<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.จับตาระดับน้ำนิคมอยุธยา พร้อมเตรียมมาตรดูแลเต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.จับตาระดับน้ำ หวั่นเกิดอุทกภัยในนิคม โดยเฉพาะในอยุธยา ชี้ปัจจุบันยังอยู่ในระดับปกติ พร้อมเผยมาตรการป้องกัน-แผนบริหารจัดการน้ำ ยันทุกแห่งเตรียมการอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07ก.ย. 61 - นายวิฑูรย์ อยู่ทิม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) (สายงานปฎิบัติการ 1) เปิดเผยว่า กนอ.ได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและการเกิดอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะ 3 นิคมอุตสาหกรรมในจ.อยุธยา ได้แก่ นิคมฯสหรัตนนคร นิคมฯบางปะอิน และนิคมฯบ้านหว้า(ไฮเทค) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยเบื้องต้นได้สั่งการไปยัง 3 นิคมฯ ดังกล่าว รวมถึงนิคมฯอื่นๆ ให้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและการติดตามสถานการณ์ประจำวันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การตรวจสอบระดับน้ำในคลองรอบนิคมฯ ตรวจสอบและซ่อมแซมเขื่อน/คันดินรอบนิคมฯ รวมถึงให้ติดตามข่าวสารและข้อมูลพยากรณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ระดับน้ำทะเลหนุนของกรมอุทกศาสตร์ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ รวมถึงการเตรียมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินในกรณีที่เกิดอุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำและมาตรการเตรียมความพร้อมในนิคมฯ ทั้ง 3 แห่ง ยังอยู่ในระดับปกติโดย แต่ต้องติดตามตรวจสอบระดับน้ำและปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ และเขื่อนพระรามหก รวมทั้งปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโครงการนิคมฯ บางปะอิน โดยตรวจเช็คระดับ รวมถึงระบบระวังน้ำภายนอกและระบบแจ้งเตือนภัยโดยได้ติดตาม ตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำผ่านเขื่อนดังกล่าว รวมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำประจำวันจากชลประทาน ซึ่งพบว่าเกณฑ์การเฝ้าระวังทั้งหมดยังอยู่ในระดับปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย โบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้ร่วมบูรณาการกับกนอ. จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ในการแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ในการหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมเพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วม โดยมี 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ 93 เครื่อง ติดตั้งในจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจำนวน 54 จุดทั่วอยุธยา และรถสูบน้ำจำนวน 3 คัน 2. เตรียมพร่องน้ำจากลำคลองเพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ต่ำกว่าตลิ่งและอยู่ในระดับที่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การรายงานสถานการณ์ทุกวันเพื่อสื่อสารให้ผู้ประกอบการภายในได้ทราบความเคลื่อนไหวของสถานการณ์อุทกภัยเป็นประจำทุกวัน และตรวจเช็คปริมาณน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่จะเติมเข้ามาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดการณ์ว่า ช่วงเดือนกันยายนถึงจะทราบปริมาณน้ำ เพราะต้องประเมินจากปริมาณของฝนที่ตกลงมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17039</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นิคมสหรัตนนคร, นิคมอุตสาหกรรม, บางปะอิน, บางหว้า, วิฑูรย์ อยู่ทิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b926cf550138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.แจ้งยกเลิกขายซองประมูลงานบำรุงรักษามอเตอร์เวย์2สาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.แจ้งยกเลิกประกาศเชิญชวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา หรือ&amp;nbsp;O&amp;amp;M โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน &amp;ndash; นครราชสีมา และสายบางใหญ่ &amp;ndash; กาญจนบุรี ออกไปอย่างไม่มีกำหนดอ้างต้องทบทวนรายละเอียดเพิ่มเติม
&amp;nbsp;
​24พ.ค.61-นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงขอยกเลิกประกาศเชิญชวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&amp;amp;M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน &amp;ndash; นครราชสีมา และสายบางใหญ่ &amp;ndash; กาญจนบุรี ประกาศ ณ วันที่ 20 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา ออกไปก่อน รวมถึงเลื่อนกำหนดการขายเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุน (RFP) ออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เดิมนั้นกรมทางหลสวงได้ประกาศเชิญชวนไปเมื่อวันที่20 เม.ย. ที่ผ่านมา และ ได้กำหนดการขายเอกสารข้อเสนอ การร่วมลงทุน (Request for Proposal: RFP) ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. &amp;nbsp;ถึงวันที่ 27 มิ.ย. 2561 เนื่องจาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุน (Request for Proposal : RFP) ปรากฏว่ายังมีประเด็นด้านข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องไม่ชัดเจน &amp;nbsp;จำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาทบทวนรายละเอียดเพิ่มเติม &amp;nbsp;&amp;quot;นายธานินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบเกี่ยวกับกำหนดการออกประกาศเชิญชวนฉบับใหม่ทางเว็บไซต์ของกรมทางหลวง www.doh.go.th และเว็บไซต์ของโครงการwww.doh-motorway.com ในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, กาญจนบุรี, นครราชสีมา, บางปะอิน, บางใหญ่, บำรุงรักษา, มอเตอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b068545711fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงเร่งบิ๊กโปรเจ็กต์รองรับอีอีซี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงลั่นปี 62 ของบ 2.9 แสนล้านบาทเดินหน้าโครงการบิ๊กโปรเจ็กต์ เพื่อรองรับโครงการอีอีซี พร้อมยอมรับเบิกจ่ายปี 61 ช้ากว่าแผนหลังมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจน์อืดติดปัญหาเวนคืนที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 61- นายธานินทร์ สมบูรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวงเตรียมเสนอของบประมาณประจำปี 2562 วงเงิน 290,000 ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินการต่างๆโดยเฉพาะใน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1.โครงการในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี วงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท จำนวนทั้งหมด 62 โครงการ ซึ่งตามแผนงานนั้น จะดำเนินการใน 30 โครงการแรกให้แล้วเสร็จภายในปี 2563-2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.โครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม 2) ระยะทาง 73 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อเชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษ สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตกของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ของคณะกรรมการชำนาญการพิเศษ หรือ คชก. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้เร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ3.โครงการต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี สายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ระยะทาง 30 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับโครงการมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ และเข้าสู่จังหวัดในโซนภาคตะวันตกได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 61 ล่าสุดทล.สามารถเบิกจ่ายได้ 36% ซึ่งล่าช้าไปกว่าแผนที่กำหนดไว้ ตั้งเป้าไว้ที่ 95% และรัฐบาลตั้งไว้ที่ 96% ที่ยังเบิกงบได้น้อย เพราะติดปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินของมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ส่วนการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข6สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง196กิโลเมตร(กม.)งบประมาณก่อสร้าง76,600 ล้านบาท นั้น ขณะนี้คืบหน้าไปแล้ว 32% ซึ่งเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้ประมาณ5% มั่นใจว่าการก่อสร้างโครงการจะเป็นไปตามแผนและแล้วเสร็จ ภายในเดือนก.ค. 2563 นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5599</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, กาญจนบุรี, ธานินทร์, นครราชสีมา, บางปะอิน, บางใหญ่, มอเตอร์เวย์, อีอีซี, เหลืองสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3aadf6ac53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
