<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเลี้ยบ&#039;ชี้ไม่มีระบบเลือกตั้งที่สมบูรณ์2ใบแบบเยอรมันก็มีจุดอ่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี สมาชิกกลุ่มแคร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;quot;ไม่มีระบบเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ ระบบ 2 ใบแบบเยอรมันก็ยังมีจุดอ่อน&amp;quot; โดยระบุว่า บางคนบอกว่า ระบบเลือกตั้ง 2 ใบแบบเยอรมัน (MMP) ทำให้ไม่มีพรรคการเมืองใหญ่ครอบงำสภาผู้แทนราษฏร และเปิดโอกาสให้พรรคเล็กได้ที่นั่งพอสมควร ความเชื่อนี้เป็นจริงในประเทศที่มีประชาธิปไตยแบบ &amp;ldquo;ตรงไปตรงมา&amp;rdquo; อย่างเยอรมันและนิวซีแลนด์ แต่ในหลายประเทศที่ประชาธิปไตยยัง &amp;ldquo;ซับซ้อน&amp;rdquo; ระบบ 2 ใบแบบเยอรมัน ก็ถูกทะลวงจุดอ่อนได้ไม่ยาก กโลบายแยบยลซึ่งใช้ทะลวงจุดคือ พรรคการเมืองใหญ่ 2-3 พรรคที่ต่างแข่งขันกันเพื่อครองเสียงข้างมาก เตรียมรับมือกับระบบ 2 ใบแบบเยอรมันด้วยการแตกเป็น 2 พรรค แล้วสื่อสารถึงผู้สนับสนุนพรรคว่า เป็นเครือข่ายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุรพงษ์ ระบุว่า พรรคดั้งเดิมลงแข่งในระบบเขต ส่วนพรรคใหม่ลงแข่งในระบบบัญชีรายชื่อ ดังนั้นคะแนนในบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อของพรรคใหม่ซึ่งนำมาใช้คำนวณสัดส่วน ส.ส. จะไม่ถูกหักด้วยจำนวน ส.ส.ระบบเขตของพรรคเดิม เท่ากับว่า พรรคการเมืองใหญ่ได้จำนวนที่นั่งโดยรวมมากขึ้น (จาก ส.ส.เขตในชื่อพรรคเดิม และส.ส.บัญชีรายชื่อในชื่อพรรคใหม่) ผมลองคิดทบทวนไปมาแล้วเห็นว่า จำนวนรวมของ ส.ส. พรรคการเมืองใหญ่จะไม่หนีจากบัตร 2 ใบในระบบปี 40 เท่าไรนัก
&amp;nbsp;
กโลบายเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในเกาหลีใต้ เลโซโท อัลเบเนีย อิตาลี ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2563 พรรคการเมืองใหญ่ของเกาหลีใต้ 2 พรรคต่างใช้วิธีนี้ พรรครัฐบาล Democratic Party of Korea ตั้งพรรคใหม่ชื่อ Platform Party ลงแข่งในระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคฝ่ายค้าน Liberty Korea Party ตั้งพรรคใหม่ชื่อ Future Korea Party ลงแข่งในระบบบัญชีรายชื่อ และพรรคใหม่ทั้งสองต่างได้ ส.ส.เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ต้องมาคำนวณหักลบ ส.ส.เขต!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สรุปว่าบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่กำลังถกกันหน้าดำคร่ำเครียดว่า ระบบนั้นดีกว่าระบบนี้ ผลลัพธ์จะออกมาไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าเป็นระบบปี 40 หรือระบบเยอรมัน แต่ผมคิดว่า ไม่ว่าบัตร 2 ใบระบบไหน อย่างไรก็ดีกว่าบัตร 1 ใบปี 60 แน่นอน เอาเวลาที่สาละวนกับเรื่องนี้ ไปลงพื้นที่พบปะประชาชน และวางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ของเขา แล้วเตรียมการเลือกตั้งที่ใกล้มาถึงดีกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106985</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเลือกตั้ง, หมอเลี้ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607021b33b1da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ปัดร่างแก้ไขรธน.พปชร.เป็นของรบ.รับความเห็นต่างทำให้ไม่สามารถเสนอร่างร่วมกันได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 เม.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)&amp;nbsp; ที่จะยื่นวันที่ 7 เม.ย. จะถือเป็นร่างของรัฐบาลหรือไม่ว่า เป็นร่างของพรรคพลังประชารัฐที่เขาไปล่าลายเซ็นส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 100 กว่าคนตามหลักเกณฑ์ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเสนออีกหนึ่งร่าง แสดงว่าเป็นร่างของสมาชิกรัฐสภา ทั้งนี้ตนยังไม่เห็นเนื้อหาสำคัญของร่างพรรคพลังประชารัฐเห็นแต่ที่เป็นข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็อยากเห็นอยู่เหมือนกันว่ารายละเอียดเห็นเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประเด็นที่พรรคพลังประชารัฐเสนอสามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ว่าเป็นโจทย์ของใคร&amp;nbsp; คำว่าโจทย์ของประเทศอาจมองไม่เหมือนกัน แม้กระทั้งการแก้เรื่องบัตรเลือกตั้งที่เสนอเป็น 2 ใบ ตนก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องที่เห็นพ้องต้องกันเพราะบางพรรคก็ได้ประโยชน์จากบัตรเลือกตั้งใบเดียว บางพรรคก็ได้ประโยชน์กับบัตรเลือกตั้งสองใบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นอาจทำให้เกิดความเห็นไม่ตรงกันทั้งหมดนี้น่าจะเป็นเหตุผลประการหนึ่งที่แต่ละพรรคการเมืองไม่สามารถทำให้เสนอร่างร่วมกันได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่พรรคพลังประชารัฐไม่แก้อำนาจส.ว.ในการเลือกนายกฯจะเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ต้องไปถามสังคมมาถามอะไรตน เมื่อถามว่าการที่แต่ละพรรคเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตัวเองแล้วจำเป็นที่รัฐบาลต้องเสนอร่างของรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ก็ยังไม่เคยเห็นพูดกันในส่วนนี้ เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้นายกฯเคยบอกว่าจะมีร่างแก้ไขรธน.ของรัฐบาล นายวิษณุ ถามกลับว่า &amp;ldquo;ท่านพูดหรอ&amp;rdquo; สื่อจึงตอบกลับไปว่าพูดก่อนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำในวาระ 3 นายวิษณุ จึงตอบกลับไปว่า &amp;ldquo;ไม่ทราบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่าพรรคพลังประชารัฐเสนอแก้มาตรา 144 เกี่ยวกับการใช้งบประมาณจะทำให้ระบบการตรวจสอบลดลงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มาตรา 144 เพิ่งมามีในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อมีแล้วทำให้ระบบตรวจสอบเข้มข้นขึ้นถือเป็นจุดแข็งอันนึ่งของรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งพอไปแก้ตนก็อยากเห็นเหมือนกันว่าจะแก้อย่างไร ตอนนี้ยังตอบไม่ถูกเพราะยังไม่เห็นร่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการแก้ไขมาตรา 185 ที่ห้ามส.ส.เข้าไปแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ส.ส.เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับราชการหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สื่อลงไปเช่นนั้นแต่ตนขอดูรายละเอียดก่อนว่าเขาแก้อย่างไร เพราะข้อเท็จจริงแล้วส.ส.ก็ไปยุ่งกับข้าราชการไม่ได้อยู่แล้วและหลักของมาตราดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่ใช้มานานแล้วในรัฐธรรมนูญหลายฉบับไม่ได้เพิ่งมามีในรัฐธรรมนูญ60&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสำหรับมาตรา 270 จากเดิมให้ส.ว.เป็นผู้ตรวจสอบติดตามการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แล้วให้ส.ส.เข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้จะมีผลดีผลเสียอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ซึ่งตนยังไม่เห็นแต่การให้ส.ส.เข้ามามีส่วนร่วมก็ถือเป็นเรื่องดีมากๆ แต่ก็ต้องดูว่ามาตรานี้มีหลายวรรคว่าเขาจะแก้อย่างไร ซึ่งตนก็อยากให้แก้เรื่องการรายงานรัฐสภาทุกสามเดือนเพราะเป็นภาระแก้ทุกฝ่ายและวรรคอื่นๆ ที่บอกว่าหากเป็นกฎหมายปฏิรูปต้องเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภายังไม่เห็นว่าเขาจะแก้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98084</URL_LINK>
                <HASHTAG>.พรรคพลังประชารัฐ​, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายวิษณุ เครืองาม, บัตรเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_606696b37eb5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำนันบ้านเม็งรับเข็นรถยาย87เข้าคูหาจริงแต่ไม่ได้กาบัตรให้ขู่ฟ้องกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.2562 - จากกรณีกาบัตรเลือกตั้งแทนที่หน่วยเลือกตั้งที่ &amp;nbsp;17 จังหวัดขอนแก่นที่นางทัน พลเสน่ห์ อายุ 86 ปี &amp;nbsp;ที่นั่งรถวิลแชร์เข้าไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน แต่ได้มีกำนันตำบลบ้านเม็ง ซึ่งรับหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วย และในระหว่างที่กำลังลงคะแนนนั้นกำนัน ได้เดินมาหยิบบัตรเลือกตั้ง ที่คูหาเลือกตั้งและใช้ปากกากากบาทในช่องแทน โดยที่ไม่ยินยอม และได้ไปแจ้งความแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่หน่วยเลือกตั้งที่ 17 ต.บ้านเม็ง โดยพบกับนายจักรธร โง๊ะบดดา กำนันตำบลบ้านเม็ง ซึ่งรับหน้าที่ เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 ยอมรับว่าได้เข็นรถเข็นของนางทันเข้าไปจริง แต่ไม่ได้เข้าไปในคูหาเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เอาคุณยายมาพูดกับผม มากินน้ำสาบานกับผม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่เป็นความจริง ครั้งแรกที่ยายเข้ามา ผมเองได้เข็นรถยายเข้าคูหาเพราะไม่ให้ลูกหลานเข้ามา เพราะจะอำนวยความสะดวกให้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนกาให้ยาย อยากถามกลับว่ายายใส่ร้ายผมหรือเปล่า อยากรู้ว่าที่ไปแจ้งความผม มีหลักฐานอะไรหรือไม่ เห็นผมกาแทนหรือไม่ ขณะเข็นผมก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับยายแม้แต่คำเดียว ตั้งแต่เข็นรถเข็นเข้ามาจนออกจากคูหา ซึ่งถ้าไม่เป็นความจริง ผมก็จะแจ้งความกลับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53006</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, ขอนแก่น, ตำบลบ้านเม็ง, ทัน พลเสน่ห์, บัตรเลือกตั้ง, แจ้งความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff1f26ba738.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กกต.’ต้วมเตี้ยมสอบกรณีบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุความล่าช้าของการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากประเทศนิวซีแลนด์ที่มาไม่ทันการนับคะแนน ว่าได้รับรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ได้มอบหมายให้สำนักงาน กกต.ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร และมีผู้ใดบ้าง ที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีนี้&amp;nbsp; ซึ่งการหาผู้รับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญ และถ้ามีผู้ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้นได้รับทราบว่าถุงเมล์ที่บรรจุบัตรเลือกตั้งจากเวลลิงตัน ต้องมาถึงให้ถึงแอร์นิวซีแลนด์ตามกำหนด แต่เกิดเหตุความล่าช้า ขณะเดียวกันเมื่อมาถึงแล้ว มีเหตุอะไรที่ไม่สามารถนำไปส่งทัน ในสถานที่นับคะแนนกลางได้ซึ่งจะรอความชัดเจนจากการดำเนินงาน ติดตามตรวจสอบจากสำนักงาน กกต. ให้หาข้อเท็จจริงถึงความผิดพลาด ขณะเดียวกันก็เป็นดุลพินิจของสำนักงาน กกต.ว่าหากพบผู้ที่ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ เช่นการเสนอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องตั้งกรรมการสอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33600</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นิวซีแลนด์, บัตรเลือกตั้ง, ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63afba388d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โทนี่&#039;แจงดราม่าถ่ายบัตรเลือกตั้ง ฝากบอกคนที่ด่า&quot;เบาๆหน่อย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ในวันเลือกตั้ง นักแสดงหนุ่ม&amp;nbsp;โทนี่ รากแก่น ได้ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งในขณะที่ตนกำลังอยู่ในคูหา และโพสต์ลงอินสตาแกรม แต่ถึงแม้ภาพดังกล่าวจะไม่เห็นรายละเอียดในการเลือกพรรคการเมืองของหนุ่มโทนี่ แต่ก็กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกวิจารณ์ไม่น้อยจนถึงขั้นโทนี่ต้องลบภาพดังกล่าวเลยทีเดียว แต่ล่าสุดวันนี้นักแสดงหนุ่มก็ได้ชี้แจงถึงเรื่องราวดราม่าว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางพี่ๆ สื่อมวลชนที่ไปสืบมาให้ และลงข่าวให้เราว่ามันไม่ผิด แต่ที่บ้านก็เป็นห่วง ก็มาถามว่าอยากกินอะไร ซึ่งในคูหามันจะมีกระดาษที่เป็นกฎให้เราอ่าน เราก็อ่านว่ามันไม่มีอะไรผิดนะ แล้วเราก็ไม่ได้ถ่ายรูปที่กาแล้ว คือจริงๆเรียกได้ว่าเราไม่ได้คิดอะไรเลยโมเม้นต์นั้น เราแค่อยากจะเก็บเป็นเมมโมรี่ไว้ว่าเราได้มีโอกาสมาเลือกตั้ง เพราะว่าวันนั้นไปกับพี่อีกคนหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้ถ่ายรูปอะไร มีแค่รูปนั้น คือจริงๆพอเป็นข่าวทุกคนก็เป็นห่วง แต่พอรู้ว่ามันไม่ผิดก็โล่ง ก็คราวหน้าต่อไปจะทำอะไรก็ต้องคิดให้มากขึ้น จะใช้ความรู้สึกอย่างเดียวไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก็ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจที่เข้ามาตอบแทน มาแก้แทนเรา ขอบคุณมากๆเลยนะครับ และก็อยากจะฝากบอกถึงคนที่มาว่าเรา คือเราอ่านนะครับ เรารู้สึกนะ ก็อยากให้เบาๆหน่อย คือไม่ใช่ว่าแรงไป แต่ไม่มีใครชินกับการถูกว่าหรอก ถ้าเกิดดูที่เจตนา เราก็ไม่มีเจตนาร้ายอะไรครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;tonirakkaen&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32538</URL_LINK>
                <HASHTAG>จบดราม่า, ดราม่า, ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง, บัตรเลือกตั้ง, โทนี่ รากแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9e377a52b61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดบัญญัติไตรยางค์เด็กประถมสอนกกต.&#039;โฆษกเพื่อชาติ&#039;สรุปบัตรเลือกตั้งเกิน2.3ล้านใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค.62-น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า แฮชเเท็ก #บัตรเกิดใหม่ในหีบ ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ ไทย หลัง กกต. แถลงผลคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. 100 % อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งบ่งบอกว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีคำถามว่า ทำไมผลเลือกตั้งและตัวเลขร้อยละผู้มาใช้สิทธิ์ที่ กกต. แถลง จึงเปลี่ยนไปแบบคำนวณอย่างไรก็ไม่ลงตัวตามหลักบัญญัติไตรยางค์ ระดับประถมศึกษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เกศปรียา กล่าวว่า ในวันที่ 24 มี.ค. กกต. แจ้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 33,775,230 คน คิดเป็น 65.96 % ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดหลังจากนับคะแนนไป 94 % ต่อมาในวันที่ 28 มี.ค. ในการแถลงผลเลือกตั้งครั้งล่าสุด กกต. แจ้งจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 38,268,375 คน คิดเป็น 74.69 % ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 100 % ทำให้ 4 วัน หรือ 6 % ที่เหลือมีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 4,493,145 คน ด้วยความสงสัยในตัวเลขโลกออนไลน์ก็ลองเทียบบัญญัติไตรยางค์คำนวณกัน ก็เกิดโป๊ะแตกแตกอีกรอบของ กกต. คือ เมื่อเกิดความสงสัยว่าบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเยอะ เลยลองคำนวณดูว่าจำนวนบัตร 6% ที่ยังไม่ได้นับกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกันไหม ด้วยการคิดแบบเชื่อ กกต. ว่าในวันที่ 24 มี.ค. กกต. บอกตัวเลขจำนวนผู้มาเลือกตั้งว่าเป็นการนับจากบัตรที่นับตอนนั้น เมื่อนำมามาคำณวณเป็นสัดส่วนร้อยละ 33,775,230/38,268,375 x 100 = 88.31% เท่ากับ กกต. นับบัตรไป 88.31 % ไม่ใช่ 94% อย่างที่ กกต. แถลงข่าวในวันที่ 24 มี.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อมาคำนวณจำนวนบัตรที่ยังไม่ได้นับหรือ #บัตรเกิดใหม่ในหีบ ที่เพิ่มขึ้นมาจากการแถลงข่าวของ กกต. ในวันที่ 28 มี.ค. โดยเทียบสัดส่วนเป็นร้อยละ 4,493,145/38,268,375 x 100 = 11.69% พบว่าจำนวนบัตรเพิ่มขึ้นไม่ใช่ 6% ที่เพิ่มขึ้นจาก 94 %อย่างที่ควรจะเป็น จากการคำนวณตัวเลขดิบบัตรผู้มาใช้สิทธิที่กกต. แถลงวันที่ 28 มี.ค. เท่ากับสัดส่วนผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นจากวันที่ 24 มี.ค. จำนวน 11.69 % ด้วยความเชื่อมั่น กกต. ตามผู้นำเหล่าทัพมาแถลงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่าข้อมูลวันที่ 24 มี.ค. จำนวนผู้มาใช้สิทธิจากบัตรเลือกตั้ง 33,775,230 ใบ คือ 94 % ก็จะพบว่า 100 % ของมีผู้มาใช้สิทธิจะมีจำนวนเท่ากับ 35,954,963 ใบ ซึ่งน้อยกว่า 38,268,375 ใบอยู่เท่ากับ 38,268,375 - 35,954,963 = 2,315,923 ใบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ตนพยายามเชื่อมั่นการทำงานของ กกต. ตามที่ผู้นำเหล่าทัพอุตส่าห์มาแถลงออกทีวี ด้วยการพยายามคิดคำณวณตามข้อมูลของ กกต.ทุกอย่าง แต่เมื่อพยายามคำนวณออกมาสารพัดวิธีแล้ว ตัวเลขบัตรเลือกตั้งที่เพิ่มมาให้คำตอบดังที่แสดงว่า มีบัตรเลือกตั้งเกินมา &amp;nbsp;2,315,923 ใบ ตนเลยสงสัยว่าระบบดิจิตอลของ กกต. กำหนดเงื่อนไขการคำนวณไว้แบบเดียวกับระบบบัญญัติไตรยางค์ ที่ตนเรียนมาในระบบประถมศึกษาหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32485</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, นับคะแนนเลือกตั้ง, บัญญัติไตรยางค์, บัตรเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9d7dad3fde6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039; ถาม &#039;กกต.หลงทางหรือ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.62 - อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ &amp;nbsp;เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;กกต.หลงทางหรือ?&amp;quot; ผ่านwww.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นบอกกันว่า คะแนนเลือกตั้งที่ประกาศออกมาขณะนี้มีแค่ ๙๕% เท่านั้นพราะกฎหมายให้ขยักไว้ก่อน ๕ % อย่างนั้นหรือ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนับคะแนนต้องนับต่อเนื่องให้จบให้หมดในคราวเดียว &amp;nbsp;แล้วก็ประกาศทั้งหมด &amp;nbsp;ใครข้องใจให้นับใหม่ หรือพบว่ามีผี มีซื้อเสียง ก็ออกมาคัดค้านให้ กกต.ไต่สวนในเวลา &amp;nbsp; จะนับบัตรแค่ ๙๕% &amp;nbsp;หรือนับ ๑๐๐ % แต่ประกาศแค่ ๙๕% ไม่ได้ &amp;nbsp;ผมว่าเข้าใจกันผิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วตัวเลข ๙๕ % คืออะไร?
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกฎหมายเขาหมายความว่า ภายใน ๖๐ วัน คือวันที่ ๒๔ พฤษภาคม หน้า &amp;nbsp;หลังจากแจกใบเหลืองใบแดง เลือกใหม่ นับใหม่อะไรไปแล้ว &amp;nbsp;ต้องมีตัว สส.ที่ประกาศให้เป็น สส.ได้ ๔๗๕ คน &amp;nbsp; กกต.จะมัวแจกใบเหลืองใบแดงอะไรให้ยืดเยื้อเสียเวลาต่อไปไม่ได้ &amp;nbsp; จะได้เริ่มตั้ง สว. และประชุมสภาต่อไปได้เลย &amp;nbsp; หลังจากนั้นถ้าพบว่าใครได้เป็น สส.โดยไม่ถูกต้อง ก็ต้องสอยในภายหลัง
๙๕% ที่ต้องประกาศอย่างเป็นทางการคือ สส. ไม่ใช่คะแนน ๙๕% อย่างที่เข้าใจนะครับ ผิดร้ายแรงเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้ววันที่ ๙ พฤษภาคม นี่มาจากไหน
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ กกต.บอกว่า ๙ พฤษภาคมจะประกาศนี่ คือประกาศอะไร กฎหมายให้ตรวจสอบจัดการใหม่ทั้งใบเหลืองใบแดงได้ถึง ๒๔ พฤษภาคม &amp;nbsp; แล้วคุณทำอะไรเสร็จใน ๙ พฤษภาคม ผมไม่เข้าใจ ทำไมไม่รีบประกาศคะแนนให้หมดในวันที่ ๒๕ มีนา แล้วรีบตรวจสอบแจกใบเหลืองใบแดงเร็วๆ ให้ทัน ๒๔ พฤษภาคม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วกรณี บัตรจากนิวซีแลนด์ &amp;nbsp;ทำไมไม่นับบัตรของเขาล่ะครับ
ตอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันนับไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะทั่วทุกหน่วยกฎหมายบอกต้องนับให้เสร็จต่อเนื่องจนจบ &amp;nbsp; ซึ่งกระบวนการนับก็จบแล้ว กรรมการประจำหน่วยเขาเลิกไปหมดแล้ว &amp;nbsp; การนับใหม่..ต้องเป็นการนับบัตรที่นับไปแล้วอีกครั้ง เมื่อสงสัยว่าคะแนนที่นับไปแล้วไม่สุจริตยุติธรรมเท่านั้น จะมานับบัตรนิวซีแลนด์เพิ่มไม่ได้.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., บัตรเลือกตั้ง, เลือกตั้ง, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbe9cb2ad826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
