<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นเปิดกิจการสีเขียว หากยังคุมตัวเลขผู้ป่วยได้17พ.ค.ผ่อนปรนระยะ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ กำชับอย่าประมาท ต้องคุมเข้มมาตรการต่อเพื่อจำกัดวงผู้ติดเชื้อควบคู่กับเยียวยา โดยให้มองไปอีก 3 เดือนข้างหน้าจะทำอย่างไร &amp;ldquo;สมช.&amp;rdquo; วางไทม์ไลน์หากยังคุมตัวเลขผู้ป่วยได้ 17 พ.ค.ถึงเวลาคลายล็อกกิจกรรมสีเขียว &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; ชงยกเลิกบัญชีดำประเทศห้ามเข้าเพื่อหนุนเศรษฐกิจ นายกฯ ไฟเขียว &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; แจงไทยมีผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) หรือ ศบค. โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมว่า เป็นการประชุมเต็มคณะภายหลังการประกาศขยายระยะเวลาการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกไป ซึ่งนอกจากการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคแล้ว ต้องคำนึงถึงการปรับตัวเพื่อรับกระแสการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ถือว่าตอนนี้เป็นช่วงของการปรับตัว ได้มีการตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาที่มีคณะกรรมการครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และความมั่นคง ซึ่งพอใจ การดำเนินการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดทำให้ผู้ติดเชื้อลดน้อยลง แต่อย่าประมาท ต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัดต่อไป ควบคู่ไปกับการทำงานของรัฐบาลที่ยังมีงานและปัญหาต้องแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้สถานการณ์อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ แต่ในการดำเนินการยังต้องเข้มงวด ผ่านการดำเนินการในเชิงรุก รวมทั้งควบคุมดูแลการเดินทางเข้าออกประเทศผ่านช่องทางต่างๆ ผู้เดินทางจะต้องผ่านมาตรการ State Quarantine และมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในที่ประชุมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่างรายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการ อาทิ &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานถึงจำนวนผู้ป่วย ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว ผู้ป่วยในโรงพยาบาล และการตรวจหาผู้ป่วย วัคซีน รวมถึงผลสำรวจสถานที่ที่เปิดตามมาตรการผ่อนปรน สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รายงานกิจการ/กิจกรรมที่ได้เริ่มไปแล้วเมื่อ 3 พ.ค. และบางกิจการจะผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมอย่างไร เช่น สถานดูแลผู้สูงอายุ, ร้านเฟอร์นิเจอร์, วัสดุก่อสร้าง, กิจการที่เกี่ยวข้องกับด้านสินเชื่อประกันภัยในห้างสรรพสินค้า กระทรวงมหาดไทย (มท.) รายงานด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนว่ายังคงมีความเข้มข้น โดยได้สั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินตามข้อกำหนด ให้กำกับติดตามให้สถานประกอบการ พนักงาน และผู้ใช้บริการดำเนินการตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด และกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) รายงานถึงการนำคนไทยกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมีคนไทยแสดงความประสงค์กลับไทย 45,147 คน แบ่งเป็นทางบก 25,660 คน และทางอากาศ 19,487 คน&amp;nbsp;
คุมเชื้อพร้อมเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้ายนายกฯ ได้กล่าวสรุปการสั่งการให้ทุกภาคส่วนคำนึงถึงความสมดุล และสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาต้องดำเนินการควบคู่กับมาตรการทางสาธารณสุข ไม่ใช่เพียงตัวเลขผู้ป่วยที่ลดลง แต่ต้องร่วมช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบ มีความยากลำบากในการดำรงชีวิต ต้องดูแลรอบด้านไม่ให้เกิดปัญหาท่ามกลางภาวะโควิด โดยขอให้ร่วมกันพิจารณาว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะดำเนินมาตรการอย่างไร ต้องช่วยเหลือเยียวยาและย้ำให้ทุกภาคส่วนทำความเข้าใจให้ตรงกัน ผ่านชุดข้อมูลเดียวกัน เพื่อป้องกันการบิดเบือนและไม่ให้เกิดความสับสนในสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ชมเชยประชาชนรวมถึงร้านค้า ผู้ประกอบการต่างๆ หลังจากที่ ศบค.ผ่อนปรนกิจการและกิจกรรม โดยภาพรวมส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนน้อยลงเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีกิจการและประชาชนบางกลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ขอให้กลุ่มคนเหล่านี้ให้ความร่วมมือ เพราะถ้าไม่ร่วมมือจะทำให้เกิดการระบาดจนไม่สามารถควบคุมโรคได้ ทุกคนอย่าชะล่าใจต้องมีวินัย โดยนายกฯ ฝากไปยังคนในครอบครัว ชุมชนเดียวกัน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ว่ากล่าวตักเตือนให้ตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รวมทั้งเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราช่วยดูแลทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์แบบนี้อาจมีขโมยและเกิดการจี้ปล้นขึ้น ขอให้ตำรวจตรวจตราดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ถี่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ จัดระเบียบเรือโดยสารในคลองแสนแสบ เพราะหลังคลายล็อกดาวน์จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 5-6 พันคนต่อวันเป็นกว่า 10,000 ต่อวัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เพิ่มมาตรการทั้งเพิ่มเที่ยวเรือ ทำเครื่องหมายจุดยืนบนเรือและบนท่า รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย โดย 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 59 ปี อาชีพแม่บ้าน มาจากการค้นหาเชิงรุกใน จ.ยะลา &amp;nbsp;โดยสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ที่กลับมาจากมาเลเซีย ส่วนอีก 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 46 ปี และ &amp;nbsp;51 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางกลับมาจากคาซัคสถานเมื่อวันที่ 2 พ.ค. และอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ โดยมีผู้โดยสารในเครื่องบินลำเดียวกัน 55 คน ขณะนี้อยู่ในการดูแลทั้งหมด ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 2,992 &amp;nbsp;ราย หายป่วยสะสม 2,772 ราย อยู่ระหว่างรักษา 165 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ได้มอบแนวทางการทำงานว่า ขอให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านในเฟสต่างๆ ลดผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่มีทำให้เกิดความสำเร็จ สถานการณ์อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ แต่ยังต้องดำเนินการเชิงรุก เข้มงวดการเข้าออกประเทศตามช่องทางต่างๆ ไม่ให้นำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามา &amp;nbsp;และยังให้ความสำคัญกับสถานที่กักตัวของรัฐ ขอให้ดำเนินการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดไป อีกทั้งยังกำชับให้หน่วยงานต่างๆ ห้ามละเลย ต้องไปตรวจสถานที่ที่ได้รับการผ่อนปรนให้เป็นไปตามข้อกำหนด &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังสั่งให้ ศบค.ติดตามผลกระทบจากมาตรการผ่อนคลาย แนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และรับฟังข้อเสนอจากผู้ประกอบการ โดยขอให้ศูนย์ช่วยเหลือต่างๆ เก็บตกผู้ตกหล่นทั้งหลายให้เข้าถึงการเยียวยา รวมถึงดูแลเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานหนักให้ได้รับเบี้ยเลี้ยงตามสิทธิ์
17 พ.ค.ลุ้นเปิดธุรกิจสีเขียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปลัด สธ.ได้นำเสนอให้คงมาตรการในประเทศให้เข้มข้น และตรึงการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศให้ได้ เพราะจะทำให้มีตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่เลขตัวเดียวและดีขึ้นกว่านี้ไปเรื่อยๆ ซึ่ง &amp;nbsp;ผอ.ศบค.ได้มีข้อชี้แนะให้หามาตรการและแนวทางเฉพาะของกิจการและกิจกรรม เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากจนเกิดความแออัด ต้องแก้ไขหากรถเสีย ขายตั๋วให้เหมาะกับสถานการณ์ &amp;nbsp;พร้อมยังสั่งให้ 20 กระทรวงประชาสัมพันธ์ภารกิจของตัวเองที่เชื่อมโยงกับ ศบค.ด้วย และที่ประชุมเห็นตรงกันในเรื่องการเหลื่อมเวลาทำงานของหน่วยราชการ ให้เหลื่อมเวลาหลายช่วง โดยให้นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม รองนายกฯ ไปดูว่าจะทำให้เหลื่อมเวลามากขึ้นได้หรือไม่ ส่วนการทำงานที่บ้านซึ่งเป็นนโยบายของ ครม.ต้องให้เกิดขึ้นได้มากที่สุด 50% หรือมากกว่านั้น เพื่อช่วยลดการเคลื่อนย้ายคน รวมถึงสั่งการให้หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจรายงานผลทำงานเหลื่อมเวลาและการทำงานที่บ้านเข้ามา ขณะที่สถานศึกษามีการเตรียมขยายช่วงเวลาเปิดเรียนออกไป จะนำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมเลขาธิการ สมช.ได้พูดไทม์ไลน์ในการผ่อนปรนระยะที่ 2 โดยตั้งตารางเวลาคร่าวๆ นั้น ในช่วงวันที่ 8-12 พ.ค.จะเป็นช่วงรับฟังความคิดเห็น ดูชุดข้อมูล สถิติ &amp;nbsp;สถานการณ์ และความเห็นต่างๆ จากนั้นวันที่ 13 พ.ค.จะซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการ วันที่ 14 พ.ค.ยกร่างมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 เสนอนายกฯ ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไร ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ไม่ทะลุขึ้นแบบผิดปกติในช่วงนั้น ในวันที่ 17 พ.ค.จะเริ่มออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 แต่กว่าจะวันที่ &amp;nbsp;17 พ.ค.เราต้องช่วยกัน เพื่อให้อีกสิบวันข้างหน้าเราจะได้เข้าสู่มาตรการระยะที่ 2 จะเป็นการผ่อนปรนกิจการขนาดใหญ่ และกิจการที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ดังนั้นเมื่อผ่อนปรนระยะที่ 1 แล้วไม่ทำให้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ระยะที่ 2 ต้องเกิดขึ้นแน่นอน จึงต้องทำวันนี้ให้ดีซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า อธิบดีกรมควบคุมโรคเสนอเป้าหมายการค้นหาผู้ติดเชื้อในประชากรกลุ่มเสี่ยง โดยตั้งเป้าหมายตรวจให้ได้ 6,000 รายต่อ 1 ล้านประชากร หรือประมาณ 400,000 ราย ขณะนี้ตรวจไปแล้วประมาณ 230,000 ราย เหลืออีก 170,000 ราย โดยจะตรวจในกลุ่มที่มีการขยายเกณฑ์ &amp;nbsp;เช่น มีอาการไข้ มีอาการคล้ายหวัด จมูกไม่ได้กลิ่น 85,000 ราย และอีก 85,000 รายจะไปหาในประชากรกลุ่มเสี่ยงคือ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ต้องขังแรกรับ แรงงานผิดกฎหมายที่อยู่ในสถานที่กัก &amp;nbsp;คนขับรถสาธารณะ พนักงานไปรษณีย์ พนักงานขนส่งสินค้า แรงงานต่างด้าว และอาชีพเสี่ยงต่างๆ โดยจะไปสุ่มตัวอย่างกระจายในทั่วประเทศ ซึ่งทฤษฎีนี้ได้ผลกว่าการตรวจแบบหว่านแห&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ในที่ประชุม รมว.กต.ได้รายงานหลักเกณฑ์การนำคนไทยกลับจากต่างประเทศ กลุ่มแรกคือกลุ่มด่วนที่สุด จะเป็นกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ คนป่วย คนที่ตกค้างจากสนามบินต่างๆ วีซ่าหมดอายุ นักท่องเที่ยวตกค้าง กลุ่มนี้จะได้กลับมาก่อน กลุ่มที่สอง กลุ่มด่วนมาก คือ พระสงฆ์ที่ไปธุดงค์ นักเรียน นักศึกษา และคนที่ตกงาน
พร้อมเลิก ปท.บัญชีดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ.เสนอที่ประชุมว่า สถานการณ์การติดเชื้อในหลายประเทศดีขึ้น ควรปรับรายชื่อประเทศที่ถูกประกาศเป็นเขตโรคติดต่ออันตราย เพื่อให้ความสัมพันธ์เชิงเศรษฐกิจสังคมใกล้ชิดขึ้น โดยนายกฯ และที่ประชุมเห็นชอบ แต่ต้องดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามขั้นตอน การเดินทางเข้าประเทศต้องดำเนินตามมาตรการที่ยังเข้มข้นอยู่ &amp;nbsp;นอกจากนี้นายกฯ ยังเพิ่มเติมเรื่องการลงทุนเพื่อศึกษาวัคซีนร่วมกันในกลุ่มอาเซียน เพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนักธุรกิจ &amp;nbsp;การกู้ซอฟต์โลนที่ยังมีปัญหา ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ขณะที่เรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะนี้นายกฯ ได้รับแผนจาก 20 ผู้นำทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมาแล้ว เห็นว่ามีโครงการละเอียดในหลายเรื่องที่สามารถลงไปในระดับพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศได้ นายกฯ ระบุว่าอาจต้องใช้แนวทางต่างๆ &amp;nbsp;เหล่านี้ประกอบกันเพื่อให้เกิดขับเคลื่อนและฟื้นฟูกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการทำงานของ ศบค.เป็นการทำงานแบบวงกว้าง นำทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายประจำ ฝ่ายการเมือง &amp;nbsp;ภาคธุรกิจที่มี 20 นักธุรกิจระดับประเทศและโลกมาช่วยกันด้วย รวมถึงคณะที่ปรึกษาด้านนักวิชาการ ซึ่งมีความสำคัญมากมาประกอบกัน เราผ่านตรงนี้มาได้ด้วยทีมไทยแลนด์ ต้องภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา เรามีคนที่มีความเก่งกล้าสามารถหลากหลาย ทุกคนยังต้องพึ่งพาอาศัยกัน นายกฯ ยังขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ เพราะแม้เราจะมีคนเก่งมากมายเพียงใด แต่ความร่วมมือของทุกคนเท่านั้นที่จะเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จสูงสุด&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงการคงมาตรการเคอร์ฟิวว่า ขณะนี้ขยายถึงวันที่ 30 พ.ค.ซึ่งอาจขยายออกไปหรือลดลงก็ได้ อยู่ที่ที่ประชุมจะมีการประเมินโดยฟังจากคณะแพทย์เป็นหลัก เพราะเคอร์ฟิวยังจำเป็นอยู่
สธ.ลุยเร่งตรวจเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึง 4 พ.ค. มีการตรวจเชื้อในห้องปฏิบัติการ 230,000 ตัวอย่าง เมื่อเทียบประชากร 1 &amp;nbsp;ล้านคน พบว่าตรวจไปมากกว่า 3,400 ตัวอย่างต่อประชากร 1 ล้านคน มากกว่าประเทศที่ควบคุมโรคได้ดีไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน เวียดนาม และญี่ปุ่น โดยไทยจัดอยู่ในประเทศที่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการระดับปานกลาง โดยมีผลลัพธ์ในการป้องกันควบคุมโรคที่อยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;
นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า ได้มีข้อสั่งการให้เร่งการตรวจในห้องปฏิบัติการ โดยได้ตั้งเป้าว่าภายใน &amp;nbsp;1-2 เดือนนี้จะเร่งรัดให้มีการตรวจ 6,000 ราย ต่อประชากร 1 ล้านคน โดยจะคำนวณการตรวจตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.สะสมต้องมากกว่า 400,000 ราย ภายใต้การตรวจในสถานพยาบาลที่ตรวจผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าเข้าเกณฑ์ เราสามารถตรวจภายใน 1 เดือนได้ถึง 75,000-80,000 ราย โดยอีกส่วนจำนวน 85,000 ราย จะเป็นในส่วนของการเฝ้าระวังเชิงรุก ซึ่งจะกระจายการตรวจไปยัง 77 จังหวัด ทั้งนี้ ทุกจังหวัดแม้จะมีประชากรน้อยหรือไม่มีความเสี่ยง ก็จะต้องตรวจไม่น้อยกว่า 400 ราย จังหวัดที่มีประชากรมากและมีความเสี่ยง เช่น กทม.ไม่น้อยกว่า 15,000 ราย&amp;nbsp;
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ศบค.ถึงความคืบหน้าการศึกษาและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ว่า เราได้ดำเนินการให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติไปหารือมหาวิทยาลัยต่างๆ และได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจีนแล้ว ซึ่งได้เน้นย้ำว่าการทำเอ็มโอยูดังกล่าวเราต้องไม่เสียเปรียบ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเข้าถึงพร้อมกันและได้รับความความยุติธรรมเท่ากัน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65331</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, บัญชีดำประเทศห้ามเข้า, ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19, ล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดกิจการสีเขียว, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb404707f9bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
