<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ่งสะท้อนจาก &quot;อาจารย์เดชา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ใบหน้าคน&amp;quot; บ่งบอกความเป็น &amp;quot;ตัวตน&amp;quot; ของคนคนนั้น เห็นจะจริงอย่างที่เขาว่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างอาจารย์ &amp;quot;เดชา ศิริภัทร&amp;quot; นั่นไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเพิ่งเคยเห็นหน้าท่านจากข่าวเมื่อวาน (๑๑ เม.ย.๖๒) ที่ไปพบ ปปส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแล้วก็ต้องบอกว่า พิมพ์นี้แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิมพ์ &amp;quot;พ่อพระ&amp;quot; ของแท้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอย่างนี้ เมื่อ &amp;quot;มูลนิธิข้าวขวัญ&amp;quot; ที่สุพรรณบุรี ถูกตำรวจและ ปปส.ไปตรวจจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยึดกัญชาวัตถุดิบที่ท่านใช้ทางการแพทย์ สกัดน้ำมันแจกจ่ายผู้ป่วย ไปเป็นของกลาง จับคนในมูลนิธิไปดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวท่านเองก็โดนด้วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่บังเอิญตอนนั้นไม่อยู่ ต่างประเทศเชิญไปให้ความรู้ด้านกัญชา กลับมาวานซืน ก็ถูกตำรวจไปคุมตัวถึงสนามบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงปรากฏว่า พลันข่าวอาจารย์ถูกจับแพร่ออกไป ภาคประชาสังคมก็พรึ่บออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เซฟเดชา&amp;quot; ทั้งเมือง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ศรัทธาในการอุทิศตนเพื่อผู้อื่นอันหาได้ยากยิ่งของอาจารย์เดชา ถึงขั้นเอาชีวิตตัวท่านเป็นประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย...ผมติดตามข่าวเป็นระยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นพลังศรัทธาบริสุทธิ์ภาคประชาสังคมกล้าแข็งปกป้องอาจารย์เช่นนั้น ก็ทึ่งอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอได้เห็นหน้าท่าน หายทึ่ง-หายสงสัยไปครึ่ง พอไปค้นข่าว-ค้นประวัติงานท่านมาอ่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกครึ่งที่เหลือ หมดไปทันที........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความศรัทธาในงาน &amp;quot;อุทิศ-เสียสละ&amp;quot; เพื่อชาวบ้าน เพื่อผู้ป่วยของท่านเข้ายึดครองใจแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาท่านเสียชีวิตด้วยมะเร็ง จากนั้น ท่านก็ศึกษา ค้นคว้า สกัดเอาสารจากกัญชามาเป็นน้ำมัน ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง พาร์กินสัน โรคข้อ ลมชัก และ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านแจกจ่ายฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยที่หมดโอกาสรักษาแล้ว หรือผู้ป่วยที่ไม่มีเงินค่ายาตามโรงพยาบาล ก็ได้มาพึ่งพาน้ำมันกัญชาของอาจารย์เดชานี่แหละต่อชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เดชา จบจากเกษตร เคยรับราชการ ท่านเป็นผู้ชำนาญด้านพันธุ์ข้าวมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาจากราชการมาคลุกกับชาวไร่-ชาวนาด้านเกษตรอินทรีย์ ใช้ความรู้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตสังคมที่ไม่มีใครอินังขังขอบสักเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันนี้ &amp;quot;ย่อในย่อ&amp;quot; ให้บางท่านพอได้ทราบความเป็นมา แต่ประเด็นที่หยิบมาพูดคุยวันนี้ อยู่ตรงว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องจับอาจารย์เดชาและคนในมูลนิธิข้าวขวัญ มันเป็นเรื่อง &amp;quot;ไม่เป็นเรื่อง&amp;quot; จริงๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเรื่องกัญชา ก็ทราบกันแล้ว ๔๐ กว่าปี เป็นของต้องห้ามตามกฎหมายเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่งมาปีที่แล้ว ในรัฐบาล คสช.นี่แหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนช.โดย &amp;quot;คุณสมชาย แสวงการ&amp;quot; เป็นเจ้าภาพผลักดัน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับ ที่ ๗) พ.ศ.๒๕๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปลดล็อกกัญชา&amp;quot; จากยาเสพติด ห้ามมี-ห้ามใช้-ห้ามแตะ ด้วยประการทั้งปวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเป็นให้มี &amp;quot;แบบควบคุม&amp;quot; เพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปเป็นว่า ในช่วง ๙๐ วัน นับจากวันประกาศใช้ พ.ร.บ.นี้ คือจากกุมภา.ไปถึง ๑๙ พฤษภา.๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นช่วง &amp;quot;นิรโทษกรรม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อการแพทย์ ก็ไปแจ้งซะไม่ต้องรับโทษ คือไม่มีความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาตรา ๒๒ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใดมีไว้ในครอบครองกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ เมื่อยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ รวมทั้งผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีไม่ได้รับอนุญาต ให้ยาเสพติดให้โทษนั้นตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขหรือให้ทำลาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่เกิดการเล่นแง่กัน มันอยู่ตรงนี้ มูลนิธิอาจารย์เดชา ท่านก็มีกัญชาเพื่อสกัดเป็นน้ำมันกัญชาแจกจ่ายผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนเมษา.ตำรวจสุพรรณฯ กับ ปปส.ก็ไปค้นยึดกัญชา จับเจ้าหน้าที่ไปขังดำเนินคดี จะจับอาจารย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ใครผิด-ใครถูก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีใครผิด &amp;quot;ถูกทั้ง ๒ ฝ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจไปจับ ข้อหาผลิตและมีกัญชาในครอบครอง ก็ทำหน้าที่ถูกตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อาจารย์มีคำแถลงเมื่อ ๑๐ เมษา.ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;......หลังจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับปรับปรุงแก้ไข มีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา และเปิดโอกาสให้ &amp;ldquo;หมอพื้นบ้าน&amp;rdquo; สามารถยื่นขอนิรโทษกรรมการมีกัญชาเพื่อครอบครองทางการแพทย์ได้นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการเดินทางไปประเทศลาว ผมได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรม แต่กลับมาถูกจับกุมเสียก่อน ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในระยะเวลา ๙๐ วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเพิ่งทราบด้วยว่า หลังจากที่ตัวแทนของผมได้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอนิรโทษกรรมเมื่อวานนี้ (๑๐ เมษายน ๒๕๖๒)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่าการยื่นขอนิรโทษกรรมต้องมีหลักฐานว่าได้ครอบครองกัญชา ซึ่งตำรวจได้ริบไปหมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งอ้างว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าผมเป็นหมอพื้นบ้าน ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งๆ ที่มีหนังสือรับรองจากมูลนิธิสุขภาพไทยที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายหมอพื้นบ้านทั่วประเทศ ได้แสดงหลักฐานยืนยันก็ตาม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ถือว่าอาจารย์เดชาก็ถูกเช่นกัน คือถูกตามเงื่อนไขกฎหมาย ช่วง ๙๐ วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เอาเถอะ เรื่องนี้เหมือน &amp;quot;ช้างตัวเดียวกัน&amp;quot; แต่คลำคนละที่ ไร้ประโยชน์ที่จะเถียงเอาแพ้-ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่วิญญูชนพึงคิดและใคร่ครวญกรณีนี้ ก็คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จงให้เกียรติและศรัทธาในกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ-ปปส.ก็มีดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เดชา ก็มีดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อ มุ่งประโยชน์ชาติ-ประโยชน์ประชาชนด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาดีต่อดีนั้นเข้าประสานกัน แทนต่างฝ่าย-ต่างถือดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ ก็มีทางออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นทางออกที่สร้างสรรค์ในวิสัยทัศน์นวัตกรรมต่อยอดกัญชา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางมนุษยชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทางวิทยาการ ทางเศรษฐกิจ ทั้งภาคประชาชนและภาครัฐ ซึ่งจะอลังการ-ไพศาลในความเป็น &amp;quot;ประเทศชาติ&amp;quot; ของเราโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนดีมีวิชาความรู้ ทุ่มเทมุ่งประโยชน์ชาติ-ประโยชน์ประชาชน เป็นที่ตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลจำพวกนี้ &amp;quot;ศรัทธาในปณิธาน&amp;quot; จะอยู่ในตำแหน่งสูงส่งกว่ากฎระเบียบทั่วไปอยู่บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ในความเป็นทรัพยากรบุคคลคุณภาพของชาติ ระดับ &amp;quot;ปราชญ์ชาวบ้าน&amp;quot; อย่างเช่น อาจารย์เดชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายนโยบาย คือภาครัฐ ไม่ต้องให้อะไรเขามากเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงให้ &amp;quot;ความเข้าใจ&amp;quot; ในสิ่งที่เขาทำ ก็เหลือล้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็น &amp;quot;คุณค่า&amp;quot; ในภูมิปัญญา &amp;quot;คิด-ประดิษฐ์-ต่อยอด&amp;quot; บนความเป็นปราชญ์ชาวบ้านของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่าน &amp;quot;สามก๊ก&amp;quot; กันมาทั้งนั้น แล้วไม่เข้าใจหรือ ทำไม &amp;quot;เล่าปี่&amp;quot; จึงต้องปีนเขาโงลังกั๋ง ไปยืนตากแดด-ตากน้ำค้าง ๓ ครา ๗ ครา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เพื่อจะได้ &amp;quot;ขงเบ้ง&amp;quot; มาร่วมสร้างเมือง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างอาจารย์เดชา ก็ดี นายบัณฑูร นิยมาภา &amp;quot;ลุงตู้&amp;quot; เจ้าของตำนาน &amp;quot;สารสกัดจากกัญชาไทย&amp;quot; ก็ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัพยากรบุคคลของชาติทางกัญชา มีคุณค่าทางการวิจัย-พัฒนา เพื่อต่อยอดพืชกัญชาโดยแท้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะต้องให้เขาเดินมายืนกุมเป้าหน้าโต๊ะเจ้าหน้าที่ เพื่อกราบกรานร้องขอนิรโทษกรรมอย่างนั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผม ผมก็ไม่มา.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากจับก็จับไป จับแล้วรัฐคิดว่าการเอาปราชญ์กัญชา มีค่าเป็นแสนๆ ล้าน เข้าคุก ประเทศชาติได้ประโยชน์ ก็เชิญเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะภาคราชการ ยังคิดแบบ ๐.๐ นี่แหละ เราจึงเสีย &amp;quot;ลุงตู้&amp;quot; ไปแล้ว ๑ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศลาวเห็นคุณค่า เชิญลุงตู้ไปทำโครงการสกัดกัญชาทางการแพทย์ของประเทศลาว ชนิดเป็นทางการไปแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นลุงตู่จะตั้ง &amp;quot;กระทรวงวิจัย&amp;quot; ผมก็ดีใจ เหมือนเห็นทางช้างเผือกพาดบนท้องฟ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อมีคนทรงคุณค่า กลับปล่อยให้เจ้าหน้าที่หัวลูกเต๋า ใช้เงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ ในกระดาษ ตั้งเป็นแง่ปฏิเสธคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีพวกบริษัทยาขาใหญ่ละก็ กุลี-กุจอกันดีนัก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องอาจารย์เดชา ดูเหมือนจะลงเอยด้วยดี เป็นกรณีตัวอย่าง ให้รัฐบาลลุงตู่ต้องคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ขารัฐบาล ก้าวไปข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาเดียวกัน ขาข้าราชการ อย่าต้องให้เอ่ยหน่วยไหนในสาธารณสุข กอดชามข้าว ถอยไปข้างตะพึด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นรัฐบาลเลือกตั้งแล้ว..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าลุงตู่ &amp;quot;ไม่ปฏิรูป&amp;quot; ระบบราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงต้องให้ &amp;quot;คุณธนาธร&amp;quot; ตี๋น้อยของ &amp;quot;คุณสมพร&amp;quot; มาปฏิรูปแทนละกระมัง?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33474</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัณฑูร นิยมาภา, สมชาย แสวงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.44เลิก&#039;สิทธิบัตรกัญชา&#039; ภท.ดันแคลิฟอร์เนียโมเดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ใช้ ม.44 แก้กฎหมายจดสิทธิบัตรกัญชา เปิดทาง &amp;quot;อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;quot; สั่งยกเลิกคำขอรับสิทธิบัตรสารสกัดธรรมชาติกัญชาเป็นองค์ประกอบและสารที่มีโครงสร้างทางเคมีเดียวกัน มีผลบังคับใช้ทันที &amp;quot;ภูมิใจไทย&amp;quot; จัดเสวนากัญชาเสรี ย้ำสิทธิบัตรต้องเป็นของคนไทย ชูแคลิฟอร์เนียโมเดลเปลี่ยนหลังบ้านเป็นแปลงสายเขียว มั่นใจช่วยคนจนมีรายได้ 4.2 แสนต่อปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 25 ง เผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 1/2562 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรและมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ โดยเนื้อหาส่วนสำคัญระบุว่า เป็นการสมควรที่จะกำหนดมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อสนับสนุนและรองรับการอนุญาตให้นำกัญชามาวิจัยด้านการแพทย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรตามคำสั่งนี้ การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ หากนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ให้ถือเป็นการประดิษฐ์ ที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 9 (5) &amp;nbsp;แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 (1) การประดิษฐ์ที่มีกัญชา หรือสารสกัดธรรมชาติจากกัญชาเป็นองค์ประกอบ (2) สารที่มีโครงสร้างทางเคมีอย่างเดียวกันกับการประดิษฐ์ตาม (1) (3) เกลือ เอสเทอร์ และอีเทอร์ใดๆ ของสารตาม (2)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 สำหรับการประดิษฐ์ตามข้อ 1 แล้ว แต่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ ตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 หากปรากฏว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ชอบด้วยมาตรา 9 (5) แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ให้อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร หรือสั่งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตร ตัดข้อถือสิทธิที่เป็นการประดิษฐ์ดังกล่าวภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งของอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ยังคงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายอื่นใดที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุม ผลิต ใช้ จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองซึ่งกัญชา หรือกรรมวิธีใดไว้เป็นการเฉพาะ ต้องได้รับการอนุมัติ หรืออนุญาตตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 4 ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้นำกัญชาไปทำการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ให้ข้อ 1 และ ข้อ 2 ของคำสั่งนี้เป็นอันยกเลิก นับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรที่ได้ยื่นไว้แล้วตามหลักเกณฑ์ วิธีการและขั้นตอนตามข้อ 1 และ 2 จนกว่าจะเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรา 30 เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา 28 และขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ตามมาตรา 29 แล้ว หรือในกรณีที่มีการคัดค้านตามมาตรา 31 ถ้าปรากฏว่าคำขอรับสิทธิบัตรนั้นไม่ชอบด้วยมาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 หรือมาตรา 14 ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร และให้เจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตร รวมทั้งผู้คัดค้านในกรณีที่มีการคัดค้านตามมาตรา 31 และให้ประกาศโฆษณาคำสั่งนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 6 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับกับคำขอรับสิทธิบัตร ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามสิทธิบัตร พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วย ข้อ 7 ในกรณีที่เห็นสมควร &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้ คสช.แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ ข้อ 8 คำสั่งนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป สั่งวันที่ 28 ม.ค.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 1/2562 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรและมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ ประกาศออกมา ในเวลา 13.00 น. พรรคภูมิใจไทย (ภท) จัดการเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;โอกาสของกัญชาไทย มิติเศรษฐกิจ และการแพทย์&amp;quot; โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ, นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือกัญชา คือ ยารักษามะเร็ง และนายบัณฑูร นิยมาภา หรือหมอตู้ ปราชญ์ชาวบ้านด้านกัญชา ร่วมเสวนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวงเสวนาเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมศักยภาพด้านอื่นของพืชกัญชา เพราะหากเปิดให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชาได้อย่างเสรี กัญชาจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของคนไทย และเชื่อว่าภายในระยะเวลา 5-10 ปีจะทำให้เกษตรกรไทยปลดหนี้ &amp;nbsp;เพราะกัญชาสายพันธุ์ไทยถือว่ามีคุณภาพดีเป็นอันดับ 1 ของโลก และสภาพภูมิประเทศของไทยเอื้ออำนวยต่อการปลูกกัญชา จึงมีความฝันว่าอยากเห็นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกัญชาโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวว่า สิทธิบัตรกัญชาควรเป็นของคนไทยทั้งประเทศ โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้รับจดสิทธิบัตร ดังเช่นแคลิฟอร์เนียโมเดล ที่ประชาชนมีสิทธิถือครองกัญชาจำนวน 6 ต้นต่อครอบครัว ในราคาต้นละประมาณ 30 บาท โดยไปขอจากรัฐบาล ซึ่งมีการประเมินว่ากัญชา 1 กิโลกรัมมีราคา &amp;nbsp;70,000 บาท เมื่อ 1 ครอบครัวปลูก 6 ต้น ก็จะมีรายได้ 420,000 บาทต่อปี แต่หากผู้ใดประสงค์จะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ รัฐบาลต้องมีการเปิดประมูลเช่นเดียวกับการประมูลคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ผลประโยชน์ตกแก่ประเทศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคภูมิใจไทยได้ร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด 2522 เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญคือให้มีการปลูกกัญชาได้เสรี ซึ่งหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาลก็จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวทันที หรือหากไม่ได้เป็นแกนนำ พรรคไหนที่จะชวนพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลต้องรับนโยบายดังกล่าวด้วย และถ้าไม่รับเราก็ไม่ร่วม&amp;quot; เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายชัชวาลย์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคใน 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่โรงแรมลายทอง อ.เมืองอุบลราชธานี ว่าพรรคจะผลักดันนโยบายที่ดินของรัฐ 1 ล้านไร่ เพื่อให้รัฐบาลร่วมกับชุมชนจัดทำโครงการเพาะปลูกกัญชาและกระท่อม เพื่อผลิตเป็นอาหารปลอดภัยและสมุนไพร และจัดตั้งบริษัทตำบลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นโยบายนี้จะสามารถสร้างรายได้ และส่งผลให้คนไทยมีอาหารและสมุนไพรปลอดภัยบริโภค พร้อมขยายผลสู่อาหารไทยไปทั่วโลก ที่สำคัญนโยบายนี้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงระดับชุมชน และเชื่อว่าจะสามารถนำคนอีสานกลับบ้านเกิดได้ภายใน 3 ปี จะมีคนอีสานได้กลับบ้านไม่น้อยกว่า 500,000 คน&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง รองหัวหน้าพรรคท้องถิ่นไท กล่าวว่า พรรคมีแนวทางชัดเจนที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยแก้ไขปัญหาความยากจน ในอดีตที่ผ่านมาเป็นเพียงการให้ไม่เน้นการสร้างรายได้อย่างจริงจัง และเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่หายจน โดยพรรคจะผลักดันความพร้อม ตั้งแต่ระบบการเพาะปลูก การประกันสินค้า การแปรรูป การตลาด และการเพิ่มกำลังซื้อสินค้าจากชุมชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27735</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมยศ กิตติมั่นคง, บัณฑูร นิยมาภา, ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4f11bf9781a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
