<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านเพลิน! ประวัติ &#039;ที่ดินสวนดุสิต&#039; ร.5 ซื้อจากราษฎร เป็นที่มาการออกโฉนดครั้งแรกในสยาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;รัชดา มีหมาสิบเอ็ดตัว&amp;quot; ของ น.ส.รัชดา โชติพานิช หน่วยวิจัยแผนที่ ภาพถ่ายและเอกสารประวัติศาสตร์&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;ที่ดินพระราชทาน&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโฉนดที่ดินให้แก่สถานศึกษา และหน่วยงานราชการ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด&amp;nbsp;เฉพาะพื้นที่ในเขตดุสิต ประกอบด้วย สถานศึกษาสามแห่ง ได้แก่โรงเรียนราชวินิต จำนวน 6 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำนวน 60 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จำนวน 37 ไร่&amp;nbsp;1 งาน 10 ตารางวา และหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยสองแห่ง ประกอบด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 14 ไร่ 1 งาน 72.70 ตารางวา กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 9 ไร่ 3 งาน 92.30 ตารางวา&amp;nbsp;รวมแล้วกว่าร้อยไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ดินพระราชทานนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสวนดุสิตในอดีต หรือพระราชวังดุสิตในปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นจากพระวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการขยายพื้นที่พระนครทางทิศเหนือนอกแนวเขตเมืองเดิม คือคลองผดุงกรุงเกษม เป็นการชี้นำให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่และประชาชนขยับขยายย้ายที่อยู่อาศัย จากภายในพระนครที่แออัดไปอยู่พื้นที่นอกพระนคร โดยเริ่มด้วยการสร้างที่ประทับ นอกพระบรมมหาราชวัง สำหรับผ่อนคลาย พระราชอิริยาบถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ฉันคิดจะทำบ้านเปนที่ไปเที่ยวเล่น ได้กะตกลงใจว่าจะซื้อที่&amp;nbsp;ตั้งแต่บ้านประวิตรไปจนถึงคลองสามเสน ตั้งแต่ถนนสามเสน&amp;nbsp;ยืนขึ้นไปจนถึงทางรถไฟ ได้มอบให้กรมหมื่นมหิศรแลกรมหมื่นสรรพสาตรเปนผู้จัดซื้อแลวางแปลน มีความประสงค์อยากจะใคร่ ให้ได้เร็วๆ ด้วยไม่มีที่เดินเหิรเที่ยวเล่น สังเกตได้ว่าเมื่ออยู่บางปอินสบาย เพราะได้เดินทุกวัน ครั้นกลับลงมานี่ ก็ไม่ใคร่สบายขึ้นทุกวัน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยแนวคิดจะสร้างบ้านสำหรับไปเที่ยวเล่น ทำให้ตัดสินพระทัยซื้อที่ดิน แทนการเวรคืนหรือเรียกคืนตามกฎหมายที่ดินในสมัยนั้น ได้นำมาซึ่งความวุ่นวาย ทั้งเรื่องการครอบครองที่ดิน ขอบเขตที่ดิน ราคาซื้อขายที่ดิน และอื่นๆ ได้นำมาซึ่งการโต้แย้ง ทะเลาะวิวาท ไปจนถึงการฟ้องร้อง และปัญหาคนในบังคับชาติอื่นร้องทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่า ตั้งแต่สมัยแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระเจ้าอู่ทอง ความเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้น นอกจากทรงมีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศแล้ว &amp;ldquo;... ที่ในแว่นแคว้นกรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยา มหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ เป็นที่แห่งพระเจ้าอยู่หัว หากให้ราษฎรทั้งหลาย ผู้เป็นข้าแผ่นดินอยู่ จะได้เป็นที่ราษฎรหามิได้&amp;rdquo; จึงมีการออกหนังสือสำคัญ ใบเหยียบย่ำหรือใบจอง และโฉนดตราจอง ในเวลาต่อมา ให้แก่ผู้ครอบครองที่ดิน เพื่อใช้จัดเก็บภาษีอากรอันเป็นรายได้เข้ารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อที่ดินทั่วทั้งราชอาณาจักรเป็นของพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีการซื้อขายกัน เพียงแต่เมื่อผู้ใดทิ้งที่ดิน ปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาทำกินแทน ก็จะขาดสิทธิ์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การซื้อขายที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องใหม่แล้ว ยังมีความไม่ชัดเจนของโฉนดตราจอง ที่ทำกันมาช้านาน เกิดกรณีพิพาท ในการแสดงการถือครองสิทธิ์ที่ดิน ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นที่ดินของตน จึงนำมาซึ่งพระราชดําริ ที่ว่า &amp;ldquo;...ที่ดินมีราคามากขึ้น เป็นเหตุให้ราษฎร มีคดีพิพาทเรื่องที่ดินสูงขึ้นสมควรจัดระเบียบสำคัญ อันเป็นหลักฐานสำหรับที่ดิน จัดให้มีสิ่งหมายเขตสำหรับที่ดินให้มั่นคงขึ้น...&amp;rdquo; &amp;nbsp;และมีการออกโฉนดที่ดินขึ้นเป็นครั้งแรก ในสยามประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2444 ที่มาจากการสำรวจรังวัดที่ดินอย่างถูกต้อง ตามหลักวิชาการด้านแผนที่ มีรูปแบบเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วยข้อมูลผู้ถือครอง ผังบริเวณ และรายละเอียด การเปลี่ยนแปลงผู้ถือครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดซื้อที่ดินนั้น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ จึงใช้เงินพระคลังข้างที่ อันเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ในการจัดซื้อที่ดินจากราษฎร โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงนครบาล ประสานงานติดต่อกับเจ้าของที่ดิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอ เป็นผู้รังวัดสอบพื้นที่ สอบถามราคา ที่เจ้าของที่ดินยินยอมขาย หากเป็นราคาที่เหมาะสมก็จะทำสัญญาซื้อขายเป็นรายๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังหนังสือกราบบังคมทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลของพระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง อธิบดีกระทรวงนครบาล มีความตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;วันที่ 30 มีนาคม รัตนโกสินทรศก 117 ข้าพระพุทธเจ้า พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง ขอพระทานกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอเสนาบดีกระทรวงนครบาลทรงทราบ ฝ่าพระบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยโปรดเกล้าฯ สั่งให้ข้าพระพุทธเจ้าจัดอำเภอไปทำหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งจะทรงสร้างวังสวนดุสิต พร้อมด้วยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย&amp;nbsp;แลให้คอยฟังรับสั่งกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยในการที่จะทำหนังสือสัญญาแลจัดซื้อที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพระพุทธเจ้าได้ไปเฝ้ากรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ได้ทรงหาฤๅในการที่จะจัดซื้อที่ในเปนการสมควรแก่ราคา จึ่งได้ตรวจราคาที่ราคาซื้อฃายกันในบริเวรนั้น ทำเปนอัตรามีราคาสูงต่ำแจ้งในอัตรานั้นแล้ว จึ่งมีรับสั่งให้ข้าพระพุทธเจ้าหาตัวบรรดาเจ้าของที่มาพร้อมกัน ณ ที่วัง ข้าพระพุทธเจ้าได้ให้อำเภอท้องที่ตามตัวเจ้าของที่มาพร้อมกัน จึ่งได้ชี้แจงถึงราคาตามอัตรา ฝ่ายเจ้าของที่ซึ่งเห็นว่าเปนราคาอันสมควรได้ยอมตกลงขายที่ให้ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยได้แต่งให้จมื่นราชพันทารักษเปนผู้แทนพระองค์ท่าน เมื่อเจ้าของที่รายใดก็ ตกลงยอมขายที่ให้ตามอัตราแล้ว ก็ให้จัดการซื้อแลทำหนังสือไป...
เนื่องจากพื้นที่สวนดุสิต มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ จึงใช้เวลาจัดซื้อถึง 2 ปีในการรวมที่ดินที่จัดซื้อจากราษฎร จำนวนกว่าสามร้อยราย โดยมีขอบเขตที่ดิน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศเหนือ จรด ถนนราชวัตรในและถนนราชวัตรนอกในสมัยนั้น หรือถนนราชวัตรในสมัยนี้ แนวถนนห่างจากคลองสามเสน ประมาณ 100 &amp;ndash;150 เมตร เพื่อให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ริมคลองมาแต่เดิม ยังคงอยู่อาศัยได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศใต้ จรด ถนนคอเสื้อในสมัยนั้น หรือถนนพิษณุโลกในสมัยนี้ &amp;nbsp;แนวถนนห่างจากแนวคลองผดุงกรุงเกษมประมาณ 150 &amp;ndash; 200 เมตร เพื่อให้ห่างจากวังสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ ที่ได้สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ รวมทั้งบ้านเรือนราษฎรในย่านนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศตะวันตก จรด ถนนสามเสน เลียบมาตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะเป็นถนนที่เชื่อมโยงพื้นที่ในพระนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิศตะวันออก จรด ถนนซิ่วในสมัยนั้น หรือถนนสวรรคโลก ในสมัยนี้ และคลองขื่อน่าที่ขนานไปกับแนวทางรถไฟสายแรกของประเทศระหว่างกรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานก่อสร้างสวนดุสิต ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2441 นั้น เมื่อทรงใช้จ่ายจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ มิใช่เงินแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมิได้มีพระราชประสงค์ ให้เรียกที่ประทับแห่งใหม่ว่าพระราชวัง หากให้เรียกเพียง วังสวนดุสิต เท่านั้น ดังความในราชกิจจานุเบกษาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...เป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจะได้ทำเป็นที่ประทับแลถนน หนทางที่ประพาสต่อไปด้วยเงินพระคลังข้างที่ทั้งสิ้น พระราชทานชื่อที่ตำบลนี้ว่า สวนดุสิต ผู้ใดจะเรียกชื่อที่นี่ ให้เรียกตามชื่อที่พระราชทานไว้&amp;nbsp;ฤาถ้าจะออกชื่อที่ประทับก็ห้าม อย่าให้เรียกว่า พระราชวัง เพราะเหตุที่มิได้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์สำหรับใช้จ่ายการแผ่นดินซึ่งจะเป็นพระราชวังสำหรับสืบไป ที่วังนี้บางทีจะพระราชทานเป็นวังพระเจ้าลูกเธอพระองค์ใดต่อไป &amp;nbsp;เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรเรียกว่า พระราชวัง ให้เรียกว่า วังสวนดุสิต เท่านั้นก็เป็นการสมควรแล้ว...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา โปรดเกล้าให้สร้างหมู่พระที่นั่งต่างๆได้แก่ พระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นที่ประทับชั่วคราว ระหว่างการก่อสร้าง พระที่นั่งอัมพรสถาน พระที่นั่งอภิเษกดุสิต ซึ่งเป็นท้องพระโรงชั่วคราวระหว่างการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม (ที่มาแล้วเสร็จในรัชกาลต่อมา) หมู่พระตำหนักของฝ่ายในต่างๆ ในสวนสุนันทา รวมทั้งสวนนอก ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนราชวินิตมัธยม และราชตฤณมัยสมาคมหรือสนามม้านางเลิ้ง เดิมเป็นสถานที่ทดลองการเกษตรแผนใหม่ เช่นครั้งหนึ่ง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโตเกียว มาทดลองปลูกหม่อน เลี้ยงไหม เพื่อพัฒนาคุณภาพไหม และผ้าไหมพื้นถิ่น หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 มีหลายหน่วยงานเข้าใช้พื้นที่และอาคารในเขตพระราชฐาน อาทิ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา และวิทยาครูสวนดุสิต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพระราชทานโฉนดที่ดินให้แก่สถานศึกษา และหน่วยงานราชการ เมื่อเร็วๆนี้ จึงเป็นการโอนที่ดินให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ายึดครองพื้นที่พระราชวังมานานเกือบร้อยปี ที่สำคัญเป็นการโอนทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้กับทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
บัณฑิต จุลาสัย และรัชดา โชติพานิช
หน่วยวิจัยแผนที่ ภาพถ่ายและเอกสารประวัติศาสตร์&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86772</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ที่ดินพระราชทาน, บัณฑิต จุลาสัย, ประวัติศาสตร์, รัชดา โชติพานิช, สวนดุสิต, ในหลวง รัชกาลที่ 10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5ff8d44cc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
