<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจแล้ว &#039;ธปท. &#039;พบหมื่นบัญชีถูกดูดเงิน เสียหายรวมกว่า 130 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.2564 นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติ ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้าจำนวนมาก เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากระบบธนาคาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มีการใช้ One Time Password (OTP) ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1-17 ต.ค. 2564 มีบัตรที่มีการใช้งานผิดปกติจากเหตุข้างต้นจำนวน 10,700 ใบ โดยในช่วงวันที่ 14-17 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นรายการใช้จากบัตรเดบิตเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการใช้งานส่วนใหญ่มีจำนวนเงินต่อรายการต่ำ เช่น 1 ดอลลาร์สหรัฐ และมีการใช้เป็นจำนวนหลาย ๆ ครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารมีระบบตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยแต่ละธนาคารจะมีการกำหนดเพดานและเงื่อนไขในการใช้งานของบัตรตามลักษณะประเภทร้านค้า และประเภทสินค้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในจำนวนบัตรที่มีการใช้งานผิดปกติ 10,700 ใบนั้น พบว่า ประมาณ 50% &amp;nbsp;เกิดขึ้นกับบัตรเดบิตเป็นส่วนใหญ่ ในช่วงวันที่ 14-17 ต.ค. 2564 โดยมูลค่าความเสียหาย แบ่งเป็น บัตรเดบิต 30 ล้านบาท และบัตรเครดิต 100 ล้านบาท&amp;rdquo; นางสาวสิริธิดา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสิริธิดา กล่าวอีกว่า ธปท. และ สมาคมธนาคารไทย จึงได้ร่วมกันกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและแก้ปัญหา โดย 1. ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำและที่มีความถี่สูง หากพบธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารจะระงับการใช้บัตรทันทีและแจ้งลูกค้าในทุกช่องทาง และการเปิดบัตรใหม่สถาบันการเงินจะเว้นค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่ให้ รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังรายการธุรกรรมจากต่างประเทศเป็นพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เพิ่มการแจ้งเตือนลูกค้าในการทำธุรกรรมทุกรายการ ตั้งแต่รายการแรกผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบโมบายแบงก์กิ้ง, อีเมล หรือเอสเอ็มเอส (SMS) 3. กรณีที่ตรวจสอบพบว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจากการทุจริตตามข้างต้น กรณีบัตรเดบิต ลูกค้าจะได้รับการคืนเงินภายใน 5 วันทำการ ส่วนกรณีบัตรเครดิต ธนาคารจะยกเลิกรายการดังกล่าว ลูกค้าไม่ต้องชำระเงินตามยอดเรียกเก็บที่ผิดปกติ และจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ธปท. และสมาคมธนาคารไทยจะเร่งหารือกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร เช่น วีซ่า, มาสเตอร์การ์ด เพื่อกำหนดให้มีการใช้การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น OTP กับบัตรเดบิตสำหรับร้านค้าออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีลูกค้าพบความผิดปกติของธุรกรรมด้วยตัวเอง สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตร เพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมในทันที โดยธนาคารจะดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ส่วนประชาชนทั่วไป ควรตรวจสอบการทำธุรกรรมของตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งระมัดระวังการผูกบัตรเดบิตในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยง เช่น เกมออนไลน์ แพลตฟอร์มที่ไม่มีการยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งาน หรือไม่มี OTP ซึ่งในบางธนาคาร ลูกค้าสามารถเปิด/ปิดการใช้งานของบัตร หรือเปลี่ยนแปลงวงเงินการใช้บัตร หรืออายัดบัตรได้ด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคาร นอกเหนือจากการติดต่อกับธนาคาร&amp;rdquo; นางสาวสิริธิดา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผยง ศรีวนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กรณีการตัดเงินผิดปกติดังกล่าว ถือเป็นภัยไซเบอร์ประเภทหนึ่งที่ธนาคารเจออยู่แล้ว แต่ระดับความถี่และไม่ปกติเกิดมากในช่วงวันที่ 14-17 ต.ค. 2564 ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารมีการดำเนินการในเชิงรุก โดยการติดต่อกับเจ้าของบัตร และแจ้งว่าจะขอปิดบัตรและออกบัตรใหม่ให้ เพราะบัตรดังกล่าวอยู่ในข่ายสุ่มเสี่ยงจากข้อมูลธุรกรรมที่ผิดปกติบางอย่าง ซึ่งธนาคารมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแล้วกับบัตรหลายหมื่นใบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธุรกรรมผิดปกติที่เกิดขึ้น หลัก ๆ มาจากการใช้บอทในการสุ่มตัวเลขหน้าบัตร และวันหมดอายุของบัตร ไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากระบบสถาบันการเงิน โดยส่วนใหญ่จะเกิดกับบัตรที่มีการผูกการซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรือเคยมีการชำระเงินจากกิจกรรมออนไลน์ต่าง ๆ โดย 90% เป็นสิ่งที่เกิดจากการซื้อของจากร้านค้าในต่างประเทศ และเป็นธุรกรรมขนาดเล็ก ๆ ทำให้ไม่ต้องใส่รหัสยืนยันตัวตน หรือเลข otp&amp;rdquo; นายผยง กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธปท. และ สมาคมธนาคารไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยธนาคารมีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการตรวจสอบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะต่อไป ธปท. และสถาบันการเงินจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับมาตรการและประสิทธิภาพการตรวจจับและตอบสนองต่อรายการผิดปกติ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120192</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตัดเงินที่ผิดปกติ ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต, บัตรเดบิตถูกแฮก, วสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e9cad774c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039; ผนึก &#039;สมาคมธนาคารไทย&#039; ชี้แจงกรณีบัตรเดบิตถูกแฮก ดูดเงินหายจากบัญชี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 ตามที่ปรากฏข่าวพบลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำนวนมากประสบปัญหาการทำรายการชำระเงินโดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้รับทราบปัญหาและได้ตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าว โดยเบื้องต้นพบว่า มิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่เกิดจากการทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช่แอปดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ลูกค้าที่ตรวจสอบพบความผิดปกติของรายการธุรกรรมด้วยตนเอง สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันการทำธุรกรรมในทันที โดยธนาคารจะดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเร่งคืนเงินให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายตามขั้นตอนของธนาคารโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยธนาคารพาณิชย์มีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการตรวจสอบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบรายการที่ผิดปกติ ธนาคารจะแจ้งลูกค้าเพื่อตรวจสอบและยืนยันรายการธุรกรรม และพร้อมจะดูแลลูกค้าด้วยความรับผิดชอบเสมอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120047</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูดเงิน, ธปท., บัตรเดบิตถูกแฮก, สมาคมธนาคารไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611ccd78170c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
