<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!เปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเตาปูน-สถานีบางหว้า เริ่ม 7 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;รฟม.-BEM &amp;nbsp;เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เดินทางได้ต่อเนื่องจากสถานีเตาปูน &amp;ndash; สถานีบางหว้า เริ่ม 7 ก.ย.62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง &amp;ndash; บางแค &amp;nbsp;จากสถานีวัดมังกร &amp;ndash; สถานีท่าพระ โดยไม่คิดค่าโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา และปัจจุบันได้ขยายสถานีให้บริการจนถึงสถานีบางหว้า โดยผู้โดยสารต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีหัวลำโพง เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีวัดมังกร &amp;ndash; สถานีบางหว้า นั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัจจุบันความก้าวหน้าของระบบมีความพร้อมมากขึ้นตามแผนงาน รฟม. และ BEM จึงจะให้บริการเดินรถอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนที่เดินทางระหว่างสายสีน้ำเงินปัจจุบัน (สถานีเตาปูน &amp;ndash; สถานีหัวลำโพง) และสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (สถานีวัดมังกร &amp;ndash; สถานีบางหว้า) ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีหัวลำโพง ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2562 เป็นต้นไป โดยเวลาเปิดให้บริการของสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 น. &amp;ndash; 21.00 น. เช่นเดิม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในระยะนี้ยังคงเป็นการเปิดทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย &amp;nbsp;จึงอาจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีหัวลำโพงเป็นครั้งคราว โดยเจ้าหน้าที่ประจำสถานีจะแจ้งข้อมูลให้ผู้โดยสารทราบ ทั้งนี้ รฟม. และ BEM คาดว่าการเปิดให้บริการเดินรถอย่างต่อเนื่องจากสถานีเตาปูน &amp;ndash; สถานีบางหว้า จะช่วยให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการใช้บริการรถไฟฟ้า MRT มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45139</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), บางหว้า, รฟม., เตาปูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d722f88bdebf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.จับตาระดับน้ำนิคมอยุธยา พร้อมเตรียมมาตรดูแลเต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.จับตาระดับน้ำ หวั่นเกิดอุทกภัยในนิคม โดยเฉพาะในอยุธยา ชี้ปัจจุบันยังอยู่ในระดับปกติ พร้อมเผยมาตรการป้องกัน-แผนบริหารจัดการน้ำ ยันทุกแห่งเตรียมการอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07ก.ย. 61 - นายวิฑูรย์ อยู่ทิม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) (สายงานปฎิบัติการ 1) เปิดเผยว่า กนอ.ได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและการเกิดอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะ 3 นิคมอุตสาหกรรมในจ.อยุธยา ได้แก่ นิคมฯสหรัตนนคร นิคมฯบางปะอิน และนิคมฯบ้านหว้า(ไฮเทค) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยเบื้องต้นได้สั่งการไปยัง 3 นิคมฯ ดังกล่าว รวมถึงนิคมฯอื่นๆ ให้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและการติดตามสถานการณ์ประจำวันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การตรวจสอบระดับน้ำในคลองรอบนิคมฯ ตรวจสอบและซ่อมแซมเขื่อน/คันดินรอบนิคมฯ รวมถึงให้ติดตามข่าวสารและข้อมูลพยากรณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ระดับน้ำทะเลหนุนของกรมอุทกศาสตร์ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ รวมถึงการเตรียมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินในกรณีที่เกิดอุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำและมาตรการเตรียมความพร้อมในนิคมฯ ทั้ง 3 แห่ง ยังอยู่ในระดับปกติโดย แต่ต้องติดตามตรวจสอบระดับน้ำและปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ และเขื่อนพระรามหก รวมทั้งปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโครงการนิคมฯ บางปะอิน โดยตรวจเช็คระดับ รวมถึงระบบระวังน้ำภายนอกและระบบแจ้งเตือนภัยโดยได้ติดตาม ตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำผ่านเขื่อนดังกล่าว รวมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำประจำวันจากชลประทาน ซึ่งพบว่าเกณฑ์การเฝ้าระวังทั้งหมดยังอยู่ในระดับปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย โบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้ร่วมบูรณาการกับกนอ. จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ในการแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ในการหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมเพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วม โดยมี 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ 93 เครื่อง ติดตั้งในจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจำนวน 54 จุดทั่วอยุธยา และรถสูบน้ำจำนวน 3 คัน 2. เตรียมพร่องน้ำจากลำคลองเพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ต่ำกว่าตลิ่งและอยู่ในระดับที่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การรายงานสถานการณ์ทุกวันเพื่อสื่อสารให้ผู้ประกอบการภายในได้ทราบความเคลื่อนไหวของสถานการณ์อุทกภัยเป็นประจำทุกวัน และตรวจเช็คปริมาณน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่จะเติมเข้ามาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดการณ์ว่า ช่วงเดือนกันยายนถึงจะทราบปริมาณน้ำ เพราะต้องประเมินจากปริมาณของฝนที่ตกลงมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17039</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นิคมสหรัตนนคร, นิคมอุตสาหกรรม, บางปะอิน, บางหว้า, วิฑูรย์ อยู่ทิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b926cf550138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
