<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจจี้นายกฯ เลิก‘พาราควอต’ สภายกมือหนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือจี้ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขึ้นบัญชีดำพาราควอต ให้มีผลตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ 2563 สภาลงมติเอกฉันท์ไร้เสียงค้านตั้ง กมธ.วิสามัญควบคุม 3 สารพิษ ท้า &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; สั่งห้ามนำเข้าทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.ย. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 ก.ย.2562 ขอให้นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศเพื่อปรับระดับการควบคุมพาราควอตให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สี่ หรือห้ามนำเข้าหรือห้ามจำหน่าย ห้ามมีไว้ในครอบครอง ให้มีผลโดยเร็วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรักษเกชากล่าวต่อว่า ปัญหาการใช้สารเคมีพาราควอตยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะมีการใช้อย่างเสรีโดยไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ในภาคการเกษตร ทำให้ผู้ใช้ขาดความระวังหรือป้องกันการปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม เสี่ยงต่อชีวิตและร่างกายของผู้ใช้ทั้งจากอุบัติเหตุ รวมทั้งจากการสัมผัสสารเคมีปนเปื้อนทั่วไป ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานดำเนินการปรับปรุงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อยกเลิกการใช้พาราควอตให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ซึ่งแจ้งครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค.2561 และต่อมากระทรวงอุตฯ แจ้งว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายยังคงอนุญาตให้ใช้สารพาราควอตได้ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะมีผลบังคับวันที่ 20 ต.ค.ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผู้ตรวจการแผ่นดินได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงอุตฯ, กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2562 ขอให้กระทรวงอุตฯ และคณะกรรมการวัตถุอันตรายดำเนินการออกประกาศให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แต่กระทรวงอุตฯ แจ้งว่ายังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะได้ ทำให้เรื่องดังกล่าวจึงยังไม่อาจหาข้อยุติได้ ดังนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจึงดำเนินการตามกฎหมายเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาสั่งการ&amp;rdquo; นายรักษเกชาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรักษเกชากล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เน้นย้ำและระบุในหนังสือถึงนายกฯ โดยมีรายละเอียดปรากฏถึงความเป็นอันตราย ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องตระหนักถึงพิษร้ายของสารเคมี ที่ทำให้ประชาชนมีโอกาสเจ็บป่วยเรื้อรัง สูญเสียชีวิตและร่างกาย หรือการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรหรือสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมที่มีสารพิษตกค้าง หรือแม้กระทั่งการถ่ายทอดสารพิษตกค้างจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ โดยมีกรณีตัวอย่างผู้ได้รับพิษของวัตถุอันตรายพาราควอตจนถึงแก่ชีวิตเกิดขึ้นแล้วในพื้นที่จังหวัดตาก อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขยังมีความเห็นยืนยันอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนจากวัตถุอันตรายพาราควอต ส่งผลต่ออันตรายหลายระบบอวัยวะในร่างกายนำไปสู่การเสียชีวิต ดังนั้น การปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินโดยกำหนดนโยบายระดับประเทศเพื่อยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายพาราควอตย่อมเกิดประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาซึ่งได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผู้ตรวจยังได้ส่งหนังสือเร่งรัดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินให้มีผลโดยเร็ว&amp;rdquo; นายรักษเกชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ เป็นประธาน ได้มีวาระพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่ง ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายในทิศทางเดียวกันทั้งหมด โดยขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเนื่องจากเห็นว่าสารเคมี 3 ตัว ประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เป็นสารอันตราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ในวงการเกษตรมีมาเฟียอยู่ในทุกระบบ ซึ่งมาเฟียเหล่านี้รวมกลุ่มให้ผลประโยชน์เพื่อให้สารเคมีเหล่านี้ยังคงอยู่ โดยสารเคมีนี้มีลักษณะเป็นน้ำ และไหลลงแม่น้ำต่างๆ ขอท้าการประปาพิสูจน์ว่าในน้ำมีสารพิษเหล่านี้หรือไม่ เรื่องนี้ต้นทางคือกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ถ้าแน่จริงขอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ สั่งให้หยุดนำเข้าทันทีได้หรือไม่ อีกทั้งกระทรวงอุตฯ ต้องตรวจโรงงาน หากพบต้องสั่งปิด ดังนั้นสภาต้องตั้ง กมธ. เพื่อเรียกผู้เกี่ยวข้องคุยกัน เราไม่ได้ล้มธุรกิจ แต่เป็นเพียงการหาทางออกร่วมกัน สารเคมีเหล่านี้ต้องหมดไปจากประเทศไทย&amp;rdquo; ส.ส.เชียงรายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 399 ต่อ 0 เสียงให้ตั้ง กมธ.วิสามัญจำนวน 39 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45701</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีดำพาราควอต, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พาราควอต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7ba8bfa2155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
