<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯห่วงใยอสม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ห่วงใยประชาชนและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า มอบเสื้อปฏิบัติการ และหน้ากากอนามัย ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย&amp;nbsp; ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน ร่วมรับมอบ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน เผยว่า ตามที่มูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯได้ดำเนินงานโครงการมอบความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์จำเป็นให้แก่สถานบริการสาธารณสุขชุมชน พื้นที่จังหวัดน่าน ทำให้ทราบข้อมูลความขาดแคลนของอุปกรณ์การดูแลสุขภาพของประชาชนในเบื้องตัน โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นผู้ดำเนินการนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ อสม.มีประสิทธิภาพประสิทธิผลยิ่งขึ้น มูลนิธิฯ จึงได้จัดสรรเสื้อปฏิบัติการและหน้ากากอนามัยมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ได้มอบเสื้อปฏิบัติการและหน้ากากอนามัยสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้กับโรงพยาบาลน่าน ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน และ รพสต.ในเขตอำเภอเมืองน่าน จำนวน 18 แห่ง 137 หมู่บ้าน แบ่งเป็น เสื้อปฏิบัติการ อสม.จำนวน 1,668 ตัว หน้ากากอนามัยจำนวน 3,336 กล่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย นายวิจิตร ไชยมงคล ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน กล่าวในนามของชาวจังหวัดน่าน ขอขอบคุณพลเมืองคุณภาพของจังหวัดน่าน คุณปั้นบัณฑูร ล่ำซำ ที่รับอาสาทำงานยากของชาวน่าน คือการรักษาป่าต้นน้ำน่าน แหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ ด้วยกระบวนการสร้างความสมดุลย์ระหว่างรายได้ที่พอเพียงในการเลี้ยงชีพของคนที่อยู่ในเขตป่าและการรักษาป่าต้นน้ำให้มีคุณภาพและยั่งยืน ภายใต้โครงการรักษ์ป่าน่าน(น่านแซนบล๊อก) ของมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความห่วงใยที่มีต่อชาวน่านในสถานการณ์โควิด19 คุณบัณฑูร ยังได้ให้ความช่วยเหลือเป็นทุนในการนำคนน่านที่ป่วยด้วยโรคโควิด19 ในพื้นที่สีแดงเข้ม กลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด รวมทั้งทุนทรัพย์ในค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลสนาม &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115214</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, #อสม., น่าน, บัณฑูร ล่ำซำ, มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612e452a3d940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัณฑูร ล่ำซำ&#039; เป็นผู้บริหารแบงก์ไทยคนแรกคว้ารางวัลผู้นำภาคการเงินในเอเชีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิ เอเชียน แบงเกอร์ (The Asian Banker) ยกย่อง &amp;ldquo;บัณฑูร ล่ำซำ&amp;rdquo; เป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดช่วงการดำรงตำแหน่ง สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้ผ่านพ้นวิกฤติ มุ่งดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง เป็นองค์กรที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ริเริ่มขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นหนึ่งในธนาคารแห่งความยั่งยืนระดับโลก จนประสบความสำเร็จตลอด 40 ปีที่ได้บริหารธนาคารกสิกรไทย&amp;nbsp;
ดิ เอเชียน แบงเกอร์ วารสารเศรษฐกิจการเงินชั้นนำของเอเชีย ได้ประกาศเกียรติคุณมอบรางวัล The Asian Banker Leadership Achievement Awards 2021 for Lifetime Achievement in Leadership in the Financial Services Industry ให้แก่นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ (Chairman Emeritus) ธนาคารกสิกรไทย &amp;nbsp;ในฐานะผู้นำที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดช่วงดำรงตำแหน่งในธนาคาร นับเป็นผู้บริหารสถาบันการเงินไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รางวัลดังกล่าวพิจารณาคัดเลือกจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอดช่วงการบริหารกิจการในแวดวงการเงินการธนาคารในเอเชีย ในฐานะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในระยะยาวที่ชัดเจน ส่งผลให้การดำเนินงานขององค์กรมีความมั่นคงและยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงได้พัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และประสานการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีเอกภาพ&amp;nbsp;
รางวัลนี้นับได้ว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดรางวัลหนึ่ง เนื่องจากเป็นการให้การยอมรับต่อบุคคลที่ได้ก้าวล้ำหน้าไปในแวดวงของตนเอง และดำรงความมีชื่อเสียง ความสามารถและความสำเร็จอย่างโดดเด่นตลอดมา เป็นการสร้างเกณฑ์มาตรฐานสำหรับวัดถึงผลสำเร็จในอุตสาหกรรมนี้ ผู้ที่เคยได้รับรางวัลดังกล่าวในอดีตต่างเป็นผู้ที่ได้มีส่วนสำคัญในการก่อร่างสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง และในบางกรณีก็เป็นบุคคลที่ได้สร้างอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นในประเทศของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วารสาร The Asian Banker มอบรางวัลนี้ให้แก่บุคคลที่ไม่เพียงแต่ปฏิรูปองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่เท่านั้น แต่ยังได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้แก่อุตสาหกรรมการให้บริการทางการเงินในประเทศและภูมิภาคด้วย ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านผลงานและภาวะผู้นำ อีกทั้งบุคคลที่ได้รับรางวัลนี้ยังมีคุณลักษณะที่ประกอบด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ความซื่อสัตย์สุจริต ความสำเร็จที่น่าประทับใจและเชาว์ปัญญาที่เฉียบแหลม ซึ่งกำลังถูกมองข้ามไปในวงการธุรกิจปัจจุบัน ผลงานความสำเร็จได้รับการยอมรับทั้งจากพันธมิตรและคู่แข่งในตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในช่วงที่ผ่านมา บุคคลที่เคยได้รับรางวัลนี้ล้วนเป็นผู้นำในแวดวงการเงินของแต่ละประเทศในเอเชีย อาทิ ดร.โจว เสี่ยวชวน อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศจีน (Dr. Zhou Xiaochuan, former Governor of People&amp;rsquo;s Bank of China), ดร.เซติ อัคตาร์ อาซิซ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศมาเลเซีย (Dr. Zeti &amp;nbsp;Akhtar Aziz, former Governor of Bank Negara Malaysia), มร.อแมนโด้ เอ็ม. เตตังโก้ จูเนียร์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศฟิลิปปินส์ (Mr. Amando M. Tetangco Jr, former Governor of Bangko Sentral ng. Pilipinas), มร.หลิว หมิงคัง อดีตประธานคณะกรรมการกำกับธนาคารแห่งประเทศจีน (Mr. Liu Mingkang, former Chairman of China Banking Regulatory Commission)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้พิจารณารางวัลมีความเห็นว่า วิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ของนายบัณฑูร ตลอด 40 ปีที่ได้บริหารงานในธนาคารกสิกรไทย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของไทย ได้ปรับเปลี่ยนให้ธนาคารกสิกรไทยกลายเป็นองค์กรตัวอย่าง ซึ่งได้รับการยกย่องและยอมรับอย่างกว้างขวาง ตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดในธนาคาร และยังสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้ผ่านพ้นวิกฤติและความท้าทายนานัปการ ทำให้ธนาคารสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง ทั้งยังเป็นองค์กรที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ริเริ่มขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นหนึ่งในธนาคารแห่งความยั่งยืนระดับโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112033</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิ เอเชียน แบงเกอร์, บัณฑูร ล่ำซำ, ผู้นำภาคการเงินเอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108c1c1f1df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นวันที่ 8 ติดต่อกันแล้วสำหรับ &amp;ldquo;จอร์จ ฟลอยด์ เอฟเฟ็กต์&amp;rdquo; ที่ชาวมะกันในหลายมลรัฐออกมาก่อจลาจลประท้วงการเสียชีวิตของ &amp;ldquo;ฟลอยด์&amp;rdquo; ที่เกิดขึ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง การก่อเหตุประท้วงและจลาจลในหลายเมืองนั้น ก็ไม่เว้นแม้แต่ &amp;ldquo;กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&amp;rdquo; เมืองหลวงของสหรัฐ จึงทำให้ &amp;ldquo;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;rdquo; ออกอาการควันออกหู เพราะถือเป็นการเหยียบจมูกกันอย่างชัดแจ้ง ...๐ &amp;ldquo;บังเกอร์บอยทรัมป์&amp;rdquo; จึงให้สัมภาษณ์และทวีตแบบดุเดือด และล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุว่าได้เคลื่อนย้ายกำลังพลทหาร 1,600 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ จำนวนหนึ่งเข้าสู่กรุงวอชิงตันและพื้นที่รอบนอก โดยทหารทุกนายได้รับคำสั่งให้อยู่ในสถานะตื่นตัวและพร้อมขั้นสูงสุด!!! เรียกว่าสอดคล้องกับคำประกาศของ &amp;ldquo;ทรัมป์&amp;rdquo; ก่อนหน้านี้ ที่ขู่ว่าจะประกาศเคอร์ฟิวในระดับรัฐบาลกลาง และจะบังคับใช้กฎหมายปี 1807 เพื่อเคลื่อนกำลังทหารสหรัฐทั่วประเทศเข้าควบคุมสถานการณ์ ซึ่งหากทำจริง จะเป็น ยุค &amp;ldquo;Make America Great Again&amp;rdquo; ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง &amp;hellip;๐ แหม! เหตุการณ์ของดินแดนแฮมเบอร์เกอร์ครั้งนี้เรียกว่าสร้างผลสะเทือนให้ทั่วโลกอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเมืองไทย เพราะมีการประกาศตามหาคนหายอย่าง &amp;ldquo;สุณัย ผาสุข&amp;rdquo; ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำประเทศไทย ว่าเหตุใดไม่ออกมาแถลงการณ์อะไรเลยจ๊ะ หรือเป็นเพราะ &amp;ldquo;พ่อมะกัน&amp;rdquo; ทำอะไรก็ถูกไปหมด แต่ในขณะแค่พี่ไทยยังไม่ได้ซักกระพีกของเหตุการณ์ในสหรัฐ กลับโผล่หน้าโผล่ตาออกแถลงการณ์ หรือประณามกันจัง ...๐ หันมาเรื่องการเมืองกันบ้าง แม้จะมีข่าวแว่วมาตลอดถึง เกาเหลาระหว่าง &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกับก๊วนนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน จนทำให้ล่าสุด 18 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลาออกนั้น ไม่รู้ว่าใครเลือกช่วงจังหวะเวลาในการปาระเบิดลูกสุดท้าย เพราะชาวบ้านเขาด่ากันตรึมว่า ไหนบอกให้การ์ดอย่าตก อย่าให้ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; กลับมาระบาดรอบสอง แต่ไฉนนักการเมืองกลับมาสุมหัวเพื่อแย่งชิงชามข้าวและอำนาจกันเล่า ...๐ ในขณะที่ &amp;ldquo;คอกาแฟ&amp;rdquo; ต่างมองกันว่า การเลือกเวลานี้เหมาะสมแล้ว เพราะหลังจากข่าว &amp;ldquo;แย่งเก้าอี้&amp;rdquo; ออกมาแทบจะไม่มีใครไปวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องพระราชกำหนดเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทกันเลย เพราะมัวแต่วิเคราะห์ว่า &amp;ldquo;พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์&amp;rdquo; จะลากสังขารมานั่งหัวหน้าพรรคจริงหรือไม่ รวมทั้งคาดเดาไปไกลว่าจะมีการล้างไพ่ทีมเศรษฐกิจของ &amp;ldquo;เฮียกวง&amp;rdquo; สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หรือไม่อย่างไร ...๐ ขนาดทั่นเต้น &amp;ldquo;ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;rdquo; แกนนำ นปช. ยังออกมาวิเคราะห์รวมทั้งทำตัวเป็นโหราจารย์ บอกว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลกำลังไปทาบทามนักการธนาคารชื่อย่อ &amp;ldquo;ป.ปลา&amp;rdquo; อย่างน้อย 2 คนมาคุมทีมเศรษฐกิจ เล่นเอา บรรดาขาเมาธ์วิเคราะห์วิจารณ์ทายกันให้แซ่ดว่าเป็นใคร ซึ่งในแวดวงการเงินการธนาคารยามนี้ก็มีทั้ง &amp;ldquo;ปรีดี ดาวฉาย&amp;rdquo; ประธานสมาคมธนาคารไทย หรือจะเป็น &amp;ldquo;ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล&amp;rdquo; อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 19 หรือแม้แต่เสี่ยปั้น &amp;ldquo;บัณฑูร ล่ำซำ&amp;rdquo; อดีตบิ๊กบอสแห่งแบงก์รวงข้าว งานนี้คงต้องติดตามดูกันแบบตาไม่กะพริบว่า &amp;ldquo;โหรเต้น&amp;rdquo; จะชัวร์หรือมั่วนิ่ม ...๐ แต่ที่ฟันธงตรงนี้เลย มีการปรับแน่ในทีมเศรษฐกิจ ซึ่งก็จะสอดรับกับการเปลี่ยนตัวผู้กุมนโยบายด้านการเงินอย่าง &amp;ldquo;วิรไท สันติประภพ&amp;rdquo; ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งครบกำหนดการดำรงวาระพอดิบพอดี ก็ไม่รู้ว่าการปรับ ครม.เศรษฐกิจรอบนี้จะสอดรับกับผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่หรือไม่อย่างไร แต่ไอ้เรืองอยากบอกว่า ถ้าจะปรับทั้งทีก็ปรับให้มันใสปิ๊งๆ แบบใหม่ถอดด้ามกันไปเลยดีกว่า เพราะอย่างน้อยช่วงแรกก็ยังเรียกเสียงฮือฮาและมีช่วงฮันนีมูนบ้าง แต่หากยังดันทุรังใช้คนหน้าเก่าๆ ก็เชื่อขนมกินได้ว่า &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; อยู่ไม่ครบเทอมแน่ๆ จ้า ...๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวร้องเรียนและตำหนิติติงจากชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำในยุคนิวนอร์มอล ที่ยังต้องใช้บริการรถ ขสมก.กันบ้าง เพราะ แม้จะคลายล็อกล่าสุดไปถึงเฟส 3 กันแล้ว แต่ดูเหมือน ขสมก.ยังไม่มีการปรับปรุงการให้บริการแต่ประการใดเลย เพราะรถให้บริการยังน้อยและเลิกเร็วแทบไม่ต่างจากการเคอร์ฟิวช่วง 4 ทุ่มแต่ประการใด งานนี้จึงต้อง ฝากไปยัง &amp;ldquo;ศักดิ์สยาม ชิดชอบ&amp;rdquo; รมว.คมนาคม ช่วยดูแลและหวดก้น ขสมก.บ้างก็จะดี อย่าให้เสียชื่อพี่ชาย &amp;rdquo;เนวิน ชิดชอบ&amp;rdquo; เพราะตอนนี้ชาวบ้านร้านถิ่นเขาเริ่มด่าแล้วว่ารังแกคนจน คนหาเช้ากินค่ำกันแล้ว เพราะต้องไม่ลืมว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรถขับหรือมีปัญญาขึ้นแท็กซี่เพื่อให้ทันเคอร์ฟิวกันทุกคนนะจ๊ะตัวเอง ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บัณฑูร ล่ำซำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67738</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท.ศักดิ์, บัณฑูร ล่ำซำ, บันทึกหน้า4, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost คงต้องบันทึกขอบคุณ &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; ที่ช่วยให้ &amp;quot;การบินไทย&amp;quot; หลุดพ้นพันธนาการของ &amp;quot;รัฐวิสาหกิจ&amp;quot; ที่ว่ากันว่าเป็นมะเร็งก้อนใหญ่ ทำให้ไม่มีใครมีสิทธิ์แหยมเข้าไปผ่าตัดได้ จนกลายเป็น &amp;quot;มหากาพย์&amp;quot;&amp;nbsp; เกือบเข้าขั้นเจ๊งในวันนี้ ...0 ศุกร์ 22 พ.ค.2563 เมื่อกระทรวงการคลังโอนหุ้นให้กองทุนวายุภักดิ์เป็นที่เรียบร้อย สถานภาพของสายการบินแห่งชาติก็เป็นบริษัทจำกัดที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นคลัง คมนาคม และ คนร. ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือก้าวก่ายใดๆ อีกแล้ว..ในทางนิตินัย!! แต่ดูเหมือนว่า &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; และหลายคนใน ครม.จะสับสนหรือยังอยู่ในโหมด..มึน!! ถึงได้มีกระแสข่าวถูกปล่อยออกมาว่าต้องไหว้วาน &amp;quot;เนติบริกร&amp;quot; นิรันดรกาลอย่าง ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นคนกลางในการหย่าศึก เพราะ ในทางพฤตินัย &amp;quot;คมนาคม&amp;quot; ยังไม่ยอมปล่อยวางง่ายๆ ...0 ถึงนาทีนี้..หวังเหลือเกินว่าการทะเลาะกันในเรื่องไม่ควรให้เป็นเรื่องอีกแล้ว &amp;quot;จบ&amp;quot; เพราะวันนี้และพรุ่งนี้ควรจะมีชื่อ &amp;quot;ผู้บริหารแผน&amp;quot; พร้อมกับแผนฟื้นฟูเข้าไปยื่นต่อศาล ก่อนที่โอกาสที่ &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; ยื่นให้จะหมดลง แล้วกลับกลายเป็น &amp;quot;เตะการบินไทย&amp;quot; ไปเข้าปากกลุ่มเสือโหยเสือหิวในรูป &amp;quot;กองทุนอีแร้ง&amp;quot; ที่ดอดไปซื้อหนี้จากเจ้าหนี้รายเล็กรายน้อยแล้วมาแสดงตนเป็นเจ้าหนี้ จากนั้นก็ไปฟ้องร้องขัดขวางการขอฟื้นฟูฯ ..งานนี้เสียหายหนักหนาสาหัสแน่ ...0 สามารถจัดการผ่านขั้นตอนที่ 1 ปลดแอกรัฐวิสาหกิจแล้ว ต่อจากนี้คือ ตั้งคณะผู้แทนทำแผนฟื้นฟู การตั้งซีอีโอที่ต้องเป็นผู้นำ เด็ดขาด ทำตามแผนฟื้นฟูอย่างเคร่งครัด อย่าปล่อยให้เกมการเมืองยื้อไปยื้อมาอีกต่อไป ...0 โมเดลที่จะใช้ผ่าตัดการบินไทยนั้นมีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นกรณีของ คุณปู่อินาโมริ ที่นำพาแจแปนแอร์ไลน์เงย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หน้าเหินฟ้าได้อีกหลังเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ หรือ &amp;quot;ไทยออยล์&amp;quot; ซึ่งก็เคยเข้าสู่กระบวนการในศาลล้มละลายกลางมาแล้ว ซึ่งไม่ว่าจะโมเดลไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องหาคนอย่างคุณปู่อินาโมริให้เจอ พร้อมกับให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับเขา ห้ามการเมืองหรือมือใดๆ ที่มองไม่เห็นเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวข้อง โดยเล็งผลเลิศที่การบินไทยต้องผงาดขึ้นฟ้าอย่างมั่นคงตลอดไป ...0 ถามว่าคนนี้..มีไหม??? บันทึกตอบ ณ บรรทัดนี้ว่า รายชื่อที่ปล่อยออกมา ..ใช่เลย!! ชุมพล ณ ลำเลียง-วิชิต สุรพงษ์ชัย- บัณฑูร ล่ำซำ ..แต่คำถามมีอยู่ว่า ใครอยากจะมาเปลืองตัวเมื่อยามสูงวัย ...0 สิ่งที่พึงคิดพึงกระทำได้และถูกต้องเหมาะสมที่สุดคือ ถามหา &amp;quot;สปิริต&amp;quot; ของบอร์ดการบินไทยชุดปัจจุบันที่ถือว่ามีอำนาจสูงสุดดีกว่า โดยเฉพาะ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ทั้งหลาย นี่คือโอกาสอันสง่างามที่จะได้เสียสละเพื่อชาติ..จริงๆ นะ ...0 ไม่บันทึกบรรทัดเปิดสภาเพื่อตรวจสอบ 3 พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทเพื่อกู้เศรษฐกิจอันมีผลกระทบจากโควิด-19 ก็จะ &amp;quot;หลุดโลก&amp;quot; จนเกินไป เพราะงวดนี้ ส.ส.500 จะได้หายเหงาปากสักที หลังจากเจอพิษโควิดมาหลายเดือน ...0 คนไทยอย่างเราก็คงต้องทำใจที่จะต้องทนดูทนฟังปาหี่การเมืองถึง 5 วัน 5 คืน ตั้งแต่ 27 พ.ค.นี้เป็นต้นไป ...0 บันทึกบรรทัดสุดท้าย อยากจะยกมือเห็นด้วยกับ สมช.ที่จะนำเสนอให้ยืด พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน เพื่อให้ชัวร์สุดๆ กับการเอาอยู่ไวรัสตัวร้ายไม่ให้โควิดกลับมาขวิดสังคมไทยซ้ำซากอีก..ใครที่ไม่เห็นด้วยก็พอเข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจคือตลอดระยะเวลาที่มีการขอความร่วมมือ &amp;quot;เว้นระยะห่าง&amp;quot; และบังคับใช้กฎหมายตามนโยบาย..อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ..นั้น ทำไม??&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ยังทำไม่รู้ไม่ชี้จัดอบรมสัมมนาทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ตั้งแต่ 7 มี.ค.จนถึงทุกวันนี้ และจะต่อเนื่องไปถึง 12 ก.ค. โดยภาพที่เห็นคือหลายคนไม่ใส่หน้ากากอนามัยและบางคนนั่งชิดติดกันแบบหายใจรดคอกันเลยทีเดียว ...0 ผู้บริหารสมาคมอาจจะเป็นนิติบุคคลเลยใส่ใจน้อยนิด แต่เจ้าของพื้นที่อย่าง กรมที่ดิน เขตบางพลัด ในฐานะสถานที่ราชการ สนใจกำกับดูแลให้เป็นแบบอย่างที่ถูกต้องไหม?? ..ร้านก๋วยเตี๋ยว ค้าข้าวแกง เห็นแล้วคงเซ็งพิลึก!! เพราะโจทย์ที่จะเปิดร้านได้นี่มันหินสุดๆ แต่คนในห้องอบรม 40 คน ที่กรมที่ดิน กฎหมายตามไปไม่ถึงหรือจ๊ะ??? ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66820</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพล ณ ลำเลียง, บัณฑูร ล่ำซำ, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, วิชิต สุรพงษ์ชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์กสิกร แจกเบี้ยพิเศษนักรบเสื้อกาวน์ นำร่องรพ.5จังหวัดชายแดนใต้ คนละ4,000บาท 3 เดือน และช่วยธุรกิจSME ขนาดเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5พ.ค.63-นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ (Chairman Emeritus) ธนาคารกสิกรไทย สานต่อโครงการช่วยเหลือสังคม เปิดโครงการ &amp;ldquo;เบี้ยรบพิเศษสำหรับนักรบเสื้อกาวน์&amp;rdquo; โดยมูลนิธิกสิกรไทยมอบเงินเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ นำร่องในโรงพยาบาลรัฐ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอัตราการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 45 แห่ง มีบุคลากร 5,083 คน โดยแต่ละคนจะได้รับเงินรายเดือน ๆ ละ 4,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งตลอดทั้งโครงการคาดว่าจะช่วยเหลือบุคลากรได้กว่า 20,000 คน รวมเงินช่วยเหลือ 300 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และยังเปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;สินเชื่อ 0% เพื่อรักษาคนงานเอสเอ็มอี&amp;rdquo; เพื่อช่วยลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน โดยเชิญลูกค้าเข้าร่วมโครงการและสนับสนุนเงินทุนเพื่อใช้ในการจ้างพนักงานให้มีรายได้และอยู่รอด ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ไม่ต้องมีหลักประกัน ระยะเวลากู้ 10 ปี และไม่ต้องผ่อนชำระคืนเงินกู้ 1 ปี วงเงินกู้ของแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน โดยพนักงานจะได้รับเงินคนละ 8,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน รวมวงเงินปล่อยกู้ 1,000 ล้านบาท มีธุรกิจเอสเอ็มอีที่เชิญร่วมโครงการกว่า 1,000 บริษัท และช่วยพนักงานได้กว่า 41,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65119</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัณฑูร ล่ำซำ, แจกเบี้ยพิเศษนักรบเสื้อกาวน์, แบงก์กสิกรไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb11b9b486e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัณฑูร ล่ำซำ&#039; เปิดใจวางมือใน KBANK ลุยฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 เมษายน 2563 นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) แถลงเปิดใจกับสื่อมวลชน ผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ KxPress เมื่อเวลา 11.00 น. ว่า วิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ ทำให้อดคิดถึง 20 ปีที่แล้วไม่ได้ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เกิดความล่มสลายกันทั้งประเทศเช่นกัน &amp;nbsp;ในช่วงเวลาที่ทุกคนพยายามแก้ปัญหาอันสืบเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ครั้งนั้นผมจำได้ว่าในทุกวันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมาศาลาดุสิตดาลัย เพื่อพระราชทานพระราชดำรัส ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ผมโชคดีที่ได้นั่งอยู่ในศาลาดุสิตดาลัย เป็นบุญตา เป็นบุญหู บุญปัญญา ที่ได้ฟังจากพระเจ้าอยู่หัวโดยตรงถึงปัญหาต่างๆและทางออกต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนั้นที่มีพระราชดำรัส ผมจำได้เป็นช่วงเวลาที่ทรงเริ่มแนะนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยได้เข้าใจ ทรงรับสั่งให้พระราชดำริไว้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามขอให้แน่ใจว่าถ้าวันหนึ่งพายุมาก็อย่าถึงกับล่ม หมายความว่าอย่าทำจนสุดโต่งเกินตัว ทุกอย่างต้องมีการเตรียมการเพราะโลกมนุษย์มีการผันแปรตามปัจจัยต่างๆมากมาย ถ้าไม่เตรียมการไม่ระมัดระวังเมื่อวิกฤตมาเมื่อพายุมาก็จะเกิดความเสียหายมากมายเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมื่อพายุมาก็ล่มสลายกันถ้วนหน้า พระราชดำรัสอันนั้นยังก้องอยู่ในหัวก้องอยู่ในหูผมในวิญญาณผมทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพายุก็มาอีกครั้ง ในรูปแบบของโรคระบาด ซึ่งก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเป็นพายุใหญ่ทั้งโลกเลย ทั้งที่เศรษฐกิจเดิมๆก็ยังดีอยู่กลายเป็นว่าเศรษฐกิจไม่ดีชั่วข้ามคืน เพราะคนไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ แต่โชคดีที่วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดโรคระบาดครั้งนี้มีผลกับเศรษฐกิจ ซึ่งโครงสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงินได้ตุนเสบียงสำรองไว้พอสมควร ต่อให้เกิดการถดถอยอันสืบเนื่องมาจากการที่ผู้คนทำงานไม่ได้ตามปกติค้าขายไม่ได้ตามปกติ ระบบธนาคารพาณิชย์ยังรับได้ก็คงสูญเสียกำไรกันไป ก็ไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หากไม่ได้มีทุนสำรองเอาไว้เลยก็คงจะเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ใครเป็นรัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ถ้าแก้วิธีเดิมไม่ได้ต้องหาวิธีใหม่ เพราะมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่ย่ำเดิม ๆ จะไม่สำเร็จ ซึ่งมาตรการแก้ปัญหาของรัฐที่ผ่านมากำลังดำเนินการ ทุกคนช่วยกัน ทั้งฝ่ายการเมือง ราชการ เอกชน ประชาชนต้องร่วมกัน และต้องรักษาสภาพความเป็นอยู่ประชาชนระดับรากหญ้าจะจัดการอย่างไรให้มีพอกินพอใช้มีความสุขเป็นโจทย์ใหญ่ของคนที่เข้ามาบริหารบ้านเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ยืนยันว่าระบบการเงินไทยมีความแข็งแกร่งสามารถรองรับพายุที่เกิดขึ้นได้ หลังจากที่ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการเอกชนแบงก์ยังรับได้ แม้ว่าระบบการเงินจะตึงตัวบ้างและโรคระบาดทำให้เกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้แบงก์สูญเสียกำไรบ้าง เพราะทุนสำรองอยู่ระดับสูง แต่ต้องระวังเรื่องความเสี่ยงถ้าทำเกินตัวจะเกิดความเสียหายได้ และหวังว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทำไว้จะไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนปี 40 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นตอนนี้ที่ต้องฟื้นฟูรัฐบาลก็จะช่วยเต็มที่ เยียวยาผู้ประสบความเดือดร้อน สามารถพึ่งพิงระบบธนาคารพาณิชย์ไทยได้ขั้นหนึ่ง ตราบใดที่ไม่ได้พิง จนถึงขั้นล้มกันไปหมดก็น่าจะพอรับได้อยู่ แต่เราก็ต้องดูอีกว่าโรคนี้จะลากยาวแค่ไหนถ้าลากยาวผลกระทบทางเศรษฐกิจก็มากก็หวังว่ามาตรการต่างๆที่ทำเข้มขึ้นมากขึ้นทุกวันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายแพทย์ดูเสมือนว่าจะมีความหวังว่าจะสกัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลังจากนี้ ผมก็อยากจะมุ่งไปในสิ่งที่อยู่ในความสนใจของผม ก็คือด้านการเกษตร องค์ความรู้ที่จะรักษาป่าของประเทศซึ่งผมให้ความสนใจเป็นการส่วนตัวและดึงธนาคารกสิกรไทยเข้ามีส่วนร่วมในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพราะป่าต้นน้ำขนาดใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะจังหวัดน่านถือเป็นโจทย์ความท้าทายที่ร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งรัฐและเอกชนที่จะแก้ปัญหาความสูญเสียที่ไม่น้อยเลยของป่าต้นน้ำน่านโดยเฉพาะ&amp;quot; &amp;nbsp; โดยจะหาทางแก้ปัญหานี้ เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป่าที่ถูกทำลายไปไปทำพืชไร่สามารถปลูกกลับคืนมาได้ องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้คือองค์ความรู้ใหม่ในการทำมาหากินด้านการเกษตรซึ่งจะต้องหาให้ทันกาลทันเวลาไม่ฉะนั้นคนทำมาหากินไม่ได้ก็ไม่สามารถรักษาป่ารักษาทรัพยากรธรรมชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้เป็นมิติใหม่สำหรับผมในส่วนตัว ก็เป็นฉากหนึ่งของชีวิตเพราะในฉากของธนาคารก็ทำเต็มที่แล้ว ไม่รู้จะทำอะไรมากกว่านี้แล้ว ทีมงานที่รับช่วงต่อไม่ว่าจะในระดับคณะกรรมการหรือฝ่ายจัดการผมมีความมั่นใจ 100% คนเก่งๆด้วยกันทั้งนั้น ทั้งคุณกอบกาญจน์ และคุณขัตติยา ส่วนคนที่อายุมากก็หันไปทำอย่างอื่นบ้างแต่ก็ยังต้องอิงธนาคารกสิกรไทยอยู่ในฐานะสนับสนุนโครงการที่จะทำอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; วันนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่าทำแบงก์มา 40 ปีก็พอสมควรแก่เวลา ถือว่าส่งต่อได้อย่างดีไม่มีความกังวลอะไร และมีความสุขไม่ต้องทำซ้ำๆแบบเดิมๆ ไปทำของใหม่ที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ถือว่าจบจากเดิมอย่างสบายใจ แต่ก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในธนาคารกสิกรไทย ใช้ทรัพยากรแบงก์ไปช่วยงานอยู่บ้าง ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของชีวิต ผมก็เล่าสู่กันฟัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าหลังจากนี้จะเล่นการเมืองหรือไม่ ไม่เล่น แต่ถามว่าจะทำงานกับภาคการเมืองไหมก็คงทำ เพราะมันคงหนีไม่พ้นที่จะทำงานกับภาครัฐ ทำงานร่วมกับทางฝ่ายการเมืองและไปราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62517</URL_LINK>
                <HASHTAG>KBANK, บัณฑูร ล่ำซำ, ฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน, วางมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d6dc44a2a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัณฑูร ล่ำซำ&#039;ทิ้งเก้าอี้ประธานกสิกรไทย ตั้ง&quot;กอบกาญจน์&quot;รักษาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เมษายน 2563 รายงานข่าวจากธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้งนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งจะเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารหญิงคนแรกของธนาคาร และเป็นคนแรกที่ไม่ใช่ตระกูลล่ำซำ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ภายหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 108 นายบัณฑูร&amp;nbsp;ล่ำซำ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ต่อคณะกรรมการธนาคาร มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไปทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติแต่งตั้งให้นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รองประธานกรรมการ (อิสระ) เป็นรักษาการประธานกรรมการ ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย จะเป็นประธานกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระคนแรกของธนาคาร
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสิกรไทย, บัณฑูร ล่ำซำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e85fea30e54b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
