<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลรัฐบาลประชาชนเกือบเต็ม100ชอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25 ธ.ค.61- &amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า &amp;nbsp;ครม.รับทราบผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาลครบ 4 ปี และของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป &amp;nbsp;จำนวน 6,250 คน ระหว่างวันที่ 26 &amp;nbsp;ต.ค. &amp;ndash; 10 พ.ย. 2561 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมีสาระสรุปการติดตาม รับรู้เกี่ยวกับนโยบายและข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล &amp;nbsp;โดยนโยบาย โครงการที่ประชาชนรับรู้การดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมามากที่สุด คือ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 97.7 รองลงมา คือ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร้อยละ 96.5 การใช้อินเทอร์เน็ต ในการติดตามข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล ซึ่งประชาชนร้อยละ 41.4 ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดตามฯ โดยสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการติดตามมากที่สุด คือ เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;ร้อยละ 37.5 รองลงมา คือ ไลน์ ร้อยละ 25.8 อินสตาแกรม ร้อยละ 2.8 และทวิตเตอร์ ร้อยละ 2.0 &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;2. ความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับมาก &amp;ndash; มากที่สุด ร้อยละ 59.7 พึงพอใจปานกลาง ร้อยละ 34.5 ขณะที่ไม่พึงพอใจเลยร้อยละ 0.7 &amp;nbsp;และพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาลมากที่สุด คือ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 63.4 &amp;nbsp;ขณะที่เรื่องที่ชุมชน หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนในรอบปี 2561 มากที่สุด คือ สินค้าอุปโภค-บริโภคมีราคาแพง ร้อยละ 41.7 รองลงมา คือ การทำเกษตรกรรม เช่น ราคาผลผลิตตกต่ำ &amp;nbsp;ราคาปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืชราคาแพง &amp;nbsp;ร้อยละ 34.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2562 ที่ต้องการจากรัฐบาลมากที่สุด คือ การแก้ไขปัญหาสินค้าอุปโภค &amp;ndash; บริโภค ไม่ให้มีราคาแพง ร้อยละ 48.0 รองลงมา คือ การแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร &amp;nbsp;เช่น ราคาพืชผลตกต่ำ ราคาปุ๋ยอาหารสัตว์แพง จัดหาตลาดรองรับ ร้อยละ 30.4 &amp;nbsp;และความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในระดับเชื่อมั่นมาก &amp;ndash; มากที่สุดร้อยละ 55.9 เชื่อมั่นปานกลางร้อยละ 37.2 ขณะที่ไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 0.9.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25053</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, บัตรสวสดิการแห่งรัฐ, โพลรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c221ecc14267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สูงอายุ-คนพิการเฮ คลังอนุมัติแจกบัตรสวัสดิการเพิ่ม 3.1 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเปิดผลตีทะเบียนคนจนรอบพิเศษ สำหรับกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนรอบปกติ ทั้งสิ้น 4.5 ล้านราย ผ่านคุณสมบัติ 3.1 ล้านราย สามารถรับบัตรสวัสดิการได้ช่วงกลางเดือน ธ.ค. นี้ และเริ่มสตาร์ทใช้บัตรได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีการเปิดลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนในรอบปกติได้ ระหว่างวันที่ 15 พ.ค. &amp;ndash; 30 มิ.ย. 2561 พบว่ามีผู้มาลงทะเบียนทั้งสิ้น 4.5 ล้านราย และมีผู้ผ่านคุณสมบัติได้รับสิทธิจำนวน 3.1 ล้านคน คิดเป็น 68% ของผู้มาลงทะเบียนทั้งหมด และสามารถรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ในช่วงกลางเดือน พ.ค. 2561 เริ่มใช้บัตรได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานที่ไม่ผ่านสิทธิโดยตรงระหว่างวันที่ 16-30 พ.ย. นี้ โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์อีกครั้งในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้ามาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยใช้ข้อมูลจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ว่า ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ พ.ย. 2561 โดยมีข้อมูลการใช้จ่ายระหว่างวันที่ 1- 14 พ.ย. 2561 อยู่ที่ 5.57 แสนราย คิดเป็นเงิน 145 ล้านบาท มีจำนวนภาษีแวตกว่า 9 ล้านบาท โดยพร้อมในการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว จำนวน 5% เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้แก่ผู้มีสิทธิผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อนำไปใช้จ่ายต่อไป และเงินชดเชยอีก 1% เพื่อการออมเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารชนิดพิเศษที่กรมบัญชีกลางให้ธนาคารเปิดให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้าของร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ร้านค้าเอกชนอื่นที่จดทะเบียนภาษีแวต และสมัครเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว มีจำนวน 4.24 พันร้านค้า โดยผู้มีสิทธิจะได้รับเงินชดเชยต่อเมื่อชำระราคาสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งจากวงเงินกระเป๋าสวัสดิการ 200-300 บาทแล้วแต่กรณี และวงเงินที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเติมเองใน e-Money ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่จดทะเบียนภาษีแวต และรับชำระราคาสินค้าผ่านเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point of Sale : POS) ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 แล้วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร้านค้าเอกชนอื่นที่สมัครเข้าร่วมมาตรการ ให้สังเกตสัญลักษณ์สติ๊กเกอร์ &amp;ldquo;จ่ายด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money PromptCard)&amp;rdquo; โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้ได้เฉพาะส่วนของเงินใน e-Money เท่านั้นในการชำระราคาสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะได้รับเงินชดเชยคืนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร้านค้าที่พร้อมเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4.24 พันร้านค้านี้ มีทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าเอกชน แต่หากดูในรายละเอียดแล้วจะพบว่า ปัจจุบันมีร้านธงฟ้าประชารัฐ จำนวน 3.06 หมื่นร้านค้า แต่เป็นร้านค้าที่มีการจดทะเบียนภาษีแวต และมีคุณสมบัติพร้อม เพียง 3.88 พันร้านค้าเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีร้านธงฟ้าขนาดเล็กที่ตอบรับการติดเครื่อง POS เพียง 940 ร้านค้าเท่านั้น จากทั้งหมด 2.31 พันร้านค้า โดยส่วนใหญ่ปฏิเสธ และให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อม รวมถึงกลัวโดนตรวจสอบภาษีด้วย&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22145</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายลวรณ แสงสนิท, บัตรสวสดิการแห่งรัฐ, ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้พิการ, ผู้สูงอายุ, ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, โครงการไทยนิยม ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea220dd560c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวอีสานเรียกร้อง &#039;รัฐบาลบิ๊กตู่&#039; เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.61 - ผศ.ดร.สุทิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการสำรวจอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของคนอีสาน เรื่อง &amp;ldquo;สวัสดิการที่จำเป็นสำหรับคนอีสาน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดต่อสวัสดิการที่รัฐควรจัดให้ประชาชน รวมทั้งยังคงเป็นการประเมินความพึงพอใจในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากการลงพื้นที่สำรวจจากลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ในสัดส่วนร้อยละ 40.4 รองลงมาคือรับจ้างทั่วไปและกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 14.2 และกลุ่มค้าขายและธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 11.5 โดยพบว่า มากถึงร้อยละ 45.8 คนอีสานพอใจเล็กน้อยกับสวัสดิการที่รัฐและหน่วยงานของรัฐจัดให้ในขณะนี้&amp;nbsp;โดยมีเพียงร้อยละ 20.89 ที่เห็นว่าพอใจมาก ในขณะที่ความคิดเห็นที่ว่าหากรัฐบาลจัดตั้งกองทุนสุขภาพแห่งชาติ และเก็บภาษีต่างๆนำเจข้ากองทุนเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาจัดสวัสดิการต่างๆเพิ่มขึ้น ท่านเห็นด้วยหรือไม่ พบว่าร้อยละ 33.7 ไม่เห็นด้วย โดยมีเพียงร้อยละ 8.1 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และเมื่อสอบถามว่าสวัสดิการใดบ้างที่รัฐต้องจัดให้มีประชาชนมากที่สุด พบว่าเรื่องการประกันสุขภาพเป็นสวัสดิการที่คนอีสานเห็นว่ารัฐบาลต้องจัดให้กับประชาชนมากถึงร้อยละ 36.0 รองลงมาคือด้านการศึกษา ร้อยละ 23.8 ด้านสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อย ร้อยละ 22.6 ด้านค่าเลี้ยงดูบุตร ร้อยละ 22.6 และเรื่องของการประกันชีวิตร้อยละ 21.8 ในขณะที่สวัสดิการที่ถูกเลือกน้อยกว่าร้อยละ 10 นั้น ประกอบด้วย เรื่องขนส่งสาธารณะ,เรื่องบำนาญวัยเกษียณ รวมไปถึงเรื่องที่อยู่อาศัยในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเรื่องอัคคีภัยและภัยธรรมชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สุทิน กล่าวต่ออีกว่า จากการสำรวจดังกล่าวยังคงมีการสอบถามถึงการมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของคนอีสาน ซึ่งพบว่าร้อยละ 57.5 ยังคงไม่มีบัตร และร้อยละ 42.5 มีบัตรดังกล่าว และเมื่อสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลควรมีการปรับปรุงในประเด็นใดมากที่สุด ซึ่งคนอีสานส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าควรเพิ่มวงเงินในบัตร รวมทั้งการเพิ่มสวัสดิการอื่นๆเพื่อเพิ่มความสะดวกให้เหมาะสมกับผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่ รวมไปถึงการอยากเพิ่มร้านค้าที่สามารถใช้บริการได้ให้ครอบคลุมทุกร้าน การปรับปรุงปัญหาในเรื่องของสินค้าที่มีน้อย และการปรับแก้วิธีการใช้ไม่ให้เกิดความสับสนหรือความย่างยากในพื้นที่ชนบท และการตรวจสอบการใช้บัตรเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนที่มีฐานะดีหรือกลุ่มที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่รัฐบาลกำหนดนั้นมาใช้งานในบัตรดังกล่าวได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17464</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนอีกสาน, บัตรสวสดิการแห่งรัฐ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, อีสานโพล, เพิ่งวงเงินบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b99e8280c981.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
