<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บัตรทอง&quot;ขงของบฯกลางเพิ่ม3.6พันล้าน สู้โควิด ปิ๊งไอเดีย ผนึกกำลังเงิน 3กองทุนสุขภาพ มาร่วมดูแลผู้ติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;12 มี.ค.63- ในการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต และคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน (วาระพิเศษ) โดยมี พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร และนางดวงตา ตันโช กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธาน ได้พิจารณาร่างข้อเสนอประเภทและขอบเขตบริการ งบประมาณ และหลักเกณฑ์ แนวทางการดำเนินงานและบริหารการจ่ายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.ประสบศรี กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เป็นประธาน มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ให้กรณีโรคติดเชื้อ โควิด-19 &amp;nbsp;อยู่ในประเภทและขอบเขตบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) มอบให้ &amp;ldquo;คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็นต่อสุขภาพและดำรงชีวิต&amp;rdquo; พิจารณารายละเอียดมาตรฐานและแนวทางบริการ และ &amp;ldquo;คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน&amp;rdquo; พิจารณาแหล่งงบประมาณและกำหนดหลักเกณฑ์และการดำเนินงาน วิธี เงื่อนไข และอัตราการรับค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ที่ประชุมสรุปว่า สิทธิ์บัตรทองจะครอบคลุมทั้งการป้องกันโรคสร้างเสริมสุขภาพ คัดกรองและตรวจวินิจฉัยโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ &amp;nbsp;ซึ่งการเตรียมงบฯบัตรทอง ครั้งนี้ &amp;nbsp; เพื่อรองรับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทั้งในระยะที่ 2 และ 3 โดยผู้ป่วยร้อยละ 70.8 เป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง &amp;nbsp;และได้ทำการคำนวณโดยอ้างอิงค่าใช้จ่ายการดูแลผู้ป่วยของสธ. &amp;nbsp;ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อ ค่ายารักษาเฉพาะผู้ป่วยโรคโควิด-19 ค่าห้องควบคุมและค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (ชุด PPE) และค่าพาหนะรับส่งต่อผู้ป่วยระหว่างหน่วยบริการ รวมเป็นงบประมาณที่ต้องเตรียมรองรับจำนวน 4,649 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางดวงตา กล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจำนวน 1,020 ล้านบาท มาจากรายการรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมของกองทุนบัตรทองตามที่บอร์ด สปสช. ได้มีการอนุมัติไปแล้ว ส่วนงบประมาณที่เหลือจำนวน 3,629 ล้านบาท คณะอนุกรรมการฯ เห็นควรเสนอต่อ บอร์ด สปสช. เพื่อขอให้รัฐบาลจัดสรรงบกลางสนับสนุนเพิ่มเติมให้เพียงพอต่อการรับมือการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในปีงบประมาณ 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;เป็นสถานการณ์ไม่ธรรมดา การระดมทรัพยากรเป็นสิ่งจำเป็น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม จึงได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการบูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพ เพื่อดูแลผู้ป่วยที่เข้าข่ายหรือได้รับเชื้อโควิด -19 &amp;nbsp;เพราะด้วย 3 กองทุนมีหลักเกณฑ์การจ่ายที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการ ขณะเดียวกันยังลดความยุ่งยากการเบิกจ่ายให้กับหน่วยบริการที่ดูแลผู้ป่วยด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางดวงตากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59579</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, บัตรทอง, บัตรทองชงเพิ่มงบฯสู้โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69e58cb3404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
