<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อนำชาวบางปะกงร้องนายกฯค้านผุดโรงงานหลอมพลาสติกใจกลางชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทราว่ามีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินและขับไล่ชาวบ้านให้ออกไปจากพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงงานหลอมพลาสติกขึ้นในพื้นที่ใจกลางชุมชน ซึ่งชาวบ้านไม่ยินยอม ที่จะเอามลพิษมาตั้งอยู่ใกล้ชุมชน จึงรวมตัวกันประท้วงผู้ประกอบการดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง แต่โรงงานก็ยังเดินหน้าถมที่ดินและขับไล่ชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง โรงงานหลอมพลาสติกประเภทดังกล่าว จะก่อมลพิษกลิ่นเหม็นแพร่กระจายในชุมชนโดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน ซึ่งสารพิษในพลาสติกล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง เพราะสาร Vinyl chloride monomer ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็ก สตรีมีครรภ์และคนชรา ซึ่งโรงงานประเภทนี้ควรไปตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ห่างไกลจากชุมชนจึงจะเหมาะสม ไม่ใช่มาตั้งใกล้ชิดกับชุมชนเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่ท่าข้าม บางปะกง จึงได้รวมตัวกันใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.43(3) ในการเข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา อธิบดีกรมโรงงาน รมว.อุตสาหกรรม เลขาธิการ EEC ผ่าน ฯพณฯนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ยับยั้งการใช้อำนาจในการออกใบอนุญาต รง.4 ให้กับโรงงานดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และไม่เป็นการขัดต่อนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำลังรณรงค์ลดการใช้พลาสติกอย่างจริงจังในขณะนี้ เพราะหากโรงงานประเภทนี้เกิดขึ้นได้ก็จะเป็นการย้อนแย้งต่อนโยบายของรัฐบาล หรือการตี 2 หน้าของรัฐซึ่งชาวท่าข้าม บางปะกง ไม่ยอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวท่าข้าม บางปะกง ประมาณ 2 รถบัส จึงจะนำรายชื่อผู้ที่ร่วมเข้าชื่อคัดค้านไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังหน่วยงานต่างๆข้างต้น เพื่อขอให้ยับยั้งการออกใบอนุญาตให้โรงงานดังกล่าว โดยจะเดินทางไปในวันพฤหัสที่ 14 พ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพร.เดิม) และหากการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญนี้ไม่เป็นผล ชาวบ้านจะรวมตัวกันยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50165</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ฉะเชิงเทรา, นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, บางปะกง, ศรีสุวรรณ จรรยา, โรงงานหลอมพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcb5ba1d5f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พน. ลงพื้นที่โรงไฟฟ้าบางปะกง มั่นใจ กฟผ. นำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไฟฟ้าได้ตามแผน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้เดินเครื่องด้วยน้ำมันปาล์มดิบ โดยจะเริ่มทดสอบระบบภายในเดือนธันวาคม เพื่อให้สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 62 ตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้เดินเครื่องด้วยน้ำมันปาล์มดิบ ที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยดูพื้นที่บริเวณถังน้ำมันที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันปาล์มดิบ ห้องควบคุมการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 และบริเวณท่าเรือรับน้ำมันปาล์มดิบ พร้อมทั้งรับฟังแผนการดำเนินงานจากผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำให้มั่นใจได้ว่า กฟผ. มีการวางแผนงานที่ดี และมีทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมีอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไฟฟ้าได้ตามที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ด้านนายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าและแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้เดินเครื่องด้วยน้ำมันปาล์มดิบ ว่า กฟผ. ได้ปรับปรุงระบบเผาไหม้เชื้อเพลิงรับจ่ายน้ำมัน เช่น หัวจ่ายเชื้อเพลิง ( Burner ) ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหน่วยที่ 3 ให้พร้อมใช้น้ำมันปาล์มดิบร่วมกับก๊าซธรรมชาติในอัตราส่วน 50 : 50 โดยมีปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเดือนละ 30,000 ตัน ซึ่ง กฟผ. จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในราคากิโลกรัมละ 18 บาท ณ ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าบางปะกง ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดหาจากเกษตรกรผู้ผลิตที่ลานเทและโรงสกัดขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่แหล่งผลิตที่สำคัญ เช่น จ.กระบี่ สุราษฎร์ธานี และชุมพร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับการขนส่งน้ำมันปาล์มดิบไปยังโรงไฟฟ้านั้น กฟผ. จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ใช้การลำเลียงทางเรือวันเว้นวัน ขนาดความจุลำละ 2 พันตัน นำขึ้นที่ท่ารับน้ำมันฝั่งศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นจะใช้รถบรรทุกขนาด 20 ตัน ขนส่งจากท่ารับน้ำมันฯ ไปที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ระยะทาง 11 กิโลเมตร โดยขนส่ง 3 ช่วงเวลา คือ 05.00 &amp;ndash; 07.00 น. 09.00 &amp;ndash; 16.00 น. และ 19.00 &amp;ndash; 22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ทั้งนี้ กฟผ. จะเริ่มทยอยรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันปาล์มดิบอย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 15 มกราคม 2562 และจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม 2562 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งสิ้น 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22910</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์, นายพัฒนา แสงศรีโรจน์, น้ำมันปาล์มดิบ, บางปะกง, รมว.พน., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.), โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd13082a780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
