<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; จ่อส่งร่างแก้รธน.เลือกตั้งบัตรสองใบ ให้นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 มาตรา 86 และมาตรา 91 เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ที่ผ่านความเห็นจากรัฐสภาในวาระ 3 แล้ว ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป หลังจากครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ และไม่มีการเข้าชื่อจากส.ส.หรือส.ว. ขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายปี 2565 ยื่นเรื่องต่อนายชวนให้ทบทวนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากร่างที่แก้ไขใหม่ยังมีเนื้อหาขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ในบางมาตราอยู่นั้น ไม่ใช่ดุลยพินิจของนายชวนที่จะพิจารณาทบทวนหรือยับยั้งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเองได้ หากไม่มีส.ส. หรือส.ว.เข้าชื่อคัดค้านขอให้ส่งตีความ เมื่อครบกำหนด 15 วัน และไม่มีใครเข้าชื่อร้องคัดค้านมา นายชวนต้องส่งเรื่องให้นายกฯนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกฯว่า จะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ หากเห็นว่ามีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้านายกฯเห็นว่า ไม่มีเนื้อหาขัดแย้งก็นำขึ้นทูลเกล้าฯตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117806</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชวน หลีกภัย, บัตรสองใบ, เลือกตั้ง, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61498435f373b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’เมินปรับครม. เชื่อพี่ป้อมไม่น้อยใจ3ป.ยังปึ้ก/เด็กธรรมนัสคาดฝุ่นตลบอีก1ด.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ย้ำยังไม่ปรับ ครม. การันตีไม่มีรอยร้าว 3 ป. เชื่อพี่ป้อมไม่น้อยใจ หลังปลดธรรมนัส-นฤมลไม่บอกล่วงหน้า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เปลี่ยนไป ลงพื้นที่กำชับ ขรก.เอาแผนงาน ส.ส.ไปบริหาร มือขวาธรรมนัสบอกวุ่นวายฝุ่นตลบอีกหนึ่งเดือน รอหัวหน้าพรรคเคลียร์ใจ พท.ดันสูตรบัตรสองใบใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ย. มีความเคลื่อนไหวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังเกิดแรงกระเพื่อมหนักภายในพลังประชารัฐ จากผลการปรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 13.00 น. ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์​โรงพยาบาลรามาธิบดี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ​ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ​ นายยงยุทธ สุวรรณบุตร​ และ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ รวมถึงนางนันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ รอต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวทักทาย ส.ส. และฝากให้ช่วยดูแลประชาชนพื้นที่ ก่อนจะถามหานายก อบจ.สมุทรปราการ พร้อมกล่าวขอให้ช่วยกันดูแลประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น​ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะรับฟังการนำเสนอวีดิทัศน์สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์จากคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเยี่ยมชมจุดฉีดวัคซีน โดยกล่าวกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ​และข้าราชการในพื้นที่ที่มาต้อนรับ ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ขอให้ทุกคนช่วยกัน ช่วยรัฐบาล และขอบคุณที่มาให้กำลังใจ ถ้าพวกเราไม่ช่วยกันมันก็ไปไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ผมอารมณ์ดีมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างเยี่ยมชมจุดตรวจ นายกฯ ได้กล่าวทักทายประชาชนที่มารอรับการรักษาพยาบาล และขอให้ทุกคนช่วยกัน ประเทศชาติจะปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่จุดตรวจฉีดวัคซีนตะโกนให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ให้ &amp;ldquo;สู้&amp;rdquo; ซึ่งนายกฯ หันไปพูดตอบว่า &amp;quot;สู้กับปัญหา นายกฯ ต้องสู้กับปัญหา สู้เพื่อพวกเรา เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น และยังได้หันไปคุยกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐว่า ขอให้ ส.ส.ไปดูเรื่องการค้าขายทางออนไลน์และการค้าขายสมัยใหม่ วันนี้เราต้องเดินหน้าออนไลน์ซึ่งรัฐบาลทำไว้ให้หมดแล้ว เราต้องยกระดับประชาชนให้ได้ การเมืองต้องทำอย่างนี้&amp;quot; พลเอกประยุทธ์บอกไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังสะพานยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เพื่อตรวจความพร้อมแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า จะดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ว่าที่ไหน จะเป็นพื้นที่ของใครก็แล้วแต่ จะรับฟังความคิดเห็นจากบรรดา ส.ส.ในการดูแลประชาชน และเราต้องคำนึงถึงจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย รัฐบาลทำหน้าที่แบบนี้ ยืนยันว่าดูแลทุกพรรคการเมือง เพราะดูแลประชาชน เป็นรัฐบาลของประชาชน ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วยว่าสิ่งใดๆ ก็ตามที่เสนอมาก็รับไว้ และไปดูว่าคุณจะทำอย่างไร แค่ไหนอย่างไร ทำได้หรือไม่ได้ กฎหมายว่าอย่างไร งบประมาณมีหรือไม่ อาจผิดหรือไม่ ทำเองก็ให้มันสุจริต โปร่งใส รัฐบาลต้องทำให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝากไปถึงผู้ว่าฯ และทุกกระทรวง ขอให้ดูแลนโยบายที่นำเสนอมาโดย ส.ส.ที่อยู่ในคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ต้องรับแผนงานของ ส.ส.มาบริหารด้วย ในพื้นที่ไม่ว่าของใครก็ตาม ให้ความเป็นธรรมในพื้นที่ เพราะว่ามันเป็นคำตอบให้กับประชาชนในพื้นที่ ถูกต้องไหม เนอะ ก็น่าจะคิดไม่ผิด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลงว่า &amp;quot;ยังไม่ปรับตอนนี้ และไม่ต้องตั้งใครเพิ่ม ไม่ต้องห่วง มีคนทำงาน คนรักษาการอยู่แล้ว ตามที่ได้แบ่งหน้าที่การบริหารราชการที่มอบหมายให้ดูแล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า​จะเข้าไปดูแลในส่วนพรรคพลังประชารัฐอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไปดูแลอะไร ไปดูแลยังไง ไปดูแลได้แค่ไหน วันนี้ก็มารับฟังในสิ่งที่เขาพูด และรับฟังทุกพรรคอยู่แล้วที่มีการชี้แจงในสภาอยู่ทุกวัน เมื่อนายกฯ ลงพื้นที่ก็มาสอบถามข้อเท็จจริงของพวกเขาว่าโครงการนี้ทำไมถึงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นของใครก็แล้วแต่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐ​ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;ldquo;ปัญหาตรงไหนหรือ&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ น้อยใจกับเรื่องดังกล่าวและจะลาออกจากพรรค พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอุทานว่า &amp;ldquo;อุ๊ย! ไม่มีใครใจน้อยขนาดนั้นหรอกมั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้ระยะห่างระหว่าง ส.ส.กับนายกฯ ลดน้อยลง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็มาหาอยู่นี่ไง ถ้ามีเวลาจะไปเยี่ยมเยียนในเวลาที่เหลืออยู่ ที่ผ่านมาบริหารงานในรูปแบบของจังหวัด โดยรับฟังปัญหาของ ส.ส.ทุกคน แล้วนำมาดูอะไรทำได้หรือไม่ได้ หรือติดปัญหาตรงไหน แล้วจึงบริหารงบประมาณให้เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่านายกฯ จะสยบภาพของความแตกแยกที่เกิดขึ้นในเวลานี้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์เดินหนีออกจากโพเดียมทันที พร้อมกับโบกมือก่อนจะตอบเสียงหนักแน่นว่า &amp;ldquo;ไม่มีแตกแยก ไม่มี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจว่า รัฐบาลจะอยู่ครบเทอม และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องยุบสภา เพราะ ส.ส.ส่วนใหญ่ยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สนใจเรื่องการเมือง แต่เอาเวลาทั้งหมดไปแก้ปัญหาให้กับบ้านเมืองและประชาชน ดังนั้นถ้ามีการยุบสภา เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการต่างๆ ก็อาจจะต้องหยุดชะงักไปด้วย ดังนั้นการยุบสภานอกจากจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ยังอาจจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลงไปอีกได้ รัฐบาลอยู่ครบวาระแน่นอน
จับตาธรรมนัสโดดหรือร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ในช่วงสมัยประชุมปลายปีว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน แต่คงไม่มีผลอะไรกับทางรัฐบาล ทั้งนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญประจำปี 64 ครั้งที่ 1 ฝ่ายค้านจะมีสิทธิ์ขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบลงมติได้อีกครั้ง ต้องรอการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญประจำปี 65 ครั้งที่ 1 ซึ่งจะเริ่มขึ้นวันที่ 22 พ.ค.65 แต่ยื่นเร็วกว่าวันที่ 22 พ.ค.ไม่ได้ ถ้าจะยื่นขออภิปรายตั้งแต่สมัยการประชุมครั้งที่ 1 ช่วงต้นๆ เร็วที่สุดที่จะเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือเดือน มิ.ย.65 แล้วกฎหมายงบประมาณจะเริ่มในเดือน ส.ค. ดังนั้นตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเดือน มิ.ย.65 รัฐบาลไม่มีปัญหาหรือผลกระทบอะไรที่จะต้องไปยุบสภาตามที่เป็นข่าวใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นในช่วงนี้อย่างน้อยไปถึงเดือน มิ.ย.65 รัฐบาลมีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ ไม่มีเหตุที่จะมีการยุบสภา การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับรัฐบาล ฝ่ายค้านมีโอกาสเมื่อไหร่ก็ยื่นทุกครั้ง เวลานี้รัฐบาลก็รอการแก้ปัญหาต่างๆ ปัญหาโควิด-19 เรื่องวัคซีน ปัญหาเศรษฐกิจ มีเวลาคลื่นลมสงบไปจนถึงเดือน มิ.ย.65
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าปัญหาพรรคประชารัฐจะมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันแล้วไม่ลาออก ดังนั้นการไม่ลาออกคือการไม่ปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคใดๆ ดังนั้นทุกอย่างก็นิ่ง ส.ส.และสมาชิกพลังประชารัฐทั้งหมดรักและเคารพ พล.อ.ประวิตรเป็นหนึ่งเดียว พล.อ.ประวิตรอยากเห็นพลังประชารัฐไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ และอย่างที่ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ ไม่มีการปรับโครงสร้างพรรคใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นอำนาจหัวหน้าพรรค และ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคที่ครองใจ ส.ส.ในพรรคทั้งหมดด้วย ดังนั้นทุกอย่างเป็นไปตามที่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ยังตอบคำถามที่ว่า เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประวิตรยังเป็นผู้นำทัพพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายไพบูลย์กล่าวว่า มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นศูนย์รวมใจ ส.ส.ทั้งหมด ตราบใดที่ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค ก็ทำให้พรรคพลังประชารัฐเป็นหนึ่งเดียวและเข้มแข็งที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐได้แจ้ง ส.ส.วันที่ 15 ก.ย. มีการประชุม ส.ส. เวลา 09.00 น. ที่ชั้น 6 ห้อง พรรคพลังประชารัฐ อาคารรัฐสภา ซึ่ง พล.อ.ประวิตรเข้าร่วมประชุมด้วย โดยขอให้มาร่วมกันทุกคน
มือขวาธรรมนัสปัดข่าวตั้งพรรคใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มือขวาคนสนิทธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวถึงการแก้ไข รธน.เรื่องบัตรสองใบ หลังนายเอกราชและบุตรชายไม่ร่วมออกเสียงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า โดยส่วนตัวมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกต้อง เอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองอย่างชัดเจน ไม่มีประเด็นใดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะกับคะแนนเสียงที่ประชาชนลงคะแนนเลือกตั้งไปนั้นจะเอื้อประโยชน์ให้กับเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น พรรคเล็กพรรคน้อยที่ได้คะแนนไม่ถึง 350,000 คะแนน ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 1 คนจะต้องมีคะแนนเสียง 350,000 คะแนน ซึ่งหากพรรคเล็กพรรคน้อยได้คะแนนไม่ถึงกำหนด คะแนนก็จะตกน้ำไปโดยไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการมาคำนวณเป็นคะแนน การที่ตนและนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น พลังประชารัฐ (ลูกชาย) ไม่โหวตออกเสียงด้วย ในที่ประชุมวันนั้นแม้ทั้งสองคนเข้าไปลงชื่อและอยู่ในที่ประชุม แต่ไม่แสดงตัวโหวต เพราะ พล.อ.ประวิตรให้นโยบายฟรีโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกราชกล่าวย้ำว่าการไม่ออกเสียงใดๆ ของ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะผมและนายวัฒนาไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอทุกฝ่ายอย่าจับแพะชนแกะ อย่าจับประเด็นนี้ไปชนประเด็นโน้น อย่าจับอดีตมาชนปัจจุบัน เราทำการเมืองกันแบบตรงๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะมองว่าประโยชน์ของประชาชนจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มากกว่าการกระทำใดลงไปที่เอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองหรือนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ได้มีการชี้แจงไปแล้วว่าการไม่แสดงตนหรือการงดออกเสียงใดๆ ในการประชุมที่ผ่านมาไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ฝุ่นกำลังตลบและวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ ขณะที่การลาออกของอดีต 2 รัฐมนตรีนั้นได้มีการแจ้งไปในพื้นที่แล้วว่า ทุกคนยังคงอยู่ในพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม ไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดต้องรอดูสัญญาณจากหัวหน้าพรรคเท่านั้น ซึ่งต้องรออีกประมาณ 1 เดือน พอฝุ่นจางหายลงไป ความชัดเจนก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นความชัดเจนในการกำหนดท่าทีหรือแนวทางทางการเมืองของเราจะไปอย่างไร แต่วันนี้ไม่มีอะไร ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทุกคนคือพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร ทุกคนยังคงทำงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องทุกวัน ส่วนการตั้งพรรคอีสานล้านนานั้นไม่มีและไม่เป็นความจริง ขออย่าให้ทุกคนนั้นจับแพะชนแกะ กลุ่มอีสานล้านนา ผมในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสานตอนบนพรรคพลังประชารัฐได้ขึ้นป้ายนี้มา 2 ปีแล้ว ซึ่งแสดงถึงการทำงาน ในภาพเล็กลงมาของพรรค ซึ่งเป็นมดงานทำงานในกลุ่มเล็กๆ ในระดับพื้นที่ ซึ่งตอนนี้การดำเนินงานทุกอย่างได้ขับเคลื่อนผ่านไปแล้ว วันนี้กลุ่มอีสานล้านนาไม่มีแล้ว และยืนยันว่าไม่มีการตั้งพรรคอีสานล้านนาอย่างแน่นอน ทุกคนยังเป็นพรรคพลังประชารัฐ และพรรคไม่มีกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ทุกคนคือพลังประชารัฐ จึงขอให้ฝุ่นจางไปก่อน ทุกอย่างก็จะชัดเจน และยืนยันว่าเวลานี้ไม่มีพรรคการเมืองใดมาจีบหรือทาบทามให้ย้ายพรรคหรือชวนไปร่วมงาน ทุกคนยังคงเป็นพลังประชารัฐที่เหนียวแน่นและทำงานในพื้นที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรัดกุม&amp;rdquo; นายเอกราช มือขวาธรรมนัส ระบุ
เพื่อไทยดันใช้เบอร์เดียวทั้งสองใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีฝ่ายค้าน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงว่า หลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 91 ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา คาดว่าประธานรัฐสภาจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการประชุมสภา ก่อนจะปิดสมัยประชุมวันที่ 18 ก.ย. และเปิดสภาสมัยถัดไปในเดือน พ.ย.2565 เมื่อเปิดประชุมสภาสมัยถัดไป พรรคเพื่อไทยจะเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ให้เบอร์ผู้สมัคร ส.ส.เขตกับพรรคเป็นเบอร์เดียวกันในการเลือกตั้งทั้งประเทศ ให้ง่ายต่อการจดจำและลงคะแนนของประชาชน บัตรเสียจะมีน้อย คาดว่าการแก้กฎหมายลูกดังกล่าวใช้เวลาอย่างเร็ว 2-3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า จากนั้นคาดว่ารัฐบาลจะยุบสภาให้เลือกตั้งใหม่ต้นปี 2565 เพราะรัฐบาลบริหารประเทศต่อไปไม่ได้ ไม่มีเงินบริหารประเทศ เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทรอบแรกเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้กำลังใช้เงินกู้ 5 แสนล้านบาทอยู่ อีกไม่นานก็เกลี้ยง กู้ใหม่ไม่ได้ ถ้าไปกู้เพิ่มต้องเสนอเป็น พ.ร.ก.นำมาให้สภาเห็นชอบด้วย แต่เชื่อว่าจะถูกกลุ่มกบฏของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีเสียง ส.ส.ในมือ 40 คนโหวตคว่ำแน่ จากเสียงสูงสุดที่รัฐบาลมีอยู่ขณะนี้ 270 เสียง ถ้ากฎหมายการเงินไม่ผ่านสภา นายกฯ ต้องลาออกหรือยุบสภา แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยุบสภา เพราะมาถึงทางตัน การปลด ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากตำแหน่งรัฐมนตรี เกิดแรงกระเพื่อมหนักในพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะการปลดนางนฤมลทำให้ พล.อ.ประวิตรนอนไม่หลับ ถ้า พล.อ.ประวิตรปกป้องนางนฤมลไม่ได้ ทั้งที่เป็นคนมีความรู้ความสามารถมากกว่านายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่มีกระแสข่าวจะได้เป็น รมว.คลังในการปรับ ครม. ถ้าเป็นเช่นนี้ พล.อ.ประวิตรควรลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะจับมือพรรคพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคเพื่อไทยมั่นใจเป็นพรรคอันดับ 1 ได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 200 คน จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงอยู่ที่พรรคจะเลือกใครมาตั้งรัฐบาล ไม่ใช่พรรคจะไปจับมือกับใคร จะมีแต่คนมาขอร่วมตั้งรัฐบาล
นิด้าโพลเชื่อบิ๊กตู่รอบหน้าวางมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ความเป็นไปได้ทางการเมืองของ 3 ป.&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6-9 กันยายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเป็นไปได้ทางการเมืองของ 3 ป. (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นสมัยสุดท้าย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 32.06 ระบุว่าเป็นไปได้มาก รองลงมา ร้อยละ 30.53 ระบุว่าค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 22.60 ระบุว่าเป็นไปไม่ได้เลย ร้อยละ 10.84 ระบุว่าไม่ค่อยเป็นไปได้ และร้อยละ 3.97 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 62.82 ระบุว่าเป็นไปไม่ได้เลย รองลงมา ร้อยละ 13.97 ระบุว่าไม่ค่อยเป็นไปได้ ร้อยละ 13.51 ระบุว่าค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 4.66 ระบุว่าเป็นไปได้มาก และร้อยละ 5.04 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ว่า 3 ป. (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) จะยังคงมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.47 ระบุว่าค่อนข้างเป็นไปได้ รองลงมา ร้อยละ 23.28 ระบุว่าเป็นไปไม่ได้เลย ร้อยละ 20.69 ระบุว่าเป็นไปได้มาก ร้อยละ 12.21 ระบุว่าไม่ค่อยเป็นไปได้ และร้อยละ 4.35 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116488</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสองใบ, บัตรสองใบใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ, ปรับครม., รอยร้าว 3 ป., ลงพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120ddaca29c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกกล้า ลั่นพร้อมสู้ศึกทุกกติกาเลือกตั้ง จับตาสัมพันธ์ร้าว 2 ป. ทำยุบสภาเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีรัฐสภาลงมติวาระ 3 เห็นชอบแก้ไขระบบเลือกตั้งเปลี่ยนเป็นบัตร 2 ใบว่า ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขเพื่อแก้ไขรอยรั่วระบบเลือกตั้งเดิม หรือเพื่อให้พรรคการเมืองใหญ่ได้เปรียบตามที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ แต่พรรคกล้าในฐานะพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งระดับชาติครั้งต่อไปแน่นอน ไม่ว่าระบบเลือกตั้งจะเป็นรูปแบบใด และเดินหน้าเตรียมความพร้อมทั้งการหาสมาชิกและเปิดรับผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง ทั่วทุกภาคของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้เป็นพรรคการเมืองที่ยังไม่มี ส.ส.ในสภาฯ แต่ระยะเวลา 1 ปีเศษ ที่พรรคกล้าดำเนินกิจกรรมทางการเมือง มีผู้คนจากหลายสาขาอาชีพ ทุกแวดวง ทยอยเข้ามาร่วมงานกับพรรคไม่ขาดสาย ตัวแทนในพื้นที่ก็ระดมลงช่วยเหลือประชาชนฝ่าวิกฤตโควิด-19 มาต่อเนื่อง พรรคเป็นที่รู้จักในพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าพรรคมีคะแนน มีความพร้อม ไม่ว่าระบบเลือกตั้งจะออกมารูปแบบใด&amp;quot; โฆษกพรรคกล้ากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวยุบสภา สืบเนื่องจากความขัดแย้งหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการปลดร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจาก รมช.กระทรวงเกษตรฯ นายแสนยากรณ์ กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรีปลดออกแล้ว หากมองในทางที่ดีก็คงทำให้ ครม. มีภาพที่ดีขึ้นบ้าง แต่ต้องดูสัญญาณว่ายังมีความระส่ำระส่ายภายในพรรคพลังประชารัฐก่อนการปรับ ครม. ครั้งต่อไปหรือไม่ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจมีผลต่อการตัดสินใจยุบสภาตามที่นักวิชาการหลายคนคาดการณ์ความเสี่ยงไว้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองกำลังจับตามอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116365</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสองใบ, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c5cf417c0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; สั่งลูกพรรคห้ามแตกแถว โหวตหนุนแก้รธน.วาระ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;ก.ย.64 - รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) แจ้งว่า ในที่ประชุมส.ส.พรรคพปชร.ใช้เวลาหารือเกือบ 1&amp;nbsp;ชั่วโมง ถึงการลงมติแก้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้แจ้งให้ส.ส.รับทราบข้อสั่งการของพล.อ.ประวิตร ที่มอบนโยบายให้ส.ส.โหวตสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกับชี้แจงถึงข้อดีเรื่องบัตรสองใบ และขอให้ส.ส.ไปพิจารณาตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ก่อนจบประชุม นายไพบูลย์ รวมถึงนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้สอบถามส.สในห้องประชุมเพื่อหยั่งเสียงว่าใครที่จะโหวตเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่ยกมือว่าจะโหวตสนับสนุน และมีส.ส.บางคน อาทิ นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส. สงขลา เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116191</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสองใบ, พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.), วาระ 3, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120ddaca29c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณแรง! ส.ว.โหวตคว่ำแก้รธน.วาระ3 อ้างบัตรสองใบถอยหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91ว่าด้วยระบบเลือกตั้งวาระที่ 3 ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ว่า ตั้งแต่การพิจารณาวาระ 2 มีสัญญาณอยู่แล้วถ้าวันนั้นไม่มีการปรับปรุงแก้ไขในบางบทหรือบางมาตรา เชื่อว่าอาจจะไม่ผ่านการพิจารณาในวันนั้น ทางกมธ.แก้รัฐธรรมนูญจึงมีการปรับปรุงแก้ไขกันในตอนเช้าก่อนที่จะเริ่มการประชุม ถือเป็นสัญญาณหนึ่ง และอีกประการหนึ่งก่อนที่จะมีการลงคะแนนสังเกตได้ว่าส.ว.งดออกเสียงเป็นจำนวนมาก แม้ว่าส.ว.ส่วนหนึ่งจะไม่ลงคะแนน เขาก็ชนะอยู่แล้ว เพราะเป็นการใช้เสียงข้างมากปกติ ดังนั้น ส.ว.ส่วนใหญ่จึงวางท่าทีแบบกลางๆ ไว้ และตัดสินใจอีกครั้งในวันที่ 10 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากเหตุการณ์หลังลงคะแนนในวาระ 2 ที่ผ่านมาทาง ส.ว. ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันตลอดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง และนักการเมืองล้วนๆ ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น เราเห็นว่า หากระบบแบบนี้มีข้อบกพร่อง และย้อนรอยกลับไปตั้งแต่ปี 40&amp;nbsp; ไม่ได้แก้ไขเพื่อเดินหน้า แต่เป็นการแก้ถอยหลัง และจนวันนี้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันระหว่างส.ว.เป็นจำนวนมากในทำนองว่าจะรับหรือไม่รับ แม้กระทั่งวันนี้ก็มีหลายกลุ่มที่พูดคุยกัน และเชื่อว่าในวันที่ 9 ก.ย. จะมีความชัดเจน แต่เท่าที่ตนติดตามมาโดยตลอดมีสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าอาจจะไม่รับร่างครั้งนี้ก็ได้ ฉะนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป&amp;nbsp; เพราะแต่ละวันเป็นมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ วันพรุ่งนี้ แม้แต่วันที่ 9 ก.ย. หรือวันที่ 10 ก.ย. ก็เปลี่ยนแปลงได้ แต่ยืนยันว่าผมเห็นว่าสัญญาณไม่ปกติ เริ่มปรากฎมีในบรรดากลุ่ม ส.ว. ด้วยกัน แม้กระทั่งช่วงเช้าที่ผมมาถึงสภาฯ ก็มีหลายกลุ่มนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือกัน ซึ่งจะให้ตอบสังคมว่าผ่านหรือไม่ ผมไม่กล้ายืนยัน เหมือนกับวาระ 2 เพราะในวาระ 2 ก็เริ่มมีปัญหาอยู่แล้ว ฉะนั้นเขาจึงบอกว่าให้ผ่านๆ ไปก่อน แต่จะผ่านหรือไม่ที่เป็นเรื่องจริงนั้น เชื่อว่า ส.ว.จะตัดสินใจยืนข้างความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง &amp;rdquo;นายวันชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐมีปัญหากันช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จะส่งต่อการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เกิดแรงกระเพื่อมไปทุกฝ่าย และเชื่อเหลือเกินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งบรรดาพรรคการเมืองด้วยกัน รวมถึง ส.ว. อยู่ระหว่างก่ำกึ่งด้วยกัน แม้จะบอกว่าไม่ได้มีผลโดยตรง แต่ก็เกิดแรงกระเพื่อมในการเปลี่ยนแปลงเรื่องการโหวตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สัญญาณที่บอกว่าจะไม่ผ่านคืออะไร จะมาจากทางรัฐบางเองหรือไม่ เพราะมีกระแสว่าในการประชุมพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้บอกกับลูกพรรคว่า ส.ว.จะโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญในวาระ 3&amp;nbsp; นายวันชัย กล่าวว่า ไม่ได้มีสัญญาณมาจากฝ่ายการเมือง หรือสัญญาณจากผู้มีอำนาจ เพราะเท่าที่ตนติดตามมาคือสัญญาณชัดๆจากส.ว. และเท่าที่ประเมินทางการเมืองไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร เพราะดูแล้วไปได้สองทางคือจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ได้ อย่างไรก็ตามเท่าที่ดูจากการแลกเปลี่ยนของ ส.ว. มาจากความรู้สึกนึกคิดของพวกเรากันเอง และสัญญาณนี้เท่าที่ตนดูนั้นพบว่าจะไม่รับร่างแรงพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในวาระ 2 ที่ส.ว.ประมาณ 100 กว่าคนโหวตรับร่างมาแล้ว แต่ในวาระ 3 อาจคว่ำร่างนั้นจะตอบคำถามสังคมอย่างไร นายวันชัย กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมเชื่อว่าตอบได้ เพราะแต่ละคนที่โหวต ส่วนตัวของผมงดออกเสียงมาตั้งแต่ต้น และแต่ละคนเชื่อว่าเขาจะตอบได้ แต่จะตอบอย่างไรเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เชื่อว่าเรามีหลักการและเหตุผลยืนยันมาตลอด&amp;nbsp; เพราะเราพูดกันมาแล้วว่าการแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อประชาชน แต่เพื่ออำนาจและความได้เปรียบทางการเมืองล้วนๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าตอนแรกพรรคการเมืองมั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งได้เป็นระบบบัตรเลือกตั้งสองใบนั้น นายวันชัย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในเดือนเม.ย. กับตอนนี้ต่างกันมาก ดังนั้นเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในความรู้สึกของตนแม้จะผ่านไปได้ แต่มีความรู้สึกว่าจะไม่ได้ใช้ เพราะยังมีขั้นตอนที่นายกฯจะต้องรอ 5 วัน และต้องยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยในแล้วเสร็จภายใน 30 วัน อีกทั้งยังมีขั้นตอนการทูลเกล้าฯอีก เชื่อว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 30-60 วันก็เป็นไปได้ และการเมืองตอนนี้มีความเปลี่ยนแปลงแรงก็พอสมควร ซึ่งในส่วนตัวที่ตนมองแม้จะรอดในวาระ 3 แต่คิดว่าไม่ทันใช้ อาจจะไปติดที่อื่นหรือที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ที่จะต้องวินิจฉัยว่าการแก้ไขชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะมีกระบวนการที่ฝ่ายหนึ่งตั้งป้อมจะร้องอยู่แล้ว และมีประเด็นที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส.ว.จะร่วมยื่นศาลรรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ ส.ว.แทบจะไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการร่างและการดำเนินการใดๆ โดยเฉพาะในชั้นกมธ.แก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ&amp;nbsp; และระยะเวลาที่ผ่านไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องจึงเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทยก็ไม่เอาด้วยตั้งแต่ต้น ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้หลายส่วนอาจทำให้เกิดการสะดุดและหยุดชะงัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115774</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำแก้รธน., บัตรสองใบ, วันชัย สอนศิริ, ส.ว., สัญญาณแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135a8bd00f31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.นัดถกส.ส.โหวตรธน.วาระ3 ยันบัตรสองใบทำปชต.เข้มแข็งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ได้นัด ส.ส. ของพรรครวมทั้งรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมร่วมกันในวันอังคารที่ 7 ก.ย. นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งเป็นการพิจารณาเพื่อลงมติในวาระที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราได้พิจารณาให้ความเห็นชอบตั้งแต่วาระรับหลักการ จนถึงการพิจารณาในวาระที่สอง ไม่ใช่เพราะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเป็นผู้เสนอ และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระรับหลักการเท่านั้น แต่เป็นเพราะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะช่วยทำให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้การแก้ไขครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมองโดยทั่วไปแล้วดูเหมือนว่า ส.ส. แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่เมื่อมองอย่างถี่ถ้วนแล้วจะเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชนเพราะการเลือกตั้งแบบเดิมจะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกทั้ง ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อไปพร้อมกัน แต่เมื่อแก้ไขแล้วจะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ เลือก ส.ส. เขต 1 ใบ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือเลือกพรรคอีก 1 ใบ เท่ากับเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเพิ่มมากขึ้น และทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่บางฝ่ายวิตกว่าการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้เปรียบว่าเราไม่ควรมองการได้เปรียบเสียเปรียบเฉพาะการเลือกตั้งแต่ละครั้ง แต่เราควรมองเรื่องของหลักการพื้นฐานเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระยะยาวมากกว่าการคิดถึงประโยชน์จากการเลือกตั้งเฉพาะหน้าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการที่พรรคการเมืองบางพรรคจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำได้หรือไม่ ก็เป็นสิทธิที่จะยื่นเรื่องให้วินิจฉัย แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่มีอะไรขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115750</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสองใบ, ปชป., องอาจ คล้ามไพบูลย์, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613570a734dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตบัตรสองใบศุกร์นี้เสียงแตก! &#039;บิ๊กเยิ้ม&#039;รับหวั่นเกิดเผด็จการรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส.และ ส.ว.) เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา เรื่องการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส.จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบและเปลี่ยนระบบการคิดคะแนนผลการเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นการโหวตวาระสาม ซึ่งร่างแก้ไขรธน.ที่จะผ่านจากรัฐสภา จะต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไปและในจำนวนดังกล่าวต้องมี สมาชิกวุฒิสภาด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 เสียง ร่างแก้ไขรธน.ดังกล่าว จึงจะผ่านความเห็นชอบ และจากนั้นจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร หรือบิ๊กเยิ้ม&amp;nbsp; สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนร่วมรุ่น ตท. 12 กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงเหมือนเดิม คือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ตอนรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก ที่พรรคการเมืองเสนอเข้ามา 13 ร่างแล้ว โดยที่ไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ดีอยู่แล้ว จะไปแก้ไขทำไม โดยเรื่องระบบการเลือกตั้ง ทางผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการพูดคุยวางแผนแก้ปัญหาต่างๆ ของรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ โดยมีการคุยกันมาเป็นปี และคนที่ร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็เคยมีประสบการณ์การร่างรัฐธรรมนูญมาก่อนแล้ว จนเห็นปัญหาต่างๆ จนทำออกมาให้ดีขึ้น ได้สิ่งที่ดีที่สุดมาอยู่แล้ว ในเมื่อมันดีอยู่แล้ว จะไปแก้ไขทำไม อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ผลการลงมติในวันที่ 10 ก.ย.นี้จะออกมาแบบไหน เพราะอย่างในกลุ่ม ส.ว.ด้วยกันเอง ก็ไม่ได้คุยกันเลย เพราะยังเหลือเวลาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะคิดว่าระบบบัตรสองใบ จะทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภาใช่หรือไม่ พลเอกธวัชชัย กล่าวว่า ก็อาจจะมีส่วน เพราะก็มีตัวอย่างมาแล้ว เพราะอย่างผมเคยเป็นทหารอยู่ที่ภาคอีสานมาตลอดชีวิต ผมรู้เรื่องพวกนี้ดีเยอะแยะไปหมด เพียงแต่ไม่อยากพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา หรือเสธอู้ กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า การลงมติวาระ 3 วันศุกร์นี้ ดูแล้วน่าจะผ่านความเห็นชอบไปได้ โดยในส่วนของ ส.ว.นั้น ส่วนใหญ่ไม่มีใครขัดข้องเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้งส.ส. เพราะ ส.ว. เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของส ส. ที่อยากได้ระบบเลือกตั้งแบบไหน อีกทั้งก็เห็นกันแล้วว่า ระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวและการคิดคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในสภาฯ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นระบบที่สร้างปัญหามาก ทำให้หากเทียบกับที่เสนอแก้ไข แม้จะถอยหลังกลับไปใช้กติกาตอนปี 2540 และตอนปี 2554 แต่โดยรวมก็ยังดีกว่าที่เขียนในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เพราะทุกอย่างชัดเจน ไม่สลับซับซ้อน การคำนวณคะแนนทำได้ง่ายกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของเดิม เพราะเห็นกันแล้วว่า ระบบบัตรใบเดียว มันสร้างปัญหามากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเสียงทักท้วง ข้อเป็นห่วงว่าระบบเลือกตั้งส.ส. ที่แก้ไข จะทำให้เกิดระบบเผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากแบบในอดีต เพราะการตรวจสอบฝ่ายบริหารจะทำไม่ได้ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า หากดูจากรธน.ฉบับปี 2560 ผู้ร่างรธน. ระมัดระวังเรื่องเผด็จการัฐสภาไว้แล้ว เลยเขียนไว้ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกและรัฐมนตรีให้ใช้เสียงส.ส.ฝ่ายค้านแค่หนึ่งในห้า คือหนึ่งร้อยคนขึ้นไปเท่านั้นในการลงชื่อเสนอญัตติขออภิปรายรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่า ยังไง ฝ่ายค้าน ก็เกินหนึ่งร้อยเสียงอยู่แล้ว ขนาดเลือกตั้งปี 2548 ที่ไทยรักไทยได้ส.ส.มากถึง 377 เสียงเพียงพรรคเดียว ตอนนั้น ฝ่ายค้านก็ยังมี 123 เสียง อีกทั้ง เผด็จการรัฐสภาจะเกิดขึ้นได้ หลักคือจะเกิดการรวมพรรคกันหลังเลือกตั้ง เห็นได้จากตอนไทยรักไทย ที่ไปนำพรรคการเมืองอื่นมารวมเข้าด้วยกัน (ความหวังใหม่-เสรีธรรม-ชาติพัฒนา) โดยพรรคที่ไปรวมก็เห็นว่าไปรวมดีกว่า ไม่ต้องไปหาเสียง ไม่ต้องควักเงิน ก็เลยโดดเรือลำเดียวกัน แต่วันนี้มันยากมาก เพราะพรรคการเมืองปัจจุบันมีความหลากหลายมากกว่าอดีต โอกาสจะไปรวมกันเป็นพรรคเดียว มันเลยยาก หรือถึงต่อให้ไม่รวม แต่ตอนตั้งรัฐบาล ก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลจะใช้วิธีตั้งรัฐบาลให้ได้ส.ส.เกินสี่ร้อยเสียงเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย เพราะทำแบบนั้น โควตารัฐมนตรีก็ต้องถูกแบ่งออกไปหลายพรรค อย่างมากก็ตั้งรัฐบาลแค่สามร้อยเสียง เผด็จการรัฐสภาจึงไม่น่าเป็นห่วงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในร่างแก้ไขรธน.ที่เสนอมา มีการให้ลดจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ จาก 150 คนเหลือ 100 คน แล้วไปเพิ่มส.ส.เขตจาก 350 เป็น 400 เขต ทำให้โอกาสที่จะมีพรรคการเมืองไหนจะได้ส.ส.เขตเกิน 300 คนจากระบบเขต&amp;nbsp; มันยากมาก จำนวนส.ส.เขตจะกระจายไปยังพรรคต่างๆ เพราะประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบบที่เสนอแก้ไขครั้งนี้ จะทำให้ไม่มีพรรคการเมืองที่ได้ส.ส.หนึ่งคนเข้ามาเยอะ ที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่มีส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคนเข้ามาหลายพรรค ก็เกิดจากการคำนวณคะแนนเลือกตั้งแบบปัดเศษ แต่ที่เสนอแก้ไข มีการลดจำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลงเหลือ100 คน จะทำให้การมีเศษมันจะน้อยลง เพราะของเดิมมัน 150 คน มันก็เลยไปแบ่งคะแนนกันให้หลายพรรคการเมือง แต่เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว คะแนนที่จะปัดไปให้พรรคเล็กมันจะยากขึ้น เพราะจากปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp; 100 คน คำนวณแล้ว การจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้คะแนนขั้นต่ำ ประมาณ 350,000 คะแนน ที่คิดจากคะแนนของประชาชนที่มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศโดยประมาณ จึงจะได้เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน ทำให้พรรคการเมืองที่เคยได้คะแนนเลือกตั้ง 30,000-40,000 คะแนนแล้วได้ส.ส.หนึ่งคนอย่างที่เป็นมา&amp;nbsp; ต่อไปจะไม่มีทางได้ปัดเศษ แน่นอน เพราะหากจะปัดเศษกันจริงๆ ก็จะเหลือเต็มที่ก็จะประมาณ 200,000 กว่าคะแนน ที่ก็จะเหลือแค่ 6-7 เก้าอี้เท่านั้นจาก 100 เก้าอี้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะไม่ใช่เศษแบบ 30,000-40,000 คะแนน แบบที่ผ่านมาอีกแล้ว ทำให้โอกาสที่จะเกิดพรรคการเมืองได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคละหนึ่งคนจะไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้ว&amp;quot; พล.อ.เลิศรัตน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก็ยังมี ส.ว.บางส่วน ยังเห็นว่าระบบสัดส่วนผสมยังดีกว่าที่จะแก้ไขใหม่ โดยบางคนเกรงจะเกิดเผด็จการรัฐสภาหากแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่เสนอกัน แต่หากพิจารณาจากที่อธิบายเผด็จการรัฐสภา มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย แต่สิ่งที่ใช้อยู่ตอนนี้มันทำให้เกิดพรรคการเมืองขนาดเล็กจำนวนมาก ดูอย่างการเลือกตั้งรอบที่แล้วปี 2562 มีอย่างที่ไหนในโลก ที่มีผู้สมัครส.ส.เขตทั่วประเทศหนึ่งหมื่นกว่าคน และปาร์ตี้ลิสต์ยื่นชื่อไปอีกสองพันกว่าคน มีพรรคการเมืองส่งคนลงเลือกตั้ง 80 กว่าพรรค มีพรรคได้ ส.ส.รวม 29 พรรคการเมือง เป็นสถิติโลกเลย ในโลกนี้มีที่ไหนเป็นแบบนี้&amp;nbsp; ไม่มี แต่มันเกิดขึ้นก็เพราะช่องโหว่ที่เปิดเอาไว้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115741</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสองใบ, บิีกเยิ้ม, พล.อ.ธวัชชัย, รัฐธรรมนูญ, รัฐสภา, เสธ.อู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135601f430bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
