<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดบัญญัติไตรยางค์เด็กประถมสอนกกต.&#039;โฆษกเพื่อชาติ&#039;สรุปบัตรเลือกตั้งเกิน2.3ล้านใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค.62-น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า แฮชเเท็ก #บัตรเกิดใหม่ในหีบ ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ ไทย หลัง กกต. แถลงผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. 100 % อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งบ่งบอกว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีคำถามว่า ทำไมผลเลือกตั้งและตัวเลขร้อยละผู้มาใช้สิทธิ์ที่ กกต. แถลง จึงเปลี่ยนไปแบบคำนวณอย่างไรก็ไม่ลงตัวตามหลักบัญญัติไตรยางค์ ระดับประถมศึกษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวว่า ในวันที่ 24 มี.ค. กกต. แจ้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 33,775,230 คน คิดเป็น 65.96 % ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดหลังจากนับคะแนนไป 94 % ต่อมาในวันที่ 28 มี.ค. ในการแถลงผลเลือกตั้งครั้งล่าสุด กกต. แจ้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 38,268,375 คน คิดเป็น 74.69 % ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 100 % ทำให้ 4 วัน หรือ 6 % ที่เหลือมีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 4,493,145 คน ด้วยความสงสัยในตัวเลขโลกออนไลน์ก็ลองเทียบบัญญัติไตรยางค์คำนวณกัน ก็เกิดโป๊ะแตกแตกอีกรอบของ กกต. คือ เมื่อเกิดความสงสัยว่าบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเยอะ เลยลองคำนวณดูว่าจำนวนบัตร 6% ที่ยังไม่ได้นับกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกันไหม ด้วยการคิดแบบเชื่อ กกต. ว่าในวันที่ 24 มี.ค. กกต. บอกตัวเลขจำนวนผู้มาเลือกตั้งว่าเป็นการนับจากบัตรที่นับตอนนั้น เมื่อนำมามาคำณวณเป็นสัดส่วนร้อยละ 33,775,230/38,268,375 x 100 = 88.31% เท่ากับ กกต. นับบัตรไป 88.31 % ไม่ใช่ 94% อย่างที่ กกต. แถลงข่าวในวันที่ 24 มี.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อมาคำนวณจำนวนบัตรที่ยังไม่ได้นับหรือ #บัตรเกิดใหม่ในหีบ ที่เพิ่มขึ้นมาจากการแถลงข่าวของ กกต. ในวันที่ 28 มี.ค. โดยเทียบสัดส่วนเป็นร้อยละ 4,493,145/38,268,375 x 100 = 11.69% พบว่าจำนวนบัตรเพิ่มขึ้นไม่ใช่ 6% ที่เพิ่มขึ้นจาก 94 %อย่างที่ควรจะเป็น จากการคำนวณตัวเลขดิบบัตรผู้มาใช้สิทธิที่กกต. แถลงวันที่ 28 มี.ค. เท่ากับสัดส่วนผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากวันที่ 24 มี.ค. จำนวน 11.69 % ด้วยความเชื่อมั่น กกต. ตามผู้นำเหล่าทัพมาแถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่าข้อมูลวันที่ 24 มี.ค. จำนวนผู้มาใช้สิทธิจากบัตรเลือกตั้ง 33,775,230 ใบ คือ 94 % ก็จะพบว่า 100 % ของมีผู้มาใช้สิทธิจะมีจำนวนเท่ากับ 35,954,963 ใบ ซึ่งน้อยกว่า 38,268,375 ใบอยู่เท่ากับ 38,268,375 - 35,954,963 = 2,315,923 ใบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ตนพยายามเชื่อมั่นการทำงานของ กกต. ตามที่ผู้นำเหล่าทัพอุตส่าห์มาแถลงออกทีวี ด้วยการพยายามคิดคำณวณตามข้อมูลของ กกต.ทุกอย่าง แต่เมื่อพยายามคำนวณออกมาสารพัดวิธีแล้ว ตัวเลขบัตรเลือกตั้งที่เพิ่มมาให้คำตอบดังที่แสดงว่า มีบัตรเลือกตั้งเกินมา &amp;nbsp;2,315,923 ใบ ตนเลยสงสัยว่าระบบดิจิตอลของ กกต. กำหนดเงื่อนไขการคำนวณไว้แบบเดียวกับระบบบัญญัติไตรยางค์ ที่ตนเรียนมาในระบบประถมศึกษาหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32485</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, นับคะแนนเลือกตั้ง, บัญญัติไตรยางค์, บัตรเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9d7dad3fde6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
