<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทวิตเตอร์ไล่ปิดบัญชีปลอมเป็นคนดำหนุน&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกของทวิตเตอร์เผยเมื่อวันอังคารว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแห่งนี้ระงับบัญชีปลอมหลายบัญชีที่อ้างตนว่าเป็นคนแอฟริกันอเมริกันที่สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมีผู้ติดตามหลายพันรายภายในเวลาไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของโฆษกบริษัททวิตเตอร์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก กล่าวว่า ทีมงานของทวิตเตอร์กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อตรวจสอบกิจกรรมนี้ และจะดำเนินการตามกฎของทวิตเตอร์ หากพบว่าทวีตเหล่านี้ละเมิดกฎ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาร์เรน ลินวิลล์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเคลมสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลผิดๆ ทางโซเชียลมีเดีย ได้เผยแพร่ตัวอย่างบัญชีทวิตเตอร์ปลอมบางบัญชีที่ใช้ใบหน้าคนผิวดำสร้างจากดิจิทัล &amp;quot;ถูกแล้วผมเป็นคนดำ และผมลงคะแนนเลือกทรัมป์&amp;quot; ลินวิลล์แชร์ตัวอย่างหนึ่งที่ทวีตภายใต้ชื่อว่า เท็ด คาเทีย เมื่อวันที่ 17 กันยายน &amp;quot;พวกเสรีนิยมไม่ชอบแน่ แต่ผมไม่แคร์&amp;quot; ทวีตนี้ถูกแชร์ 6,000 ครั้ง และเรียกยอดไลค์ได้มากกว่า 16,000 ไลค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลินวิลล์กล่าวว่า บัญชีพวกนี้ส่วนใหญ่ใช้ภาพของคนอเมริกันจริงๆ เป็นภาพโปรไฟล์ และบางบัญชีมีผู้ติดตามนับแสนราย ทวิตเตอร์ระงับโปรไฟล์ที่ตรวจพบเหล่านี้ เพราะพวกเขาหลอกลวงผู้ใช้งานทวิตเตอร์เกี่ยวกับเจตนาและตัวตนของพวกเขา จึงถือเป็นการบิดเบือนการอภิปรายสาธารณะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิตเตอร์, บัญชีปลอม, เลือกตั้งสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f10626a2f32b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียตอกสหรัฐ กล่าวหาตั้งบัญชีปลอมปั่นข่าวโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียตอกกลับสหรัฐจงใจให้ข้อมูลเท็จ ด้วยการกล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังขบวนการปล่อยข่าวปลอม รวมถึงกระพือทฤษฎีสมคบคิดว่าไวรัสโควิด-19 เป็นอาวุธชีวภาพของสหรัฐเพื่อโจมตีจีนและทำลายภาพลักษณ์ของสหรัฐในสายตาชาวโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตำรวจรัสเซียเดินตรวจตราที่จัตุรัสแดงในกรุงมอสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 กล่าวว่า การตอบโต้ของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียมีออกมาภายหลังเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐกล่าวโทษรัสเซียว่าเกี่ยวโยงกับบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมหลายพันบัญชี ทั้งทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ในภาษาต่างๆ ที่พยายามเผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ข้อมูลที่สื่อออกมาต้องการทำลายภาพลักษณ์ของสหรัฐ แต่กำลังส่งผลกระทบต่อความพยายามต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิป รีกเกอร์ รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้านยุโรปและยูเรเซีย กล่าวว่า เจตนาของรัสเซียคือการหว่านความบาดหมางและบ่อนทำลายสถาบันและพันธมิตรของสหรัฐจากภายใน รวมถึงผ่านการรณรงค์โน้มน้าวใส่ร้ายแบบซ่อนเร้นและบีบบังคับ ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสหรัฐกล่าวว่า คำกล่าวหาที่แพร่สะพัดทางออนไลน์เมื่อไม่สัปดาห์ที่แล้วมา รวมถึงคำกล่าวหาที่ว่า ไวรัสโคโรนาเป็นแผนการของสหรัฐเพื่อทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน, ไวรัสนี้เป็นอาวุธชีวภาพที่ผลิตโดยซีไอเอ หรือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่โลกตะวันตกเป็นผู้นำในการผลักดันสารต่อต้านจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ปัจเจกชนที่เป็นอเมริกัน อาทิ บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ที่บริจาคเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อโครงการสุขภาพทั่วโลก ก็ยังถูกกล่าวหาผิดๆ ว่าเกี่ยวข้องกับไวรัสนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ สำนักข่าวทาสส์ของทางการรัสเซีย อ้างคำกล่าวมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐ โดยระบุว่า เป็นการให้ข่าวเท็จโดยเจตนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐที่เฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวทางออนไลน์ตรวจพบการรณรงค์ให้ข้อมูลเท็จตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ภายหลังทางการจีนประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยไวรัสโคโรนาที่อู่ฮั่นเป็นรายที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างรายงานฉบับหนึ่งที่จัดเตรียมสำหรับศูนย์ความเกี่ยวพันทั่วโลกของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่า บัญชีออนไลน์หลายพันบัญชี ที่ก่อนหน้านี้เคยเผยแพร่ข้อความสนับสนุนรัสเซียในเหตุการณ์ใหญ่ๆ เช่นสงครามในซีเรีย, การประท้วงของคนเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศส และการชุมนุมประท้วงของชิลี กำลังโพสต์ข้อความที่ &amp;quot;เกือบจะเหมือนกัน&amp;quot; เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้กล่าวว่า บัญชีเหล่านี้ดำเนินการโดยมนุษย์ ไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ จะโพสต์ข้อความในเวลาใกล้เคียงกันทั้งในภาษาอังกฤษ, สเปน, อิตาลี, เยอมนี และฝรั่งเศส และสามารถย้อนไปถึงพร็อกซีของรัสเซีย หรือถ่ายทอดข้อความที่คล้ายกับของสำนักข่าวที่ทางการรัสเซียหนุนหลัง อาทิ อาร์ทีและสปุตนิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวกันว่า สื่อที่ได้ทุนสนับสนุนจากทางการรัสเซียเริ่มผลักดันข้อความต่อต้านตะวันตกเกี่ยวกับต้นตอของไวรัสมาตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ส่วนบัญชีออนไลน์ก็เริ่มโพสต์ข้อความเผยแพร่ทั่วโลกวันถัดไป ข้อความเกี่ยวกับไวรัสนี้ถูกอัพโหลดทุกวันมานานกว่า 1 เดือน ซึ่งทำให้ข่าวพวกนี้จะเป็นพาดหัวยาวนานต่อเนื่องหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า โควิด-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดที่อู่ฮั่นเมื่อปลายเดือนธันวาคม มีต้นตอของเชื้ออยู่ที่ตลาดขายสัตว์แปลก ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้น่าจะมีค้างคาวเป็นพาหะแต่เชื่อว่ามันแพร่สู่มนุษย์ผ่านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิด ที่อาจเป็นตัวนิ่ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57959</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีปลอม, ปั่นข่าวเท็จ, รัสเซีย, สหรัฐ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e525ac164edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 05:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปกองทุนเสมาฯเสียหาย77ล้าน  &quot;อรรถพล&quot;สงสัยทำไมกองสลากฯโอนเงินให้อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบงก์กรุงไทย พร้อมให้ข้อมูลบัญชีผู้โอนและผู้รับโอนเงินกองทุนเสมาฯ ที่ยังตรวจสอบไม่ได้ 68 บัญชี &amp;ldquo;อรรถพล&amp;rdquo; เผยให้ส่งตรง ป.ป.ท. แล้ว &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการโอนเงินเข้าบัญชีปลอม เมื่อปี 60 ทางแบงก์กรุงไทยจะเร่งตรวจสอบให้ &amp;nbsp;ตั้งข้อสังเกตุอีก ได้รับงบฯอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน แต่ทำไมสำนักงานกองสลากกินแบ่งฯ ยังโอนเงินมาให้กองทุนอีก &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวเลขความเสียหายอยู่ที่ 77 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วยนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ได้ประชุมร่วมนายสุชาติ เดชอิทธิรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อมูลที่ทางคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯ ต้องการจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้และยินดีที่จะสนับสนุนข้อมูลทั้งหมด แต่ในส่วนไหนที่มีข้อกฎหมายบังคับไว้ก็จะต้องดำเนินการตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการหารือใน 2 ประเด็น คือ 1.จากการสืบข้อเท็จจริง พบว่า มีบัญชีจำนวน 68 บัญชี ที่เป็นทั้งผู้โอนและผู้รับโอนเงินของกองทุนฯ ที่หาเจ้าของไม่พบ ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยก็ไม่ได้นิ่งเฉย ดังนั้นคณะกรรมการสืบฯ จึงได้เสนอให้ธนาคารกรุงไทยส่งข้อมูลของทั้ง 68 บัญชี ไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) &amp;nbsp;เนื่องจากทางป.ป.ท.เองก็มีข้อมูลเดียวกับ ศธ. และทางธนาคารกรุงไทยก็รับเรื่อง และจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด 2.เรื่องการโอนเงินกองทุนในช่วงปี 2560 ที่มีการโอนจาก ศธ. 2 ครั้ง &amp;nbsp;ซึ่งใส่ชื่อบัญชีกับเลขบัญชีครบถ้วน แต่พบว่าเป็นบัญชีปลอมหลายรายการ ซึ่งทางนายสุชาติ ก็รับเรื่องดังกล่าวและจะนำไปติดตามตรวจสอบการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งรัด ว่าเกิดอะไรขึ้นเกิดได้อย่างไร อีกทั้งจะต้องไปดูในบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างธนาคารกรุงไทยและหน่วยงานราชการด้วยว่า กรอบการทำงานมีมากน้อยเพียงใด ซึ่งคงยังไม่ได้สรุปว่าเป็นความผิดของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นของการสืบข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ตนได้ข้อมูลมาร้อยละ 99 แล้ว เหลือเพียง ข้อมูลจากวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี &amp;nbsp;และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช และอาจจะมีข้อมูลส่วนย่อยจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์บางแห่ง &amp;nbsp; โดยข้อมูลล่าสุด พบหลักฐานการโอนเงิน 34 ครั้ง จำนวน 240,173,163 บาท โอนถูกต้อง จำนวน 134,425,281 บาท คิดเป็นร้อยละ 56 และจะต้องมีการเยียวยารวมทั้งสิ้น จำนวน 19,573,869.50 บาท และตัวเลขความเสียหายของกองทุนฯ นี้อยู่ที่ 77,340,907.90 บาท เนื่องจากบางส่วนมีการโอนเงินคืนมายังกองทุนฯ ซึ่งตนกำลังเตรียมการที่จะสรุปผลการสืบข้อเท็จจริงและเสนอนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้พิจารณาการดำเนินการของกองทุนฯ ต่อไป ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้ตรวจฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจนและต้องมีการสืบสวนต่อ เช่น ในปี 2547 &amp;nbsp;พบหลักฐานว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จ่ายเช็คเลขที่ 0097627 จำนวน 31 ล้านบาท มาให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์กองทุนเสมาฯ จึงต้องสืบต่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวได้มีการนำมาสมทบกับเงินกองทุนเสมาฯ หรือไม่ , &amp;nbsp;ส่วนเงินกองทุนฯ &amp;nbsp;ที่ได้รับจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน ปี 2547 จำนวน 45 ล้านบาท ปี 2548 จำนวน 30 ล้านบาท ปี 2549 จำนวน 45 ล้านบาท และปี 2550 จำนวน 15 ล้านบาท จึงตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อได้รับเงินกองทุนจากงบประมาณมาแล้ว ทำไมสำนักงานสลากจึงต้องจ่ายเงินของกองทุนฯไปให้อีก เนื่องจาก ผู้ที่ดำเนินการรับผิดชอบก็เป็นกลุ่มคนเดียวกันกับที่ทำงาน &amp;nbsp;จึงมีข้อสังเหตว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8358</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, ทุจริตกองทุนเสมา, ธนาคารกรุงไทย, บัญชีปลอม, อรรถพล ตรึกตรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1623ccb659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
