<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039;ยันระเบิดหน้าโบสถ์คริสต์อินโดฯยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.64-เพจกระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand โพสต์ข้อความระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุระเบิดที่หน้าโบสถ์คาทอลิกในเมืองมากัสซาร์ (Makassar) บนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย ในวันนี้ (28 มีนาคม 2564) เวลา 10.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 14 คน ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา จึงได้แจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว ติดตามข่าวสารจากทางการ และเพิ่มความระมัดระวัง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +62 811 186253&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, คนไทย, บัวแก้ว, ระเบิดที่หน้าโบสถ์คาทอลิกในเมืองมากัสซาร์, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060576849e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039; แถลงโต้ 13 องค์กรเอ็นจีโอระหว่างประเทศ ยันรัฐบาลดูแลม็อบตามหลักสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - ที่กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ 13 องค์กร ออกแถลงการร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเคารพ คุ้มครอง และสนับสนุนการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบว่า&amp;nbsp;สืบเนื่องจากที่องค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศออกแถลงการณ์ร่วมถึงทางการไทยเกี่ยวกับการชุมนุมของขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในวันที่ 17 และ 25 พ.ย.2563 ส่งข้อเสนอแนะ 4 ข้อ เพื่อเรียกร้องรัฐบาลไทยให้เคารพ คุ้มครอง และสนับสนุนการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ เพื่อให้สอดคล้องตามพันธกรณีระหว่างประเทศของไทยที่มีต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) &amp;nbsp;และกฎหมายระหว่างประเทศนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงว่าประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรม เคารพในกระบวนการทางกฏหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจากกลุ่มต่างๆซึ่งมีแนวคิดที่หลากหลาย ในบางกรณีเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคนเหล่านี้ทำให้สถานการณ์การทวีความตึงเครียดมากขึ้นและเกิดเหตุปะทะ ทั้งนี้ การรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอนตามมาตรฐานสากลและความเหมาะสมกับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบต้องเป็นไปตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง คำนึงถึงความปลอดภัย เคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย ซึ่งเป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งไทยยึดมั่นในพันธะกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในทุกกรณีที่ที่มีการละเมิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและความเรียบร้อยของสถานที่ชุมนุมในกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ชุมนุมพยายามหรือถอนเครื่องกีดขวางเพื่อเข้าไปในเขตควบคุม เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดำเนินการได้เข้าควบคุมสถานการณ์ โดยไม่ได้ดำเนินการเพื่อสลายการชุมนุมและเหมาะสมกับสถานการณ์ไม่เกินกว่าเหตุ &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมยังคงสามารถใช้สิทธิ์เสรีภาพ รวมชุมนุมได้โดยไม่มีอุปสรรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85243</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, บัวแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0ed9bead5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกช่วยคัดกรองต่างด้าว นายกฯรับคนแต่ไม่รับโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ขอบคุณ &amp;quot;บัวแก้ว&amp;quot; ดูแลคนไทยต่างแดน-พากลับบ้าน ย้ำเราต้องไม่ทิ้งกัน ปลุกเอกชนร่วมมือรัฐคัดกรองแรงงานต่างด้าว ลั่นรับคนแต่ไม่รับโรค พร้อมขอนักธุรกิจทำโครงการคู่ขนานฟื้นฟู ศก.หลังโควิด &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยพบติดเชื้ออีก 8 ราย กลับจาก ตปท. &amp;quot;สธ.&amp;quot; ปลื้มไทยที่แรกร่วม WHO ถอดบทเรียนโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงหลังเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 3/2563 ถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ กต.ทั้งในและต่างประเทศ ในการเป็นด่านหน้าดูแลพี่น้องคนไทยในต่างแดน วันนี้ได้นำคนไทยกลับจากต่างประเทศประมาณ 60,000 คน โดยผ่านการคัดกรองทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ขณะเดียวกันยังมีคนค้างอยู่จำนวนมากพอสมควร ซึ่งเรื่องการดูแลให้สิ่งของอุปโภคบริโภคได้ทำอย่างต่อเนื่อง คนที่ไม่ได้กลับมาเราไม่ทิ้งกันไม่ว่าอยูที่ไหนก็ตาม ในประเทศก็ต้องไม่ทิ้งกัน รัฐบาลมีนโยบายอย่างนั้นอยู่แล้ว ขอให้กำลังใจทุกคนทำงานด้วยความสุข ตั้งใจ ซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร และอดทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ระยะต่อไปเป็นการเตรียมการเปิดโรงงานรับแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะต้องมีมาตรฐานในการคัดกรองความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีความต้องการแรงงาน เพราะหลายอย่างรัฐบาลรับเองไม่ไหว ดังนั้นต้องช่วยกัน ได้ให้แนวทางไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องเตรียมความพร้อมการรองรับคน โดยจะรับคน แต่ไม่รับโรคโควิด-19 เข้ามา หลายคนต้องช่วยกัน ทุกคนต้องติดตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในมาตรการของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ เพื่อลดความขัดแย้ง ใครจะทำผิดทำถูกอย่างไรประชาชนรู้ บางครั้งรัฐบาลกำชับไป ก็ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วม จะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ต้องร่วมกัน ไม่เช่นนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเสียมากกว่าได้ อย่าลืมว่าวันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจพร้อมๆ กับสุขภาพ ซึ่งสุขภาพเราทำได้ดีมากในขณะนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องบริหารจัดการพื้นที่ข้างล่างร่วมกับท้องถิ่นและประชาชน เพื่อให้สิ่งต่างๆ ตรงความต้องการของประชาชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจเหล่านี้ให้ได้ และต้องมองในส่วนของผู้ประกอบการ นักธุรกิจด้วย ไม่ใช่ว่าดูแลคนรวยคนจน มันไม่ใช่เป็นคนละมิติกัน สิ่งสำคัญต้องทำให้เกิดการจ้างงานมากยิ่งขึ้น และไม่ทำให้เขาล้มละลาย แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าวโครงการ THAILAND SMILES&amp;nbsp; WITH YOU #ยิ้มให้โลกให้โลกยิ้ม ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดโครงการเพื่อสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า เราสามารถควบคุมการติดเชื้อการแพร่ระบาดอันดับหนึ่งในโลก จนได้รับความชื่นชม ดังนั้นเป็นสิ่งที่ควรภาคภูมิใจไปด้วยกันของคนไทย ซึ่งไม่ได้เกิดโดยรัฐบาลหรือคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยกันทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ถือเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม ทั้งภาครัฐเอกชน ธุรกิจต่างๆ หากช่วยเหลือกันแบบนี้ โอกาสในยามยากเช่นนี้จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ผมได้หารือใน? ศบค.ทั้งภาครัฐและเอกชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการค้าต่างๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญพร้อมกัน ในระยะแรกที่มีการติดเชื้อ ก็ต้องดูเรื่องสุขภาพ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายเราก็ต้องหามาตรการผ่อนคลายให้ทุกอย่างค่อยๆ? แย้ม ค่อยๆ ยิ้มออกมา ซึ่งวันนี้เราก็เตรียมการในระยะต่อไป สิ่งเหล่านี้เราต้องพิจารณาให้เกิดความสมดุลซึ่งกันและกันทางเศรษฐกิจ? สังคมและสาธารณสุข วันนี้จะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว การส่งออก ภาคอุตสาหกรรมและการบริการธุรกิจ อาหาร ร้านค้า นั่นคือห่วงโซ่ธุรกิจประเทศไทย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
ติดเชื้ออีก 8 กลับจาก ตปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 8 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,269 ราย หายป่วยสะสม 3,105 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 106 ราย ผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยรายที่ 1-4 เดินทางกลับมาจากอียิปต์ 2 ราย เป็นเพศชายอายุ 21 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 8 ก.ค. และเข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 ก.ค. โดยทั้ง 2 รายไม่มีอาการ แต่ก่อนหน้านี้พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกันจำนวน 15ราย ส่วนรายที่ 3 และ 4 เป็นเพศชาย อายุ 20 ปี และ 24 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางถึงไทยวันที่ 17 ก.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 1 ในวันที่ 21 ก.ค. ทั้ง 2 รายไม่มีอาการ แต่ก่อนหน้านี้พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายที่ 5 และ 6 เป็นนักศึกษากลับจากซูดาน เพศชายและหญิงอายุ 20 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 10 ก.ค. พบมีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค จึงมีการตรวจหาเชื้อ ณ ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ ในขณะนั้นไม่พบเชื้อ จึงเข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี และมีการตรวจพบเชื้อในครั้งที่ 3 วันที่ 21 ก.ค. โดยก่อนหน้านี้พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน 15 ราย ส่วนรายที่ 7 และ 8 เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา เป็นเพศหญิงอายุ 22 ปีและ 23 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 18 ก.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ กรุงเทพฯ พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 1 วันที่ 21 ก.ค. อย่างไรก็ตาม มีคำถามว่าขณะนี้จำนวนคนที่รับเข้ามาในสถานที่กักตัวของรัฐมีเท่าไหร่ ขณะนี้มี 60,470 ราย พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 332 ราย ถือว่ามีจำนวนไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ศบค.กล่าวถึงทหารไทยที่เดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกาหลังจากฝึกที่ฮาวายเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้มีการตรวจคัดกรองโรคทั้งหมด 151 ราย โดย 140 รายไม่พบเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค จึงเดินทางเข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐใน จ.ชลบุรี ส่วน 10 ราย พบเข้าเกณฑ์จึงส่งตัวไปโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อตรวจเชื้อและอยู่ระหว่างรอผลการตรวจ และอีก 1 รายมีโรคประจำตัวที่ไม่ใช่โควิด-19 ได้ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน ดังนั้นสถานการณ์ไม่น่ากังวลสำหรับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยได้เข้าถอดบทเรียนการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ร่วมทีมองค์การอนามัยโลก (WHO) องค์กรระหว่างประเทศ และสถาบันในประเทศ ระหว่างวันที่ 20-24 ก.ค. ใน 9 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1.การประสานงาน การวางแผน การติดตามและประเมินผลในระดับประเทศ 2.การสื่อสารความเสี่ยงและการมีส่วนร่วมของชุมชน 3.การเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค และการติดตามผู้สัมผัส 4.ช่องทางเข้า-ออกประเทศ 5.ระบบห้องปฏิบัติการแห่งชาติ 6.การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ 7.การจัดการผู้ป่วย และการแบ่งปันความรู้ นวัตกรรมและการวิจัย 8.การสนับสนุนการปฏิบัติงานและการขนส่งในห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการกำลังคน และ 9.การบำรุงรักษาด้านบริการสุขภาพที่จำเป็นระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่เข้าร่วมการถอดบทเรียนการดำเนินงานจัดการปัญหาโรคโควิด-19 โดยใช้เครื่องมือที่องค์การอนามัยโลกได้พัฒนาขึ้นมาใหม่&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
ไทยร่วมถอดบทเรียนโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.สมบัติ แทนประเสริฐสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเข้าร่วมการถอดบทเรียนการดำเนินงานภายใต้การระบาดของโรคโควิด-19 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานป้องกันควบคุมโรค พัฒนาระบบบริหารจัดการภายใต้ภาวะฉุกเฉิน รวมถึงพัฒนากระบวนการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ดียิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปสู่ความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทย พร้อมรับมือกับการระบาดระลอกสองที่อาจจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมบัติกล่าวว่า แม้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยจะไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ยังมีการรายงานการพบผู้ป่วยติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศในสถานกักกันที่สนับสนุนโดยรัฐบาล ดังนั้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงมีความจำเป็นในการป้องกันโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สอดคล้องกับผลการประชุมเตรียมการถอดบทเรียน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค พบประเทศไทยมีความเข้มแข็งในการป้องกันควบคุมโรคที่ดี อันเกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ ระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับพื้นที่ที่ร่วมกันดำเนินการตามมาตรการและให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี รวมถึงความร่วมมือจากประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในการสนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรการต่างๆ และให้ร่วมมือในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อโควิด-19&amp;quot; นพ.สมบัติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคมเมืองมีนถิ่นทอง สำนักงานเขตมีนบุรี กทม. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มอบหมายให้ พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) เป็นผู้แทนเดินทางมาตรวจเยี่ยมตรวจความเรียบร้อยการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 ซึ่งวันที่ 23 ก.ค. ถือเป็นวันแรกที่จัดพร้อมกันทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หน่วยตรวจเลือกได้เตรียมความพร้อมและอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่ มีการกำหนดขั้นตอนให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองการตรวจโรคโควิด-19 จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยแพทย์ทหาร หากพบมีความเสี่ยงจะแยกการตรวจเลือกเป็นการเฉพาะ ส่วนผู้ที่ผ่านการคัดกรองนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจเลือกตามปกติ คือการเรียกชื่อ การตรวจสอบเอกสาร ก่อนพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย จากนั้นแยกประเภทบุคคล การวัดขนาดร่างกาย และการจับใบดำ-ใบแดง โดยเป็นการตรวจเลือกรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพกำหนดวันตรวจเลือกตั้งแต่ 23 ก.ค.-9 ส.ค.2563 หรือจนกว่าการตรวจเลือกจะแล้วเสร็จ โดยทหารเกณฑ์ผลัดที่ 1 จะเข้าประจำการในวันที่ 1-3 ก.ย.63 และผลัดที่ 2 จะเข้าประจำการในวันที่ 1-3 พ.ย.63 ซึ่งกองทัพได้ปรับลดเวลาการฝึกทหารลงจาก 10 สัปดาห์เป็น 6 สัปดาห์ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72343</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนไทยต่างแดน, คัดกรองแรงงานต่างด้าว, บัวแก้ว, รับคนแต่ไม่รับโรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f19989264b10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ขอบคุณ &#039;บัวแก้ว&#039; ด่านหน้าดูแลคนไทยต่างแดน พากลับบ้านแล้ว 6 หมื่นคน ย้ำต้องไม่ทิ้งกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ว่า ขอบคุณ กต. เจ้าหน้าที่ทั้งในและต่างประเทศในการเป็นด่านหน้าในการดูแลพี่น้องคนไทยในต่างแดน วันนี้ได้นำคนไทยกลับจากต่างประเทศประมาณ 6 หมื่นคน โดยผ่านการคัดกรองทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ขณะเดียวกันยังมีคนค้างอยู่จำนวนมากพอสมควร ในเรื่องการดูแลให้สิ่งของอุปโภคบริโภคได้ทำอย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่ไม่ได้กลับมา เราไม่ทิ้งกันไม่ว่าอยูที่ไหนก็ตาม ในประเทศก็ต้องไม่ทิ้งกัน รัฐบาลมีนโยบายอย่างนั้นอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่าขอให้กำลังใจทุกคนทำงานด้วยความสุข ตั้งใจ ซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร และอดทน สำหรับระยะต่อไปเป็นการเตรียมการเปิดโรงงานรับแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะต้องมีมาตรฐานในการคัดกรอง ความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีความต้องการแรงงาน เพราะหลายอย่างรัฐบาลรับเองไม่ไหว ดังนั้นต้องช่วยกัน ตนได้ให้แนวทางไปแล้ว เมื่อไหร่ อย่างไร เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราต้องเตรียมความพร้อมการรองรับคน โดยจะรับคนแต่ไม่รับโรคโควิด-19 เข้ามา หลายคนต้องช่วยกัน ทุกคนต้องติดตามมาตรการของภาครัฐเพื่อจะได้มีส่วนร่วมในมาตรการของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่เพื่อลดความขัดแย้ง ใครจะทำผิดทำถูกอย่างไรประชาชนรู้ บางครั้งรัฐบาลกำชับไปก็ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วม จะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์มันต้องร่วมกัน ไม่เช่นนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเสียมากกว่าได้ อย่าลืมว่าวันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจพร้อมๆกับสุขภาพ ซึ่งสุขภาพเราทำได้ดีมากในขณะนี้&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า วันนี้ต้องทำงานแบบนิว นอร์มอล เร่งรัดสร้างการรับรู้ ช่องทางการสื่อสาร โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลระบบออนไลน์ ขอให้ทุกคนติดตาม เพราะบางครั้งเรื่องมีสาระคนไม่อยากอ่าน ตนไม่ได้ว่าใคร แต่บางครั้งมันเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน ขอให้หน่วยงานปรับวิธีการนำเสนอเพื่อให้เข้าใจง่าย ขอให้ติดตามว่าประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้นในปีนี้และอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะถือเป็นความหวังของประชาชน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่รัฐบาลฝ่ายเดียวที่จะเป็นผู้กำหนด เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้ง หลายอย่างรัฐบาลพยายามทำ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน แต่ภาครัฐจะต้องทำให้ดีที่สุดให้ประชาชนเห็น ถ้าจ้องแต่โครงการใหญ่ๆอย่างเดียว โดยไม่ดูพื้นฐานเล็กๆ น้อยๆ ก็จะทำให้โครงการใหญ่เกิดไม่ได้ ส่งผลกระทบให้โครงการพื้นฐานเล็กๆ ทำไมได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า อยากให้มองว่า 5 ปีที่ผ่านมาประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และ 1 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ทั้งหมดได้รับการสานต่อมาอย่างไร และเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โดยขจัดอุปสรรคแต่ละปีให้ได้ วันนี้เน้นย้ำการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งมีหลายงบประมาณ รวมถึงการโอนงบปี 63 มาส่วนหนึ่ง และงบฟื้นฟูทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน รัฐบาลจำเป็นต้องพูดคุยหารือรายละเอียด ซึ่งมีกรอบอยู่แล้ว ข้อสำคัญการจะทำอะไรก็ตามจะต้องได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องบริหารจัดการพื้นที่ข้างล่างร่วมกับท้องถิ่นและประชาชน เพื่อให้สิ่งต่างๆ ตรงความต้องการของประชาชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจเหล่านี้ให้ได้ และต้องมองในส่วนของผู้ประกอบการ นักธุรกิจด้วย ไม่ใช่ว่าดูแลคนรวยคนจน มันไม่ใช่ เป็นคนละมิติกัน สิ่งสำคัญต้องทำให้เกิดการจ้างงานมากยิ่งขึ้น และไม่ทำให้เขาล้มละลาย แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่างบประมาณที่ได้มาจากการจัดเก็บรายได้ของประเทศ ช่วงนี้การจัดงบประมาณเป็นงบฟื้นฟูที่มาจากเงินกู้จะต้องผ่อนชำระเขา ถ้าเราไม่ร่วมฟื้นฟูกันในตอนนี้ บ้านเมืองไม่มีเสถียรภาพแล้วจะหาเงินจากไหน ในวันข้างหน้าทั้งการขับเคลื่อนประจำปีและแผนงานระยะยาว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, บัวแก้ว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f1935782462b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039;แจง4เงื่อนไขใหม่! คนไทยในต่างแดนที่จะได้กลับบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 63 - เพจเฟซบุ๊กของกระทรวงการต่างประเทศ ได้แชร์เพจของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ที่โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า &amp;quot;เงื่อนไขใหม่ คนไทยที่จะกลับบ้าน 1.จองตั๋วเครื่องบินหลัง 18 เมษายน เตรียมเอกสารการเดินทาง และตั๋วเครื่องบิน 2.ใบรับรองแพทย์ FIT TO FLY อายุใบรับรองแพทย์ห้ามเกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง 3.หนังสือรับรองจาก สอท./สกญ. อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ขอผ่านระบบออนไลน์เท่านั้นหลัง 18 เม.ย. ทางเว็บไซต์ HTTP://DCAREGISTRATION.MFA.GO.TH/ หากได้อนุมัติท่านจะได้รับหนังสือรับรองผ่านระบบออนไลน์ แล้วจึงปรินท์/พิมพ์เอกสารออกมาเพื่อยื่นให้สายการบิน 4.กักตัว 14 วัน เมื่อเดินทางถึงไทยจะถูกกักตัว 14 วัน ในสถานที่/แนวทางที่รัฐบาลกำหนด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62372</URL_LINK>
                <HASHTAG>4เงื่อนไขใหม่, กระทรวงการต่างประเทศ, คนไทยที่จะกลับบ้าน, คนไทยในต่างประเทศ, บัวแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c11f72fb5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัวแก้ว&#039; ปัดฝืนคำสั่งชะลอเดินทางกลับประเทศ แจงยิบปมวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.63 -&amp;nbsp;นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธรายงานข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยออกเอกสารให้คนเดินทางเข้าประเทศ หลังจากที่มีการประกาศการชะลอการเลื่อนการเข้าไทยไปถึง 15​ เมษายน​ 2563​ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เมื่อมีประกาศให้ชะลอการเดินทางเข้าประเทศของคนไทย เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563 สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยได้หยุดรับลงทะเบียนออกหนังสือรับรองเพื่อเดินทางกลับทุกช่องทาง รวมทั้งปิดระบบลงทะเบียนออนไลน์ของกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้ ได้ขอให้คนไทยเคร่งครัดในการหาใบรับรองแพทย์ fit to fly ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทางกลับ ตามข้อกำหนดที่ออกตาม พรก สถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางกลับเข้ามา ตามรายงานข่าว​ คือกลุ่มในช่วงรอยต่อ​ ซึ่งยังเดินทางขึ้นเครื่องเข้ามาได้เพราะมีหนังสือรับรองและใบรับรองแพทย์ fit to fly อายุ 72 ชม. ที่ออกก่อนหน้าจะมีประกาศให้ชะลอการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในเรื่องกักกันเฝ้าระวังโรค (quarantine) หลายสถานทูตได้ระบุในประกาศของสถานทูตด้วยแล้ว ว่าหากกลับมาในช่วงนี้ จะถูกกักกันตัวในทุกกรณี ในสถานที่ที่หน่วยงานของรัฐกำหนด 14 วัน นอกจากนี้ ในแบบฟอร์มออนไลน์ขอหนังสือรับรองจากสถานทูต ก็ได้ระบุเตือนเรื่องนี้ไว้ด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น รายงานข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่เป็นความจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62011</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, บัวแก้ว, เชิดเกียรติ อัตถากร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e843ba509a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ได้ทีตบปาก&#039;ดอน&#039;เฟอะฟะผลักไทยล่อเป้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 62 &amp;ndash; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุรู้ล่วงหน้าสหรัฐอเมริกาจะสังหารนายพลอิหร่านว่า คนไทยมองไม่เห็นประโยชน์จากการพูดแบบนี้ของนายดอน ที่ผลักประเทศเข้าไปล่อเป้าระหว่างคู่ขัดแย้ง การที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาสวนนายดอนว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ยืนยันของจริงคือ ไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบก่อนแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เสียฟอร์มขนาดนี้เวลาเดินอาจต้องเอาปี๊บคลุมหัว ประชาชนสงสัยและสับสน ตกลงนายดอน เข้ากระทรวงการต่างประเทศบ้างหรือไม่ ทำไมข้อมูลสวนทางย้อนแย้งกับฝ่ายประจำ จนเฟอะฟะ เสียรังวัดหนักขนาดนี้ ถ้านายดอนว่างมาก เอาเวลาไปศึกษาเตรียมตัวตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะได้ประโยชน์มากกว่า&amp;rdquo; โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, บัวแก้ว, พท., สหรัฐ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อิหร่าน, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31803a084a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
