<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลทรัมป์ขึ้นบัญชีดำคิวบา&#039;สนับสนุนก่อการร้าย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับคิวบาขึ้นบัญชีดำรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง ทิ้งทวนก่อนพ้นตำแหน่งและทิ้งภาระด้านนโยบายต่างประเทศไว้ให้รัฐบาลใหม่ของโจ ไบเดน ตามแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประกาศที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจขึ้นบัญชีคิวบาเป็นรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง เนื่องจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับกบฏโคลอมเบีย, เป็นพันธมิตรกับผู้นำฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลา และให้ที่หลบซ่อนแก่นักโทษหนีคดีจากสหรัฐหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยพฤติการณ์นี้ เราจะให้คิวบารับผิดชอบอีกครั้ง และส่งข้อความที่ชัดเจนว่า ระบอบคาสโตรต้องยุติการสนับสนุนการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และการโค่นล้มกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำแถลงของปอมเปโอที่กล่าวถึงอดีตผู้นำคิวบาสองพี่น้อง ฟิเดล และราอูล คาสโตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขึ้นบัญชีดำคิวบาครั้งนี้จะส่งผลอย่างรุนแรงต่อการลงทุนของชาวต่างชาติในคิวบา และจะเพิกถอนได้ก็ต่อเมื่อผ่านการทบทวนอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลชุดใหม่ของโจ ไบเดน ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าจะเหลือเวลาทำงานอีกไม่กี่วันก่อนที่ไบเดนจะสาบานตนรับตำแหน่งวันที่ 20 มกราคมนี้ แต่ปอมเปโอประกาศนโยบายสำคัญทิ้งทวนแล้วหลายเรื่อง เมื่อวันเสาร์เขาเพิ่งขึ้นบัญชีกบฏฮูตีในเยเมนเป็นกลุ่มก่อการร้าย โดยไม่นำพาคำเตือนจากองค์กรบรรเทาทุกข์ว่าจะส่งผลถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวเยเมน และก่อนหน้านั้นเขายังประกาศผ่อนคลายข้อจำกัดในการติดต่อเกี่ยวพันระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับไต้หวัน ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งไบเดนเป็นรองประธานาธิบดี เคยลบชื่อคิวบาออกจากบัญชีรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายเมื่อปี 2558 ก่อนหน้าที่สหรัฐจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขั้นปกติกับคิวบา โดยโอบามาชี้ว่า ความพยายามโดดเดี่ยวคิวบายาวนานครึ่งศตวรรษนั้นไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขาได้ยกเลิกนโยบายด้านคิวบาของโอบามาหลายอย่างด้วยกัน และยังออกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้เขาได้รับเสียงสนับสนุนจากชุมชนคนเข้าเมืองในรัฐฟลอริดา ที่เป็นรัฐสำคัญในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเคยบอกไว้ว่า เขาต้องการรื้อฟื้นนโยบายเกี่ยวกับการเกี่ยวพันกับคิวบาบางด้านที่เคยเริ่มไว้ในยุคของโอบามา แต่โดนทรัมป์ยับยั้ง ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้ชาวอเมริกัน-คิวบาได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวและส่งเงินกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่นับรวมคิวบา มีเพียง 3 ประเทศที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำรัฐสนับสนุนก่อการร้ายในขณะนี้ ได้แก่ อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และซีเรีย หลังจากปีที่แล้วทรัมป์ลบชื่อซูดานออกจากบัญชีนี้ โดยอ้างเหตุผลที่ซูดานเปลี่ยนถ่ายสู่ระบอบประชาธิปไตย, ยอมชดใช้เหตุการณ์โจมตีในอดีต และตกลงยอมรับรัฐอิสราเอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิวบา, บัญชีดำ, รัฐบาลสหรัฐ, รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13178e065a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขึ้นบัญชีดำนายพลคุมหน่วยองครักษ์ &#039;ฮุน เซน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประกาศแซงก์ชันพลเอกฮิง บุน เฮียง ผู้บัญชาการหน่วยทหารอารักขานายกฯ ฮุน เซน ฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยกล่าวหาหน่วยองครักษ์ภายใต้การบัญชาการของนายพลผู้นี้โจมตีชาวกัมพูชาไร้อาวุธหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เขาเป็นสมาชิกกลุ่มคนใกล้ชิดฮุน เซน รายแรกที่โดนรัฐบาลวอชิงตันขึ้นบัญชีดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ฮุน เซน ขณะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำแถลงของกระทรวงการคลังสหรัฐที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 พลเอกฮิง บุน เฮียง ผู้นี้เป็นผู้บังคับบัญชากองกำลังของกัมพูชาหน่วยหนึ่งที่เกี่ยวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้งหลายครา และตัวเขายังมีส่วนร่วมในการโจมตีบุคคลจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงพลเมืองสหรัฐ 1&amp;nbsp; ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฮิง บุน เฮียง เป็นผู้บัญชาการหน่วยอารักขานายกรัฐมนตรี (พีเอ็มบียู) ของกัมพูชา หน่วยนี้สังกัดกองทัพบกกัมพูชาที่เกี่ยวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อประชาชนกัมพูชา พีเอ็มบียูยังมีส่วนร่วมในการโจมตีชาวกัมพูชาที่ปราศจากอาวุธมาแล้วหลายครั้งหลายหนในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ที่วัดพนมเมื่อปี 2556 และที่ด้านหน้าสมัชชาแห่งชาติเมื่อปี 2558&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวเสริมด้วยว่า นายพลผู้นี้และหน่วยของเขาเกี่ยวข้องกับหลายเหตุการณ์ที่มีการใช้กำลังทหารคุกคามการชุมนุมของผู้ประท้วงและฝ่ายค้าน ย้อนไปถึงปี 2540 เป็นอย่างน้อย ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ที่พลเมืองสหรัฐได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดลูกหลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ครึกโครมที่ด้านหน้าสมัชชาแห่งชาติหรือรัฐสภาของกัมพูชาเมื่อเดือนตุลาคม 2558 นั้น&amp;nbsp; ส.ส. 2 คนของพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ในขณะนั้น โดนลากตัวลงจากรถแล้วรุมทำร้ายอย่างป่าเถื่อนภายหลังทั้งคู่มาร่วมการประชุมสภาเมื่อช่วงเช้า คำแถลงของกระทรวงกล่าวว่า มีสมาชิกของพีเอ็มบียูเพียง 3 คนที่ถูกจำคุกภายหลังทั้งหมดรับสารภาพว่ามีส่วนร่วมในการโจมตี ส.ส.ฝ่ายค้าน 2 รายนี้&amp;nbsp; แต่ภายหลังพ้นคุกพวกเขาก็ได้รับเลื่อนยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงโทษนายพลผู้นี้ ซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมายแมกนิตสกีฉบับปี 2555 จะห้ามการเข้าถึงทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ในทรัพย์สินที่เป็นของนายพลผู้นี้ที่อยู่ภายในขอบเขตอำนาจศาลของสหรัฐ&amp;nbsp; และยังห้ามบุคคลในสหรัฐติดต่อธุรกิจกับเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลกัมพูชายังไม่มีทัศนะตอบคำถามต่อการขึ้นบัญชีดำของสหรัฐ&amp;nbsp; แต่ผู้ช่วยของนายพลผู้นี้กล่าวกับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ว่า พลเอกฮิง บุน เฮียง บริจาคเงินสร้างโรงเรียน, ถนน, เจดีย์ เมื่อสหรัฐอายัดเงินทุนเหล่านี้ไป นักเรียนและพระสงฆ์ก็จะไม่ได้เงินช่วยเหลืออีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11320</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, บัญชีดำ, สหรัฐ, องครักษ์ฮุน เซน, ฮึง บุน เฮียง, ฮุน เซน, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b21340bd9af8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กขึ้นบัญชีดำพระสงฆ์พม่าหัวรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กเพิ่งขยับขึ้นบัญชีดำกลุ่มพระสงฆ์พม่าหัวแข็งกร้าว ที่เทศนายั่วยุปลุกปั่นให้ชาวพุทธเกลียดชังชาวมุสลิมโรฮิงญาในพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายชาวพม่าในนครย่างกุ้งใช้บานเฟซบุ๊กผ่านสมาร์ทโฟน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงของเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2561 เป็นความพยายามล่าสุดของพวกเขาที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กจัดการกับคอนเทนต์ที่โหมกระพือกระแสความรู้สึกเดือดดาล หลังจากเฟซบุ๊กมีบทบาทอย่างมากต่อผู้ใช้ในประเทศพม่า ที่แม้จะเพิ่งใช้สื่อสังคมออนไลน์นี้ไม่นานแต่ก็มีผู้ใช้งานมากถึง 18 ล้านรายจากประชากรราว 50 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติเคยระบุว่า เฟซบุ๊กได้แปรสภาพเป็นสัตว์ร้ายในพม่า เฮตสปีชหรือถ้อยวาจาจากความเกลียดชัง และการปลุกปั่นยุยงให้เกิดความรุนแรงมีอยู่อย่างดาษดื่นในสื่อสังคมออนไลน์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปลุกปั่นยุยงให้เกิดความรุนแรงและถ้อยวาจาสร้างความเกลียดชังต่อชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา ผ่านทางเฟซบุ๊กเกิดขึ้นหลายหลายปีก่อนจะเกิดวิกฤติในรัฐยะไข่เมื่อปีที่แล้ว ที่ทำให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาอพยพทิ้งถิ่นฐานราว 700,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้เฟซบุ๊กได้ห้ามขบวนการสงฆ์ชาตินิยม มะบ๊ะต๊ะ ของพม่าจากการใช้แพลตฟอร์มของตน และยังห้ามพระสงฆ์พม่าชื่อดังอีก 2 รูปที่ยุให้ชาวพุทธเกลียดชังโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด คาราเกลียโน ผู้จัดการฝ่ายนโยบายคอนเทนต์ของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า บริษัทไม่อนุญาตให้พระเหล่านี้ใช้เฟซบุ๊ก และจะลบบัญชีและเนื้อหาที่สนับสนุน ยกย่อง หรือกล่าวแทนบุคคลหรือองค์กรเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กขึ้นบัญชีดำพระวีระธู สงฆ์รูปดังของพม่าแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม และพระสงฆ์สุดโต่ง 2 รูปที่โดนขึ้นบัญชีล่าสุดคือพระปาร์มุกขะ และพระธุเศษฐา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวเคยกล่าวโจมตีเฟซบุ๊กว่าดำเนินการล่าช้ามากกว่าจะลบโพสต์ที่ประสงค์ร้าย หลังจากได้รับแจ้งเกี่ยวโพสต์เหล่านี้ ซึ่งเนื้อหาบางเรื่องถูกผู้ใช้ส่งต่อๆ กันแล้วกว่า 48 ชั่วโมง ตัวอย่างก็เช่น โพสต์ที่เรียกร้องให้ฆ่านักข่าวมุสลิมรายหนึ่ง และโพสต์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ที่กล่วว่าชาวพุทธและมุสลิมต่างเตรียมการโจมตีอีกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซมอน มิลเนอร์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า เฟซบุ๊กเพิ่มจำนวนบุคลากรในสิงคโปร์และกรุงเทพฯ เพื่อดูแลเนื้อหาเกี่ยวกับพม่าโดยเฉพาะ รวมถึงผู้ที่ใช้ภาษาพม่าด้วย แต่เขาไม่เปิดเผยว่าใช้เจ้าหน้าที่กี่คนในเรื่องนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10918</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีดำ, พม่า, พระสงฆ์พม่า, เฟซบุ๊ก, เมียนมา, แบล็กลิสต์, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b193ea04d08f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาปแช่งคนฆ่าเสือดำ!กลุ่มทีชาล่าบุกทำเนียบจี้รัฐบาลขึ้นแบล็กลิสต์อิตาเลียนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61-ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานกพ. นายธัชพงศ์ แกดำ ผู้ประสานงานกลุ่มทีชาล่า พร้อมคณะ ได้เดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมรายชื่อจำนวน 23,507 ชื่อ ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้พิจารณาการทำเอ็มโอยูกับบริษัทของผู้ถูกกล่าวหา กรณีคดีฆ่าเสือดำ และสัตว์ป่าสงวน ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการอ่านแถลงการณ์ นายธัชพงศ์ ได้แสดงเชิงสัญลักษณ์เพื่อสาปคนที่ฆ่าเสื้อดำ ด้วยการจุดธูปหนึ่งดอก และนำกระดาษที่เขียนว่า &amp;ldquo;เปรมชัย&amp;rdquo; เผาลงหม้อดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายธัชพงศ์ อ่านประกาศเจตนารมณ์ของกลุ่มทีชาล่าว่า เรื่องในโอกาสครบรอบ 100 วัน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว &amp;nbsp;ประชาชนยังไม่เห็นความรับผิดชอบใดๆจาก ประธานบริหาร และกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำผิดต่อบรรษัทภิบาลของบริษัท ในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำตามในฐานะเป็นบริษัทคู่สัญญากับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเราขอเรียกร้องข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาคือ 1.ขอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิก การจัดซื้อจัดจ้าง การทำเอ็มโอยู กับบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ทุกโครงการ จนกว่าศาลจะพิจารณาคดีถึงที่สุดว่าประธานบริหารมิได้กระทำความผิด หรือได้มีการเปลี่ยนแปลงประธานบริษัทเพื่อแสดงความรับผิดชอบ 2.ขอให้รัฐบาลพิจารณาขึ้นทะเบียนบัญชีดำกับ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ให้เป็นบริษัทที่ขาดธรรมาภิบาล ตัดสิทธิ์การเข้าร่วมประมูล หรือต่อสัญญาเอ็มโอยู ในโครงการต่างๆของรัฐที่จะมีในอนาคต จนกว่าศาลจะพิจารณาคดีถึงที่สุดว่าประธานบริหารมิได้กระทำความผิด หรือได้มีการเปลี่ยนแปลงประธานบริษัทเพื่อแสดงความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางกลุ่มขอประกาศว่า ต่อไปขอให้มาตรการลงโทษทางสังคม เริ่มทวีคูณมากขึ้น ให้สาสมกับพฤติกรรมของผู้ฆ่าเสือดำที่ยังลอยหน้าลอยตาในสังคมโดยไม่สำนึกและรับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การฆ่าเสือดำ แต่เป็ฯการฆ่ากฎหมาย&amp;rdquo;นายธัชพงศ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9218</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทีชาล่า, ทำเนียบรัฐบาล, บัญชีดำ, อิตาเลียนไทย, เสือดำ, แบล็กลิสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa7a845e141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
