<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปลื้ม &#039;แก่งกระจาน&#039; ขึ้นมรดกโลก ยันส่งเสริมชาวบ้านให้มีส่วนร่วมจัดการพื้นที่ร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &amp;quot;แก่งกระจาน มรดกโลก&amp;quot; ครม.ได้รับทราบข่าวดีที่น่าภูมิใจ นั่นคือผลการพิจารณาขององค์การยูเนสโก มีมติเห็นชอบให้ &amp;ldquo;พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน&amp;rdquo; เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ภายใต้เกณฑ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นความสำเร็จของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด มีความโดดเด่นระดับโลก หลังจากที่เราพยายามผลักดันมาแล้ว 3 ครั้ง เป็นเวลาถึง 6 ปี ซึ่งถือเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 3 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่อจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ในปี 2534 และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ในปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนี้รัฐบาลดำเนินการยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล จะมุ่งมั่นส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ควบคู่ไปกับการดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิทธิมนุษยชน ของประชาชนในพื้นที่ ที่อาศัยอยู่ร่วมกับป่า ให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการพื้นที่มรดกโลกร่วมกัน (Co-Management) และเกิดความตระหนักในคุณค่าของการเป็นเจ้าของมรดกโลกนี้ร่วมกัน (Sense of Ownership) เพื่อให้เกิดความสมดุลและประโยชน์อย่างยั่งยืนสูงสุด และยุติธรรมต่อทั้งธรรมชาติและมนุษย์ทุกคน เพื่อเป็นมรดกทั้งของโลกและของประเทศไทย ที่จะส่งต่อให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลานช่วยกันดูรักษาร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, บางกลอย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มรดกโลก, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffec39edaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล หวังรัฐคุ้มครองชาวบางกลอย ข้องใจขึ้นมรดกโลกทั้งที่มีปัญหาละเมิดสิทธิฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ในคณะกมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ กองจันทึก เลขานุการคณะอนุกมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุฯ แถลงกรณีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกต และข้อกังวลใจของกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการ 21 ชาติ รวมถึงประเทศไทยได้เป็นกรรมการในการพิจารณาครั้งนี้ด้วย โดยการพิจารณาประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตัวแทน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ ให้ข้อเสนอแนะว่าควรชะลอการขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เนื่องจากในพื้นที่ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ฯ ขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกมธ.ฯ ของเราไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยกสม.มีข้อสังเกต เสนอแนะรัฐบาลให้ชะลอการเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่รัฐบาลโดย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ยังนำเสนอ จนท้ายที่สุดเป็นที่มาในการรับรองป่าแก่งกระจายเป็นมรดกโลก และข้อสังเกตในรายงานของกมธ.กิจการเด็กฯ ได้มีรายงานนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครม.ได้พิจารณาและตอบรับมา หนึ่งในนั้นให้ชะลอและยุติการดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีปัญหากว่า 80 คน จึงกังวลว่าเมื่อประกาศให้เป็นมรดกโลก รัฐไทยจะดูแลและเยียวยา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอไม่ได้ร้องขอเกินกว่าอภิสิทธิ์หรือเกินกว่าสิทธิ์ที่ควรจะได้ แต่เป็นข้อเสนอที่มาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น มาตรา 70 ระบุว่า รัฐควรส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้น การประกาศผืนป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดกโลก เราจะเฝ้าติดตามในหลายประเด็น และหวังว่ารัฐบาลจะใช้คำว่ามรดกโลก เพื่อการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์อยางยั่งยืน ไม่ใช่เพื่อการกดเราไว้&amp;rdquo; นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าเหตุใดการพิจารณาขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานครั้งนี้ผ่านอย่างง่ายดาย นายณัฐพล กล่าวว่า การพิจารณาครั้งนี้มีกรรมการจากประเทศไทยร่วมอยู่ด้วย อีกทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าหากไม่ได้เป็นการพิจารณาที่ประเทศจีน จะได้รับการทะเบียนหรือไม่ และประเทศใหญ่ที่เคยให้ข้อสังเกตเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนบางประเทศ ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวในการพิจารณาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แก่งกระจานถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง นอกจากพืช และสัตว์ ยังมีมนุษย์อาศัยที่นี่นับพันปี ซึ่งพบว่าที่บ้านใจแผ่นดิน มีขวานหินสมัยโบราณ อายุประมาณ 3 พันปี เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีการสร้างชุมชนตรงนี้มา 2 &amp;ndash; 3 พันปีแล้ว สิ่งที่คณะกรรมการมรดกโลกให้ข้อสังเกตกับไทยมา 3 ข้อ คือ 1.ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่รอบขอบเขตมรดกโลก 2.ต้องรับประกันว่าจะจะมีการคุ้มครองการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่ และ 3.ต้องรับประกันว่าจะมีการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และสนับสุนนการมีส่วนร่วมในท้องถิ่น ซึ่งรัฐต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ธ.ค.64 ในส่วนนี้เรากังวลว่าชาวบ้านอยู่มานานแล้ว แต่การดูแลยังไม่ดีนัก โดยหลายประเทศตั้งข้อสังเกตถึงการไม่ดูแลเรื่องการละมิดสิทธิมนุษยชน แม้ในปึ 2532 ทุ่งใหญ่นเรศวร - ห้วยขาแข้ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐให้กะเหรี่ยงในพื้นที่อยู่ได้ตามวิถีชีวิตของเขา โดยอยู่กันอย่างสงบสุข ตนอยากให้เกิดภาพนี้ขึ้นมาอีกครั้งกับผืนป่าแก่งกระจาน โดยจะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริงๆในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอไปยังรัฐบาล 1.รัฐต้องยอมรับการมีตัวตน และการมีอยู่ของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตมรดกโลกแก่งกระจาน ในฐานะชุมชุนท้องถิ่นดั้งเดิม 2.ต้องให้ความคุ้มครอง พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยงให้ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรม ตามมติครม. เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 3.รัฐต้องยุติการจับกุมดำเนินคดีชาวกะเหรียงดั้งเดิม 28 คน ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองเดิมในพื้นที่มรดกโลก ตลอดจนสนับสนุนให้คนเหล่านี้มีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ และ 4.รัฐต้องเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างการยกร่างให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว หวังว่ารัฐจะให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, บางกลอย, มรดกโลก, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffd64248fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบางกลอย วอน กก.มรดกโลก ช่วยดันแก้ 3 ปัญหาก่อนขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบางกลอยวอน กก.มรดกโลกช่วยดันแก้ 3 ปัญหาก่อนขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจาน เผย กก.ชุด &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo;ไม่คืบ คนเมืองเพชรระดมทุนช่วยกะเหรี่ยงต้นน้ำ นักวิชาการเชื่อยูเนสโกฟังเหตุผลชุมชนมากกว่ารายงานสวยหรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - ชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้เขียนหนังสือด้วยรายมือส่งถึงคณะกรรมการมรดกโลกซึ่งได้จัดประชุมออนไลน์ระหว่างวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2564 ซึ่งมีประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ โดยหนังสือดังกล่าวลงวันที่ 20 กรกฎาคม โดยมีเนื้อหาระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยโดยกรมอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพยายามผลักดันให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยอ้างว่าได้แก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านบางกลอยแล้วเสร็จโดยมีการให้การของนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าได้แก้ไขปัญหาชุมชนบ้านบางกลอยโดยอ้างถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนบ้านบางกลอย ลงนามโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ทางพวกเราชุมชนบ้านบางกลอยตามความเป็นจริงแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เช่น ที่ดินทำกิน การกลับไปอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิม ไม่ยอมรับวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเราชุมชนบ้านบางกลอย การทำไร่หมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือระบุด้วยว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ชาวบ้าน 26 ครอบครัวได้กลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและดำเนินคดี เจ้าหน้าที่อ้างว่าพวกเราชาวบ้านบางกลอยบุกรุกแผ้วถางป่าตามความเป็นจริงแล้วพวกเรากลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิมที่บรรพบุรุษเคยทำกินมาก่อน ฉะนั้นพวกเรามีข้อเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก ก่อนที่จะขึ้นป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ 1.ให้พวกเราได้กลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิมที่เรียกว่าบางกลอยบนหรือใจแผ่นดิน 2.ขอให้ยกเลิกคดีของพวกเราชาวบ้านบางกลอยทั้ง 28 คน 3.ให้จัดการพื้นที่ทำกินให้กับพวกเราส่วนหนึ่งที่มีความประสงค์อยากอยู่บางกลอยล่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราชาวบ้านบางกลอยหวังว่าท่านจะพิจารณาข้อเสนอของพวกเรา ก่อนที่จะขึ้นกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ&amp;rdquo;หนังสือระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม หรือเมื่อราว 4 เดือนก่อน โดยคณะกรรมการ 28 คน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นรองประธาน และได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯขึ้นมา 5 ชุด อย่างไรก็ตามชาวบ้านไม่ได้รับรู้ความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาใดๆเลยทั้งๆที่เป็นความหวังสุดท้ายของชาวบ้านบางกลอย จนทำให้หลายคนเกิดท้อใจและชาวบ้านเตรียมหาช่องทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)กล่าวว่าที่ผ่านมา กสม.ได้มีข้อเสนอแนะในระดับนโยบายให้หยุดการจับกุมชาวบ้านบางกลอย เพราะชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมพร้อมทั้งขอให้ตั้งกลไกในการแก้ปัญหา แต่จากการติดตามข้อเสนอแนะ &amp;nbsp;ปรากฎว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด รวมทั้งมีข่าวว่าชาวบ้านบางกลอยเผชิญกับปัญหาความขาดแคลนอาหาร จนต้องกลับไปทำการเพาะปลูกในพื้นที่เดิม และมีการจับกุมชาวบ้านกลุ่มนี้ ดังนั้น กสม. จึงได้หยิบยกเรื่องบางกลอยขึ้นมาติดตามอีกครั้ง เพราะปัญหาเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไข&amp;nbsp;และมีเรื่องร้องเรียนจากกะเหรี่ยงบางกลอย ต่อ กสม. ชุดใหม่เพิ่มเข้ามา รวมทั้งเมื่อมีข่าวว่ารัฐบาลจะผลักดันแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้&amp;nbsp;กสม. จึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการมรดกโลกของไทย ยืนยันว่า กสม. เห็นความสำคัญของการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของผืนป่าแก่งกระจาน แต่รัฐบาลควรแก้ปัญหาชาวบ้านซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมให้ได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่าในความเป็นจริงยังไม่มีการกระทำใดที่จะช่วยปรับปรุงแก้ไขความสัมพันธ์กับชุมชนให้ดีขึ้น ในทางกลับกันรัฐยังทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงเพราะคิดเสมอว่ากลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบุกรุกป่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมายังบังคับขับไล่เขาออกจากที่ทำกินในถิ่นฐานเดิม และจับกุมดำเนินคดีชาวกะเหรี่ยงถึง 28 คน ซึ่งรวมทั้งสตรีและผู้สูงอายุที่พิการในข้อหาทำลายป่า ทั้งที่เขาปลูกข้าวกินแบบไร่หมุนเวียนตามประเพณีในที่เดิมที่เขาเคยทำมา ผู้ต้องหาทั้ง &amp;nbsp;28 คนถูกเงื่อนไขการประกันตัวของศาลไม่ให้เข้าพื้นที่ทำกิน พวกเขาจึงตกอยู่ในสภาพอดอยากยากแค้น ต้องขอรับบริจาคอาหารและของใช้จำเป็นจากบุคคลข้างนอก ยิ่งเพิ่มความขัดแย้งและละเมิดสิทธิมนุษยชนในการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรเพื่อการยังชีพอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่ายูเนสโกจะฟังเหตุผลของชุมชนผู้รักษาป่าและพิจารณาประเด็นความสัมพันธ์กับชุมชนในการจัดการผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกด้วยข้อมูลตามความเป็นจริงจากผู้รักษาป่าตามวิถีวัฒนธรรมที่แท้จริง มากกว่าคำพูดสวยหรูในรายงานที่ปราศจากความเป็นจริง&amp;rdquo;ดร.เพิ่มศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวอัญชลี อิสมันยี ผู้ประสานงานภาคีเซฟบางกลอย จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ชาวบุเพชรบุรี รู้สึกเห็นใจชาวบ้านบางกลอย เนื่องจากพบว่าขณะนี้ชาวบ้านบางกลอยมีอาการเจ็บป่วยโดยเฉพาะการขาดสารอาหาร จำนวน 34 คน โดยมีอาการมือเท้าสั่น ใจสั่น ปวดหัว ไม่มีเรี่ยวแรง และมีเด็กเล็ก 13 คนต้องกินน้ำข้าวแทนนมแม่เนื่องจากร่างกายแม่ไม่สามารถผลิตน้ำนมได้ ชาวเพชรบุรีจึงรู้สึกเห็นใจและต้องการช่วยเหลือตามหลักของมนุษยธรรม โดยมองข้ามข้อกังขาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จนโดนคดี เพราะมองว่ามนุษยธรรมต้องมาก่อน เด็กๆควรได้รับการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวอัญชลีกล่าวว่า ขณะนี้คนเพชรบุรีได้ร่วมกันบริจาคเงินเป็นจำนวนกว่า 70,000 บาท รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคติดต่อโควิด โดยเป็นเจลและสเปรย์แอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีนมกล่อง ข้าวสารและอาหารแห้ง เช่น กุนเชียง หมี่โคราช โดยเงินบริจาคนั้นได้นำไปซื้อผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปจากชุมชนชาวเล ที่กำลังมีปัญหาขาดแคลนข้าว เนื่องจากไม่สามารถขายปลาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้จะนำเงินบริจาคไปซื้อผลิตภัณฑ์อาหารแห้งและพืชผักจากชาวบ้านโดยตรง โดยเน้นชุมชนที่กำลังมีความเดือดร้อน และเกษตรกรในพื้นที่แก่งกระจานและจังหวัดเพชรบุรีก่อน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชนด้วยกันเองใน&amp;rdquo;นางสาวอัญชลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110615</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางกลอย, มรดกโลก, เพชรบุรี, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f80af1507e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสม. เสนอเลื่อนขึ้นทะเบียน &#039;ป่าแก่งกระจาน&#039; เป็นมรดกโลก เผยยังไม่แก้ปัญหาชาวบางกลอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวซึ่งระบุว่า กสม. ขอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เนื่องจากห่วงปัญหาสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งนี้ตามที่รัฐบาลจะนำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเพื่อรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 16 &amp;ndash; 31 กรกฎาคม 2564 นั้น กสม.โดยนางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เสนอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติออกไปก่อน จนกว่าปัญหาสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยจะคลี่คลาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือดังกล่าว ระบุว่า กสม. เห็นถึงคุณค่าของการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อย่างไรก็ตามจากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนกรณีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน รวมทั้งที่ได้เคยตรวจสอบกรณีดังกล่าว กสม. มีข้อเสนอเพื่อพิจารณาในประเด็นดังนี้ 1. คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งในปัจจุบัน ยังปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหากรณีดังกล่าว อาทิ การโต้แย้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในพื้นที่ดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แม้ภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการจัดสรรพื้นที่ให้กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยที่ถูกย้ายออกจากพื้นที่ดั้งเดิมแล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยยังประสบปัญหาในการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ได้รับการจัดสรรอย่างจำกัด ไม่ครบถ้วน และสภาพดินไม่สามารถทำกินได้อย่างเพียงพอ ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2564 กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยบางส่วนได้กลับเข้าไปทำกินและอยู่อาศัยในพื้นที่ดั้งเดิม ทำให้ถูกจับกุมและเกิดข้อขัดแย้ง กระทั่งได้มีการแก้ไขปัญหาตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 67/2564 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2564 และมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ด้านขึ้นมา เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผลการดำเนินการและข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงซึ่งถูกจับกุมกำลังถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กสม. ขอเสนอให้รัฐบาลชะลอการเสนอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติออกไปก่อน จนกว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ เมื่อปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมแล้ว กสม. พร้อมที่จะสนับสนุนการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยมีลักษณะเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองสิทธิในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของตน รวมทั้งมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามได้ให้การรับรองไว้&amp;rdquo; ประธาน กสม. กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโส องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น-IUCN) กล่าวถึงกรณีที่ กสม.ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ชะลอการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกว่า ดีแล้วที่กสม.ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรี่องของทุกคนและทุกฝ่ายที่ต้องแสดงความคิดเห็นได้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพวกเราที่ต้องช่วยกันรักษา เวลาเดียวกันวิถีชีวิตของชุมชนเราก็ต้องเคารพและให้ความสำคัญด้วย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรือความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ซึ่งไอยูซีเอ็นให้ความสำคัญเรื่องนี้ การเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ เราให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมากต้องไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.จำเนียร กล่าวว่าคณะกรรมการมรดกโลกมี 2 คณะ คือระดับชาติที่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหน่วยประสาน และคณะกรรมการระดับสากลของยูเนสโก โดยในปีนี้ประเทศไทยมีนายสีหศักดิ์ &amp;nbsp;พวงเกตุแก้ว &amp;nbsp;เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ทั้งนี้คณะกรรมการมรดกโลกของประเทศไทยพยายามดำเนินการตามกฎระเบียบที่วางไว้ แต่คณะกรรมการมรดกโลกสากลได้ตั้งคำถามหลายเรื่องที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตและดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตของชุมชนและการมีส่วนร่วมของภาคี ซึ่งหน่วยงานราชการไทยบอกว่าทำเต็มที่แล้ว แต่ชุมชนบอกว่ายังไม่พอและไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเลย ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเห็นว่า หน่วยงานราชการยังทำไม่พอและต้องทำมากกว่านี้ และปัญหาค้างคาต้องได้รับการแก้ไขด้วย เช่น เรื่องสิทธิในที่ดินทำกินซึ่งรัฐบาลบอกว่าจัดสรรให้ชาวบ้านเพียงพอแล้ว แต่ชาวบ้านบอกยังขาดแคลนอยู่ เช่นเดียวกับเรื่องของสิทธิของชุมชนดั้งเดิมที่เคยอยู่บางกลอยบนก่อนย้ายลงมาด้านล่าง ชาวบ้านบอกว่าถูกบังคับให้ลงมาและกลับไปไม่ได้อีก ยิ่งช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ยิ่งทำให้ชีวิตพวกเขายิ่งลำบากจึงอยากกลับไปอยู่พื้นที่ดั้งเดิมหรืออย่างน้อยก็ได้กลับไปปลูกข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปกติไอยูซีเอ็นได้ให้ความคิดเห็นล่วงหน้าไปยังคณะกรรมการมรดกโลกอย่างน้อย 1 เดือน ครั้งนี้เราส่งไปโดยให้ความเห็นให้เลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะอยกขอให้เวลากับชุมชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งกรณีที่ชาวบ้านต้องขึ้นศาล เราอยากให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้คลี่คลายกว่านี้ อยากให้เห็นสัญญาณชัดของการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เร่งที่จะเสนอ เราเห็นใจรัฐบาลด้วยเช่นกัน เพราะเขาพยายามเต็มที่แต่มีข้อจำกัด&amp;rdquo; ดร.จำเนียร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้มีความสำคัญกับประเทศไทยแค่ไหน ดร.จำเนียรกล่าวว่า เห็นด้วยว่าแก่งกระจานมีความหลากหลายชีพภาพมากจริงๆ เมื่อเทียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นควรขึ้นทะเบียนมรดกโลกและควรได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจริงเพื่อเป็นเครื่องมือรักษาไว้ซึ่งความหลากหลาย โดยชุมชนมีส่วนร่วมรักษาความหลากหลายและการออกแบบการมีส่วนร่วมโดยต้องเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย แต่ครั้งนี้ตัวแปรของการมีส่วนร่วมไม่ได้มีการหารือกันอย่างจริงจริง รัฐบาลบอกว่าชาวบ้านได้เซ็นชื่อและได้หารือแล้ว แต่ชาวบ้านบอกว่ายังไม่รู้เรื่องเลยว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร หรือเขาจะได้รับผลจากการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างไร ถ้าเราได้ฟังกันหน่อยก็จะดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากรัฐบาลถอนตัวจากการขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกและลาออกจากสมาชิกไอยูซีเอ็น จะมีผลอย่างไรหรือไม่ ดร.จำเนียรกล่าวว่า ไม่ดีกับทุกฝ่ายเพราะสังคมโลกกำลังมองอยู่ โดยไอยูซีเอ็นเป็นองค์กรกลางที่จะได้มาซึ่งมรดกโลกอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ตนพูดเสมอว่าไอยูซีเอ็นไม่ใช่เซลล์แมน ดังนั้นการได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกต้องมีศักดิ์ศรีซึ่งหมายถึงความภูมิใจของทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราพยายามเป็นกลางบนข้อเท็จจริงมากสุด พวกเราไม่เข้าข้างใคร พิจารณาตามไปตามข้อเท็จจริง บางเรื่องที่ไอยูซีเอ็นใหญ่ถามมาก็ตอบไป แต่บางครั้งเขาก็มีคณะทำงานต่างหาก เขาไปสืบข้อเท็จจริงหรือฟังหน่วยงานต่างๆ เอง ไอยูซีเอ็นทำงานมา 74 ปีและเป็นองค์กรใหญ่ที่ฟังเสียงจากทุกฝ่าย เรามี 80 ประเทศ เราให้ความสำคัญมากเรื่องฟังเสียงของสมาชิก&amp;rdquo; ดร.จำเนียร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน คณะรัฐมนตรีองค์ได้พิจารณาเห็นชอบตามข้อเสนอของ ทส.ในเรื่ององค์ประกอบและท่าทีของราชอาณาจักรไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 โดยมีเนื้อหาว่า การขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน หากคณะผู้แทนไทยเห็นว่า(ร่าง) ข้อมติไม่มีผลดีต่อไทยในการนำเสนอพื้นที่ฯ เป็นแหล่งมรดกโลก เห็นชอบให้คณะผู้แทนไทย ชี้แจงทำความเข้าใจและโน้มน้าว คณะกรรมการมรดกโลก องค์กรที่ปรึกษา และศูนย์มรดกโลก เกี่ยวกับสถานการณ์ และวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และสนับสนุนราชอาณาจักรไทยในการผลักดันการขึ้นทะเบียนพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก รวมทั้ง ขอปรับแก้ (ร่าง) ข้อมติที่จะส่งผลต่อผลการดำเนินงานในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ประกอบด้วย 1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นที่ปรึกษา 2. นายสีหศักดิ์ พวงเหตุแก้ว ทำหน้าที่กรรมการในคณะกรรมการมรดกโลกและหัวหน้าคณะผู้แทนไทย 3. ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในการดำรงตำแหน่งกรรมการมรดกโลก วาระปี พ.ศ. 2562 &amp;ndash; 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109597</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, จังหวัดเพชรบุรี, บางกลอย, มรดกโลก, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed93e81eab4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน.อุทยานฯแก่งกระจาน เห็นใจชาวบางกลอยถูกกักตัว กำชับจนท.ช่วยเหลือเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.64 - นายอิทธิพล ไทยกลม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาวบ้านบางกลอยมีอาการเจ็บป่วยกว่า 30 คนรวมถึงเด็กๆเนื่องจากสภาวะขาดอาหาร นอกจากนี้ยังมีบางส่วนเสี่ยงต่อการติดโควิดว่า ขณะนี้อุทยานฯ มีการคัดกรองบุคคลภายนอกที่จะเข้าสู่พื้นที่อุทยานหรือผ่านขึ้นไปบ้านโป่งลึก-บางกลอย แต่ไม่ได้มีข้อห้ามชาวบ้านในพื้นที่เดินทางเข้าออกแต่อย่างใด ซึ่งได้ประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านมาโดยตลอด ขณะเดียวกันข้อเสนอของคณะกรรมการแก้ไขปัญหากรณีบางกลอยที่ต้องการให้ทางอุทยานฯ ตั้งจุดรับบริจาคอาหารและสิ่งของจำเป็นให้ชาวบ้านบางกลอยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพล กล่าวว่าอุทยานฯ ยินดีและพร้อมขนส่งขึ้นไปให้ถึงมือชาวบ้านทุกครอบครัว เนื่องจากเข้าใจเห็นใจชาวบ้านที่เดือดร้อนจากกรณีปัญหาที่ดินทำกินและยังได้รับผลกระทบซ้ำจากสถานการณ์โควิด รวมไปถึงการรับส่งผู้ป่วยจากหมู่บ้าน ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนว่า หากมีชาวบ้านร้องขอหรือมีกรณีเร่งด่วนต้องให้การช่วยชาวบ้านอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ชาวบ้านยังสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนที่ประจำอยู่ที่บ้านโป่งลึกได้อีกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อวานนี้หลังจากมีข่าวว่าชาวบ้าน 2 ครอบครัวเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ประสานกับผู้ใหญ่บ้านโป่งลึกและบางกลอยขึ้นไปตรวจอาการ ให้ทำการกักตัวผู้มีความเสี่ยงไว้ 14 คน แต่ทุกคนยังไม่มีใครแสดงอาการป่วย ทางอุทยานได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามอย่างใกล้ชิด หากมีกรณีฉุกเฉินเรายินดีช่วยชาวบ้านและประสานหน่วยงานช่วยเหลือทันที&amp;rdquo; นายอิทธิพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาที่ดินทำกินของชาวบ้านนั้น ยอมรับว่ามีความซับซ้อน เนื่องจากนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ชาวบ้านอพยพลงมาปี 2539 มีการจัดสรรที่ดินให้ แต่หลังจากนั้นมีการอพยพกันอีกหลายครั้ง ทางอุทยานฯ ก็มีการสำรวจพยายามจัดสรรที่ดินอีกหลายครั้ง แต่เนื่องด้วยที่ดินจำกัดและครอบครัวมีการขยาย จนการสำรวจล่าสุดในปี 2561 ได้พยายามแก้ปัญหา แต่ถึงปี 2564 มีจำนวนชาวบ้านเพิ่มขึ้นอีก จึงต้องใช้เวลาให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันแก้ปัญหาร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวบ้านต้องออกไปทำงานข้างนอก พอเจอโควิดต้องกลับมาก็ไม่มีที่ทำกิน เพราะที่ดินมีจำกัดแค่นั้น จะให้ไปถางป่าเพิ่มก็ทำไม่ได้ ส่วนมาตรา 65 พรบ.อุทยานฯ ที่ผ่อนปรนให้ชาวบ้านไปเก็บของป่าเพื่อดำรงชีพได้ ตั้งแต่ผมมาเป็นหัวหน้าที่นี่เดือนมีนาคมก็ไม่เคยปิดกั้นหรือจับกุม ชาวบ้านสามารถเข้าไปหาหน่อไม้หรือเก็บทรัพยากรที่ขึ้นทดแทนได้ หรือจับปลาได้ ยกเว้นแต่ถ้าการล่าสัตว์ใหญ่ ช้าง กวาง หรือกระทิง ที่ต้องจับกุม เราเข้าใจว่าชาวบ้านจำเป็นต้องหากิน หลังจากนี้จะเร่งการสำรวจร่วมกับชาวบ้าน จัดทำแนวขอบเขตตามมาตรา 65 ให้ชัดเจน&amp;rdquo; หัวหน้าอุทยานฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย กล่าวว่า หลังมีการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กรณีขอให้เร่งหามาตรการเยียวยาด้านปากท้องและการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังถูกอพยพโยกย้ายและต้องถูกดำเนินคดีจากการกลับขึ้นไปทำกินในพื้นที่บางกลอยบน ซึ่งเป็นถิ่นฐานดั้งเดิม แม้จะมีหน่วยงานลงมาในพื้นที่แต่ชาวบ้านยังต้องกินอาหารที่ได้รับบริจาคที่มีสารอาหารไม่เพียงพอ ที่มีเพียงข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือปลากระป๋องเท่านั้น สำหรับบางคนที่พอปลูกพืชอาหารในที่ดินตัวเองได้บ้าง จะเอามาขายในชุมชน แต่จากปัญหาเศรษฐกิจและโควิด-19 ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเงินเพียงพอซื้ออาหารเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องเข้าไปหาอาหารในป่าชาวบ้านยังกังวลมาก ทีแรกเราเจอโควิดเราก็คิดว่าเข้าไปหาอะไรกินในป่าก็ได้ พวกปลา พืชผักอะไรต่างๆ แต่ว่าตอนนี้ชาวบ้านไม่กล้า กลัวเพราะอุทยานฯ เขาอาจจะลาดตระเวนแล้วมาเจอเรา ตอนนี้ก็ยังกินอาหารเหมือนเดิม เป็นอาหารบริจาค ก็ต้องกินไปเพราะไม่มีอะไรกิน&amp;rdquo; นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร คำชำนาญ ผู้ประสานงานภาคี #SAVEบางกลอย กล่าวว่า สถานการณ์ความเจ็บป่วยและการขาดแคลนอาหารของชาวบ้านบางกลอยรุนแรงกว่าคาดไว้มาก เชื่อว่าเป็นการสั่งสมปัญหามาหลายปีนับตั้งแต่ถูกอพยพ เพราะชาวบ้านไม่สามารถทำกินได้ ไม่มีอาหารที่ดีกิน ถูกละเลยมาอย่างยาวนาน เหมือนเป็นระเบิดเวลาที่มาปะทุในช่วงวิกฤตโควิด-19 พอดี ขณะนี้ชาวบ้านกำลังจะอดตาย เป็นภาพสะท้อนว่าชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอยนั้นถูกมองว่าเป็นอื่นและเป็นเพียงหน่วยนับทางประชากรในสายตาของรัฐไทยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มันคือการทิ้งให้ชาวบ้านตายจริงๆ ไม่ใช่การฆ่าด้วยวาทกรรมอีกต่อไปแล้ว พื้นที่นี้เป็นเหมือนคุกคุมขังชาวบ้านจนเกิดเป็นภาวะขาดสารอาหาร มันคือการถูกบังคับให้อพยพ ถูกบังคับให้อดอยาก คำถามคือในเมื่อสถานการณ์มันมาถึงจุดนี้แล้ว เราควรต้องบังคับกดขี่เขาต่อไปจริงๆ ไหม สังคมไทยหรือสังคมโลกจะได้อะไรจากการทำร้ายชุมชนกะเหรี่ยงที่บ้านบางกลอยหรือ เราจะภาคภูมิใจกับมรดกโลกบนความเจ็บป่วยและความตายของชาวบ้านจริงๆ หรือ&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109184</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, บางกลอย, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e84d694a067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาถแม่ลูกอ่อนป่วยขาดอาหาร-ไม่มีนมให้ลูก ชาวบางกลอยเผชิญทุกข์อีกระลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ของชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่าขณะนี้หลายครอบครัวกำลังเผชิญกับความยากลำบาก เนื่องจากขาดแคลนอาหารโดยเฉพาะข้าว ภายหลังจากเมื่อต้นปีที่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้กลับขึ้นไปในพื้นที่ดั้งเดิมที่เคยทำไร่หมุนเวียนที่เรียกว่าหมู่บ้านบางกลอยบน และต่อมาได้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานสนธิกำลังเข้าจับกุมนำตัวลงมาดำเนินคดี และผู้บริหารประเทศบางคนบอกว่าจะเร่งหาพื้นที่ทำกินและให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ล่าสุดยังไม่มีความช่วยเหลือใดๆเป็นรูปธรรม ขณะที่ชาวบ้านไม่มีที่ดินทำไร่และต้องเผชิญกับความขาดแคลนอาหารอีกครั้ง หลายคนเริ่มมีอาการป่วยในลักษณะเดียวกัน คือไม่มีทีเรี่ยวแรง ปวดหัว ไม่สามารถทำงานได้ ในขณะที่แม่ลูกอ่อนคนหนึ่งที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมขณะนี้ล้มป่วยจนไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน มีอาการตัวบวม โดยชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากการขาดแคลนอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากผู้ประสานงานกับชาวบ้านมาว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านบางส่วนต้องกินข้าวกับผงชูรส หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋องเป็นอาหารหลักโดยอาหารทั้งหมดได้รับบริจาคจากคนภายนอก เนื่องจากชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปหาพืชผักจากในป่าเพราะกลัวอุทยานฯจับกุมและตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราไม่สามารถออกไปรับจ้างหรือประกอบอาชีพเพื่อหารายได้เนื่องจากวิกฤติโรคระบาด ทำให้ไม่มีเงินพอที่จะซื้ออาหาร เราไม่กล้าบอกใคร เพราะรู้สึกเกรงใจ ที่ผ่านมาคนภายนอกก็เข้ามาช่วยพวกเราเยอะแล้ว เราอยากกลับไปปลูกข้าวเอง แต่ก็ทำไม่ได้ เราไม่เหลือทางเลือกใดๆเลย แถมตอนนี้ยังถูกดำเนินคดีและต้องไปต่อสู้อีก&amp;rdquo;ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อเดือนก่อนผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านถึงความขาดแคลนด้านอาหารเนื่องจากมีบุคคลภายนอกเตรียมจัดส่งความช่วยเหลือมาให้ แต่ตัวแทนชาวบ้านให้ข้อมูลว่าปัจจุบันชาวบ้านยังพอมีข้าวสารสำรอง แต่ที่ขาดแคลนคือกับข้าว ทั้งผักและเนื้อสัตว์ แต่ขอไม่รับความช่วยเหลือจากสังคม ซึ่งขณะนั้นมีข่าวว่าชาวกะเหรี่ยงที่ริมแม่น้ำสาละวินซึ่งหนีภัยการสู้รบกำลังขาดแคลนอาหาร ทำให้ชาวบางกลอยขอให้นำอาหารดังกล่าวไปช่วยเหลือผู้หนีภัยที่ริมแม่น้ำสาละวินก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวถึงการที่ชาวบ้านไม่สามารถหาอาหารจากธรรมชาติในวิถีดั้งเดิมได้ต้องพึ่งพาจากภายนอกเพราะข้อห้ามจากกฏหมายอุทยานฯ ที่เหมือนกับว่า อุทยานเอากฎหมายของตนเปรียบเสมือนไม้บรรทัดของตัวเอง ไปวัดความเป็นธรรมทางสังคม โดยไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิม และการเอากฎหมายบ้านเมืองสมัยใหม่ไปดำเนินคดีอาญาต่อชนกะเหรี่ยงดั้งเดิม ทำให้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นรุนแรงทั้งทางด้านกายภาพและจิตใจ เช่น การที่คนที่ไม่รู้ภาษาไทย ไม่เข้าใจตัวบทกฏหมาย &amp;nbsp;เขาเพียงต้องใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ทำไมเราถึงเอากฏหมายอุทยานสมัยใหม่ซึ่งเนื้อแท้จริงๆแล้วมันขัดกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชน เอาไม้บรรทัดแบบนี้วัดเขาได้อย่างไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รัฐไทยทำเป็นไม่รู้และไม่เข้าใจเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เรื่องอาหารการกินสุขภาพ มันคือความโหดร้ายของทั้งกฏหมายไทยและนักกฏหมายไทยรวมถึงนโยบายของรัฐ อย่างพวกเราไปช่วยกันก็ได้แค่ระดับหนึ่ง แต่โดยเนื้อแท้แล้วชาวบ้านก็ชอกช้ำจากการถูกกระทำโดยรัฐไทยมาตลอด มันเป็นนโยบายการเลือกปฏิบัติต่อชาติพันธุ์อย่างชัดเจน ที่พยายามไล่บี้พวกเขาให้ตายภายใต้กฏหมายบ้านเมืองที่กำลังทำร้ายชาวกะเหรี่ยง&amp;rdquo;น.ส.พรเพ็ญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งชาวกะเหรี่ยงบางกลอยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ถูกกดดันให้อพยพลงมาจากบ้านบางกลอยบนตั้งแต่ปี 2554 โดยข้าราชการกรมอุยานฯและเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานได้สนธิกำลังขึ้นไปขับไล่ให้ออกจากพื้นที่โดยอ้างเรื่องความมั่นคง ซึ่งมีการเผาที่พัก ยุ้งฉางและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ทำให้ชาวบ้านกลุ่มใหญ่ต้องเดินเท้าลงมาอยู่กับญาติพี่น้องที่หมู่บ้านบางกลอยล่างซึ่งถูกอุทยานฯชักชวนให้อพยพมาก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2539 อย่างไรก็ตามชาวบ้านกลุ่มนี้กลับไม่ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเท่าที่ควร แม้กระทั่งที่ดินที่ทำกินชาวบ้านก็ยังขาดแคลน บางส่วนที่ได้ที่ดินแล้วทำกินไม่ได้เนื่องจากเป็นดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์และไม่สามารถปลูกข้าวได้เนื่องจากเป็นดินลูกรัง จนในที่สุดชาวบ้านส่วนหนึ่งได้อพยพกลับขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมในบางกลอยบนเพื่อทำไร่หมุนเวียนและถูกเจ้าหน้าที่รัฐสนธิกำลังจับกุมและดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106670</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, บางกลอย, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cad0935105a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปล่อยตัวชาวบางกลอย เหตุตร.-อัยการส่งฟ้องไม่ทัน คนเมืองเพชรพร้อมหนุนกะเหรี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64 - ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 28 คน เดินทางไปที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี เพื่อรายงานตัวตามกำหนดฝากขังจำนวน 22 คน (หนึ่งคนเป็นเยาวชน) ขณะที่ชาวบ้านอีก 6 คน เป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยกลุ่มแรก(22 คน) ผลปรากฏว่าพนักงานสอบสวนและอัยการไม่สามารถส่งสำนวนฟ้องต่อศาลได้ตามกำหนด ศาลจึงมีคำสั่งปล่อยตัวชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดี และกำหนดนัดพบอัยการอีกครั้งในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 แต่อย่างไรก็ตามเยาวชน 1 คน ยังต้องเข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชนต่อไป ส่วนชาวบ้านกลุ่มสอง(6 คน) ได้รับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่ยังไม่ครบกำหนดฝากขัง วันนี้จึงไม่มีการดำเนินการในชั้นอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศในวันนี้มีเครือข่ายภาคี #SAVEบางกลอย ตัวแทนองค์กรช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน และนักกฏหมาย เข้ามาช่วยเหลือประสานงานทางคดีให้ชาวบ้าน นอกจากนี้มีตัวแทนคนเมืองเพชรบุรีมาให้กำลังชาวบ้าน และเป็นผู้ให้การดูแลทั้งเรื่องอาหารและสถานที่พักค้างคืนให้แก้ชาวบ้านทั้ง 28 คน ที่ต้องเดินทางมาล่วงหน้าเพื่อให้ทันไปตามนัดศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นทนายความและชาวบ้านได้ยื่นหนังสือถึงอัยการจังหวัดเพชรบุรีและอัยการสูงสุดเพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว ซึ่งตามระเบียบและกฎหมายนั้น เมื่อผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม โดยเฉพาะร้องขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนใหญ่อัยการก็จะมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมก่อน ก่อนที่จะมีคำสั่งว่าจะส่งฟ้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อัยการให้ความสะดวกเนื่องจากเป็นสถานการณ์โควิด และน่าจะต้องมีการสอบสวนเพิ่มแน่นอน อัยการเลยนัดวันที่ 29 ก.ค. เพื่อที่จะมารับทราบว่าอัยการจะส่งฟ้องทันหรือไม่ วันนี้ชาวบ้านและทนายความได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมสำหรับผู้ต้องหาที่ยังไม่มารับทราบข้อหาเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ด้วย ฉะนั้นทั้งหมด 28 คน ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมจากพนักงานอัยการเพิ่ม โดยเฉพาะสอบสวนนักวิชาการ ตอนนี้เราเสนอรายชื่อไป 7 ท่าน&amp;rdquo; นางสาว ส.รัตนมณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาว ส.รัตนมณี กล่าวต่อว่า รายชื่อนักวิชาการทั้ง 7 คน ที่พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำเพิ่มตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมนั้น ประกอบด้วยอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นักวิชาการที่ศึกษาและเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อแก้ปัญหากรณีกะเหรี่ยงบางกลอย 1.นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2.ดร. สมศักดิ์ สุขวงศ์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการบริการบริหาร ศูนย์วนศาสตร์ชุมชน (RECOFTC) 3.ดร. กฤษฎา บุญชัย สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา 4.นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม 5.นางสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 6.รศ.ดร.นฤมล อรุโณทัย ผู้อำนวยการสภาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7.ศ.ดร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพชร คำชำนาญ ภาคี #SAVEบางกลอย กล่าวว่า การยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมที่มีทีมทนายความช่วยเหลือ ทำให้เบาใจไปได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่าระดับนโยบายและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ที่แม้นโยบายเปิดให้แก้ปัญหาแต่ในพื้นที่ยังคงมีการดำเนินการกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเห็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลและฝ่ายการเมืองหลายครั้งในช่วง 4-5 เดือนของการเคลื่อนไหวเพื่อพาชาวบางกลอยกลับบ้าน แต่หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังไม่รับลูก กรมอุทยานฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ เองก็ดูจะลอยตัว เลยทำให้ปัญหาไม่เคยถูกแก้ เป็นเพียงการชะลอ และชาวบ้านก็ยังต้องหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีกในอนาคตหรือไม่ ซึ่งความขัดแย้ง ย้อนแย้งกันของรัฐบาลและหน่วยงานแบบนี้จะไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเลย&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหน่อแอะ มีมิ ชาวบ้านบางกลอย หนึ่งในผู้ต้องหา 22 คนแรก กล่าวว่า วันนี้เห็นกระบวนการที่หลายฝ่ายให้ความช่วยเหลือ ทั้งคนเพชรบุรีและทีมทนายความ รวมถึงรัฐบาล ซึ่งตนยืนยันว่าการกลับไปที่บางกลอยบนไม่ใช่ความผิด ไม่ควรต้องถูกดำเนินคดีหรือติดคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราก็อยากจะยืนยันว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ควรต้องติดคุก ถ้าถอนคดีได้ก็อยากให้ถอน แล้วปัญหาของเราไม่มีอะไรมากเลย เราก็แค่อยากจะกลับไปอยู่ในที่ทำกินเดิม เราไม่ได้ท้าทายอำนาจของใครหรือท้าทายกฎหมายของใคร เราเพียงต้องการกลับไปอยู่ในพื้นที่เดิมที่เราอยู่มาก่อนเท่านั้น&amp;rdquo; นายหน่อแอะกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนอแอะ กล่าวต่อว่า ไม่รู้ว่าจะขอบคุณคนเพชรอย่างไรที่ให้การช่วยเหลือมากมายขนาดนี้ ทั้งสถานที่ อาหาร และให้การตอนรับเป็นอย่างดี เราอยากให้โรคร้ายที่เกิดขึ้นตอนนี้กับคนเมืองผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และก็หวังว่าคนปลายน้ำและต้นน้ำ จะกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจำลอง วิลัยเลิศ ผู้แทนกลุ่มอนุรักษ์เมืองเพชร ที่เดินทางมาให้กำลังใจชาวบ้าน กล่าวกับชาวบ้านว่า คนเพชรบุรีพร้อมจะช่วยเหลือชาวบ้านบางกลอยเสมอ อยากให้คิดเสมอว่าพี่น้องชาวกะเหรี่ยงนั้นไม่ได้สู้ตามลำพัง แต่จะมีคนเพชรบุรีอีกจำนวนมากร่วมกันสู้ไปพร้อมพี่น้องบางกลอย ไม่ต้องเกรงใจเพราะเราคนเพชรยีนดีช่วยเหลือเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104510</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุรักษ์เมืองเพชร, จังหวัดเพชรบุรี, บางกลอย, สิทธิมนุษยชน, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0d653da86c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
