<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอดีตทหารเกณฑ์โพสต์ขายบั้งไฟผ่านโซเชียล คล้ายอาวุธในม็อบปะทะตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18&amp;nbsp;ส.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการปฏิบัติของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ทำการจับกุมผู้ใช้แอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;TikTok&amp;nbsp;ชื่อบัญชี &amp;ldquo;เรียกผมว่า เสือก๊อต&amp;rdquo; โพสต์วิดีโอบรรจุดินปืน(ชนิดทำเอง) อัดใส่ท่อพลาสติก พีวีซี สีฟ้า ลักษณะเป็นบั้งไฟเล็ก ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับอาวุธที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. สั่งการให้ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.4&amp;nbsp;บก.สอท.4&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4&amp;nbsp;ร่วมกันจับกุมนายจักรพันธุ์ หรือก๊อต โสลา อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลาง จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;รายการ โดยแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ทำหรือค้าดอกไม้เพลิง(บั้งไฟขนาดเล็ก)โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot; จับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่า ได้มีบุคคลโพสต์การทำดอกไม้เพลิงขนาดเล็ก(ทำจากท่อน้ำพลาสติกพีวีซีสีฟ้า)ขายผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับอาวุธที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ในการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ผ่านแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก บัญชีผู้ใช้ชื่อ &amp;ldquo;เรียกผมว่าเสือก๊อต&amp;rdquo;&amp;nbsp;ID:@got0305&amp;nbsp;โดยมีนายจักร์พันธุ์ เป็นเจ้าของบัญชี และได้ใช้บ้านพักใน อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เป็นสถานที่ผลิตดอกไม้เพลิง จึงได้ทำการตรวจสอบกับนายทะเบียนฯ พบว่านายจักรพันธุ์ ไม่เคยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้ทำดอกไม้เพลิงแต่อย่างใด จึงได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาล จ.พะเยา เมื่อไปถึงพบนายจักรพันธุ์ อยู่ภายในบ้านพัก ก่อนนำเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นภายในบ้านพัก ผลการตรวจค้นพบของกลาง จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า เป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอและได้ทำการโพสต์เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ผ่าน แอปพลิเคชันติ๊กต๊อก จริง โดยได้ทำดอกไม้เพลิงของของกลางเพื่อไปจุดในพิธีงานศพในเขตพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยได้ค่าตอบแทนเป็นเงินครั้งละ&amp;nbsp;500-1,000&amp;nbsp;บาท และไม่ได้ส่งไปขายในต่างจังหวัด และรับว่าภาพการแต่งเครื่องแบบทหารเป็นภาพเมื่อตอนเป็นทหารเกณฑ์ และปัจจุบันตนเองไม่ได้รับราชการทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มพยายามใช้อาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธ รวมทั้งดอกไม้เพลิงและประทัดยักษ์ เข้ามาก่อความวุ่นวายและมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยแทรกซึมรวมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านค้าประทัด ดอกไม้เพลิง ให้ปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ ของทางราชการเกี่ยวกับการจำหน่ายวัตถุดังกล่าว ซึ่งหากมีหลักฐานว่าผู้ประกอบการรายใดมีพฤติกรรมรู้เห็นเป็นใจ ยุยงส่งเสริม จัดจำหน่าย หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการส่งเสริมให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด นำวัตถุดังกล่าวมากระทำในลักษณะผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113761</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกไม้เพลิง, บั้งไฟ, ประทัด, พลุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cf1532692c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง 4 เสือสุรินทร์ เซ่นบั้งไฟ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63 - ภายหลังจากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน และตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้สนธิกำลังฝ่ายปกครอง อำเภอสำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เข้าจับกุมชาวบ้านที่พากันลักลอบจุดบั้งไฟ หลังจากได้ประกอบทำพิธีเซ่นไหว้ศาลเจ้าปู่ตา เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล หลังจากฝนทิ้งช่วงไปนาน ต้นข้าวขาดน้ำกำลังยืนแห้งตาย ชาวบ้านเชื่อว่าการ จุดบั้งไฟ ขอฝนบูชาพญาแถน ตามความเชื่อของชาวบ้านศรีน้อย ต.หมื่นศรี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์โดยอ้างว่าบูชาพญาแถน เพื่อทำประเพณีขอฟ้าขอฝนให้ตกตามฤดูกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การจุดบั้งไฟครั้งนี้ทางฝ่ายปกครอง อำเภอสำโรงทาบ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงทาบ ไม่ทราบมาก่อนและไม่มีการขออนุญาตมาทางอำเภอแต่อย่างได ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ชุดปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าไปสังเกตการณ์ &amp;nbsp;การชุดบั้งไฟในครั้ง ได้ทำการบันทึกคลิปวีดีโอ การจุดบั้งไฟ พบว่าไม่น่าจะเป็นการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน ขอฝนตามที่ประกาศในงาน และไม่ใช่ฤดูกาลจุดบั้งไฟ และพบว่ามีประชาชนเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก ส่งเสียงเชียร์ กันอย่างสนุกสนาน &amp;nbsp;เป็นการขัด ต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พรก.ฉุกเฉิน หลังจากจุดบั้งไฟไปได้ สองบั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวกองกำกับการสืบสวนชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าจับกุม นายเกษม สุภาวหา อายุ 53 ปี บ้านหมื่นศรีกลาง อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ อ้างว่าตนเองเป็นผู้ดำเนินการเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีโดยกล่าวหาจุดบั้งไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนคำสั่งสถานฉุกเฉินโดยพนักงานสอบสวนนำตัวส่งฟ้องที่ศาลจังหวัดรัตนบุรี จ.สุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากการจับกุม การลักลอบจุดบั้งไฟ ที่บ้านหมื่นศรี ต.หมื่นศรี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 ไปแล้ว พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งภายหลังจากดูคลิปวีดีโอ การจุดบั้งไฟแล้ว พบว่า ไม่น่าจะเป็นการจุดบั้งไฟขอฝนแบบธรรมดาที่ทำกันบั้งไฟเล็กๆ แต่ทางผู้จัดจุดบั้งไฟมีการตั้งแท่นจุดบั้งไฟขนาดใหญ่ มีเครื่องขยายเสียง ประกาศอย่างเป็นทางการ มีชาวบ้านเข้ามาชมในงาน มีการเชียร์กันคึกคัก ว่าเป็นสนามจุดครั้งแรกที่บ้านหมื่นศรี ซึ่งการจุถดบั้งไฟ ในลักษณะนี้ อาจมีการลักลอบเล่นการพนันไปด้วย ที่สำคัญเป็นการขัดต่อ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พรก.ฉุกเฉิน ในช่วงบริหารสถานการณ์โควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.ต. ถวาย บูรณรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ มีหนังสือคำสั่งให้ ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ &amp;nbsp;เนื่องจากมีเหตุผลและความจำเป็น เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของตำรวจภูธรจังหวัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จึงให้ข้าราชการ มี พ.ต.อ.พิษณุ พรานพนัส ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสำโรงทาบ พ.ต.ท.พีระยศ สมทรัพย์ รองผู้กำกับการสืบสวนพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สมจิตต์ สารวัตรสืบสวน พ.ต.ท.สุคิด ขจรเพ็ชร สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สำโรงทาบ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางต้นสังกัดเดิม &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่3 กรกฏาคม 2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70495</URL_LINK>
                <HASHTAG>บั้งไฟ, ภูมิภาค, สำโรงทาบ, สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200704/image_big_5f0039d268f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;amazing ไทยเท่&quot; เที่ยวบุญบั้งไฟยโสธร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศงานบุญบั้งไฟ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเพณีบุญบั้งไฟ มรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ภายใต้ความเชื่อดั้งเดิมของคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า การจุดบั้งไฟเป็นการบูชาพญาแถน เทพที่ดูแลให้ฝนฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล และกลายเป็นประเพณีที่สร้างความน่าสนใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันมากมาย สอดคล้องกับแนวคิด &amp;ldquo;amazing ไทยเท่&amp;rdquo; ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การแสดงในงานบุญบั้งไฟ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า จังหวัดยโสธร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมทั้ง ททท. กำหนดจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2562 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร ลานวิมานพญาแถน สวนสาธารณะพญาแถน และถนนภายในเขตเทศบาลเมืองยโสธร โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ การประกวดขบวนแห่บั้งไฟ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2562, แข่งขันการจุดบั้งไฟแฟนซี และบั้งไฟขึ้นสูง ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 และในปีนี้ยังถือเป็นวาระครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมืองชิชิบุ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นจึงนำบั้งไฟมาร่วมแสดงด้วย
&amp;quot;เป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า ทาง ททท.ได้ให้ความสำคัญกับ งานบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธรว่าเป็นงานเฟสติวัล 1 ใน 5 ของงานระดับโลก และทำการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาชมความวิจิตรอลังการของงานบุญบั้งไฟ พร้อมกับซึมซับวิถีที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวยโสธร และร่วมสนุกสนานรื่นเริงในเทศกาลสำคัญนี้&amp;quot; ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แข่งขันการจุดบั้งไฟ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร) กล่าวเสริมว่า นอกจากไฮไลต์สำคัญข้างต้นแล้ว ตลอดช่วงเวลาจัดงาน นักท่องเที่ยวจะได้ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โอท็อปขึ้นชื่อของเมืองยโสธร เช่น หมอนขวานผ้าขิด, ปลาส้มยโสธร และสินค้าอื่นอีกมากมาย เลือกชิมอิ่มอร่อยกับมหกรรมอาหารอีสาน รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน การประกวดธิดาบั้งไฟโก้ การประกวดกองเชียร์ ประกวดกาพย์เซิ้งบั้งไฟ
สำหรับ งานประเพณีบุญบั้งไฟ ถือเป็นงานประเพณีท้องถิ่นของชาวอีสานที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวอีสานมาช้านาน กล่าวคือ เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา จะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนเพื่อขอดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพราะชาวอีสานส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา และทำการเกษตรอื่นๆ น้ำฝนจึงมีความสำคัญต่อการทำมาหากิน พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์คือ งานประเพณีแห่และจุดบั้งไฟ จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวังและกำลังใจของชาวอีสานมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วิมานพญาแถน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า นอกจากมาร่วมกิจกรรมงานบุญบั้งไฟแล้ว เมืองยโสธรยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด อาทิ วิมานพญาแถน ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตและจารีตประเพณีของชาวอีสาน โดยเฉพาะเรื่องราวของการกำเนิดบั้งไฟ เป็นประเพณีที่โด่งดังไปทั่วโลกจนชาวต่างชาติจากหลายประเทศเดินทางมาชมด้วยตัวเองอย่างคับคั่งทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชุมชนบ้านสิงห์ท่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อด้วยเส้นทางเยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร ย่านเก่าซึ่งมีถนนวนรอบลัดเลาะเชื่อมถึงกัน ระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน และวัด 3 แห่ง ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดศรีธรรมาราม และวัดสิงห์ท่า สักการะศาลหลักเมือง และชมสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน บานประตูและหน้าต่างเป็นทรงโค้ง ซึ่งยังเหลือให้เห็นอยู่ริมถนนศรีสุนทร ถนนนครปทุม ถนนอุทัยรามฤทธิ์ และถนนวิทยะธำรงค์
จากนั้นเดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทยโสธร โบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชี ทัศนียภาพสวยงาม สงบร่มเย็น มีการแบ่งสัดส่วนเป็นเขตโบราณสถานและโบราณวัตถุชัดเจน ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึก เป็นสถานที่ที่ประชาชนหลั่งไหลมากราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังมีพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ที่วัดหอก่อง อำเภอมหาชนะชัย หรืออาจจะแวะไปเยือนวัดอัครเทวดามิคาอิล ที่บ้านซ่งแย้ ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์ที่สร้างด้วยไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว Unseen In Thailand แต่ถ้าชอบท่องเที่ยวหมู่บ้าน ลงพื้นที่ชุมชน ดูงานหัตถกรรม แนะนำให้เดินทางไปเยือนบ้านศรีฐาน บ้านนาสะไมย์ บ้านทุ่งนางโอก ซึ่งเป็นแหล่งหัตถกรรมสำคัญของยโสธร เช่น หมอนขวานผ้าขิด และงานจักสานของยโสธรที่ได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คืออีกหนึ่งงานประเพณีสำคัญที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ ททท.อยากเชิญชวนทุกท่านไปสัมผัสวัฒนธรรมและความเชื่อของลูกหลานชาวอีสาน ควบคู่ความสนุกสนานผ่านกิจกรรมงานบุญบั้งไฟยโสธร&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวปิดท้าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร โทร. 0-4571-1093, กองการศึกษาเทศบาลเมืองยโสธร โทร. 0-4572-0952 ต่อ 306 หรือที่ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี (อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-ยโสธร-อำนาจเจริญ) E-mail: tatubon@tat.or.th และ Facebook: tatubonfanpage.com.

มหัศจรรย์อาหารทะเลพัทยา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ขอเชิญเที่ยวงาน Amazing Pattaya Seafood Festival 2019 : มหัศจรรย์อาหารทะเล พัทยา 2019) บริเวณชายหาดพัทยา ในระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคม 2562 ภายในงานพบกับ Seafood สุดอร่อย ร้านค้าชายหาดกว่า 150 ร้าน Foodtruck สุดเก๋ Gala Seafood Dinner 3 คืน 3 สไตล์ ที่ต้องจองเท่านั้นถึงได้ลิ้มลอง อาหารทะเลระดับ Fine Dining 5 Course พร้อมเสิร์ฟไวน์ตลอดมื้ออาหารแบบสุด Exclusive
พบกับศิลปินที่ยกขบวนมาเป็นโขยง ทั้งไอซ์ สิงโต แสตมป์ ลุลา มาแน่นอน ตามด้วย น้องอิ๊งค์ น้องไข่มุก หมูมูซู วงเยสเตอร์เดย์ พี่โอ้ มาร่วมสนุกพร้อมฟังเพลงชิลล์ๆ บนหาดทรายพัทยา งานนี้มีปีละครั้ง พลาดแล้วต้องรออีกปี!
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา โทร. 0-3842-7667.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนบ้านสิงห์ท่า, ททท., บั้งไฟ, วิมานพญาแถน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd17f272e52d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
