<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม เล็งชง ครม.ขอเพิ่มวงเงินสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการปรับแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) &amp;nbsp;สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) ระยะทาง 196 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 8.46 หมื่นล้านบาท จำนวน 17 ตอน จากทั้งหมด 40 ตอนว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากกรมทางหลวง (ทล.) ว่า ขณะนี้ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว 3 ตอน ส่วนที่เหลืออีก 14 ตอน ยังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือน ธ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอผลการตรวจสอบฯ จำนวน 3 ตอนที่ตรวจสอบแล้วเสร็จให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อน โดยจะไม่รอให้ผลการตรวจสอบฯ ครบทั้งหมดแล้วจึงจะเสนอ ครม. เพราะจะทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานก่อสร้างต่อไปได้ สำหรับ 3 ตอนที่จะเสนอให้ ครม. พิจารณานั้น จะขออนุมัติวงเงินก่อสร้างเพิ่มเพียง 1 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 34 ช่วงทางยกระดับผ่านเรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เนื่องจากมีเหตุมีผล และมีความจำเป็นต้องปรับแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่อีก 2 ตอนนั้น ไม่ต้องขออนุมัติวงเงินก่อสร้างเพิ่ม เนื่องจากสามารถใช้งบประมาณที่เหลือจากการก่อสร้างตามสัญญาเดิม มาใช้ดำเนินการก่อสร้างได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้รับอนุมัติจาก ครม. เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่มีการขอเพิ่มกรอบวงเงินโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ประมาณ 120 ล้านบาท ส่วนการเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมานั้น ทล. รายงานว่า จะเปิดให้บริการได้ตลอดเส้นทาง 196 กม. ในปี 2566 อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจาก ทล. แจ้งว่า เดิมทีที่มีการแก้ไขปรับแบบ 17 ตอน จะใช้วงเงินเพิ่มไม่เกิน 6,800 ล้านบาท และยังอยู่ในกรอบวงเงินก่อสร้างที่ ครม.เคยอนุมัติไว้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น ทล. อยู่ระหว่างดำเนินการ และปรับแผนในการเสนอขออนุมัติกรอบวงเงินจาก ครม. เพิ่ม โดยจะทยอยเสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติในตอนที่ปรับแบบแล้วเสร็จ และได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงครบถ้วน จากเดิมจะเสนอ ครม. ขออนุมัติในครั้งเดียวทั้ง 17 ตอน เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุด ทล.ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและมีความพร้อมแล้วจำนวน 5 ตอน โดยจะเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาภายในเดือนนี้ (ต.ค. 2564) ก่อนที่จัเสนอเข้า ครม.พิจารณาต่อไป จากนั้นในเดือน พ.ย. 2564 จะเสนอการปรับแบบเพิ่มอีก 3 ตอน และส่วนอีก 9 ตอนที่เหลือจะเร่งดำเนินการ เพื่อให้กระทรวงคมนาคม เสนอ ครม.ให้ครบทั้งหมด 17 ตอน ภายในเดือน ธ.ค. 2564 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่ได้เร่งรัดดำเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วและเป็นไปตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง เนื่องจาก ทล. ได้ลงนามสัญญาการก่อสร้างงานระบบ พร้อมการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M) ของโครงการดังกล่าว กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2564 ขณะนี้คู่สัญญาได้ลงพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อม และคาดว่าในช่วง ธ.ค.64 จะเริ่มดำเนินการได้ เพื่อให้แล้วเสร็จในปลายปี 2565 และเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2566&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างมอเตอร์เวย์, ขอเพิ่มวงเงิน, ครม., บางปะอิน-โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_610903e59185e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เปิดมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ให้บริการชั่วคราว &#039;ปากช่อง-สีคิ้ว&#039; เริ่ม 9-19 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7&amp;nbsp;เม.ย.64 -&amp;nbsp;ที่บริเวณจุดตัดกับถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บ้านหนองไผ่ล้อม ตําบลหนองสาหร่าย อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สาย บางปะอิน - สระบุรี - นครราชสีมา ช่วงอําเภอปากช่อง - อําเภอสีคิ้ว โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะ ร่วมพิธีเปิด โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดยมีมาตรการเข้มข้มการคัดกรองผู้ร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยให้กับประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;2564 ซึ่งจะเปิดให้บริการชั่วคราวทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;6 (มอเตอร์เวย์) ช่วง ปากช่อง-สีคิ้ว ระยะทาง&amp;nbsp;35.75&amp;nbsp;กิโลเมตร เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรในเส้นทางสู่ภาคอีสาน ซึ่งกรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมในการเปิดใช้งานดังกล่าว โดยการปรับปรุงทางเชื่อมทางเข้า-ออก ปรับปรุงจุดกลับรถ ไฟฟ้าแสงสว่าง เพิ่มป้ายประชาสัมพันธ์ อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จะมีจุดเริ่มต้นทางเข้าบริเวณทางเบี่ยงบนทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;2 (ถนนมิตรภาพ) กิโลเมตรที่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;สิ้นสุดทางออกที่ ทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;201&amp;nbsp;กิโลเมตรที่&amp;nbsp;5 +400&amp;nbsp;ซึ่งกรมทางหลวงได้จัดการจราจรทิศทางเดียวในแต่ละช่วงเวลา (จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่องจราจร) แบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วงเวลา คือ วันที่&amp;nbsp;9-13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;รองรับทิศทางขาออก (มุ่งหน้าภาคอีสาน) และ วันที่&amp;nbsp;14-19&amp;nbsp;เมษายน รองรับทิศทางขาเข้า (มุ่งหน้ากรุงเทพฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าภาพรวมโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สาย บางปะอิน-นครราชสีมา จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตอน ระยะทาง&amp;nbsp;196&amp;nbsp;กิโลเมตร ปัจจุบันงานก่อสร้างโยธาอยู่ที่&amp;nbsp;98 %&amp;nbsp;งานก่อสร้างระบบอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้ในปีพ.ศ.2566&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง สภาพการจราจร แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หรือขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง&amp;nbsp;1586 (โทรฟรี&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์&amp;nbsp;1586&amp;nbsp;กด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และตำรวจทางหลวง&amp;nbsp;1193&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6, บางปะอิน-โคราช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มอเตอร์เวย์, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d9f43b205e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;โวยเปิดใช้มอเตอร์เวย์โคราช ทั้งที่ยังค้างจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งว่าได้สั่งการเพิ่มเติม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมเร่งรัดจัดการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เพื่อให้อย่างน้อยเราสามารถเปิดเส้นทางบางช่วงให้ประชาชนใช้สัญจรได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะช่วยบรรเทาความหนาแน่นของการจราจร และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ในช่วงเทศกาลที่มีประชาชนจำนวนมากออกเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางไปท่องเที่ยวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความห่วงใยของนายกฯต่อการเดินทางของประชาชนเป็นเรื่องที่ดี แต่ท่านจะทราบหรือไม่ว่า นับตั้งแต่ท่านนายกฯ ใช้อำนาจออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินฯ เพื่อก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้งคือ ตั้งแต่ 26 เม.ย.56 และ 31 พ.ค.60 จวบจนปัจจุบันกว่า 9 ปีแล้ว กรมทางหลวงและหรือกระทรวงคมนาคม ยังจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้กับชาวบ้านยังไม่หมดและยังไม่ครบเลย ทั้งๆ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ขัดขืน ไม่นำคดีไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองแต่อย่างใด แต่จนบัดนี้เขาเหล่านั้นก็ยังไม่ได้รับเงินค่าเวนคืนเลย ถือได้ว่าเป็นการทำงานที่เช้าชามเย็นชามที่ชุ่ยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่นายกฯ พยายามจะสร้างภาพโดยสั่งการให้เร่งเปิดใช้มอเตอร์เวย์สายดังกล่าวในบางช่วงในข่วงเทศกาลสงกรานต์นี้นั้น ถือเป็นการเยาะเย้ยดูหมิ่นเจ้าของที่ดินและหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้รับเงินค่าเวนคืนโดยตรง และไม่มีความละอายใจในการใช้อำนาจดังกล่าวเลย ความรู้สึกของเจ้าของที่ดินเขาจะคิดอย่างไร เมื่อที่ดินของตนถูกรัฐใช้อำนาจทางกฎหมายยึดไปสร้างมอเตอร์เวย์ให้คนใช้ ให้นายทุนมาประมูลเก็บเงิน แต่ตนเองยังไม่ไดรับเงินค่าเวนคืนเลย และต้องไร้ที่ดินทำกิน จะหาที่ดินใหม่มาทำกินก็ไม่ได้เพราะไม่มีเงิน และราคาที่ดินก็แพงขึ้นทุกวัน เงินค่าเวนคืนก็ไม่รู้จะได้เมื่อไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงทำหนังสือร้องไปยังนายกรัฐมนตรี รมว.คมนาคม และอธิบดีกรมทางหลวง ให้เร่งเคลียร์เงิน/จ่ายเงินให้กับเจ้าของที่ดินเสีย ก่อนที่จะเปิดใช้บางส่วนในช่วงสงกรานต์นี้ ไม่เช่นนั้นสมาคมฯและชาวบ้านคงต้องนำความไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือฟ้องศาลปกครองเพื่อระงับการเปิดใช้เส้นทางดังกล่าวไว้พรางก่อน จนกว่าจะจ่ายเงินให้กับชาวบ้านเสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98340</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บางปะอิน-โคราช, มอเตอร์เวย์, ศรีสุวรรณ จรรยา, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a65c55b8fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นเปิดใช้มอเตอร์เวย์&#039;บางปะอิน-โคราช&#039;สงกรานต์นี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดยมอบหมายให้ ทล. ไปพิจารณาเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) บางช่วง เพื่อระบายการจราจรนั้น ขณะนี้ ทล. อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความพร้อมในด้านต่างๆ รวมถึงความรับผิดชอบหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และข้อห่วงใยของนายศักดิ์สยาม อีกทั้งในเรื่องของระเบียบกฎหมายด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าช่วงบริเวณลำตะคลอง มีแนวโน้มที่จะสามารถเปิดให้บริการได้ ซึ่งอยู่ในตอนที่ 24 - ตอนที่ 37 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร (กม.)โดยในระหว่างนี้ ทล.จะต้องไปหารือกับผู้รับสัมปทานในสัญญาดังกล่าว เพื่อทำทางขึ้น-ลงชั่วคราว พร้อมทั้งพิจารณาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากในบางตอน ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง เพราะอยู่ในสัญญาวางระบบในโครงการการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance : O&amp;amp;M) โดยจะรายงานความคืบหน้าภายใน ก.พ.นี้ และทราบความชัดเจนการทดลองเปิดให้บริการช่วงกลาง มี.ค.นี้ ว่า สามารถเปิดให้บริการได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเบื้องต้นคาดว่า จะทดลองเปิดให้ใช้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 นี้ ซึ่งจะมีการจัดการจราจรเปิดให้บริการเป็นช่วงเวลา และจะเปิดให้บริการวิ่งขาเดียว หรือไม่วิ่งสวนกัน เช่น ช่วงปลายสงกรานต์ ที่จะมีประชาชนเดินทางขากลับเข้ากรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นจำนวนมาก จะเปิดให้วิ่งกลับขาเดียวเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม หากทุกอย่างมีความพร้อม คาดว่า นายศักดิ์สยาม จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งต่อไป&amp;quot;นายสราวุธ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการปรับแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) จำนวน 17 ตอน จากทั้งหมด 40 ตอนว่า ตามที่ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯ ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา 12 สถาบัน รวมถึงสภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ตรวจสอบเสร็จแล้ว 10 ตอน โดยได้มีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาและสรุปแล้ว 7 ตอน คิดเป็นวงเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับแบบประมาณ 1,625 ล้าน ที่ประกอบด้วย ตอนที่ 14 ช่วง กม.53+000 ถึง กม.65+300 อยู่ในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี (ไม่มีการปรับเพิ่มวงเงิน, ตอนที่ 17 ช่วง กม.71+250 ถึง กม.72+328.075 วงเงินเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ก่อนถึงบริเวณ TPI, ตอนที่ 34 ช่วงทางยกระดับผ่านเรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา วงเงินเพิ่มขึ้น 291 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของตอนที่ 34 นั้น เบื้องต้นประเมินว่า จะมีการประกวดราคาใหม่ โดยจะต้องมีการก่อสร้างอุโมงค์ครอบมอเตอร์เวย์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าว ผ่านเรือนจำคลองบางไผ่ ซึ่งกระบวนการในการดำเนินการนั้น จะต้องมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติงบประมาณที่เพิ่มขึ้น จากนั้นจะปิดสัญญา และส่งมอบงานจากคู่สัญญาเดิมให้แล้วเสร็จ เพื่อเข้าสู่กระบวนการประกวดราคา และหารือกับสำนักงบประมาณ เพื่อหาแหล่งเงินต่อไป อย่างไรก็ตาม จะต้องไปหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าว ถูกต้องตามกฎระเบียบ และกฎหมาย โดยยืนยันว่า จะไม่กระทบต่อการดำเนินการเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณา 4 ตอนดังกล่าวข้างต้นนั้น ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า รูปแบบที่ ทล. ได้ดำเนินการแก้ไขปรับแบบนั้น เป็นไปตามหลักวิศวกรรม และความเหมาะสม โดยพิจารณาใน 4 เหตุผล ได้แก่ 1.สภาพข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนไป หลังจากการออกแบบของ ทล. เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา 2.การปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักทางธรณีวิทยาและวิศวกรรม 3.การปรับปรุงตามแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ผ่านพื้นที่ของหน่วยงานอื่น อาทิ กรมชลประทาน และ 4.การปรับปรุง เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93225</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางปะอิน-โคราช, มอเตอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b91fc58617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ศักดิ์สยาม”สั่งรื้อไม้กั้นแก้รถติดนำร่องมอเตอร์เวย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศักดิ์สยาม&amp;rdquo; ไอเดียบรรเจิด สั่งรื้อไม้กั้นทางด่วน-มอเตอร์เวย์แก้รถติด เล็งนำร่องมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช,บางใหญ่-กาญจนบุรี คิดค่าผ่านทางผ่านป้ายทะเบียน-ตัดเงินในบัญชีอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 62 &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบนโยบายการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ว่าได้มอบนโยบายให้กรมทางหลวง(ทล.)และกทพ.ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจร โดยเฉพาะหน้าด่านเก็บเงินเรื่องไม้กั้นจะต้องไม่เป็นอุปสรรคในการจราจรอาจจะมีการยกออกแล้วใช้บุคลากรในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่บนทางด่วนในช่อง Easypass&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ช่องจ่ายเงินสดอาจจะมีการให้นักศึกษามายืนช่องจราจรหน้าด่านละ 10 คนเพื่อนำคูปองมาขายให้กับรถบนทางด่วนเลย แต่จะต้องมีการซักซ้อมในเรื่องของความปลอดภัยและอุปกรณ์ต่างๆเช่น อุปกรณ์กันฝุ่น กันแดด กันฝน เสื้อสะท้อนแสง เป็นต้น ในช่วงโมงเร่งด่วนตั้งแต่เวลา 06.00 น.-09.00 น. และ15.00น.-19.00น. ส่วนในอนาคตจะมีการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์(AI) เข้ามาใช้อัพเกรดด่านเก็บเงินให้เป็นแบบในต่างประเทศในการจับทะเบียนเพื่อเชื่อมต่อระบบเข้ากับระบบข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการเช็คอิน-เช็คเอ้าท์ก็จะมีการคิดเงินเข้าเป็นระบบเดบิตที่จ่ายก่อนก็อาจจะมีค่าผ่านทางที่น้อยกว่าและระบบเครดิต โดยมองว่าภายในปีนี้จะต้องเรื่องกระบวนการขั้นตอนในการเขียนร่าง TOR แล้ว ซึ่งในวันที่ 25 ส.ค.นี้จะมีการลงพื้นไปตรวจด่านเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษพระราม 9 และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ส่วนด้านบุคลากรในอนาคตว่าควรรับเพิ่มบุคลากรทางด้านใดและหากมีการนำ AI มาใช้จะนำบุคลากรที่เหลือไปใช้ดำเนินการในส่วนใดแต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปลดออกเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่าขณะที่การก่อสร้างนั้นให้ดูการรักษาความปลอดภัยและความปลอดภัยเช่น โครงการทางพิเศษสายกระทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ตที่มีการเจาะอุโมงค์ต้องการให้มีการดำเนินงานมีความปลอดภัยและการซักซ้อมให้มีความปลอดภัยจริงๆหากมีเหตุเกิดขึ้นสามารถปฏิบัติได้ทันที และในการนำเสนอข้อมูลเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)จะต้องส่งข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ด้านการดำเนินการ PPP นั้นก็จะต้องมีการพิจารณาผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจ( EIRR) ให้ดีเนื่องจากมีการนำ AI มาใช้แล้วจะต้องมีต้นทุนที่ลดลง อย่างไรก็ตามสำหรับในส่วนของกรณีข้อพิพาทระหว่าง กทพ.และ BEM นั้นก็ได้ขอให้ข้อมูลมีความครบถ้วนสมบูรณ์อย่าไปดำเนินการเจรจาหรือต่อสู้คดีโดยที่ไม่นำข้อมูลทั้งหมดไปแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่า ระบบมอเตอร์เวย์ไร้ไม้กั้น (Multilane free flow) แบบเต็มรูปแบบนั้นมีโอกาสที่จะใช้ในมอเตอร์เวย์สายใหม่คือมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน &amp;ndash; นครราชสีมา และมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ &amp;ndash; กาญจนบุรี เนื่องจากก่ารประมูลโครงการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&amp;amp;M) วงเงิน 60,000 ล้านบาทนั้นเอกชนได้เสนอเทคโนโลยีระบบด่านเก็บเงินที่เน้นการนำนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทดแทนกรทำงานของบุคลากรมนุษย์ ดังนั้นจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของระบบการคิดเงินค่าผ่านทางที่แตกต่างจากปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการเจรจากับผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดคือ กิจการร่วมค้า บีจีเอสอาร์ นำโดย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นั้นหลังจากนี้ทล.จะเรียกมาเจรจาเรื่องเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ แต่คาดว่าทางเอกชนคงจะไม่ลดราคาให้จากเดิมที่เสนอมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44071</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง(ทล.), การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.), นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, บางปะอิน-โคราช, บางใหญ่-กาญจนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31af4d196b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TPIPL ฟุ้งตลาดปูนปี 62 สดใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;TPIPL ฟุ้งแน้วโน้มตลาดปูนซีเมนต์ปี 2562 สดใส รับปัจจัยบวกโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐเดินหน้าเต็มสูบ หนุนความต้องการใช้ปูนของตลาดเพิ่มขึ้น 15-20 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.62- นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดซีเมนต์ปี 62 คาดว่าจะเติบโตได้ดี เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งโครงการที่กำลังก่อสร้าง และเตรียมเปิดการประมูลในเร็ว ๆ นี้ เช่น โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเพื่อเป็นศูนย์กลางการบินในภาคตะวันออก, โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2, โครงการพัฒนารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน, โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ส่งผลดีต่อความต้องการใช้ซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้นอีก 15-20 ล้านตัน จากปัจจุบันความต้องการใช้ของตลาดในประเทศและส่งออกรวมปีนี้ 35-36 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาพรวมตลาดซีเมนต์ปีนี้ได้ผ่านช่วงชะลอตัวไปแล้วและกำลังเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น โดยบริษัทประเมินว่าในปีหน้าหากรัฐบาลสามารถเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้ตามแผนงานที่วางไว้ รวมทั้งการพัฒนาส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ จะทำให้เกิดการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าและรอบสถานี ส่งผลให้มีความต้องการใช้ซีเมนต์เพื่อการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ปรับเพิ่มขึ้น&amp;rdquo; นายประชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 61 &amp;nbsp;บริษัทมีกำไรสุทธิ 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 264.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 290 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงาน 9 เดือนปีนี้ มีกำไรสุทธิ 772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 248.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุน 521 ล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งมาจากปัจจัยมาจากยอดขายปูนซีเมนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและโครงการก่อสร้างของภาคเอกชน เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ &amp;nbsp;และรายได้จากธุรกิจการขายไฟฟ้าของบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีพีไอ โพลีน, บางปะอิน-โคราช, ประชัย เลี่ยวไพรัตน์, ปูน, ปูนซีเมนต์, มอเตอร์เวย์, สนามบินอู่ตะเภา, โครงสร้างพื้นฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d55eb95344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
