<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปชป.&#039; จ่อเสนอ ‘บัญญัติ’นั่งประธานกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25&amp;nbsp;มิ.ย. 2564 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ในฐานะเจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบ เพียงฉบับเดียว จาก13ฉบับ ว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเกียรติในชั้นกรรมาธิการได้ให้เป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญฯ ก็จะเสนอนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธาน เพราะเหมาะสมที่จะทำหน้าที่นี้ แต่ต้องหารือกันอีกทั้งกับ วุฒิสภา และพรรคฝ่ายค้าน ในการประชุมวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มิ.ย. ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวรณ์ กล่าวยืนยัน ว่า ร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรค เรื่องระบบเลือกตั้งที่แก้ มาตรา&amp;nbsp;83&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;91&amp;nbsp;เพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรา แต่ในรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มีมาตราที่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้งอีกที่ต้องแก้ จะไม่เป็นปัญหาต่อการพิจารณาร่าง แก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้&amp;nbsp; เพราะรัฐสภารับหลักการแล้วคือ ให้มีส.ส.เขต&amp;nbsp;400&amp;nbsp;คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน ส่วนมาตราอื่นๆที่เกี่ยวข้องนั้น เป็นเรื่องที่ กมธ.สามารถพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้ รายละเอียดหารือในชั้นกรรมาธิการและสอบถามฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาและกฤษฎีกา ว่ามีประเด็นที่เกี่ยวข้องจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่ใช่ว่าจะดำเนินการไม่ได้&amp;nbsp; เบื้องต้นได้อ้างอิงตามหลักการจัดทำกฎหมายที่ผ่านมาว่าสามารถดำเนินการได้ ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับมาตราอื่น หรือจะเพิ่มเติมแต่ยังอยู่ในหลักการเดียวกันนั้น คาดว่าจะพิจารณาชั้นกรรมาธิการ ราว&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา วาระที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp; จากนั้นก็จะแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการลงมติของพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นผู้เข้าชื่อเสนอร่างแต่กลับโหวตงดออกเสียง นายชินวรณ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิในการโหวตของสมาชิกและแสดงจุดยืนแต่ละพรรค ไม่มีปัญหาอะไร แต่ในชั้นกรรมาธิการต้องแสวงหาความเห็นพ้องต้องกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้ง หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้เตรียมพร้อมไว้ ย้ำจะทำระบบเลือกตั้งที่มีความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวรณ์ บุณยเกียรติ, บัญญัติ บรรทัดฐาน, ประธานกรรมาธิการ, พรรคประชาธิปัตย์, เจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, เสนอชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065d7e478e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาหักกมธ.มาตรา256 เสียง3ใน5แก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐสภาส่อยื้อ! &amp;quot;ชวน&amp;quot; พร้อมขยายวันถกยาวถึงวันมาฆบูชา รัฐบาลหน้าแหก ผลโหวตมาตรา 256 หัก กมธ. กลับไปใช้ร่างเดิมใช้เสียง 3 ใน 5 ไฟเขียวเปิดช่องรื้อ รธน.วาระ 1 และ 3 แบบไม่ยากเย็น ประเดิมประชุมป่วน &amp;quot;ภท.&amp;quot; วอล์กเอาต์ คาดเปิดประชุมสมัยวิสามัญลงมติวาระ 3 กลางเดือน มี.ค. &amp;quot;วิรัช&amp;quot; แย้มหากศาล รธน.สั่งห้ามตั้ง ส.ส.ร. จะเดินหน้าแก้ต่อรายมาตรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 24 ก.พ. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา ระหว่างวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมคาดว่าจะใช้เวลาถึงวันที่ 25 ก.พ. แต่ถ้าไม่เสร็จก็จะพิจารณาต่อในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา เพื่อให้จบ &amp;nbsp;ภาพรวมมีผู้ขอแปรญัตติอภิปรายร่วม 100 คน คงมีเนื้อหารายละเอียดจำนวนมาก เชื่อว่าการประชุมไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งขึ้นอยู่ที่ความร่วมมือของสมาชิกทุกคน ส่วนการพิจารณาในวาระที่ 3 ต้องเว้นไป 15 วันตามเงื่อนไข ซึ่งต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อลงมติในวาระที่ 3 คาดว่ากลางเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การพิจารณาร่างแก้ไข รธน. หากยังไม่มีคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ฉบับที่... พ.ศ.... ก็จะพิจารณาไปก่อน และจากที่นายชวนบอกหากไม่เสร็จจะเลื่อนเวลาออกไป ดังนั้นจะต้องพยายามพิจารณาให้เสร็จให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าวิปฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าทางรัฐบาลจะตั้งธงในการแก้ไขกับรายมาตราอยู่แล้วหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า จากที่เคยตอบไป หากไม่ผ่านจะแก้เป็นรายมาตรา ขอสรุปว่าตอนนี้ยังไม่ได้นึกถึงตรงนั้น แต่ทางรัฐบาลมุ่งว่าจะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้ได้ 200 คน หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกครั้ง ต้องดูเหตุและผลว่าในช่วงนั้นจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้จะพยายามทำให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าผลของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยออกมา ไม่ว่าผลจะเป็นบวกหรือลบจะมีผลต่อวาระ 3 หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า มีผลหากศาลให้ดำเนินต่อได้ก็เดินต่อ หากต้องหยุดก็ต้องหยุด และหากศาลไม่สามารถให้ตั้ง ส.ส.ร. จะเดินหน้าแก้ไข รธน.รายมาตราทันทีหรือไม่ ในส่วนนี้จะต้องปรึกษากับประธานวิปฝ่ายค้านว่ามีความเห็นอย่างไร ต้องมีความเห็นร่วมด้วยทั้ง 3 ฝ่าย และหากต้องขยายเวลาการประชุมไปถึงวันที่ 26 ก.พ. ก็ไม่มีปัญหา จากนั้นเวลา 09.30 น. ในการประชุมร่วมรัฐสภาที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 แต่เมื่อเริ่มประชุม นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้เลื่อนร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ค้างการพิจารณาอยู่ครั้งที่แล้ว และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายได้ตกลงกันไว้ &amp;nbsp;
ภท.ฉุนแซงคิวถกแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คัดค้านการเลื่อนระเบียบวาระ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับการนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะไม่ได้ร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย เกรงว่าหากนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติขึ้นมาพิจารณาก่อน จะทำให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จไม่ทันก่อนปิดสมัยประชุมวันที่ 28 ก.พ.นี้ เพราะร่างกฎหมาย 2 ฉบับที่ขอเลื่อนขึ้นมามีผู้ขออภิปรายจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า แม้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าประชุมวิป 3 ฝ่าย แต่ได้แจ้งผลประชุมให้พรรคภูมิใจไทยทราบแล้ว ยืนยันการเลื่อนร่างกฎหมายฉบับมาพิจารณาก่อน ไม่ได้มีเจตนายื้อการแก้รัฐธรรมนูญ อย่าไปวิตก ถ้าพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จไม่ทัน วันที่ 25 ก.พ. จะให้พิจารณาต่อวันที่ 26 ก.พ. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมจึงลงมติเห็นชอบให้เลื่อนร่างกฎหมาย 2 ฉบับขึ้นมาพิจารณาก่อน ด้วยคะแนน 331 ต่อ 160 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้วอล์กเอาต์ไม่ร่วมประชุมในการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ และจะกลับเข้าร่วมประชุมอีกครั้งในวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ส.ส.ภูมิใจไทย ได้แถลงท่าทีของพรรคภายหลังวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมระบุว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการขอเลื่อนระเบียบวาระร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติที่ค้างการพิจารณาจากครั้งที่แล้ว และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมขึ้นมาพิจารณาก่อนร่างแก้ไขรธน.เพิ่มเติมที่จะพิจารณาในวาระ 2 ซึ่งบรรจุไว้ในระเบียบวาระอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาในวันนี้เชื่อมโยงประเด็นจากเหตุการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่อยากให้เรื่องรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาโดยด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. หลังจากที่ประชุมรัฐสภาอภิปรายร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย วาระ 2 โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 256 ตามที่ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ. ชี้แจงหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญการรับหลักการและลงมติให้ความเห็นชอบว่าต้องใช้เสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา การให้ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เมื่อ ส.ส.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้ส่งร่างแก้ไขต่อรัฐสภา เพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็นภายใน 30 วัน โดยไม่มีการลงมติ และให้ส่งร่างให้ กกต.ภายใน 7 วันเพื่อทำประชามติ&amp;nbsp;
หัก กมธ.กลับใช้ร่างเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเปิดโอกาสให้ กมธ.เสียงข้างน้อยและสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็น เริ่มต้นที่มาตรา 3 เรื่องการเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 วิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนคัดค้านความเห็นของ กมธ.เสียงข้างมากที่ระบุให้วาระรับหลักการและการลงมติวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา เนื่องจากเป็นจำนวนมากเกินไป ทำให้โอกาสแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก โดยเสนอให้แก้ไขใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาเพียงแค่กึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายว่า จำนวนเสียงการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ที่ใช้เสียง 3 ใน 5 ตามร่างที่พรรคร่วมรัฐบาลเหมาะสมอยู่แล้ว หากใช้เสียง 2 ใน 3 ตามที่ กมธ.แก้ไขคิดว่าไม่เหมาะสม เพราะถ้า ส.ว.ไม่เห็นด้วยจะไม่มีทางแก้รัฐธรรมนูญได้เลย เสียงของ ส.ส.ขณะนี้มี 487 คน ถ้าต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 492 คน ต่อให้ประธานสภาฯลงมติด้วย ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตัวเลข 2 ใน 3 ในการแก้รัฐธรรมนูญถือว่าสูงเกินไป ที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญ 8 ฉบับ ให้ใช้เสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา การอ้างว่า การแก้รัฐธรรมนูญควรทำได้ยากนั้น จะต้องไม่ยากเกินไปให้เกิดทางตันหรือวิกฤติทางรัฐธรรมนูญได้ ถ้าจะเกินกึ่งเล็กน้อยถือว่าพอรับได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น ทำไมบางเรื่องบางมาตราบางหมวดต้องไปทำประชามติ การทำอย่างนี้ทำให้เกิดความลักลั่น รัฐธรรมนูญก่อนหน้าก็มีการแก้ไขหมวด1-2 ไม่ได้มีปัญหาทำให้ประเทศเปลี่ยนระบอบการปกครอง ไม่เห็นด้วยศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจำเป็นต้องจำกัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญให้อำนาจประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุดสิ่งนี้เป็นทางออกวิกฤติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาใช้เวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 นานเกือบ 4 ชม. ที่ประชุมซึ่งมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และวาระ 3 โดยให้กลับไปใช้ร่างเดิมคือเสียง 3 ใน 5 ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ด้วยคะแนน 441 ต่อ 178 คะแนน งดออกเสียง 13
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงถึงการงดออกเสียงลงมติไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมอีกครั้ง โดย น.ส.ฐิติภัสร์ยืนยันไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัว เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะคุ้มครองเราในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขณะนี้ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทยเรียกร้องให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ตนเป็น ส.ส.ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ไม่สามารถก้าวล่วงในส่วนของพรรคภูมิใจไทยได้ และยืนยันว่าแม้จะถูกกดดันก็ไม่ขอลาออก จะขอทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.วทันยากล่าวว่า ได้ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจโหวตสวนมติพรรคไปหมดแล้ว เราพยายามที่จะรักษามารยาททางการเมืองโดยการงดออกเสียง ไม่ได้โหวตสวน ถือว่าวันนี้เราทำหน้าที่อย่างดีที่สุด.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94182</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์, บัญญัติ บรรทัดฐาน, ภราดร ปริศนานันทกุล, รังสิมันต์ โรม, วทันยา วงษ์โอภาสี, วิรัช รัตนเศรษฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_603668b925f8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัญญัติ &#039;ทำนายการเมืองปี 2564 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.64 -&amp;nbsp;นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงภาพรวมการเมืองปี2564 ว่า คงไม่น่าต่างจากปีนี้เท่าไหร่ เพราะหลายเรื่องมีความต่อเนื่องมาจากปีนี้ และที่สำคัญคงยุ่งวุ่นวายไม่น้อยหรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะจากปัจจัยองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ การชุมนุมของกลุ่มเดิม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ที่จะมีแน่นอนตอนต้นปี การเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะทยอยจัดขึ้นต่อเนื่องจากการเลือกตั้งนายกฯอบจ. ตามโปรแกรมที่กำหนดไว้เดิม และสุดท้ายการทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัญญัติ กล่าวว่า ประเด็นการชุมนุมมีการประกาศชัดเจนว่าจะหยุดชั่วคราวและนัดชุมนุมต่อในปีหน้า เพียงแต่สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่อาจจะต้องชะลอ หรือทิ้งช่วงห่างออกไปหรือไม่ เพราะดูการระบาดรอบใหม่นี้ไม่ใช่ของเล่น ผู้ชุมนุมต้องคิดถึงสวัสดิภาพของตนเองเช่นกัน และพ่อแม่ผู้ปกครองของเยาวชนก็ต้องมีการคุมเข้มเพราะหวั่นอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับลูกหลานของตน &amp;nbsp;ซึ่งโอกาสความขัดแย้งจะมีมากกว่าเดิมจะมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเมืองรวมด้วย เพราะหลายข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น และความขัดแย้งระหว่างความคิดของผู้ชุมนุมกับกลุ่มต่อต้านจะเพิ่มความหึกเหิมขึ้นหรือไม่อาจจะเป็นส่วนที่ทำให้บานปลายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ชัดเจนว่ามีความขัดแย้งอย่างแน่นอน ที่ชัดสุดมีสว.ชุดหนึ่งแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการแก้ไขเรียกร้องให้แก้ไขทั้งฉบับหรือร่างใหม่เลยก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ที่น่าห่วง คือ ความรู้สึกนี้ยังจะมีอยู่แม้จะผ่านขั้นรับหลักการวาระหนึ่งแล้ว ก็ยังมีความพยายามที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการแก้ไขในลักษณะจัดทำใหม่นั้นมีอำนาจทำได้หรือไม่ ที่สำคัญในการประชุมคณะกรรมาธิการฯก็มีความขัดแย้งค่อนข้างรุนแรงอย่างชัดเจน เช่น ฝ่ายหนึ่งไม่ต้องการให้สว.ร้อยละ30 มาเป็นเกณฑ์กำหนดการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นเสียงข้างน้อยมากำหนด เมื่อตั้งใจจะเลิกตรงนี้ก็จะหันกลับไปใช้แบบที่ผ่านมา ใช้ระบบจำนวนเปอร์เซนต์ วันนี้ก็ยังเถียงกันอยู่มาก สว.จำนวนหนึ่งที่เป็นตัวแทนฝ่ายไม่เห็นด้วยยังยืนยันว่าต้อง2ใน3 ขณะที่ฝ่ายค้านบอกเกินครึ่งก็ใช้ได้แล้ว ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เล็งเห็นว่าหากใช้เกินครึ่งสว.ไม่ยอมแน่ จึงเสนอ3ใน5 แต่ก็ยังไม่ยุติ เถียงกันหนักมาก รวมถึงที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และระยะเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญก็คงจะเถียงกันหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำคัญคือเถียงกันแล้วถ้าตกลงกันไม่ได้ ซึ่งความจริงมันควรตกลงกันได้ ถ้าถือหลักประชาธิปไตยมันไม่มีกลุ่มใดได้เต็มร้อยหรอก &amp;nbsp;แต่ถ้าไม่ได้ในวาระ3 &amp;nbsp;ซึ่งเกณฑ์ที่ต้องผ่านขณะนี้ต้องได้รับเสียงสว.84 คน หรือ1ใน3 ถ้ามันไม่ผ่านจริงๆ จะเกิดความขัดแย้งในสังคมไปอีกไกล ที่ผู้สื่อข่าวรัฐสภาให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเหตุการณ์แห่งปีนั้น ผมคิดว่าในปี64 ก็ยังให้เป็นอีกปีก็ได้&amp;rdquo; นายบัญญัติ กล่าว และว่า หากเป็นเช่นนั้นปัญหาความขัดแย้งจะต้องรุนแรงแน่นอน เพราะความขัดแย้งรัฐธรรมนูญถือเป็นเชิงอุดมการณ์ &amp;nbsp;เพราะจากผลการศึกษาเราพบความจริงว่าประชาชนทั่วประเทศต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญให้ได้ เมื่อความขัดแย้งอยู่ท่ามกลางเสียงเรียกร้อง ถ้าสว.ไม่ยอมให้ผ่านได้ ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล และปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีการเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะความระแวงแคลงใจในการรักษาความได้เสียเปรียบทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าที่สุดแล้วจะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการสมานฉันท์ก็ทำงานไม่สำเร็จนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีขนาดนั้น เพราะมีสว.ไม่น้อยเหมือนกันที่พร้อมจะให้ความร่วมมือในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ส่วนท่าทีของรัฐบาลจะจริงจังหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่อีกไม่นานเราคงจะรู้ว่าใครเป็นใครอย่างไร ก็คงมีการเปิดโฉมหน้าให้ชัดเจน หลังปี64 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัญญัติ กล่าวด้วยว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ต้องมีแน่นอน เพราะฝ่ายค้านแสดงทีท่าชัดเจนแล้ว &amp;nbsp;เข้าใจว่าจะมีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่จะมีอย่างไรจะซักฟอกเฉพาะนายกฯหรือทีมโดยตรง. น่าจะเป็นประเด็นร้อนอีกประเด็นหนึ่ง เพราะเวลาพูดถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจย่อมหมายถึงจะมีการหยิบยกความไม่ชอบมาพากล ความบกพร่อง การทุจริตในการบริหารมาพูดจากัน จะเรียกว่าเป็นความขัดแย้งก็ไม่ถนัด เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และเป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะชี้แจง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัญญัติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนจะส่งผลทางการเมืองอย่างไรนั้น คิดว่าอยู่ที่รูปธรรมของการทุจริต แม้ที่ผ่านมาทำอะไรรัฐบาลได้ยาก เพราะมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ แต่หลายครั้งก็ชี้ให้เห็นถึงการทุจริตที่เป็นรูปร่างชัดเจนมากขึ้นก็เคยทำให้มีปัญหามาแล้ว แม้ไม่ถึงกับมีการยกมือไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ว่าการลงคะแนนไว้วางใจมีลดน้อยลง และถ้ามีการทุจริตชัดเจนมากขึ้นแม้จะผ่านไปแล้ว ก็จะมีการปรับครม. ตามมา ก็ต้องรอดูว่าฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นเป็นรูปร่างชัดเจนอย่างไร โยงไปถึงรัฐมนตรีโดยตรงได้หรือไม่ อย่างเรื่องถุงมือยางก็มีการพูดถึงกันอยู่ แต่ตนได้มีโอกาสรับฟังคำชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์ว่าเป็นเรื่องที่ผอ.องค์การคลังสินค้าทำไปเองโดยพละการไม่ผ่านการเห็นชอบของบอร์ด &amp;nbsp;และหลังสุดบอร์ดก็มีคำสั่งให้ผอ.คนใหม่ไปแจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษกับผอ.คนเก่าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีหน้ายังมีวุ่นวายสับสนยุ่งเยิงอยู่บ้าง แต่ในระบอบประชาธิปไตยก็เป็นเช่นนี้ และเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องเข้าใจและไม่ควรรำคาญ เพราะเคยมีคำพูดที่เป็นเหตุเป็นผลว่า ทันทีที่เห็นนักการเมืองถกเถียงโต้แย้งกันอย่าเพิ่งไปรำคาญ หากแต่ต้องสดับรับฟังเสียก่อนว่าเขาถกเถียงกันเรื่องอะไร เพื่ออะไร ถ้าเพื่อประโยชน์ส่วนตนของพวกเขาอย่างนี้รำคาญได้ แต่ถ้าถกเถียงเพื่อหาข้อยุติในอันที่จะทำประโยชน์ต่อสังคมส่วนร่วมนอกจากจะไม่รำคาญแล้ว ควรจะแสดงออกให้เห็นถึงความชื่นชมด้วย ฉะนั้นต้องดูว่าปัญหาต่างในปี64 มันยุ่งเยิงเพราะอะไร&amp;quot; นายบัญญัติ กล่าว.&lt;/p&gt;


	หมอ 3 นิ้ว โอด Wevo ช่วยผู้เลี้ยงกุ้ง แต่กลับถูกจับดำเนินคดี
	ตร.หิ้ว 14 การ์ดกุ้ง 3 นิ้วฝากขัง มวลชนหลักสิบกดดัน &amp;#39;ปล่อยเพื่อนกู&amp;#39;
	ไม่เชื่อ &amp;#39;แม้ว&amp;#39; วางมือการเมือง ชี้ติดนิสัยพูดโกหกไม่หาย
	ดร.อานนท์ เผยอยากเห็นกฎแห่งกรรมทำงานโดยเร็วที่สุด!
	1 เมษาฯเห็นทางสว่าง! ส.ว.วันชัย สวมบทโหรทำนายศึกโควิด
	&amp;#39;ไมค์&amp;#39; สั่งเสีย งานศพผมไม่ต้องเปลือง ไม่ต้องเอาไว้นาน!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88598</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, บัญญัติ บรรทัดฐาน, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce283a9a1118.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาห้องไม่เจอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา ปลดได้ทีละเปลาะอย่างช้าๆ และอุปสรรคก็พร้อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ วันนี้รัฐสภาเดินมาถึงจุดตั้งคณะกรรมาธิการแล้ว เพื่อแก้มาตรา 256 ซึ่งเป็นมาตราว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงการเพิ่มหมวดใหม่คือ หมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมาธิการเป็นนัดแรก แต่รอบนี้มีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลง ตามปกติถ้ามีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ห้องประชุมย่อยที่ตึกฝั่ง ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คราวนี้ นัดประชุมที่ตึกฝั่ง ส.ว.แทน นัดนี้จึงมีผู้อาวุโสหาห้องไม่เจอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัดภาพมาตอนเริ่มประชุม เจ้าหน้าที่แจ้งว่าตามข้อบังคับการประชุมครั้งแรก ให้ผู้อาวุโสเป็นประธานการประชุม ซึ่งบุคคลที่ได้รับมอบหน้าที่นั้นได้แก่ &amp;ldquo;บัญญัติ บรรทัดฐาน&amp;rdquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองที่ได้นั่งเป็นประธานชั่วคราว ให้ดำเนินระเบียบวาระการประชุมวาระแรก คือ การเลือกตำแหน่งต่างๆ ของคณะกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอ &amp;ldquo;บัญญัติ&amp;rdquo; มานั่งที่หัวโต๊ะ เจ้าตัวเอ่ยปาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมขอพักเหนื่อยก่อนนะครับ เพราะตะกี้หาห้องประชุมไม่เจอ นึกว่าเป็นห้อง 301 แต่ที่แท้ห้อง 310&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นก็แนะนำ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อยากให้เจ้าหน้าที่แจ้งสถานที่ห้องประชุมให้ชัด เช่น ถ้าประชุมที่ตึกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ก็ให้ขึ้นต้นว่า ว 310 ถ้านัดประชุมที่ตึกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ก็ขึ้นต้นด้วย ส 310&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม่ เดี๋ยวนี้รัฐสภาเกียกกายใหญ่โต ถ้าเดินผิดชีวิตอาจเปลี่ยน ฮ่าๆๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84911</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, บัญญัติ บรรทัดฐาน, มินนี่เมาธ์, หาห้องไม่เจอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตรับร่างรัฐบาล ส.ส.พรรคร่วมประสานเสียงส.ว.ไฟเขียวแก้รธน.ตั้งสสร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถกแก้ไข รธน. 6 ฉบับวันแรก ชงตั้ง ส.ส.ร. ฝ่ายค้านย้ำล้างมรดก คสช. รัฐบาลห้ามแตะหมวด 1-2 &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ดันยกเลิก 250 ส.ว. หยุดระบอบประยุทธ์ ส.ว.สวนกลับลั่นมาตาม รธน.แต่นักการเมืองบางคนแอบไปอยู่ใต้กระโปรงเด็ก วันๆ คิดแต่จะล้มเจ้า ประสานเสียงยกคำวินิจฉัยศาล รธน. ยันยกร่างใหม่ทั้งฉบับขัด รธน. เหมือนลูกฆ่าแม่ ทรยศ 16.8 ล้านเสียง เปลืองงบฯ เตือนอาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ยุนายกฯ ปิดสวิตช์ ส.ส. ยุบสภา &amp;quot;บัญญัติ&amp;quot; ย้อนปี 39 แก้ รธน.เพิ่มหมวดใหม่ได้ &amp;quot;ไทยภักดี&amp;quot; ยื่น 1.3แสนรายชื่อค้านแก้ รธน. ขู่ส่งศาล รธน.ตีความแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เกียกกาย วันที่ 23 กันยายน มีการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ในวันแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ตกลงกรอบเวลาทั้ง 3 ฝ่ายเท่าๆ กัน ส่วนการลงมติจะลงทีละญัตติคราวเดียวกันทั้ง 6 ญัตติ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ส่วนตัวจะขอให้สมาชิกกระชับในการลงมติ ส่วนการรับมือการชุมนุมที่จะมาบริเวณรัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ไม่เป็นไรส่วนใหญ่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย คาดว่าคงไม่มีการก่อเหตุรุนแรง แต่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะโฆษกพรรค ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เกี่ยวกับจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของฝ่ายเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ถึงแม้ว่าพรรครปช.จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่วันนี้ไม่ใช่การพิจารณางบประมาณแผ่นดินที่จำเป็นต้องเคารพมติวิปรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้ารัฐสภา กลุ่มไทยภักดี นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี นำมวลชนประมาณ 100 คน เข้ายื่นรายชื่อจำนวน 130,000 รายชื่อ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา เพื่อคัดค้านการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 โดย นพ.วรงค์ปราศรัยถึงคำแถลงของกลุ่มไทยภักดี 4 ข้อว่า 1.รัฐธรรมนูญปี 60 มาจากประชามติของประชาชน 16.8 ล้านเสียง ถือว่าประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีประโยชน์ใดๆของประชาชน มีแต่ประโยชน์นักการเมืองที่ต้องการแก้ไข เช่น การปราบโกง 3.ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเสียเงินอีก 15,000 ล้านบาท &amp;nbsp;และ 4.ปัญหา ส.ว.ที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงบทเฉพาะกาล เหลือเวลาอีก 3 ปีก็จะหมดวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญจนถึงวันที่ 24 ก.ย.นี้ หากรัฐสภาลงมติผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องนี้ จะต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ถ้าดื้อดึงเราจะไปดำเนินการยื่นศาล เชื่อว่าศาลมีบรรทัดฐานอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว ชนะอย่างเดียว&amp;rdquo; นพ.วรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นพ.วรงค์นำกลุ่มไทยภักดียื่น 130,000 รายชื่อ ผ่านนายศุภชัย สมเจริญ รองประธาน ส.ว. ในฐานะตัวแทนประธานส.ว. และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ในฐานะตัวแทนประธานสภาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอ 2.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เป็นผู้เสนอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกมาตรา 270 และมาตรา 271 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ 4.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 ที่นายสมพงษ์ อมรวิฒน์ เป็นผู้เสนอ 5.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกมาตรา 279 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ และ 6.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 91 มาตรา 92 และมาตรา 94 และยกเลิกมาตรา 93 มาตรา 101 (4) และมาตรา 105 วรรคสาม ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ
แก้ ม.256 ตั้ง สสร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นทักท้วงว่า ญัตติที่ตนเสนอนั้นไม่ได้รับการบรรจุในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งญัตติของตนเป็นเรื่องขอให้ประธานรัฐสภาส่ง 4 ญัตติของฝ่ายค้านไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากพบปัญหาการลงลายมือชื่อซ้ำกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนชี้แจงว่า ญัตติดังกล่าวได้ตกไป เพราะฝ่ายเลขาธิการสภาฯ ได้พิจารณากรณีนี้เป็นพิเศษ โดยเรียกประชุมฝ่ายกฎหมายทั้งหมดของสภา และทำความเห็นเสนอคือ กฎหมายเสนอ 4 ฉบับ เป็นคนละเรื่องและคนละหลักการ ดังนั้นการลงชื่อซ้ำจึงไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และผู้เสนอญัตติ ชี้แจงหลักการและเหตุผลญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 จะเดินได้ต้องมีมติจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และมีเสียงจากพรรคการเมืองที่ไม่มีประธานหรือรองประธานสภาฯ หรือไม่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของพรรคการเมืองดังกล่าว และยังต้องทำประชามติ จึงเห็นควรให้กลับไปใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา รวมถึงเสียงเรียกร้องจากประชาชนที่ชี้ว่ารัฐธรรมนูญควรแก้ไขเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย จึงควรจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนหลักการร่างแก้ไขยกเลิกมาตรา 270 ถึง 272 เป็นหลักการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และขัดกับหลักการถ่วงดุลอำนาจ โดยเฉพาะมาตรา 272 &amp;nbsp;เกี่ยวกับการให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีสิทธิร่วมลงมติเลือกนายกฯ ด้วย ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการและประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เห็นควรยกเลิกมาตรา 272 และแก้ไขมาตรา 159 ให้การเสนอชื่อนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. รวมทั้งให้ยกเลิกมาตรา 279 เกี่ยวกับการประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำของ คสช.และหัวหน้าคสช. ส่วนการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวมีปัญหาหลายด้านยุ่งยากในทางปฏิบัติ การคิดคำนวณไม่แน่นอนชัดเจน สมควรนำวิธีการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบกลับมาใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เสนอร่างแก้ไขรัฐบาลฉบับพรรคร่วมรัฐบาลว่า เนื่องจากเมื่อบังคับใช้รัฐธรรมนูญระยะหนึ่ง แต่มีปัญหาไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย จึงควรแก้ไขมาตรา 256 ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมาะสม ไม่ยุ่งยากเหมือนปัจจุบัน และควรมีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมี ส.ส.ร. เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมทำรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม สอดคล้องเจตนารมณ์ประชาธิปไตย รวมถึงมีการรับฟังความเห็นและออกเสียงประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่แบ่งแยก ในญัตติพรรคร่วมรัฐบาลมีเจตนารมณ์แก้ในมาตราที่เป็นปัญหา แต่ยืนยันไม่แก้หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ซึ่งทุกคนมีความเห็นตรงกัน รวมถึงญัตติของผู้นำฝ่ายค้าน และเห็นร่วมกันว่าควรแก้ไขมาตรา &amp;nbsp;256 แต่ถ้าจะแก้ไขได้ จะต้องอาศัยเสียงวุฒิสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ร่วมลงมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เสนอให้รัฐสภายกเว้นข้อบังคับ เพื่อบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของกลุ่มไอลอว์ ที่เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 50,000 ชื่อ บรรจุเป็นญัตติเพื่อพิจารณาพร้อมกัน และขอให้แจกจ่ายเอกสารร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้สมาชิกรัฐสภาศึกษา
หยุดระบอบประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวน หลีกภัย ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้นชี้แจงว่า ฝ่ายรัฐสภาต้องมีการตรวจสอบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญบังคับไว้ว่าต้องมีรายชื่อไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ ดังนั้นจึงยกเว้นข้อบังคับที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่ก็อยากให้เสนอพร้อมกัน จึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งตรวจสอบให้ทันภายในสมัยประชุมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใน ม.256 คือต้องใช้เสียงของรัฐสภาเกินกว่ากึ่งหนึ่ง จะต้องมีเสียงของ ส.ว. ประมาณ 84 เสียง ดังนั้นความร่วมมือจากรัฐสภาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ตนสนับสนุนให้มีวุฒิสภา เพราะจากประสบการณ์รัฐสภา มีความจำเป็นต้องมีวุฒิสภาประกอบ แต่ถ้าวุฒิสมาชิกไม่ได้มาจากเลือกตั้งก็ต้องมีอำนาจโดยจำกัด คือกลั่นกรองกฎหมายและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่ให้อำนาจ ส.ว.จากการแต่งตั้งคือรัฐธรรมนูญปี 2521 40 ปีผ่านมา จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ประเทศไทยยังไม่ไปไหน วนเวียนเหมือนม้าหมุน แค่เปลี่ยนจากประชาธิปไตยครึ่งเดียวในรุ่นพ่อ กลายเป็นประชาธิปไตยสลึงเดียวในรุ่นลูก ขอวิงวอนสมาชิกทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ช่วยกันถอนฟื้นออกจากกองไฟ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากตัวแทนที่หลากหลายมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ ส.ส.ร. เป็นกลไกการสืบทอดอำนาจอีกทีเช่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลที่ ส.ส.ร.มาจากการแต่งตั้ง จะทำให้ ส.ส.ร.ที่ออกมาจะอยู่ภายใต้ระบอบประยุทธ์ ต้องไม่ยื้อหรือประวิงเวลาให้ระบอบประยุทธ์ ดังนั้นต้องยกเลิกการที่ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คนที่มีอำนาจเลือกนายกฯ ขอให้ทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกับประชาชน หยุดฟังคำสั่งของระบอบประยุทธ์ หยุดกอดอำนาจไว้แล้วปล่อยประเทศไปสู่อนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ คัดค้านว่า การอภิปรายของนายพิธา ใช้คำว่าระบอบประยุทธ์หลายรอบ ก็อยากจะบอกว่าการปกครองของประเทศไทยมีเพียงระบอบเดียวคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากฝ่ายของตนพูดว่าระบอบธนาธรบวกกับปิยบุตรบ้างก็คงไม่ดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนได้ขานชื่อให้ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. อภิปราย โดย นพ.เจตน์อภปิรายว่า ยืนยัน ส.ว.มีอิสระทางความคิด ไม่มีการหารือหรือขอร้องให้ลงมติในทิศทางเดียวกัน ญัตติทั้ง 6 ญัตติไม่เหมาะกับสถานการณ์ของประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญที่ให้แก้ไข ม.256 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร.ทั้งของพรรคฝ่ายค้านและพรรครัฐบาล ครั้งหนึ่งเคยมีการตั้ง ส.ส.ร.มาแล้วมีการอภิปรายว่าเปรียบเหมือนลูกฆ่าแม่ และเป็นการตีเช็คเปล่า ต่อมาปี 55 มีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมโดยการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาโดยการลงมติของประชาชน ก็ควรให้ประชาชนได้ประชามติเสียก่อนว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการประชุมตั้งแต่ช่วงต้นเป็นไปด้วยดี กระทั่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยอภิปราย ทั้ง ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นประท้วงอย่างต่อเนื่อง เพราะเนื้อหาการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก อาทิหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. ลุกขึ้นประท้วง พร้อมชี้แจงว่าหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ท่านพูดถึง หมายถึงลูกชายของตน คนเรามีสิทธิ์ประกอบอาชีพของตนเอง และอาชีพที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ใส่ร้ายป้ายสี นำเรื่องไม่จริงกล่าวกับที่ประชุมแห่งนี้ และขอให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอนคำพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าพรรคภูมิใจไทยได้แถลงจุดยืนออกมาตลอดเพื่อดึงฟืนออกจากกองไฟ ฉะนั้นการที่ร่วมกันดึงฟืนออกจากไฟเพื่อลดความขัดแย้ง ดังนั้นหนทางหนึ่งคือการทำตามข้อเรียกร้องของประชาชน โดยแก้ไขกติกาที่ไม่สอดรับกับระบอบประชาธิปไตย พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งสภาร่างรัฐ ธรรมนูญ ที่มีสัดส่วนของนักเรียน นิสิต นักศึกษา จะต้องไม่มีการแตะต้องหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
ยกร่างทั้งฉบับขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการอภิปรายในช่วงบ่าย ส.ว.หลายคนอภิปรายอย่างน่าสนใจ อาทิ พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์ ส.ว. อภิปรายว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ การให้มี ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการทรยศต่อ 16.8 ล้านเสียงที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และยังสิ้นเปลืองงบประมาณ 20,000 ล้านบาทในการทำประชามติ แทนที่จะเอาเงินไปซื้อวัคซีนโควิด-19 ไม่รู้คิดถึงคนไทยหรือคิดถึงวาระซ่อนเร้นของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. อภิปรายว่า การขอแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ คือการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เกรงว่าอาจมีการไปยื่นให้อัยการสูงสุดหรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ เพราะอาจถูกกล่าวหากระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 &amp;nbsp;รวมถึงอาจถูก ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องจงใจปฏิบัติหน้าที่ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี และถูกฟ้องคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการปิดสวิตช์ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 นั้น ถามว่า &amp;nbsp;ส.ว. 250 คนทำผิดอะไร ถึงขั้นจะปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ให้ทำตามหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ ส.ว.อยู่มาไม่ถึง 2 ปีจะปิดสวิตช์แล้ว ขณะนี้ประเทศมีปัญหามากมาย นายกฯ ควรปิดสวิตช์ ส.ส.ด้วยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่จะเป็นทางออกที่ดีกว่า&amp;quot; นายเฉลิมชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องทำประชามติ 2 ครั้ง ครั้งแรก ทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนที่จะมีการลงมติรับหลักการในวาระแรกว่า อยากได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ครั้งที่สอง ทำหลังจาก ส.ส.ร.ยกร่างเสร็จ แล้วทำประชามติสอบถามประชาชนว่าพอใจกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เชื่อว่าการแก้ไข รธน.ครั้งนี้มีคนยื่นให้ศาลตีความเหมือนกับปี 2555 แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.25 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โพลส่วนใหญ่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน รายงานของอนุกรรมาธิการฯ ที่เดินทางไปรับฟังความเห็นจากคนหลายกลุ่มนั้น ทุกกลุ่มต่างเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น เกือบจะทุกหมวดด้วยซ้ำไป จึงอาจเป็นที่มาเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร. เพราะถ้าจะแก้ไขเป็นรายมาตราจะแก้กันไม่ไหว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรือ และเราจำเป็นต้องทำประชามติหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อปี 2539 ที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มหมวดใหม่ขึ้นมาหมวดหนึ่งก็ยังทำกันได้ ไม่เห็นมีการเรียกร้องว่าทำได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสำคัญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ถ้าประเทศจะต้องใช้จ่ายงบประมาณบางส่วนจำนวนพอสมควรกับเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่สมควรแก่การกระทำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.00 น. นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ส.ว. อภิปรายว่า ตนรับไม่ได้ ส.ส.อย่ามาดูถูกว่ามาจากเผด็จการ เพราะ ส.ว.ก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ตนยอมรับประชาธิปไตยที่อยู่บนพื้นฐานความเห็นต่าง แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ก.ข.ต. (เกลียดชัง ขัดแย้ง แตกแยก) ประชาธิปไตยที่เห็นต่างต้องสง่างาม เพราะฉะนั้นจะร่างรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ ถ้าแก้ทุกอย่างแต่ไม่แก้ตัวเอง ไม่เคยแพ้เลย จะชนะอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปราย ว่า &amp;nbsp;ถ้าให้อำนาจ ส.ว. มาโหวต ส.ว. 250 คนสามารถยับยั้งการแก้กฎหมายของประชาชน 50,000 คนได้ แต่ร่างนี้ก็ยังยืนยันอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ต่างอะไรจากเอาคนพิการมือด้วนมากดโหวต เพราะคนที่โหวตจริงๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงผู้อภิปรายว่า ส.ว.มาตามรัฐธรรมนูญ แต่นักการเมืองบางพรรค บางคน แอบไปอยู่ใต้กระโปรงเด็ก วันๆ คิดแต่จะล้มเจ้า ทำให้นายชวนซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมปิดไมค์ และเตือนไม่ให้พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรคก้าวไกล ติงนายกิตติศักดิ์ว่าปัญญาชนไม่ควรพูดคำเช่นนี้ ภายหลังนายกิตติศักดิ์จึงยอมถอนคำพูดว่าใต้กระโปรงเด็กและล้มเจ้าล้มสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.15 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ไม่อยากให้พูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น เพราะเป็นการเมืองแบบเก่า ไม่ได้ทำให้ประเทศเจริญ สังคมก้าวหน้า รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติให้ ส.ว.มาจาก คสช. เพราะเป็นความเห็นพ้องต้องกัน การทำงานของ ส.ว.มาจากความเหมาะสมของสถานการณ์บ้านเมือง ไม่มีสิ่งไหนดีที่สุด แย่ที่สุด ในข้อเสนอที่ให้มีส.ส.ร. แต่บรรยากาศช่วงนี้มีการเรียกร้องทางการเมืองสูง ก็นึกภาพหาก ส.ส.ร.มาจากประชาชน ก็ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ เป็นเรื่องที่ดี แต่แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นคือ ส.ส.ร.มาจากพรรคการเมือง เขามีฐานเสียง หัวคะแนน มีวิธีการที่จะทำให้ชนะ ในที่สุดแล้วอาจเห็นส.ส.ร.ซื้อเสียงมากที่สุด ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ที่กังวลในขณะเกิดความเห็นแตกแยกทางการเมือง ดูหมิ่นสถาบัน มีข้อเสนอคิดไปไกล ก้าวไกลจริงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงช่วงนี้ ส.ส.พรรคก้าวไกลใช้สิทธิ์ถูกพาดพิง ลุกขึ้นประท้วง แต่นายเสรีแย้งว่า ขอให้ประธานย้อนเปิดเทปดูได้ว่า ไม่ได้มีคำไหนไปเอ่ยถึงพรรคก้าวไกล แต่นายชวนยังยืนกรานขอให้ถอนคำพูด เพราะคำพูดลักษณะนี้ทำให้คิดถึงพรรคก้าวไกลได้ สุดท้ายมีการโต้แย้งระหว่างนายเสรีกับ ส.ส.ก้าวไกลอีกระยะ ในที่สุด นายเสรียอมถอนคำพูดและอภิปรายต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า มีการประชุมวิปรัฐบาลเพื่อกำหนดทิศทางการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน &amp;nbsp;6 ร่าง ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ยกเว้นพรรครวมพลังประชาชาติไทย จะเห็นชอบตามร่างแก้ไขฉบับที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐและคณะ เป็นผู้เสนอ เพียงฉบับเดียวเท่านั้น สำหรับ ส.ว. ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจน เนื่องจากยังไม่ได้รับการส่งสัญญาณจากผู้มีอำนาจในรัฐบาล ซึ่งจะชัดเจนในช่วงเย็นของวันที่ 24 ก.ย.นี้ โดยคาดว่าจะปิดการอภิปรายประมาณ 18.00 น. หลังจากนั้นจะเป็นการลงมติทั้ง 6 ญัตติ โดยการขานชื่อสมาชิกรัฐสภาทีละคน ซึ่งจะให้ลงมติด้วยวาจาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติใดบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 24 ก.ย. จะมีการนัดคุยระหว่างวิปรัฐบาลและวิปวุฒิสภาอีกครั้งว่าจะลงมติอย่างไร เพราะทราบว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รธน. ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจ เพื่อให้โหวตเห็นชอบร่างของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล คือแก้มาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร. เพราะสุดท้ายหากทุกร่างถูกคว่ำหมด จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะการสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ชุมนุม จึงเชื่อว่าการลงมติในช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ย. ส.ส.ฝั่งรัฐบาลและ ส.ว.เกิน 84 เสียง จะเห็นชอบร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเพียง 1 ร่าง และคว่ำ 5 ร่างของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;quot; แกนนำวิปรัฐบาลระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78417</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชวน หลีกภัย, ชาญวิทย์ ผลชีวิน, นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, บัญญัติ บรรทัดฐาน, พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม, พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, วิรัช รัตนเศรษฐ, ศุภชัย ใจสมุทร, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย เฟื่องคอน, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b598a5986d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;ส่ง&#039;บัญญัติ&#039;นำทีมถกพรรคร่วมรัฐบาลประเด็นรื้อรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.ของพรรค ว่ามีข้อสรุป 2ประเด็น คือ 1.ที่ประชุมเห็นตรงกันให้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเสียง ส.ส.ของพรรคจำกัด จะเสนอพรรคเดียวไม่ได้ เพราะเรามีเพียง 52 เสียง ซึ่งหากจะเสนอเองต้องใช้เสียงถึง 100 เสียง ดังนั้น แนวทางที่ดีที่สุด คือ เสนอร่างร่วมกัน ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้วิปของพรรคไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า 2.สำหรับการกำหนดประเด็นเพิ่มเติม นอกจากการแก้ไข มาตรา 256 ที่ประชุมให้มีคณะทำงานชุดหนึ่งเพื่อกำหนดประเด็น ข้อเสนอและรายละเอียดก่อนนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งคณะทำงานชุดนี้ ประกอบด้วย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธานส.ส.พรรค นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และประธานวิปพรรค และมีคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการใด นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอให้วิปรัฐบาลไปหารือกันก่อน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดวิปจะเป็นผู้ทำหน้าที่หารือ โดยในส่วนของ ปชป. นายชินวรณ์จะเป็นผู้ประสานงานกับวิปรัฐบาล ทั้งนี้ ประเด็นที่จะกำหนดมีอยู่เบื้องต้นแล้วนอกจากมาตรา 256 ที่เป็นจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่ให้คณะทำงานหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำถึงท่าทีของ ส.ว. นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอไม่ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ เพราะพรรคไม่ประสงค์จะขัดแย้งกับฝ่ายใด พรรคมุ่งไปที่ผลสัมฤทธิ์ของการแก้ไขและอยากให้สำเร็จ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะมาตราใดก็ตามจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายและการสนับสนุนจาก ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชินวรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้วิปรัฐบาลได้คุยเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอด ซึ่งจากนี้จะได้นำผลการประชุมพรรคไปหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาล เพราะวิปต้องฟังทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 รวมถึงเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่ยังไม่ชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชินวรณ์ กล่าวว่า เท่าที่ฟังทุกพรรคเห็นด้วนในการแก้ไข แต่คงต้องคุยในรายละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73480</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, บัญญัติ บรรทัดฐาน, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐธรรมนูญ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a4ab875e4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพทางความคิด&amp;quot; ตอบรับคำเทียบเชิญแล้วสำหรับ ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ มานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมเหตุผลสั้นๆ แต่ได้ใจความชัดเจนว่า &amp;quot;บางทีคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เราก็ต้องไปดู&amp;quot; แต่สถานที่ที่ทำพิธีกรรมเทียบเชิญเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมากลับไปใช้ที่ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) กลายเป็นประเด็นให้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ตามบี้ว่าขัดข้อบังคับของมูลนิธิ ในข้อที่ 2.7 ที่กำหนดว่า &amp;ldquo;ไม่ดําเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง&amp;rdquo; และขัดหรือแย้งต่อ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ว่าด้วยประมวลจริยธรรม 2551 ข้อ 5.5 ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน แหม! พี่ศรี น่าจะพ่วงไปด้วยว่า ส.ส.ไปรับ กล้วย รายเดือนที่มูลนิธิผิดด้วยหรือไม่?...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนการปรับ ครม.คงต้องรอฤกษ์อีกสักระยะ หลัง ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประกาศว่าจะกดดันต่อรองตำแหน่งไม่ได้ แกนนำพรรคเล็ก นำโดย นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคพลเมืองไทย พร้อมด้วย นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และ นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดย นพ.ระวี บอกว่า &amp;ldquo;จะมาบอกนายกฯ ว่าวันนี้กลุ่ม 11 พรรคเล็ก ไม่มีต่อรองรัฐมนตรีแน่นอน อันนั้นเป็นเรื่องของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์เพียงคนเดียว&amp;rdquo; สำหรับ 11 พรรคเล็กก็มีบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็น รมต.ได้หลายคน ยังดีที่ไม่บ้าจี้ตาม นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ที่หนุน เต้-พระราม 7 เป็น รมต. ไม่งั้น ลุงตู่ คงปวดกบาลน่าดู-ฮ่า...0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้พรรคพลังประชารัฐ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะมีปัญหาภายในจนต้องหาม ลุงป้อม มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อควบคุมสมาชิกไม่ให้แตกแยกและเกิดความสามัคคี แต่พรรคการเมืองอื่นก็เกิดแรงกระเพื่อมภายในเช่นกัน ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จึงมีการนัดกินข้าวเย็นในวันอังคาร ที่ร้านอาหารทีเฮ้าส์ ภายหลังมีความเคลื่อนไหวให้เปลี่ยน หัวหน้าพรรค-จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และมีข่าวว่า รมต.ของ ปชป.จะถูกปรับออกโดย นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เป็นเจ้าภาพ และได้เชิญ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวพรรค ปชป.มาร่วมงานด้วย ทางด้านฝ่ายค้าน แกนนำพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งนำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็แยกไปตั้ง กลุ่มแคร์ ส่วนพรรคก้าวไกล ที่มี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้า ก็ไร้อนาคต เพราะ หัวหน้าพรรคตัวจริง คงไม่ทุ่มเทให้เหมือนเดิม ทำให้ บิ๊กตู่ ในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐบาลก็ยังได้เปรียบทุกฝ่าย...0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องภายในรัฐบาลและรัฐสภาเท่านั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสังคมไทยก็คือการเมืองนอกสภาฯ บิ๊กตู่ จึงผุดแนวคิดรวมไทยสร้างชาติ หรือ New Normal จะผนึกประชาชนทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศ จึงมีรายงานว่าได้สั่งให้ทีมงานลับไปรวบรวมรายชื่อบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีการเมืองทั้งหมดเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการนิรโทษกรรมคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง แต่ล่าสุด บิ๊กตู่ ยืนยัน &amp;ldquo;กลุ่มใดทำผิดกฎหมายต้องว่าไปตามคดีความให้จบ ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่เกรงกลัวการทำผิด&amp;rdquo; ซึ่งถ้ายังคิดแบบนี้ก็คงผนึกทุกภาคส่วนได้ยาก เพราะความขัดแย้งช่วง 10 ปีที่ผ่านมาคือความแตกต่างทางความคิด ทุกฝ่ายก็ทำผิดกฎหมายกันหมด รัฐประหาร 19 ก.ย.49 หรือ 22 พ.ค.57 ก็ทำผิดกฎหมาย แต่นิรโทษกรรมตัวเองได้ จึงควรไปอ่าน รายงานการศึกษาและข้อเสนอแนวทางการสร้างความปรองดอง ของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งขาติ ที่เสนอนายกฯ ไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่จู่ๆ จะปล่อยคนทำผิดเป็นถูก แต่มีกระบวนการที่จะทำให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้วพร้อมให้ความร่วมมือสร้างชาติไทยอย่างที่นายกฯ ต้องการนั่นเอง!...0&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69514</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชวน หลีกภัย, ถาวร เสนเนียม, บัญญัติ บรรทัดฐาน, บันทึกหน้า 4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ภูมิธรรม เวชยชัย, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
