<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039; ยกกรณีครบ 1 ปี &#039;วันเฉลิม&#039; ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โพสต์ข้อคววามลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวานนี้ มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม : ครบ 1 ปี การหายตัวของคุณวันเฉลิม ปัญหาการบังคับสูญหาย และความสัมพันธ์กับอีกหลายปัญหาทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิถุนายนปีที่แล้ว &amp;ldquo;คุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;rdquo; หายตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงวันนี้ผ่านมาครบ 1 ปี เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ท่ามกลางความรู้สึกหดหู่ของสังคม คงไม่มีใครเจ็บปวดไปกว่าครอบครัวของคุณวันเฉลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การต่อสู้เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของคุณวันเฉลิม มีความล่าช้ามาถึง 1 ปี สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ คือการต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหาย มีความล่าช้าไปเกือบ 10 ปี หลังจากประเทศไทยลงนามใน &amp;ldquo;อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ.2549&amp;rdquo; ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 แต่ยังไม่มีการออกกฎหมายเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงของอนุสัญญาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ตอนนี้ จะมีร่างกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหายถึง 4 ร่าง แต่หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่าร่างของคณะรัฐมนตรี (ซึ่งเป็นร่างที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะถูกบังคับใช้) มีความสอดคล้องกับหลักสากลน้อยที่สุด จึงเป็นเรื่องที่ทั้งสังคมต้องช่วยกันจับตาและยกขึ้นมาตีแผ่ ไม่ปล่อยให้กลไกในรัฐสภาซึ่งปัจจุบันแทบจะถูกควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาล ยึดแต่เนื้อหาจากร่างของ ครม. เพียงอย่างเดียวโดยปราศจากการรับรู้และการท้วงติงจากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นประเด็นที่สะท้อนการเมืองภาพใหญ่ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ในแง่ของการแสดงให้เห็นถึง (ในมุมหนึ่ง) ความตื่นตัวของประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ (ในอีกมุมหนึ่ง) โครงสร้างและกลไกรัฐที่กลับถดถอยลง และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้แก่ประชาชนว่าพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ยังมีความเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องอื่นๆ ด้านการเมือง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกมาตรา 279&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งต่างๆของ คสช. เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเรื่องการบังคับบุคคลให้สูญหาย ในกรณีคุณวันเฉลิม เราต้องร่วมกันทำความเข้าใจกับสังคมในวงกว้าง ว่าคุณวันเฉลิมไม่ใช่อาชญากร แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาต้องเดินทางไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน คือการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายคำสั่งที่มีเนื้อหาขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนและอาจนำไปสู่การบังคับบุคคลให้สูญหาย อย่างเช่น คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน และยังเป็นฝ่ายกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัว เป็นการเปิดช่องให้อาจเกิดการบังคับบุคคลให้สูญหายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แทนที่เมื่อ คสช. หายไป คำสั่งเหล่านี้จะหายตาม มาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญ 2560 กลับเขียนให้ทุกคำสั่งของ คสช. ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ถึงแม้จะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 เองก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะเท่ากับทำให้คำสั่ง คสช.มีสภาพเหนือรัฐธรรมนูญ ถูกต้องตามกฎหมายไปตลอดกาล ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรานี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การปฏิบัติตามหลักสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นเรื่องที่ไทยควรต้องดำเนินการภายหลังลงนามในอนุสัญญาฯ แต่ผ่านมาเกือบ 10 ปี กฎหมายดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างจากอีกหลายกรณี ที่รัฐบาลไทยมีความบกพร่องในการดำเนินการตามหลักสากล เหมือนกับการรับมือและการสลายการชุมนุมหลายครั้งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่มีการกระทำโดยรัฐ ที่ขัดกับแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงต่ำในการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) ของ OHCHR (อ่านต่อ: https://www.facebook.com/paritw/posts/5058667324146974)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และปัญหาของกฎหมายอาญา มาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ต้องออกจากประเทศไทยไปลี้ภัยในต่างแดน หลายคนมีต้นเหตุมาจากการโดนหมายจับคดี 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความหนักของโทษ (จำคุก 3-15 ปี) ที่หนักกว่ากฎหมายลักษณะเดียวกันในประเทศอื่นที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเชิงการบังคับใช้ ซึ่งไม่ได้มีการวางขอบเขตชัดเจนระหว่างการ &amp;ldquo;วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต&amp;rdquo; กับการ &amp;ldquo;ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้าย&amp;rdquo; ที่ทำให้ในทางปฏิบัติ หลายคนที่แม้จะวิจารณ์โดยสุจริต ก็ถูกตัดสินว่าผิด หรือ ปัญหาของการเปิดช่องให้ใครๆ ก็สามารถกล่าวโทษและฟ้องคนอื่นได้ ซึ่งทำให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเรียกร้องความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐบาล และการกำจัดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายครั้งที่ประชาชนมีคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน รัฐบาลมักไม่สามารถ หรือไม่พร้อมตอบคำถามอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นเพราะรัฐบาลมีประเด็นที่ต้องการปกปิด เพราะรัฐบาลขาดความโปร่งใสในการดำเนินการ หรือขาดความรับผิดชอบทางการเมืองในฐานะตัวแทนประชาชน วัฒนธรรมเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มขาดความศรัทธากับกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น และหล่อเลี้ยงให้ &amp;ldquo;วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&amp;rdquo; คงอยู่กับสังคมไทย เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองตรง หรือ ต่างจากเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปกป้องสิทธิไม่ใช่เรื่องที่เราพึงกระทำเฉพาะกับคนที่คิดแบบเดียวกับเราเท่านั้น เพราะ &amp;ldquo;สิทธิ&amp;rdquo; โดยพื้นฐาน เป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเขา ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเขา และ ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ หรือ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่อย่างเดียวดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนมีหน้าที่ออกมายืนยันสิทธิของคนที่เห็นต่างจากเรา ไม่น้อยกว่า คนที่เห็นเหมือนกับเรา มันจึงไม่สำคัญเลยว่าคุณมีความคิดทางการเมือง เหมือน หรือ ต่าง จากคุณวันเฉลิม แต่เราต้องออกมาปกป้องและยืนยันสิทธิของคนทุกคนเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณวันเฉลิม จึงเป็นเรื่องที่เราไม่อาจเพิกเฉยหรือปล่อยให้ผ่านเลยไป แต่ต้องช่วยกันเรียกร้อง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างจากเขา เพราะหากวันหนึ่ง เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัว สังคมจะเหลือใครมาช่วยปกป้องสิทธิให้ ถ้าเราไม่ช่วยปกป้องสิทธิของกันและกันตั้งแต่วันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105313</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีวันเฉลิม, บังคับให้สูญหาย, พริษฐ์ วัชรสินธุ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สิทธิมนุษยชน, อุ้มหาย, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056be4076137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่สาววันเฉลิม จ่อยื่นหลักฐานชิ้นสำคัญให้อัยการสูงสุด ยืนยันน้องชายถูกบังคับสูญหาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่าวันที่ 19 มี.ค.นี้ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเข้ายื่นหลักฐานสำคัญที่เคยส่งให้ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว กับอัยการสูงสุด กรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายถูกประทุษร้ายและบังคับสูญหายระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยการเข้าพบอัยการครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ภายหลังกลับจากประเทศกัมพูชา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการสูญหายของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2563 นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการหายตัวไปของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ดังกล่าว แต่เมื่อทางการกัมพูชาได้แจ้งว่า นายวันเฉลิม ไม่ได้หายไปในขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ทางอัยการสูงสุดจึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ในการเข้าพบอัยการสูงสุดครั้งนี้ นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จะนำส่งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อยืนยันว่า นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกบังคับให้สูญหายไป ขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ดังที่ได้ให้ถ้อยคำและพยานหลักฐานไว้แก่ ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 8 ธ.ค. 2563 เพื่อให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานอัยการสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าวร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96471</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับให้สูญหาย, พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, อุ้มหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8e2b70ba88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนลุกซู่! &#039;จ่านิว&#039; โผล่เผยเกือบหายตัวไปเหมือน &#039;วันเฉลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางมาร่วมปราศรัยในกิจกรรม &amp;ldquo;กวี ดนตรี ปลดแอก แหวกหา คนหาย&amp;rdquo; เพื่อร่วมรำลึกคนหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง ฟังเพลง บทกวี โดยศิลปินปลดแอก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสิรวิชญ์ กล่าวปราศรัยถึงการรัฐประหารปี พ.ศ.2490 ซึ่งเป็นแม่แบบของการรัฐประหาร เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการบังคับสูญหาย ภายหลังการยึดอำนาจ เกิดการบังคับสูญหายนักการเมืองฝ่ายคณะราษฎร เอาตัวขึ้นรถไปยิง แล้วอ้างว่ามีโจรมลายูมายิง ตลอดจนมีคนสูญหายช่วงสงครามเย็นนับไม่ถ้วน ในเหตุการณ์พฤษภาฯ 2535 ก็มีบางคนบอกเพื่อนหายไปไหนไม่รู้ มีคนไม่ได้กลับไปด้วยกัน เป็นปริศนาคนหายไป ส่วนคนทำไม่ต้องรับผิด เพิ่งครบรอบวันเกิด 80 ปีไป ผบ.ทบ.เข้าไปเคารพนอบน้อม เราเรียกร้องให้เข้าสู่ยุคสมัยที่การแสดงความเห็นทำได้อย่างปลอดภัย ทุกคนควรมีเสรีภาพในการพูด ถ้ายอมรับสังคมประชาธิปไตยจริงๆ เป็นประเด็นสำคัญ ขอให้รัฐบาลเคารพความเห็นต่างและการแสดงออกของคนทุกคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิรวิชญ์ กล่าวต่อไปว่า ชนชั้นนำมีอะไรซ่อนเร้นลับ คนสูญหายเพราะไปเขย่าประตูลับของชนชั้นนำหรือไม่ เราเรียกร้องให้เปิดเผย ผู้มีอำนาจทำอะไรบ้างต้องรับผิดชอบต่อประชาชนที่จ่ายภาษี สิ่งเหล่านี้ย้อนมาทำร้ายประชาชนหรือ คนสูญหายตั้งแต่ปี 2490-2563 ทุกวันนี้ไม่ชัดเจนมีชีวิตหรือไม่ รัฐสร้างความกลัว อยากรอดต้องไม่เห็นต่างอย่างนั้นหรือ คนเหล่านี้ไม่มีร่างไร้วิญญาณมาให้ญาติเห็น คนถูกบังคับสูญหายถูกพรากไปหมด และพรากจิตใจอันเมตตาของผู้มีอำนาจในการเมืองไทยมาโดยตลอด อย่างคดีทนายสมชาย ศาลยกฟ้องเพราะคนถูกจับไม่ได้กระทำ การไม่ได้รับความยุติธรรมเป็นความอำมหิตซ้ำซ้อน ถ้าไม่อยากเป็นอย่างนี้ต้องหุบปากเท่านั้นหรือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิรวิชญ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้คนเริ่มพูดถึงจี้จุดสำคัญชนชั้นนำ คนหายไปอย่างไร ทำอย่างไรไม่ให้เกิดอีก ยังไม่เคยมีหลักประกันว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่อุ้มหายทรมานประชาชน จะปลอดภัยอย่างไร ชาวบ้านไม่สามารถอุ้มหายใครได้ โดนจับแน่ๆ คนหายมีเงื่อนงำเป็นการกระทำของคนที่เกี่ยวกับอำนาจรัฐทั้งสิ้น ทหารเป็นรั้วปกป้องประเทศ แต่ทหารย้อนกลับมาทำร้ายประชาชนทางอ้อม ตำรวจต้องให้ความกระจ่างว่าคนสูญหายใครกระทำ ถ้าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงให้ความกระจ่างไม่ได้ ให้สันนิษฐานว่าตายเพราะผู้มีอำนาจทั้งสิ้น อยากให้ผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและการอุ้มหาย ตนก็เกือบโดนเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 ถ้าเกิดไม่มีการรับรู้ ตนอาจไม่ได้มายืนพูดตรงนี้ ส่วนกรณีของต้าร์-วันเฉลิม เรามีหน้าที่ช่วยกันกดดันให้ออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75249</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จ่านิว, บังคับให้สูญหาย, ประชาชนปลดแอก, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4112e824627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
