองค์ประกอบครบ ประเดิมชุมนุมวันที่ 21 และ 25 พ.ย. &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; ชี้เป็นประกาศสงคราม เล็งยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธี เพนกวินบอกสาดสีเป็นศิลปะต่อสู้แบบสันติ &amp;ldquo;เด็กก้าวไกล&amp;rdquo; พล่านซัดแถลงการณ์เฮงซวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากสถานการณ์การชุมนุมในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลและทุกฝ่ายกำลังร่วมกันหาทางออกโดยสงบและสันติบนพื้นฐานของกระบวนการตามกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีท่าทีที่จะบรรเทาลง แม้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ใช้ความพยายามปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดำเนินการต่างๆ ตามหลักสากลด้วยความระมัดระวัง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักษาบรรยากาศของความรักความสามัคคีปรองดองของทุกคนในชาติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีนัก และมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งนำไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อาจเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง รวมทั้งความสงบสุขปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป
&amp;ldquo;รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมาย เพิกเฉยต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยจะดำเนินคดีต่างๆ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล จึงขอแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน&amp;rdquo; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์นายกฯ ว่าเพื่อให้สถานการณ์ภายในประเทศเกิดความสะดวกเรียบร้อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลผ่อนคลายมาตรการในหลายส่วนแล้ว แต่การชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่ได้ชุมนุมโดยสงบเหมือนที่กล่าวอ้าง และมีแนวโน้มว่าหลังจากนี้จะมีผู้ที่เห็นต่างออกมาชุมนุมกันมากขึ้น จนนำไปสู่การเผชิญหน้าเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไประงับเหตุ และดูแลผู้บาดเจ็บ ดังนั้นเพื่อให้สังคมกลับมาสู่ความสงบโดยเร็ว เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการแล้วไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่วนการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจคงชี้แจงออกมา ก็ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า บางฝ่ายออกมาระบุแถลงการณ์ดังกล่าวเหมือนข่มขู่ผู้ชุมนุม นายอนุชาตอบว่า ไม่ใช่ข่มขู่ แต่แถลงการณ์ที่ต้องการให้สังคมกลับมาสงบโดยเร็ว ไม่กระทบกับคนโดยรวมที่อาจไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม รัฐบาลไม่มีเจตนาข่มขู่ เพียงแต่ต้องการให้เหตุการณ์เกิดความสงบโดยสันติภายใต้กรอบกฎหมายเท่านั้น
พร้อมใช้มาตรา 112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดแถลงการณ์ แต่เชื่อว่านายกฯ ถอยมาทุกก้าวแล้ว โดยใช้ช่องทางต่างๆ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับไม่ยอมรับและละเมิดกฎหมายมากขึ้นเรื่อยๆ และส่อความรุนแรงขึ้น ซึ่งการจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดอย่างไรนั้น ในข้อกฎหมายมีการระบุไว้แล้วว่าจะดำเนินคดีกับใคร ต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบความผิดนั้นๆ&amp;nbsp; รวมถึงการนำมาตรา 112 มาใช้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและเจตนาของผู้กระทำ หากกระทำความผิดก็นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา หากเข้าองค์ประกอบความผิดใดตำรวจก็ดำเนินคดีทุกกรณี
&amp;ldquo;ตำรวจไม่กังวลที่จะนำมาตรา 112 กลับมาใช้อีกครั้ง เพราะเป็นไปตามหน้าที่ และยืนยันว่าตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับกลุ่มใด&amp;rdquo;พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวถึงความรุนแรงที่แยกเกียกกายว่า ตำรวจมีข้อมูลทราบว่ามีชายสวมใส่เสื้อกันฝนสีชมพู ซึ่งคาดว่าจะเป็นการ์ดของกลุ่มราษฎร เป็นผู้นำอาวุธปืนเปิดฉากยิงใส่กลุ่มประชาชนที่ปักหลักชุมนุมที่ถนนทหารก่อน ส่วนจะฝึกฝนมาหรือไม่ อยู่ระหว่างสืบสวน รวมทั้งหลักฐานปลอกกระสุนที่ตกในที่เกิดเหตุ โดยพนักงานสอบสวนจะเก็บพยานหลักฐานดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมโดยมิชอบ และร่วมกันตั้งแต่ 10 คนเป็นต้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง รวมถึงทำร้ายร่างกาย และทำให้สูญเสียทรัพย์สิน ส่วนกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมที่ผิดเงื่อนไขการให้ประกันนั้น พนักงานสอบสวนเตรียมพิจารณาเสนอให้ศาลเพิกถอนประกันตัวแกนนำทั้งหมดที่ผิดเงื่อนไข และเตรียมเสนอศาลกำหนดห้ามแกนนำเข้าพื้นที่ที่มีการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตำรวจมีความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ 21 และ 25 พ.ย. โดยจะเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น&amp;rdquo;พล.ต.ต.ปิยะระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. นำสื่อมวลชนลงสำรวจความเสียหายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรสาดสีใส่ป้ายด้านหน้าและบริเวณโดยรอบ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย. โดยพบว่ามีกล้องวงจรปิดถูกพ่นสีทับ 13 ตัว ป้ายชื่อ ตร. กำแพง และโคมไฟที่ได้รับความเสียหายเช่นกัน ซึ่ง ตร.มอบหมายให้ตำรวจสันติบาลแจ้งความเอาผิดแล้ว และยังมีตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกขว้างปาสิ่งของจากข้างนอก 3 ราย ซึ่งแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวันเช่นกัน รวมทั้งยังมีรถตำรวจของ สน.สุวินทวงศ์ ถูกพ่นสเปรย์และเจาะยางเสียหาย 1 คันด้วย ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่า
&amp;ldquo;การชุมนุมเป็นสิทธิตามกฎหมาย แต่ขอให้ชุมนุมโดยสันติ ไม่ใช่การทำลายทรัพย์สินราชการที่มาจากภาษีประชาชนทั่วประเทศ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงการเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใส่ร้ายนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านช่องทางโซเชียลฯ ว่าขณะนี้มีการกล่าวหาใส่ร้ายนายชวน โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และช่องทางอื่นๆ ว่าเป็นคนสั่งการและสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายประชาชนในการชุมนุมหน้ารัฐสภา ซึ่งไม่เป็นความจริง นายชวน จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย โดยได้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจให้ตนเองในฐานะทนายความไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
&amp;ldquo;มีทั้งคนที่กระทำผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ขู่ และไม่ได้ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน แต่ควรวิจารณ์ตรงไปตรงมา ตรวจสอบให้เต็มที่ แต่ถ้าบิดเบือนใส่ร้ายด้วยความเท็จ ช่องทางที่จะระงับสิ่งเหล่านี้ได้ คือใช้กระบวนการกฎหมายดำเนินการให้ถึงที่สุด&amp;rdquo; นายราเมศระบุ
&amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo;อัดม็อบถ่อย
ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเป็นพฤติกรรมที่เลว ถ่อย นี่หรือคือการชุมนุมโดยสันติอหิงสา แต่เป็นความก่อจลาจล ยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปราม โดยผู้ชุมนุมคาดหวังอยากให้มีคนตาย เพราะจะใช้ศพมาเรียกร้องประชาธิปไตยและโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่
&amp;ldquo;ขอฝากไปถึงบรรดาผู้ปกครองทั้งหลาย ว่าการชุมนุมในตอนนี้เห็นได้ชัดแล้วว่าไม่ปลอดภัยอย่างมาก เพราะฉะนั้นหากบุตรหลานของท่านเกิดบาดเจ็บ ขอให้อย่าออกมาเรียกร้องทีหลัง เพราะในเมื่อท่านไม่สามารถดูแลบุตรหลานของท่านได้ ก็คงไม่มีใครดูแลแทนท่าน&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันต้องช่วยกันพิจารณาว่าผู้ชุมนุมได้เดินมาถึงจุดที่พ้นความชอบธรรมในการเรียกร้องทางการเมืองไปแล้วหรือไม่ เพราะจากการติดตามหลายช่องทาง ฟังความเห็นจากหลากหลายผู้คน ซึ่งมีข้อชวนคิดว่าการปราศรัยของแกนนำบนเวที และที่เขียนชี้นำผ่านโซเชียลฯ รวมถึงคนที่อยู่เหนือแกนนำที่โพสต์ชี้นำ ยุยงมีการดูหมิ่นจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศ์อันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทั้งมวล ทำให้ค้นพบสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เป็นการทำลายสถาบัน มิใช่การปฏิรูปหรือการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเคารพ สร้างสรรค์ หวังดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่กำลังทำหาใช่หนทางของการสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคม ประเทศชาติหรือตัวเองไม่ แต่กำลังพาเด็กดีๆ ทั้งหลายเดินเข้ารกเข้าพง สิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังทำกันอยู่ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งสำนึกของความเป็นคน และกำลังจะก้าวข้ามเส้นที่ไม่ควรจะเดินข้าม&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ขอฝากอนาคตของชาติไว้กับพวกเขาในสิบยี่สิบปีข้างหน้า ผู้นำที่ยืนพูดหรือนั่งเขียนให้ความเชื่อแก่เด็กหนุ่มสาวว่า คนที่อยู่ตรงข้าม ไม่เกินยี่สิบปีก็แก่ตายหรือหมดปัญญาขวางทางแล้ว พวกเราต้องอดทนรอได้ อาจจะจริงอย่างที่ว่าก็ได้ หรืออาจจะมีเด็กหนุ่มสาววัยเดียวกันที่เขามีภูมิคุ้มกันจากการเรียนรู้ด้วยสติและปัญญา บวกกับครอบครัวที่เข้มแข็ง ยืนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้สังคมไทยก็ได้ อีกสิบปียี่สิบปีข้างอาจเป็นพลังใหม่ของสังคมไทยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงแถลงการณ์นายกฯ ว่า การที่รัฐใช้หลักนิติศาสตร์ในการแก้ปัญหา อาจไม่สามารถตอบโจทย์ในปัจจุบันได้ จำเป็นต้องเอาหลักรัฐศาสตร์เข้ามาแก้ไขร่วมด้วย การใช้แต่หลักนิติศาสตร์อาจทำให้เกิดวิกฤติที่มากขึ้น และการบอกว่าจะให้กฎหมายทุกมาตราทุกฉบับไม่ชัดเจนว่าเป็นมาตราไหน และเรื่องใดย่อมนำไปสู่ความกังวลของผู้ชุมนุมได้
ซัดแถลงการณ์เฮงซวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า เป็นแถลงการณ์ที่เฮงซวย ที่สมกับที่ออกมาจากรัฐบาลเฮงซวย ดื้อตาใส พูดได้โดยไม่อายปากหรือละอายแก่ใจว่าที่ผ่านมาดำเนินการด้วยความจริงใจ แต่ความจริงคือซ่อนความเหี้ยมโหดอำมหิตบิดเบือนความจริงเพียงเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตามถนัดของผู้นำเผด็จการที่ความกลัวกำลังเข้าตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอถามชัดๆ ตรงนี้เลยว่า จะอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อใช้มาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ ขอเตือนว่าการนำความจงรักภักดีมาผูกไว้กับความล้มเหลวของรัฐบาลเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสถาบันเอง นี่ไม่ใช่ท่าทีของคนที่จริงใจทั้งต่อประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์เลย แต่เป็นนิสัยของเผด็จการขี้ขลาดที่ต้องการไล่ล่าจัดการกับประชาชนที่เห็นต่าง คิดต่าง&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว และว่า อย่าดันทุรังแล้วผลักประชาชนให้หมดหนทางเช่นนี้ สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดสงบลงได้แค่ลาออก ดีกว่าการประกาศทำสงครามกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ทวีตข้อความว่า การประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา ซึ่งรวมถึง 112 ด้วยของนายกรัฐมนตรี เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด มีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะการบังคับใช้ 112 เท่ากับรัฐบาลดึงให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ไม่มีข้อดีอะไร มีแต่เสียกับเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือเดียร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ทวีตเช่นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์แถลงเท็จอย่างมหันต์ ในความเป็นจริงรัฐบาลไม่เคยจริงใจในการแก้ปัญหา เห็นได้จากการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. และใช้เสียงข้างมากรัฐสภาโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์อย่างไร้เยื่อใยต่อประชาชน หวังคงไว้ในอำนาจและสืบทอดอำนาจของตนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงแถลงการณ์ว่า การประกาศขึงขังจะใช้ทุกมาตรานั้น รวมความแล้วว่าจะใช้มาตรา 112 แต่มาตรานี้ นายกฯ บอกว่าในหลวง ร.10 มีพระราชประสงค์ไม่ดำเนินคดีกับใคร หากย้อนอดีตแล้ว มาตรา 112 ถูกนำไปเป็นเครื่องมือแจ้งความขจัดฝ่ายตรงข้ามมาตลอด รวมทั้งสิ่งที่ไม่ได้อธิบายความว่าไม่ให้ใครไปฟ้องร้องกันเองได้นั้น แต่สิ่งที่ยังดูอยู่คือ ให้อำนาจอัยการสูงสุดไปฟ้องร้องได้ เพื่อป้องกันคนอื่นใช้ไปทำลายกันอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนายกฯ ประกาศเช่นนี้ จึงหนีตัวเองไม่พ้น เพราะเรื่องทั้งหมดมาจากตัวท่านเอง แต่ที่ผ่านมานายกฯ มีโอกาสมากมาย ซึ่งการพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ เพื่อลดความแตกแยกความขัดแย้ง ถ้าสภาให้โอกาสรับไปก่อนแล้วสถานการณ์จะคลี่คลายตามลำดับ&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
ยกเพดานสู้สันติวิธี!
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร ล่าสุด นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ประยุทธ์ประกาศรบกับประชาชน สำหรับข้าราชการที่ยังไม่เลือกข้าง ท่านต้องเลือกแล้วว่าจะอยู่กับอดีตหรือสร้างอนาคตไปพร้อมกับพวกเรา จะให้ความรุนแรงทั้งทางกฎหมายและทางกายภาพใดๆ กับผู้ชุมนุมก็เชิญตาม แต่ความชั่วช้าของพวกท่าน พวกเรายืนยันสันติวิธีขั้นสูงสุดในการต่อสู้ครั้งนี้ และพร้อมจะยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธีแบบที่เคยยกเพดานด้านข้อเรียกร้องเช่นกัน ขอให้เพื่อนร่วมขบวนราษฎรเตรียมรับความชั่วช้าของประยุทธ์กับพวกให้พร้อม เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน และดูแลจิตใจให้เข้มแข็ง มุ่งมั่น ต่อสู้เพื่อสังคมใหม่ของเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ทวีตข้อความว่า สาดสีพ่นสีถือเป็นสันติวิธี เพราะการใช้ศิลปะแสดงสัญลักษณ์ไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บล้มตาย ถ้าแค่พ่นสียังถือว่ารุนแรง ก็ไม่รู้แล้วว่าโลกนี้เหลืออะไรบ้างที่เรียกว่าสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊กนักเรียนเลวโพสต์ว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรรับบทไดโนเสาร์ ไม่รับ ไม่รู้ ไม่เปลี่ยนแปลง นักเรียนอย่างเราก็จะเป็นอุกกาบาตพุ่งชนความล้าหลังของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เมื่อเรียกร้องเรื่องการศึกษาแล้วไดโนเสาร์ไม่รับฟัง เจอกันราชประสงค์ 21 พ.ย. นี้ นักเรียนจะพูดทุกเรื่อง ทุกเรื่องที่ไดโนเสาร์ไม่อยากฟัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตยและกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตยโพสต์ว่า ขอแสดงการอริยะขัดขืนต่อการกระทำต่อเหตุการณ์ในม็อบเมื่อวาน ที่มีจาบจ้วงอย่างรุนแรง โดยในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ทั้งสองกลุ่มอาชีวะขอความร่วมมือโปรดอย่าแสดงสัญลักษณ์ทั้งสอง ส่วนท่านใดจะไปร่วมชุมนุมก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ เมื่อเหตุการณ์การดูหมิ่นจาบจ้วงเบาบางไปจากม็อบ อาชีวะทั้งสองกลุ่มนี้จะเข้าร่วมชุมนุมครั้งต่อๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นต่างๆ นั้น ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กถึงม็อบว่า เกินจะทนจริงๆ เลวกว่าเป็นมนุษย์ที่บอกตัวเองว่าเป็นคนไทย อิสรภาพ และเสรีภาพ เกินขอบเขตไปกันใหญ่แล้ว ถึงขนาดเขียนข้อความสาปแช่งสถาบัน มาตรา 112 ควรนำออกมาใช้ได้แล้ว ก่อนที่จะเหลิงกันมากไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ม็อบมาไกลเกินไปแล้ว? จาบจ้วงใส่ร้าย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทุกครั้ง ทำร้ายความรู้สึกของคนไทยทุกคน ม็อบ?เหิมเกริมเกินกว่าจะรับได้? นี่คือความตั้งใจล้มล้างสถาบัน? อย่าปล่อยให้กระทำผิดรายวัน? โดยรัฐไม่จัดการ? ผู้คนกำลังอึดอัด? เบื่อหน่าย? และกำลังจะหมดความอดทนกับมาตรการและความใจเย็นของรัฐบาล? เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมาย? นี่คือความผิดตามมาตรา? 112? ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ? หากไม่ดำเนินการถือว่า?ละเว้นการ?ปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ว่า สิ่งที่คนในม็อบจำนวนหนึ่งแสดงออกผ่านการพ่นสีเมื่อวันที่ 18 พ.ย. แทบไม่ต่างจากการแสดงออกของปีศาจในร่างคน ซึ่งบาดความรู้สึกของคนจำนวนมากที่จงรักภักดี&amp;nbsp; ซึ่งทางการต้องตัดสินใจใช้มาตรา 112 ดำเนินคดีกับแกนนำม็อบและพวกหัวโจก
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟชบุ๊ก &amp;quot;ศรีสุวรรณ จรรยา&amp;quot; ระบุว่า ม็อบสถุลไปที่ไหนทำเลอะเทอะเปรอะเปื้อนที่นั่น ถ้าอนาคตปล่อยให้ไปบริหารประเทศ คงต้องไร้ชาติ สิ้นแผ่นดินไทย เอาไปขังคุกดัดสันดานเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ระบุว่า อย่าใช้มาตรา 112 กับการชุมนุมทางการเมืองโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการขัดพระราชประสงค์ที่ไม่ต้องการให้ใช้กับประชาชน ตามที่นายกฯ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2563 หากมีการบังคับใช้จะเป็นการละเมิดพระราชดำรัสโดยตรง และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า หากยังมีการชุมนุม ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลและรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน หากการชุมนุมขาดความชอบธรรม หรือทำความเดือดร้อนให้คนส่วนใหญ่ ผู้ร่วมชุมนุมก็จะลดลงและจะไม่ได้รับการสนับสนุน แต่รัฐบาลต้องไม่ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งหรือมองอีกฝ่ายเป็นศัตรู.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84432</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับใช้กฎหมาย, บังคับใช้กฎหมายทุกมาตรา, ม. 112, มาตรา 112, สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขยายตัว, สาดสีเป็นศิลปะต่อสู้แบบสันติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a088c9e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
