<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลบราซิลสั่งปธน.สวมหน้ากากอนามัย ส่วนนายกฯ บัลแกเรียโดนปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิลโดนศาลสั่งให้สวมหน้ากากอนามัยตามกฎเมื่ออยู่ในที่สาธารณะภายในเมืองหลวงและเขตเฟเดอรัลดิสตริกต์ ส่วนนายกรัฐมนตรีบอยโค บอริซอฟ ของบัลแกเรีย โดนปรับเงินฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะไปเยือนอารามเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร พบปะผู้สนับสนุนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีขวาจัดของบราซิลผู้นี้เคยเปรียบเทียบโรคโควิด-19 ว่าเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่เล็กๆ น้อยๆ และคัดค้านการใช้มาตรการล็อกดาวน์ปิดธุรกิจกักกันโรคประชาชนที่บ้าน โดยอ้างว่าสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่าความสูญเสียจากโรคนี้ ปัจจุบันบราซิลมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากกว่า 1.1 ล้านราย และเสียชีวิตเกิน 50,000 ราย รุนแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรมักปรากฏตัวในที่สาธารณะและพบปะกับผู้สนับสนุนเขาโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และในการเข้าร่วมการชุมนุมครั้งหนึ่ง เขาถูกบันทึกภาพว่าไอโดยไม่ปิดปาก และอีกครั้งเขาจามใส่มือตนเองแล้วต่อจากนั้นก็จับมือหญิงสูงวัยคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีและเอเอฟพีกล่าวว่า ผู้ว่าการรัฐอีบาเนียส โรชา ของเฟเดอรัลดิสตริกต์ที่รวมถึงกรุงบราซิเลีย เคยออกกฎข้อบังคับให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือปิดปากปิดจมูกเมื่ออยู่ในที่สาธารณะทุกแห่ง โดยเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม กฎนี้ได้เพิ่มเติมการลงโทษปรับผู้ที่ฝ่าฝืนเป็นเงิน 2,000 เรียล หรือราว 12,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของผู้พิพากษาเรนาโต โบเรลลี เมื่อวันจันทร์ระบุว่า ประธานาธิบดีโบลโซนาโรก็ไม่ได้รับข้อยกเว้น และเขากับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎต้องโดนลงโทษปรับเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กของนายกฯ บอลโค บอริซอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ที่บัลแกเรีย นายกรัฐมนตรีบอยโค บอริซอฟ โดนกระทรวงสาธารณสุขสั่งปรับเป็นเงิน 300 เลฟ หรือราว 5,360 บาทเมื่อวันอังคาร หลังจากภาพข่าวทีวีและภาพที่บอริซอฟเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กฟ้องชัดว่า เขาเยือนอารามริลาในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งผิดกฎกระทรวงสาธารณสุขที่บังคับให้ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะที่เป็นสถานที่ปิดทุกแห่ง ผู้ติดตามและนักข่าวที่ไม่สวมหน้ากากก็โดนปรับเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากละเมิดกฎการสวมหน้ากาก พรรค GERB ของบอริซอฟ และพรรคสังคมนิยมบัลแกเรียที่เป็นฝ่ายค้านหลัก ต่างก็โดนปรับพรรคละ 3,000 เลฟ ฐานละเมิดคำสั่งห้ามชุมนุมเนื่องจากจัดการประชุมพรรคเมื่อสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัลแกเรียเป็นชาติยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยมาก แต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากรัฐบาลยกเลิกมาตรการเว้นระยะห่างและการบังคับสวมหน้ากาก จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตก็เพิ่มมากขึ้น ถึงวันอังคารประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีสมาชิก 7 ล้านคนแห่งนี้ มีผู้ติดเชื้อ 3,984 ราย เสียชีวิต 207 ราย ขณะที่ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่มีผู้ติดเชื้อ 2,889 ราย และเสียชีวิต 167 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69529</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีบอยโค บอริซอฟ, บราซิล, บัลแกเรีย, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef23686df3cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ อังกฤษพบ 39 ศพในรถบรรทุกตู้สินค้าจากบัลแกเรีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอังกฤษพบ 39 ศพในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกในนิคมอุตสาหกรรมใกล้กรุงลอนดอนเมื่อวันพุธ คาดเป็นคนหลบหนีเข้าเมืองจากบัลแกเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนิติวิทยาศาสตร์อังกฤษตรวจสอบที่เกิดเหตุใกล้กับรถบรรทุกที่เชื่อว่ามาจากบัลแกเรีย ภายในตู้สินค้าพบศพ 39 ศพ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำรวจมณฑลเอสเซกส์ของอังกฤษเปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิตในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุกที่จอดในนิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลด เมืองเกลย์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน โดยได้รับแจ้งจากเหตุจากรถพยาบาลก่อนเวลา 01.40 น.วันพุธตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังตำรวจเข้าตรวจสอบก็พบว่าทุกคนเสียชีวิตแล้ว โดยเป็นผู้ใหญ่ 38 คนและวัยรุ่น 1 คน คนขับรถบรรทุกชายวัย 25 ปีจากไอร์แลนด์เหนือถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยฆ่าคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูว์ แมริเนอร์ ผู้กำกับการตำรวจเอสเซกส์ แถลงว่า เป็นเหตุน่าสลดใจที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ตำรวจกำลังสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของคนเหล่านี้ และพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แต่อาจต้องใช้เวลานาน คาดว่ารถบรรทุกคันนี้มาจากบัลแกเรีย และเข้าสหราชอาณาจักรเมื่อวันเสาร์ทางเรือเฟอร์รี ขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเมืองโฮลีเฮด เกาะแองเกิลซีย์ ปลายสุดทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ กล่าวว่า ตกตะลึงกับข่าวน่าเศร้าสลดที่เอสเซกส์ กระทรวงมหาดไทยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับตำรวจเอสเซกส์เพื่อสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด เบอร์เนตต์ ซีอีโอสมาคมโรดฮอลเลจ ที่เป็นตัวแทนคนขับรถบรรทุกในสหราชอาณาจักร แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงอันตรายของแก๊งลักลอบนำผู้อพยพเข้าประเทศโดยใช้รถบรรทุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2557 เจ้าหน้าที่ท่าเรือเมืองทิลเบอร์รีติดกับเมืองเกลย์ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงทุบภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งทางเรือมาจากเบลเยียม ในตู้พบชาวอัฟกัน 34 คนอยู่ในภาวะขาดน้ำ, อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและขาดอากาศและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เดือนมิถุนายนปี 2543 พบผู้อพยพชาวจีนเสียชีวิต 58 รายในรถบรรทุกที่เมืองโดเวอร์ คนขับรถชาวดัตช์โดนโทษจำคุกในความผิดฆ่าคนตายโดยประมาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48727</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัลแกเรีย, ศพในตู้คอนเทนเนอร์, หลบหนีเข้าเมือง, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db059ab8d83f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 รมว.บัลแกเรียยื่นลาออก เซ่นอุบัติเหตุรถบัสตกเหว 17 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีว่าการ 3 กระทรวงของบัลแกเรีย ได้แก่ โยธาธิการ, คมนาคม และมหาดไทย ยื่นลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ ภายหลังรัฐบาลโดนวิจารณ์อย่างหนักจากเหตุการณ์รถบัสนำเที่ยวประสบเหตุลื่นตกถนนดิ่งเหวลึก ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 17 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รถบัสนำเที่ยวประสบเหตุเสียหลักพุ่งจากถนนตกสู่หุบเบื้องหลังทำให้มีคนเสียชีวิต 17 คนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2561&amp;nbsp; / BULGARIAN INTERIOR MINISTRY PRESS OFFICE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2561 อ้างคำแถลงของนิโคไลย์ นันคอฟ รัฐมนตรีโยธาธิการและการพัฒนาท้องถิ่นของบัลแกเรีย ว่าตัวเขาพร้อมด้วยรัฐมนตรีอีก 2 คน คือ อีไวย์โล มอสคอฟสกี รัฐมนตรีคมนาคม และวาเลนติน ราเดฟ รัฐมนตรีมหาดไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้วในวันเดียวกันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รถบัสนำเที่ยวเสียหลักตกถนนระหว่างเกิดฝนตกหนักแล้วร่วงลงหุบแม่น้ำสูง 20 เมตรในภาคตะวันตกของบัลแกเรียเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว คร่าชีวิตผู้โดยสาร 17 ราย และอีก 4 รายยังมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ถึงขณะนี้มีเพียงคนขับรถบัสคันนี้เท่านั้นที่โดนตั้งข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการสอบสวนเบื้องต้นของอุบัติเหตุครั้งนี้เมื่อหลายวันก่อนชี้ว่า ถนนสายดังกล่าวเพิ่งได้รับการซ่อมแซมแต่ใช้แอสฟัลต์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และเมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ นายกฯ บอยโค บอริซอฟ ซึ่งมีแนวคิดกลาง-ขวา ได้ขอร้องให้รัฐมนตรีทั้ง 3 คนลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยก็ถูกกล่าวหาด้วยว่า ไม่ตอบสนองต่อข้อร้องเรียนหลายครั้งที่ได้รับแจ้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากคนขับรถหลายรายจากเมืองสโวเยที่อยู่ใกล้เคียง ที่แสดงความวิตกเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดบ่อยครั้งขึ้นบนถนนช่วงตอนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระทรวงคมนาคม ก็ถูกตำหนิจากกรณีที่รถบัสเก่าคันนี้ไม่ได้ผ่านการตรวจสภาพตามกฎ 1 ใน 2 ข้อของกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีรูเมน ราเดฟ กล่าวไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า โศกนาฏกรรมใกล้กับเมืองสโวเยขับเน้นให้เห็นระบบการก่อสร้างโยธาธิการและการจัดซื้อจัดหาที่เสื่อมทรามและเกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งคราวนี้ทำให้มีคนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำกล่าวหาด้วยว่า เงินส่วนใหญ่ที่ใช้ในโครงการซ่อมแซมถนนซึ่งมักเป็นเงินที่มาจากความช่วยเหลือของสหภาพยุโรป (อียู) นั้นถูกส่งเข้ากระเป๋าของบริษัทหลายแห่งที่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ ทำให้เหลือเงินที่ใช้ในการซ่อมถนนจริงเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัลแกเรียเข้าเป็นสมาชิกอียูตั้งแต่ปี 2550 แต่ประเทศนี้ยังคงเป็นชาติสมาชิกที่จนที่สุดของอียู โดยมีทางหลวงเชื่อมระหว่างชายแดนที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เพียงสายเดียวเท่านั้น และเครือข่ายถนนของประเทศนี้อยู่ในสภาพเลวร้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16563</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัลแกเรีย, รถบัสนำเที่ยว, รัฐมนตรีลาออก, เซ่นอุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b89492953285.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
