<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รบ.ดักคอส.ว.อย่ากลืนนํ้าลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงมติแก้ รธน.ศุกร์นี้ บัตร 2 ใบทำสภาสูงเสียงแตกเป็น 3 ปีก เห็นด้วย-ต้าน-งดออกเสียง ส.ว.เชื่อสุดท้ายผ่านฉลุย แต่ยังต้องลุ้นด่านสุดท้ายศาล รธน. พปชร.ดักคอ ส.ว.ไม่กล้ากลืนน้ำลายพลิกมติตัวเอง ปชป.เชื่อผ่านแน่ เตือนหากล้มกระดานทำการเมืองเดือด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ก.ย. มีความเคลื่อนไหวก่อนการลงมติของสมาชิกรัฐสภาต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเรื่องบัตรเลือกตั้ง ส.ส. 2 ใบ ที่รัฐสภาจะลงมติในวาระ 3 วันศุกร์ที่ 10 ก.ย.นี้ โดยมีตัวแปรสำคัญคือเสียงเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ต้องลงมติเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 84 เสียง หรือ 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภา 250 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวถึงเรื่องนี้ โดยบอกว่า ร่างแก้ไขรธน.ดังกล่าวคาดว่าผ่านวาระ 3 แน่นอน และมี ส.ว.เห็นชอบเกิน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง แม้จะมี ส.ว.หลายคนคัดค้าน แต่เสียงไม่น่าพอ ส่วนตัวจะลงมติเห็นชอบในวาระ 3 เพราะถ้า ส.ว.ไม่ให้แก้อะไรเลย จะเป็นเด็กงอแง ถ้าแก้รายมาตราโดยไม่เกี่ยวกับเรื่องสถาบัน ส.ว.ไม่ควรขัดข้อง เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นเรื่องที่มีทั้งคนได้และเสียประโยชน์ เป็นเรื่องจำนวน ส.ส. การแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่มีเหตุผลไปขัดขวาง เป็นเรื่องที่ ส.ส.เสนอมา ส.ว.ไม่ควรไปมองหรือตัดสินอนาคตอะไรแทน ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่แม้จะผ่านวาระ 3 ไปได้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่จะได้ใช้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะอย่างน้อยต้องมีคนไปยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญอีก เพราะหลายฝ่ายไม่พอใจอยู่ สถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. ต้องติดตามอย่ากะพริบตา ในช่วงที่รัฐบาลก็มีรอยร้าวแตกแยกกัน ส่วนสถานการณ์นอกสภาก็รุนแรง เอื้อให้เกิดอะไรขึ้นก็ได้ อาจจะมีการยุบสภาเกิดขึ้น ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ใช้&amp;quot; ส.ว.รายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว.และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ดังกล่าว บอกเช่นกันว่า การโหวตวาระ 3 ต้องขอพิจารณาอีก จนกว่าจะถึงวันที่ 10 ก.ย. เพราะร่างที่ผ่านวาระ 2 มานั้น มีเหตุผลทั้งสองฝ่าย ในฐานะที่เป็น กมธ. ได้ให้ความเห็นในรายละเอียดที่สำคัญ เช่น บัตร 2 ใบมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ที่สำคัญคือเรื่อง ส.ส.พึงมี อาจทำให้พรรคใหญ่กินรวบได้ ดังนั้นจึงชั่งใจอยู่ แม้เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบและโหวตเห็นด้วยในวาระ 1 และวาระ &amp;nbsp;2 มาแล้ว แต่วาระ 3 นั้น ถ้าตัดสินใจไม่ได้ อาจงดออกเสียง เพราะสิ่งที่เสนอไปไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งขณะนี้ความเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ว. แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.เห็นด้วย 2.ไม่เห็นด้วย 3.งดออกเสียง แต่แนวโน้ม ส.ว.น่าจะผ่านให้ เพราะ ส.ว.ส่วนใหญ่เคยรับหลักการมาแล้วทั้งวาระ 1 และวาระ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ท่าทีจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่เป็นต้นร่างแก้ไข รธน.ฉบับที่จะลงมติ กล่าวไว้ว่า ที่มีกระแสข่าวว่า ส.ว.จะโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น การแก้ไข รธน. หากย้อนไปในวาระ 1 และ 2 ส.ว.ให้ความเห็นชอบเกิน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง หากทุกอย่างเป็นไปตามนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 น่าจะผ่านไปได้ ยกเว้นจะมีเงื่อนไขอะไรเกิดขึ้นใหม่ที่ไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ประการที่หนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ที่เพิ่งผ่านวาระ 2 ไป ไม่ใช่การถอยหลังเข้าคลอง แต่เป็นการเดินกลับไปที่เดิมที่เป็นรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยน้อยกว่า จึงเป็นการเดินไปเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ประการที่สอง หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านจะช่วยลดอุณหภูมิทางการเมือง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่จะนำมาสู่ข้อกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไม่ได้เลยแม้แต่ประเด็นเดียว จะทำให้การเมืองย้อนกลับไปที่เดิม ที่จะกดดันองคาพยพต่างๆ โดยไม่จำเป็น ดังนั้น ถ้ามีช่องให้กาต้มน้ำเปิดบ้าง จะทำให้เป็นผลดีกับทุกฝ่าย และจะเป็นผลดีต่อประชาธิปไตยระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ฉบับดังกล่าว บอกว่าที่มี ส.ว.แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รธน. เป็นเพียง ส.ว.ไม่กี่คนที่เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น แต่มี ส.ว.จำนวน 210 เสียงที่รับหลักการในวาระที่ 1 ที่เห็นด้วยกับการแก้ไขสองมาตรา แต่พอวาระ 2 ที่มีการแก้ไข 3 มาตรามี ส.ว.เห็นชอบในมาตรา 83 จำนวน 180 เสียง ส่วนมาตราท้ายๆ มี ส.ว.เห็นชอบประมาณ 160 เสียง จึงเชื่อมั่นในดุลยพินิจของส.ว.ที่ได้ใช้ไปแล้ว จะยังยืนยันใช้ดุลยพินิจเดิม มั่นใจในความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิของ ส.ว. ที่มีมติเห็นด้วยในวาระ 1 และวาระ 2 แล้วโดยในวาระ 3 ก็คงมีมติเห็นด้วยเหมือนเดิม จึงเชื่อว่าวาระ 3 จะได้เสียงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากผ่านวาระ 3 ไปแล้ว แต่อาจตกในชั้นการพิจารณาอื่นๆ นายไพบูลย์กล่าวว่า หากผ่านวาระ 3 แล้วนายกรัฐมนตรีก็ยังนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไม่ได้ โดยจะต้องเว้นไว้ 5 วัน เพื่อรอว่าจะมีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ส่วนตัวดูแล้วไม่มีประเด็นที่จะยื่น เช่น พรรคก้าวไกล ที่จะยื่นตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 151 เนื่องจากรัฐสภาวินิจฉัยแล้ว ถือเป็นที่สุดก็ไม่มีประเด็นอะไร ขณะที่ร่างรายงานแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เห็นชอบ ดังนั้นการส่งศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีประเด็น หากผู้ยื่นคิดแค่ว่าเป็นการถ่วงเวลาก็ห้ามเขาไม่ได้ แต่ผู้ยื่นต้องคิดให้ดี หากไม่มีประเด็นแล้วไปยื่นสุด สุดท้ายหากศาลยกคำร้องขึ้นมาก็เสียชื่อเสียง แต่ก็ไม่กังวล มั่นใจว่าจะถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการประกาศใช้ จึงเชื่อว่าจะไม่มีการล้มร่างรัฐธรรมนูญที่เกิดจาก ส.ว. เพราะ ส.ว.เข้าใจดี เชื่อว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดู เพราะทุกคนเป็นผู้มีเกียรติทั้งสิ้น โดยเฉพาะ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่า เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยหากจะแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์ของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองหลักมีอยู่แค่นี้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยมีวุฒิภาวะที่จะตัดสินใจได้ว่าจะโหวตแบบไหน เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญไปบังคับกันไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า การลงมติวันที่ 10 ก.ย.นี้ ยอมรับว่ามีความกังวล เพราะมีความเป็นไปได้ทั้งผ่านและไม่ผ่านความเห็นชอบ จึงยังไม่มีความเชื่อมั่น โดยเวลาที่เหลือ 2-4 วันก่อนที่จะมีการลงมติอาจจะมีอะไรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะ ส.ว.ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการชี้ขาด จึงต้องจับตา ส.ว. เพราะลำพัง ส.ส.พรรคใหญ่น่าจะไม่ปรับเปลี่ยนท่าที จึงต้องไปลุ้นที่ ส.ว. 1 ใน 4 หรือ 84 เสียง ว่าจะเอาอย่างไร สำหรับสัดส่วนเสียงของฝ่ายค้านร้อยละ 20 ไม่มีปัญหา เฉพาะ ส.ส.เพื่อไทยก็เกิน 100 เสียงแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างรัฐธรรมนูญตามคาดหมาย เนื่องจากมีความเห็นที่ต่างกันมาก และเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อพรรคการเมือง แต่ก็เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานในการวินิจฉัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115958</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, บัตร 2 ใบทำสภาสูงเสียงแตกเป็น 3 ปีก, ลงมติแก้ รธน.ศุกร์นี้, ส.ว.เชื่อสุดท้ายผ่านฉลุย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc67cdc46e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
