<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลงานมิสไซล์อิหร่าน ทหารอเมริกันบาดเจ็บสมองเกิน 100 รายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปรับเพิ่มเรื่อยๆ กระทรวงกลาโหมสหรัฐยอมรับอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ว่า มีทหารได้รับบาดเจ็บทางสมองระดับ &amp;quot;เล็กน้อย&amp;quot; จากเหตุการณ์อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรักเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบนาย รวมเป็นมากกว่า 100 นายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า จนถึงวันนี้ มีทหารอเมริกัน 109 นาย ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการบาดเจ็บทางสมองเล็กน้อย หรือ mTBI ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากรายงานก่อนหน้านี้ 45 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในจำนวนทหารบาดเจ็บ 109 นายนั้น มี 76 นายที่สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้แล้ว ที่เหลือส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการประเมินอาการและรับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันประจำการอยู่เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 มกราคม 2563 เพื่อตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้ส่งโดรนยิงจรวดโจมตีใกล้สนามบินนานาชาติในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อวันที่ 3 มกราคม สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่านพร้อมกับทหารติดตามหลายนาย รวมถึงแกนนำกองกำลังพันธมิตรอิหร่านในอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมทีสหรัฐยืนยันว่าไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บทางร่างกายทันทีหรือเสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพไอน์อัลอาซัด ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ยังพยายามผ่อนสถานการณ์ให้ดูเบาลง ท่ามกลางความตึงเครียดว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะบานปลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ โดยทรัมป์ยืนกรานว่าไม่มีชาวอเมริกันบาดเจ็บ แม้ราว 1 สัปดาห์ต่อมาเจ้าหน้าที่จะรายงานว่า มีทหารได้รับบาดเจ็บ 11 นาย จากภาวะสมองกระทบกระเทือนและภาวะบาดเจ็บทางสมองแบบอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังคงปฏิเสธรายงานเกี่ยวกับทหารบาดเจ็บว่าเป็นเพียงอาการปวดศีรษะ หรืออาการอื่นๆ ที่ไม่ได้ร้ายแรงมายมายเท่าใด และเมื่อถูกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของอาการบาดเจ็บทางสมอง (TBI) ทรัมป์ก็กล่าวว่า เขาไม่มองว่าอาการแบบนี้เป็นอาการบาดเจ็บร้ายแรงมากๆ หากเปรียบเทียบกับอาการบาดเจ็บอื่นๆ ที่เขาเคยเห็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการของความบาดเจ็บจากการกระแทกกระเทือนทางสมองนั้น รวมถึงปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, อ่อนไหวต่อแสง และคลื่นไส้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐเคยเตือนไว้ว่า กองทัพคาดคะเนว่าจำนวนของทหารบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านครั้งนั้นจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังเหตุการณ์ เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจปรากฏขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และอาจใช้เวลาสักระยะกว่าทหารจะรายงานว่ามีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เจ้าหน้าที่เพนตากอนจะพากันย้ำแล้วย้ำอีกว่า พวกเขาไม่ได้พยายามถ่วงเวลาการเปิดเผยข้อมูล หรือทำให้เรื่องภาวะบาดเจ็บจากการกระแทกกระเทือนเป็นเรื่องเล็กน้อยที่สุด แต่การเปิดเผยข้อมูลล่าสุดทำให้เกิดการตั้งคำถามอีกครั้งถึงนโยบายของกองทัพสหรัฐ ว่ากองทัพจัดทำรายงานภายในเรื่องภาวะต้องสงสัยว่ามีอาการบาดเจ็บทางสมองอย่างไร และทหารที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองนั้นได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนแบบเปิดเผยเหมือนกับอาการบาดเจ็บเช่นการสูญเสียแขนขาหรือการสูญเสียชีวิต หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้ กลุ่มแพทย์และสาธารณสุขหลายกลุ่มพยายามเพิ่มการตระหนักรู้เกี่ยวกับความร้ายแรงของภาวะบาดเจ็บทางสมอง ซึ่งรวมถึงการกระแทกกระเทือน ทั้งนี้ข้อมูลของเพนตากอนบ่งชี้ว่า นับแต่ปี 2543 มีทหารอเมริกันราว 408,000 นาย ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการบาดเจ็บทางสมอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56917</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, ทหารอเมริกัน, บาดเจ็บทางสมอง, มิสไซล์อิหร่าน, สหรัฐ, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42afbbbc9ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา &#039;อาวุธเสียง&#039; สหรัฐอพยพเจ้าหน้าที่ทูตออกจากจีนเพิ่มอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอพยพเจ้าหน้าที่ของกระทรวงจากจีนกลับสหรัฐเพิ่มอีกหลายราย หวั่นเกรงตกเป็นเหยื่อการโจมตีด้วยเสียงที่ทำให้เจ้าหน้าที่ในคิวบาและในจีนล้มป่วยปริศนาด้วยอาการสมองบาดเจ็บมาแล้วหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธงชาติจีนขนาบข้างธงชาติสหรัฐ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 อ้างคำแถลงของเฮเธอร์ นาเวิร์ด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพุธว่า มีบุคลากรของสหรัฐจำนวนหนึ่งถูกส่งตัวกลับประเทศ เพื่อประเมินเพิ่มเติมภายหลังพวกเขาได้รับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ สหรัฐส่งคณะแพทย์ไปยังนครกว่างโจว ภายหลังมีลูกจ้างของสถานกงสุลอเมริกันที่นั่นรายหนึ่งได้ยินเสียงประหลาด และได้รับการวินิจฉัยว่าได้รับบาดเจ็บทางสมองเมื่อเดือนที่แล้ว สิ่งที่เกิดกับลูกจ้างสถานทูตรายนี้ปลุกความหวั่นเกรงที่ว่าศัตรูของสหรัฐอาจพัฒนาอาวุธคลื่นเสียงหรือคลื่นไมโครเวฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า อาการของเจ้าหน้าที่รายนี้สอดคล้องกับอาการป่วยที่เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐหลายคนในคิวบาเป็นเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐและครอบครัวที่พำนักอยู่ในคิวบา รวม 24 คน ตกเป็นเหยื่อของการ &amp;quot;โจมตี&amp;quot; ลึกลับที่ทำให้พวกเขามีอาการบาดเจ็บคล้ายกับอาการบาดเจ็บทางสมอง เจ้าหน้าที่ทูตของแคนาดาและครอบครัว 10 คน ก็ล้มป่วยแบบประหลาดนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐเคยกล่าวไว้ว่า ทางการคิวบาต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐในคิวบา แต่รัฐบาลคิวบาปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องการโจมตีที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่า จีนได้สอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของสถานกงสุลสหรัฐรายแรกในกว่างโจว แต่ก็ไม่ได้คำตอบหรือเบาะแสเกี่ยวกับสาเหตุ ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดนั้น สหรัฐยังไม่ได้แจ้งให้จีนรับทราบอย่างเป็นทางการ และจีนรู้เรื่องเกี่ยวกับกรณีล่าสุดนี้ผ่านรายงานของนิวยอร์กไทมส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวไว้ว่า นักการทูตสหรัฐควรแจ้งเจ้าหน้าที่แพทย์ประจำสถานทูตหรือสถานกงสุล หากพวกเขามีอาการที่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสด้านการได้ยินที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัด เช่น อาการเวียนหัว, ปวดหัว, หูอื้อ, อ่อนแรง, การรับรู้ผิดปกติ, ปัญหาสายตา, มีอาการผิดปกติที่หูและไม่ได้ยินเสียง หรือนอนไม่หลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10922</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นเสียงโจมตี, คิวบา, จีน, บาดเจ็บทางสมอง, สหรัฐ, อาวุธเสียง, เจ้าหน้าที่ทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b1940e4766c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
