<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อย.-อภัยภูเบศร์&quot;จับมือทำฐานข้อมูล&quot;ยากัญชา &quot;  ดันเข้าสู่บัญชียาหลักในปี64  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.63-เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรพัฒนาระบบฐานข้อมูลรองรับการบันทึกข้อมูลการใช้ยากัญชาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์อย่างเป็นระบบและเป็นมิตรกับผู้ใช้ (user friendly) มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็น เพียงพอ สำหรับการเสนอบรรจุตำรับยากัญชาในบัญชียาหลักแห่งชาติให้ได้ภายในปี 2564 โดยตั้งเป้าภายใน 3 เดือนนี้ จะเริ่มทดลองใช้ระบบนี้เพื่อเก็บข้อมูลในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ใช้ตำรับยากัญชาแผนไทยและยาสารสกัดกัญชาในการรักษาผู้ป่วย โดยจะมีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานทุกเดือน ซึ่งหากสามารถผลักดันให้ตำรับยากัญชาขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติได้ จะทำให้ทราบปริมาณความต้องการใช้ยากัญชาที่ชัดเจน เกษตรกรก็จะสามารถวางแผนการปลูกกัญชาให้สามารถป้อนวัตถุดิบกัญชาได้เพียงพอต่อความต้องการ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
เภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวต่อไปว่า นอกจากความร่วมมือในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลแล้ว อย. &amp;ndash; และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภับภูเบศรยังมีแผนร่วมพัฒนาแชทบอท (chatbot) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกัญชาทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเริ่มจากการให้ข้อมูลด้านบริการสำหรับผู้ป่วยเพื่อให้สามารถเข้าถึงการบริการและข้อมูลการใช้ยากัญชาที่ถูกต้อง และจะขยายการให้บริการครอบคลุมกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักวิชาการ ต่อไป
รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง อย. และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้ป่วยด้วยกัญชาทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากัญชาที่ปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มาตรฐาน อย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีคุณค่าทางการแพทย์ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศไทย ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข &amp;ldquo;ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79873</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ยากัญชา, #อย., บัญชียาหลักแห่งชาติ, รพ.อภัยภูเบศร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7eeddfeb3c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.ควบคุมยาสูบ เห็นชอบผลักดันยาเลิกบุหรี่ อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 มิ.ย.62- ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมประชุม &amp;nbsp;โดยรมว.สธ.กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นด้วยในการผลักดัน ให้ยารักษาโรคเสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ &amp;nbsp;เพื่อช่วยรักษาผู้สูบบุหรี่ที่สูบหนัก ซึ่งการจะจ่ายยานั้นคนไข้ต้องได้รับการคัดกรองและมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน และพูดคุยกับแพทย์ก่อนรับการรักษา เช่น เป็นผู้สูบบุหรี่ที่มีพฤติกรรมการสูบหนัก สูบบุหรี่วันละ 20 มวน ขาดบุหรี่ไม่ได้ ต้องสูบบุหรี่ภายใน 30 นาทีแรกของการตื่นนอน หรือลุกไปสูบบุหรี่ระหว่างการทำงาน/การประชุม &amp;nbsp;เป็นต้น ซึ่งในการให้ยาจะมีความคุ้มทุนมากกว่าการรักษาผู้ป่วยจากการสูบบุหรี่ สำหรับการควบคุมยาสูบในระดับ จังหวัด คณะกรรมการยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก จะต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีนักสูบหน้าใหม่ ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ โดยมีคณะทำงานระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นเลขานุการ มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ และมีนิติกรร่วมเป็นคณะทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลายจังหวัด เช่น จ.สกลนคร อุดรธานี สงขลา เชียงราย มีการดำเนินงานควบคุมยาสูบแบบบูรณาการ ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ การดำเนินงานนโยบายประชาคมระดับอำเภอเรื่องการควบคุมยาสูบ สถานศึกษาปลอดบุหรี่ ชุมชนต้นแบบในการดำเนินงานเลิกบุหรี่ อสม.ชักชวนผู้สูบบุหรี่ให้เลิกสูบได้ &amp;nbsp;คลินิกบำบัดบุหรี่ต้นแบบ ชุมชนปลอดเหล้า สิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ในสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ วัด และโรงเรียน และการบังคับการใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทำให้ประสบความสำเร็จ ลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ &amp;nbsp;เป็นแบบอย่างสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37753</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ, บัญชียาหลักแห่งชาติ, ยาเลิกบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf796bf9244d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
