<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเปิดทางผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้สิทธิ์คนละครึ่งรีบมาคืนบัตรภายใน 7 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของ COVID-19 ซึ่งประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีบัตรฯ) ระยะที่ 3 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ครอบคลุมประชาชนประมาณ 51 ล้านคน โดยประชาชนแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 โครงการเท่านั้น

สำหรับโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 กลุ่มผู้มีบัตรฯ ประมาณ 13.65 ล้านคน จะช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ทั้งนี้ หากผู้มีบัตรฯ ประสงค์จะรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แทน จะต้องสละสิทธิการเป็นผู้มีบัตรฯ โดยขอให้นำบัตรฯ มาคืนที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด ภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 เพื่อไม่ให้เกิดการรับสิทธิซ้ำซ้อนระหว่างโครงการ ซึ่งการคืนบัตรฯ ดังกล่าวจะถือเป็นการสละสิทธิไม่สามารถรับสวัสดิการผ่านบัตรฯ ได้อีก หากผู้มีบัตรฯ คืนบัตรฯ หลังวันที่ 7 มิถุนายน 2564 จะไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

โฆษกกระทรวงการคลัง ย้ำว่าสำหรับผู้มีบัตรฯ ที่สละสิทธิแล้ว และประสงค์ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่ง ในวันที่ 21 มิถุนายน 2564 สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; หรือเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ตามต้องการ เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ หากผู้ที่ได้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และได้รับสิทธิโครงการใดโครงการหนึ่งไว้แล้วมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนไปรับสิทธิอีกโครงการหนึ่งแทน จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิอีกโครงการหนึ่ง ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564&amp;nbsp; และถือเป็นการสละสิทธิโครงการที่ได้รับสิทธิเดิม
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105246</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, คนละครึ่งเฟส 3, บัตรสวัสดิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0d7b2c94c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัตรคนจนเฮ!คลังโอนวงเงินสิทธิ์&#039;เราชนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความพร้อมในการโอนวงเงินสิทธิ์ให้แก่ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งแรกในวันที่ 5 ก.พ.2564 ว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับวงเงินสิทธิ์เป็นรายสัปดาห์ทุกวันศุกร์จนวงเงินสิทธิ์ครบ 7,000 บาท (ได้รับวงเงินเพิ่มจำนวน 5,400 บาท สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และ 5,600 บาท สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทแต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี) โดยกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถสะสมวงเงินสิทธิ์ดังกล่าว และสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถตรวจสอบวงเงินสิทธิ์คงเหลือได้ที่เครื่องกดเงินอัตโนมัติ (Cash Machine หรือ ATM) ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเครื่องรูดบัตร (Electronic Data Capture: EDC) ที่ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;rdquo; นางสาวกุลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการคลังยังเน้นย้ำถึงการประกาศผลการคัดกรองคุณสมบัติสำหรับกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันที่ยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 27 ม.ค.2564 (กลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลฯ) สามารถตรวจสอบผลการคัดกรองได้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.2564 ผ่านทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ทั้งนี้ กลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลฯ ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและได้รับสิทธิ์ร่วมเข้าโครงการเราชนะจะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ครั้งแรกในวันที่ 18 ก.พ.2564 จำนวน 2,000 บาท และจะได้รับวงเงินสิทธิ์เพิ่มเป็นรายสัปดาห์ทุกวันพฤหัสบดีจนวงเงินสิทธิ์ครบ 7,000 บาท โดยกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลฯ สามารถสะสมวงเงินสิทธิ์ดังกล่าว และสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้ จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลฯ ที่ตรวจสอบสถานะแล้วพบว่า &amp;ldquo;ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ&amp;rdquo; สามารถแสดงความประสงค์ขอทบทวนสิทธิ์ได้ทาง www.เราชนะ.comเท่านั้น โดยสามารถแสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. &amp;ndash; 8 มี.ค.2564 และสามารถตรวจสอบผลการทบทวนสิทธิ์ได้ทางเว็บไซต์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลไปคัดกรองใหม่อีกครั้งตามคุณสมบัติที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2564 และกระทรวงการคลังจะถือว่าผลการพิจารณาทบทวนสิทธิ์เป็นอันสิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการร้านค้าในกลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มและร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไปสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ทางเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.comหรือติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย สำหรับผู้ให้บริการรายย่อยที่มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้หรือบริการขนส่งสาธารณะ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเราชนะได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, บัตรสวัสดิการ, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), โอนวงเงินสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8971c5d8cd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ถือบัตรคนจนมีสิทธิได้ 1 พันบาทตามมาตรการ “ชิมช้อปใช้”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 2562 นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน14.6 ล้านราย สามารถมาลงทะเบียนเพื่อรับเงิน 1 พันบาท ตามมาตรการ &amp;ldquo;ชิมช้อปใช้&amp;rdquo; ได้ด้วย โดยยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวไม่มีการจำกัดสิทธิ์ประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเป็นการเปิดกว้างให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถมาลงทะเบียนเพื่อรับเงินได้ รวมทั้งไม่ได้มีการห้าม หรือจำกัดไม่ให้นำเงิน 1 พันบาท ที่รัฐบาลจะจ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง (G-Wallet) นำไปซื้อสินค้าประเภทสุรา เบียร์ บุหรี่ โดยห้ามไม่ให้นำไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันเท่านั้น

&amp;ldquo;ไม่ได้มีการห้ามว่าไม่ให้นำเงินที่รัฐแจกให้ 1 พันบาท ไปใช้ซื้อสุรา เบียร์ บุหรี่ ตรงนี้ถือเป็นสิทธิของผู้ถือเงิน คงไปห้ามไม่ได้ แต่ถ้าพิจารณาตามหลักการแล้วก็ไม่ควร นอกจากนี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถ้ามีอายุ 18 ปี ก็สามารถมาลงทะเบียนได้ ซึ่งจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมรายละ 200-300 บาทต่อเดือน และได้รับเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก เดือนละ 500 บาท จำนวน 2 เดือน และได้รับจากมาตรการชิมช้อปใช้อีก 1 พันบาทด้วย&amp;rdquo; นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าว

นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวอีกว่า กรมบัญชีกลางได้เริ่มเปิดรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีร้านค้าทั้งที่อยู่ในส่วนร้านธงฟ้าประชารัฐซึ่งเป็นฐานข้อมูลเดิม และร้านค้ารายใหม่ที่สนใจสมัครเข้าร่วมมาตากรรทั้งสิ้น 1.3 แสนร้านค้า ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอรองรับการใช้งานจากประชาชน 10 ล้านราย


สำหรับประชาชนที่สนใจลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิมาตรการชิมช้อปใช้ รับเงิน เป๋าตัง (G-Wallet) จำนวน 10 ล้านคน ได้ ทาง [http://www.ชิมช้อปใช้.com%20ตั้งแต่]www.ชิมช้อปใช้.com ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. &amp;ndash; 15 พ.ย. 2562 (วัน/รอบละ 1 ล้านคน) โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน และมีสมาร์ทโฟน เครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีอีเมลล์ โดยต้องกรอกข้อมูล ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลล์ พร้อมเลือกจังหวัดที่ประสงค์จะเดินทางไปใช้สิทธิ ต้องไม่ใช่จังหวัดตามสำเนาทะเบียนบ้าน


ทั้งนี้ เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะยืนยันให้ทราบทันทีว่าลงทะเบียนสำเร็จ และจะแจ้งทางอีเมลล์ให้ทราบอีกครั้ง กรณีลงทะเบียนไม่สำเร็จ (กรณีรายที่เกิน 1 ล้าน) ระบบจะแจ้งให้ทราบว่าเต็มจำนวนสำหรับรอบวันนั้นแล้ว) และสามารถลงทะเบียน ได้อีกครั้งในรอบถัดไป หลังจากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปตรวจสอบความถูกต้องกับกรมการปกครอง และภายใน 3 วัน ธนาคารกรุงไทยจะส่งเอสเอ็มเอสไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้ หากถูกต้อง จะแจ้งให้ทราบว่า ได้รับสิทธิ พร้อมแจ้งรายละเอียด จังหวัด และระยะเวลา วันที่สามารถไปใช้สิทธิให้ทราบ (ภายใน 14 วัน หลังจากได้รับเอสเอ็มเอส) หากไม่ถูกต้อง จะแจ้งให้ทราบกรณีที่ผิดพลาด ซึ่งสามารถดำเนินการลงทะเบียนใหม่ในรอบถัดไปได้ และดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง เมื่อได้รับเอสเอ็มเอส ยืนยันการได้รับสิทธิ ตามขั้นตอน

โดยจะมีระบบให้ยืนยันตัวตน หลังจากนั้นจะแจ้งวงเงิน 1 พันบาทในเป๋าตัง ช่องที่ 1 และเริ่มใช้งาน และจะมีเป๋าตัง ช่อง 2 เพื่อให้เติมเงินและนำไปใช้จ่าย และได้รับเงินชดเชย (Cash Back) 15% ของจำนวนเงินที่ใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4.5 พันบาท จากวงเงินการใช้จ่ายไม่เกิน 3 หมื่นบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44475</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, บัตรสวัสดิการ, วัดดวง ชิมช็อปใช้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bca3e8e844.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้ามช็อต!&#039;บิ๊กตู่&#039;ตอบแฟนเพจ รอรัฐบาลหน้าลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61- เพจประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ตอบข้อซักถามแฟนเพจ ว่า หลายท่านสอบถามและร้องทุกข์ผ่านช่องทางโซเชียลคล้ายๆ กัน ผมขอรวบยอดตอบเลยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นแรก ปีนี้จะมีช็อปช่วยชาติหรือไม่ - รายละเอียดของมาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ต้องรอให้ผ่านความเห็นชอบของ ครม. ก่อนครับ น่าจะเป็นเร็วๆ นี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ จะมีขึ้นอีกครั้งเมื่อไร - รัฐบาลชุดต่อไปจะเป็นผู้กำหนดนโยบาย และเปิดการลงทะเบียนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สาม หากบัตรสวัสดิการฯ หาย ต้องทำอย่างไร - หากบัตรสวัสดิการฯ สูญหาย สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าจะเป็นประโยชน์และตอบข้อสงสัยของหลายๆ ท่านนะครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23108</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสวัสดิการ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐบาลหน้า, เพจประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bffd25af0096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังปิ๊งไอเดีย “คืนแวต” อุ้มคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังปิ๊งไอเดีย &amp;ldquo;คืนภาษีแวต&amp;rdquo; อุ้มผู้มีรายได้น้อย ตีกรอบ 3 เดือน คนจนเติมเงินบัตรสวัสดิการซื้อสินค้า สามารถนำมาขอคืนภาษีได้ที่สรรพากร ยันไม่กระทบโครงสร้างจัดเก็บ เหตุตั้งงบประมาณรองรับโดยเฉพาะ แตะเบรก &amp;ldquo;ช้อปช่วยชาติ&amp;rdquo; หลังกำลังซื้อในประเทศสดใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.ค.61-&amp;nbsp;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน สำหรับเงินที่นำไปซื้อของใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งต้องซื้อของผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp; โดยนำเงินสดของตัวเองไปเติมใส่บัตรและนำไปซื้อสินค้ากับร้านค้าที่มีเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ซึ่งข้อมูลการซื้อสินค้าทั้งหมดจะเชื่อมกับกรมสรรพากรอยู่แล้วว่าจะได้คืนภาษีแวตเท่าไหร่ ผู้มีรายได้น้อยก็สามารถมาขอคืนภาษีกับกรมสรรพากรได้ตอนสิ้นปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงการคลังคิดว่าแนวทางการคืนภาษีแวตดังกล่าวจะช่วยผู้มีรายได้น้อยได้มากขึ้น สำหรับวงเงินซื้อสินค้าและเพดานการขอคืนภาษีแวตยังไม่ได้กำหนด และการดำเนินการนี้ไม่ได้ทำให้โครงการสร้างภาษีแวตของกรมสรรพากรเสียหาย เพราะรัฐบาลจะตั้งงบประมาณมาคืนเท่ากับภาษีแวตที่กรมสรรพากรจ่ายคืนให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาขอคืนภาษี&amp;quot; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าที่ซื้อและนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ จะเปิดกว้าง ไม่มีการจำกัดเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก เช่น เสื้อผ้า ของใช้ รวมถึงโทรศัพท์มือถือก็จะไม่ห้ามเพราะประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่จะยกเว้นสินค้าอบายมุข อาทิ สุรา เบียร์&amp;nbsp; บุหรี่ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.การคลัง กล่าวยืนยันว่า การยกเว้นภาษีแวตให้กับผู้มีรายได้น้อย เป็นแนวทางเดียวกันกับโครงการช้อปช่วยชาติ ที่สามารถนำรายได้จากการซื้อสินค้ามาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ที่ได้ดำเนินการมา 3 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศ แต่ในปีนี้อาจไม่มีการดำเนินการอีก&amp;nbsp; เนื่องจากประชาชนมีกำลังซื้อ และความสามารถในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนที่ทำโครงการเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะคนไทยมีกำลังซื้อดี แต่ไปใช้จ่ายต่างประเทศมาก จนขึ้นเป็นอันดับ 2 จากการขอคืนภาษีจากการซื้อสินค้าในประเทศยุโรป&amp;nbsp; แต่ปีนี้รัฐบาลจะไม่ทำในส่วนนี้ แต่จะมาทำกับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนรับสวัสดิการจากภาครัฐแทน&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้สั่งการไปยังกรมสรรพากร ให้หาแนวทางลดภาระผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะการเสียภาษีทางอ้อม ซึ่งกรมสรรพกากรกำลังเร่งศึกษา คาดว่าจะได้ข้อสรุป 3-4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13212</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, คืนภาษีเวต, ซื้อสินค้า, บัตรสวัสดิการ, ผู้มีรายได้น้อย, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa9444ce51f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
