<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้ม‘เราชนะ’! รับสิทธิ์30ล้าน ยัน‘ถังไม่แตก’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปลื้มเราชนะ ประชาชนรับสิทธิ์แล้ว 30.7 ล้านคน จับจ่าย 77,579 ล้านบาท กระจายสู่ระดับคนเล็กคนน้อยทั่วประเทศ ยันรัฐบาลไม่ถึงแตก เตือนทุจริตซื้อ-ขายสิทธิ์เป็นเงินสดมีความผิด ตรวจสอบได้ พร้อมถูกบันทึกประวัติในฐานข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า เราชนะไปด้วยกัน ผมได้รับรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ได้ขยายเวลาการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; สำหรับประชาชนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ได้แก่ ผู้พิการ คนป่วยติดเตียง และคนชรา จากวันที่ 5 มีนาคม ออกไปจนถึงวันที่ 26 มีนาคม ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ขอให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่น เพื่อประสานงานกับหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสินได้เลยนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 5 มีนาคม มีผู้รับสิทธิ์โครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ไปแล้ว 30.7 ล้านคน ใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการ แอปเป๋าตัง และบัตรประชาชนรวมกัน 77,579 ล้านบาท เม็ดเงินจำนวนมากนี้กระจายไปสู่ร้านค้าในชุมชน ร้านธงฟ้า แผงลอยในตลาดสด รถเข็นขายผลไม้ ร้านอาหาร คนขับแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ร้านตัดผม และอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการมากกว่าหนึ่งล้านสองแสนราย ทั้งหมดนี้จะถูกกระจายต่อไปอีกหลายทอด หมุนเวียนอยู่ในเศรษฐกิจระดับฐานรากครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือวัตถุประสงค์ของ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ที่ให้เป็นสิทธิใช้จ่ายผ่านแอป&amp;nbsp; เพื่อให้เม็ดเงินลงไปถึงประชาชนทั่วไปในระบบเศรษฐกิจ ถ้าให้เป็นเงินสด ผู้ที่ได้รับสิทธิอาจจะสะดวก แต่ผมเชื่อว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่จะไหลเข้าร้านสะดวกซื้อ หรือเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิต ไม่ตรงเป้าที่เราอยากได้นะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบคุณเจ้าของร้านค้าที่ขายสินค้าในราคาปกติ เพราะตอนนี้มีร้านค้าบางรายฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งผมได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ขออย่าทำกันเลยครับ โครงการนี้ สร้างโอกาสให้ท่านได้ขายสินค้าได้มากขึ้น ผมไม่อยากให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ผมรับไม่ได้ก็คือ มีผู้ทุจริตรับซื้อสิทธิจากคนที่อยากได้เงินสด แล้วไปใช้สิทธิผ่านร้านค้าที่จัดตั้งกันขึ้นมา โดยไม่มีการซื้อขายจริง เพื่อเอาเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ออกมาจากกระเป๋าถุงเงินของร้าน ผมขอเตือนว่า อย่าทำ มันคือการโกงเงินหลวง และสามารถตรวจสอบได้จากระบบที่จะเตือนเมื่อมีธุรกรรมที่ผิดปกติ การซื้อขาย โอนเงินทุกครั้งจะถูกบันทึกไว้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ มีหลักฐานว่าใครซื้อ ใครขาย ใครเอาเงินออกที่ร้านไหน และโอนเงินไปอยู่กับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; จับคนทุจริตได้ 700 ราย มีร้านค้าถูกยกเลิกไปแล้ว 200 ราย โครงการ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; จับคนทุจริตทั้งโรงแรม คนที่ขายสิทธิรวมกัน 9 พันกว่าราย ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีฉ้อโกง อายุความ 10 ปี ผิดทั้งคนซื้อสิทธิ คนขายสิทธิ และร้านค้า ซึ่งทุกคนจะถูกบันทึกประวัติไว้ในฐานข้อมูล เพราะฉะนั้นผมย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าอย่าทำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมทราบจากสื่อว่ามีร้านค้าจำนวนมากมียอดขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่มีโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; ต่อเนื่องมาจนถึงโครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; และอยากให้ขยายเวลาออกไปจนถึงสิ้นปี ผมดีใจที่ประชาชนได้ประโยชน์ตามเป้าหมายของโครงการ และขอให้ช่วยกันออกไปใช้สิทธิ์กันนะครับ การใช้สิทธิของท่านคือการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินไปข้างหน้า เป็นโครงการที่เราชนะไปด้วยกันครับ ขอบคุณครับ #รวมไทยสร้างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวในรายการ PM PODCAST&amp;nbsp; ถึงการอัดฉีดเม็ดเงินผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ว่าตนทราบดี และเข้าใจถึงความเดือดร้อนประชาชน เราจึงต้องบริหารให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งหลายคนเป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจ ขอเรียนว่าไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ทั่วโลกได้รับผลกระทบทั้งหมด ที่มีสาเหตุมาจากโควิด โดยประเทศไทยได้รับข่าวดีจากบริษัท S&amp;amp;P Moody&amp;#39;s และ Fitch ซึ่งเป็นสถาบันจัดเครดิตแนวหน้าของโลก ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของเรา จากการมีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง เสถียรภาพและวินัยทางการคลังอยู่ในเกณฑ์ดี ฐานะทางการคลังของประเทศไม่ได้ถังแตกอย่างที่พูดกัน ระดับเงินคงคลังเมื่อสิ้นเดือน ธ.ค.63 อยู่ที่ 473,000 ล้านบาท มากกว่าปีงบประมาณก่อนถึง 49.6 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า หลังจากนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มขยายตัวดีขึ้น เพราะมีสัญญาณบวกจากการได้รับวัคซีนและมาตรการต่างๆ ที่มีผลปรากฏออกมา เช่น โครงการคนละครึ่ง เราชนะ เรารักกัน และช่วงตรุษจีนมีการใช้จ่ายคึกคัก ร้านค้าสะท้อนว่าได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งและเราชนะ ที่ทำให้ขายของได้สองเท่า สำหรับมาตรการทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกมาตั้งแต่ปี 2563 ทั้งมาตรการเยียวยา มาตรช่วยเหลือเกษตรกร ฯลฯ ล่าสุดข้อมูลวันที่ 3 มี.ค.64 มีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 14.7 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 92,412 ล้านบาท และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 1,500,000 ร้านค้า ซึ่งตนอยากให้มีมากกว่า 2 ล้านร้านค้า. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95223</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อ-ขายสิทธิ์เป็นเงินสดมีความผิด, บันทึกประวัติในฐานข้อมูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราชนะ, โครงการเราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6035028c9a15f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
