<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.กทม.ยกอุทาหรณ์เครนล้มจี้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดอย่าให้วัวหายแล้วล้อมคอก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.62-จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างล้มเป็นเหตุให้อุปกรณ์ก่อสร้างได้หล่นลงมาบริเวณโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เมื่อวันที่ 19มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 9 คน และบาดเจ็บสาหัส 1 คน ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ลงไปดูพื้นที่ ทำให้รายการโทรทัศน์แห่งหนึ่งกล่าวหาส.ส.ในพื้นที่ไม่ได้ลงไปดูแลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ หรือ ดร.สัม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ รวมทั้งได้เข้าเยี่ยมเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ ได้ติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรายงานว่าในส่วนของเครนที่ล้มได้นำลงมาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เหลือการซ่อมแซมสถานที่ เพื่อความปลอดภัยทางโรงเรียนจึงประกาศหยุดถึง วันที่ 24 มิถุนายน 2562 ในขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหารือเพื่อกำหนดมาตรการระยะสั้นและระยาว ทั้งในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ เยียวยาสภาพจิตใจของผู้ประสบเหตุ ทั้งกลุ่มนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ กลุ่มนักเรียนทั้งโรงเรียน และกลุ่มครูรวมถึงบุคลากรของโรงเรียน โดยผู้ประกอบการจะรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายส่วนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวต่อว่า จากนี้ไปตลอดปีการศึกษา 2562 จนสิ้นสุด 31 มีนาคม 2563 ทางผู้ประกอบการจะไม่ก่อสร้างใด ๆ เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจ ส่วนการก่อสร้างอาคารจะก่อสร้างต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับระเบียบ ข้อกฎหมาย ทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และตรวจสอบได้ และได้เน้นย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายให้มากขึ้น ซึ่งทางเราจะคอยติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาการดีขึ้น ขณะนี้ได้ออกจากห้องไอซียู และนอนพักฟื้นที่ห้องวีไอพีพิเศษ ส่วนเรื่องของคดีกำลังดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยความเห็นส่วนตัวหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทาหรณ์ ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เฝ้าระวัง เข้มงวด กวดขัน มิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวนี้ขึ้นอีก ในขณะเดียวกันต้องเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปอย่างเคร่งครัด หน่วยงานต่าง ๆ ต้องเคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าให้วัวหายแล้วจึงล้อมคอก หากมีสิ่งใดที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งปัญหาหรือร้องเรียนได้ที่ &amp;nbsp;www.facebook.com/DrPacharin นะคะ จะพยายามแก้ทุกปัญหาอย่างสุดความสามารถค่ะ&amp;quot;นางสาวพัชรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด, วัวหายล้อมคอก, อัสสัมชัญคอนแวนต์, เครนก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cd0cfa3bf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันอันตรายสังเวย98ศพ คสช.ยึดรถเมาขับ752คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เข้าวันที่สอง 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุ 570 ครั้ง เสียชีวิต 56 ราย บาดเจ็บ 592 ศปถ.สั่งเน้นเฝ้าระวังจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเพิ่มความถี่เรียกตรวจเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด กวดขัน จยย. ผู้ที่ดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว คสช.เผย &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; ไว้แล้ว 752 คัน โฆษกศาลพบความผิดพ.ร.บ.จราจรฯ เข้าสู่การพิจารณาแล้ว 4,471 ข้อหา &amp;nbsp;นายกฯ สั่ง จนท.ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านพัก เพื่อทบทวนภารกิจในช่วงที่ผ่านมา และวางแผนการทำงานในปีหน้า รวมทั้งติดตามข่าวสารการเดินทางและการเฉลิมฉลองปีใหม่ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้รับรายงานตัวเลขอุบัติเหตุวันแรกในช่วง 7 วันอันตราย 27 ธ.ค.61-2 ม.ค.62 ว่าเกิดอุบัติเหตุ 420 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 432 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว นอกจากนี้ จากการตั้งจุดตรวจพบผู้ขับขี่กระทำผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่า การเมาแล้วขับและขับรถเร็วเป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุที่พูดกันทุกปี จึงอยากฝากเตือนให้ผู้ขับขี่พึงระลึกไว้เสมอ เพราะการดื่มสุราหรือใช้ความเร็วขณะขับเพียงช่วงเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดความสูญเสียหรือบาดเจ็บไปตลอดชีวิตได้ และหากรู้สึกเมื่อยล้า ขอให้แวะพักที่จุดบริการตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งบนถนนสายหลักและสายรอง&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองประธานคณะกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ คนที่สอง ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เปิดเผยว่า ศปถ.ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 570 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 56 ราย ผู้บาดเจ็บ 592 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 38.95, ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.60 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 76.68, รถปิกอัพ 7.72 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.67, บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.11, &amp;nbsp;ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 33.86 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.77 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,049 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,128 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 749,821 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 145,636 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 42,841 ราย ไม่มีใบขับขี่ 38,912 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (19 &amp;nbsp;ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และสมุทรปราการ (จังหวัดละ 4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (20 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 2 วัน (27-28 ธ.ค.61) เกิดอุบัติเหตุรวม 990 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 98 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,024 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 31 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (33 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงใหม่ และลพบุรี (จังหวัดละ 5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครราชสีมา (จังหวัดละ 35 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคมกล่าวว่า แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดวันแรกของเทศกาลปีใหม่ 2562 ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงที่หมายแล้ว ในขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง ศปถ.ได้เน้นย้ำจังหวัด ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งถนนสายหลักและสายรอง เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลักผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงเข้มงวดการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการง่วงหลับใน กำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรง ตลอดจนขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศรับทราบ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ทั้งนี้ ในบางพื้นที่เริ่มมีการเฉลิมฉลองแล้ว จึงได้กำชับจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นการดูแลเส้นทางโดยรอบพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลอง และดูแลบริเวณสถานที่จัดงานให้มีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด เกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเข้มข้นดำเนินมาตรการป้องกันในมิติเชิงพื้นที่ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ และกลุ่มผู้ใช้ 3 รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย และคุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 29 ธ.ค.2561-2 ม.ค.2562 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางพื้นที่ ทำให้สภาพถนนเปียกลื่น และทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ โดยไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ หากประสบหรือพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือสายด่วน 1669 เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 28 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา มีดังนี้ ในส่วนรถจักรยานยนต์, รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิดรวม 27,019 ครั้ง ดำเนินคดี 21,383 ราย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องนำรถจักรยานยนต์ไปเก็บรักษาไว้ 451 คัน รถยนต์ 213 คัน ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 942 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 732 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมา ( 27-28 ธ.ค.61) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 752 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 514 คัน และรถยนต์ 238 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 25,826 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 14,446 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 11,380 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งประชาชนจำนวนมากใช้เส้นทางอย่างหนาแน่น ทั้งถนนสายหลักและสายรอง ขณะเดียวกันคสช. โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยังคงร่วมกันตั้งจุดตรวจและจุดอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมเข้มงวดในมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร จำนวนทั้งสิ้น 232 ศาล ในช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ประจำวันศุกร์ที่ 28 ธ.ค.2561 ช่วง 2 วันที่ผ่านมา (27- 28 ธ.ค.) จำนวนข้อหาตามความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ขึ้นสู่การพิจารณา ข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด 4,471 ข้อหา ข้อหาพิจารณาแล้วเสร็จ 4,140 ข้อหา คิดเป็นร้อยละ 92.60% โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ยังเป็นขับรถขณะเมาสุรา จำนวน &amp;nbsp;3,724 ข้อหา, ขับรถขณะเสพยาเสพติด จำนวน 466 ข้อหา เเละขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 205 ข้อหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถิติคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลในวันที่ 28 ธ.ค.นั้น ข้อหาตามความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่ขึ้นสู่การพิจารณาข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด 3,250 ข้อหา ซึ่งมากกว่าวันที่ 27ธ.ค. ที่มีข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด 1,221 ข้อหา ส่วนปริมาณจำเลยที่เข้าสู่การพิจารณาคดี วันที่ 28 ธ.ค. 3,247 คน ซึ่งก็มากกว่าวันที่ 27 ธ.ค. ที่มีจำเลยเข้าสู่การพิจารณาคดี 1,226 คน นับว่าทั้งสถิติคดีและจำเลยมากขึ้นกว่าวันแรกเท่าตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามสถานีขนส่งผู้โดยสารในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งที่สถานีรถไฟยังเนืองแน่นไปด้วยผู้โดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงจาก อ.ปากช่อง-ตัวเมืองนครราชสีมา ในช่วงบ่ายยังมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาทางภาคอีสาน มีปริมาณรถยนต์จำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรบางช่วงติดขัดและชะลอตัวทำความเร็วได้ประมาณ 30-40 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงที่มีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ และบริเวณบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมาซึ่งมีปริมาณรถสะสมจากถนน 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา มาสมทบ ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวประมาณ 10 กิโลเมตร.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25402</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ขับรถเร็ว, บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด, ผู้ที่ดื่มแล้วขับ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c27919c7d7fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
