<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อตาโหดยิงลูกเขยสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พ่อตาโหดคว้าปืนลูกโม่ ขนาด .22 มม.ในบ้านมายิงลูกเขย 4 นัดบาดเจ็บสาหัส รับสารภาพว่าทนเห็นลูกเขยด่าลูกสาวกับหลานมาหลายปี ก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปห้ามปรามไม่อยากให้ด่าเมีย ด่าลูก แต่ลูกเขยไม่ฟัง ยังท้าทาย และไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ทำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ก.ค.2564 พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ จงกลรัตน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เวฬุวัน ทำการควบคุมตัว นายพุทธา ก้อนกลิ่น อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ม.10 บ.เต่านอ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันควร มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่จุดเกิดเหตุภายในพื้นที่บ้านเลขที่&amp;nbsp; 119 ม.10 บ.เต่านอ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดยในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงแล้วเสร็จ ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ จงกลรัตน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (24 ก.ค.) ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวฬุวัน รับแจ้งเหตุ ทะเลาะวิวาทและยิงกันบาดเจ็บสาหัสภายในบริเวณบ้านเลขที่ 119 ม.10 บ.เต่านอ กำลังเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุทราบว่าคนเจ็บชื่อ นายอินแปลง ทนน้อย อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 368 หมู่บ้านเดียวกัน และเป็นลูกเขยของนายพุทธา หลังเกิดเหตุญาติพี่น้องนำคนเจ็บส่งที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ส่วนนายพุทธาหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์เผยว่า ก่อนเกิดเหตุนั้น นายอินแปลงออกไปทำงานนอกบ้าน และมีการดื่มสุราจนเมามาย กลับถึงบ้านด่าลูกเมีย ประกอบกับลูก 2 คนทะเลาะกัน นายอินแปลงจึงดุด่าลูก ดังลั่นบ้าน ขณะที่นายพุทธา พ่อตาซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน ก็มีอาการเมาสุราเช่นกัน และเมื่อได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จึงเดินไปดูและได้ห้ามปราม ลูกเขยมีการท้าทายพ่อตา พ่อตาจึงเดินไปเอาปืนลูกโม่ ขนาด .22 มม. ในบ้านมายิงลูกเขย 4 นัด โดยนัดแรกยิงขึ้นฟ้า นัดที่ 2 และนัดที่ 3 ยิงใส่ตัวนายอินแปลง นัดที่ 4 ยิงใส่หน้าผาก จนลูกเขยล้มลงที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนั้นพ่อตาก็ถือปืนไปทิ้งที่ข้างบ้านแล้วหลบหนีไปที่บ้านน้องสาว ที่หมู่บ้านโนนศรีสวัสดิ์ ม.3 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เวฬุวัน จึงติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในเบื้องต้น นายพุทธาให้การรับสารภาพว่า ทนเห็นลูกเขย ด่าลูกสาวกับหลานมาหลายปีแล้ว บางครั้งก็ด่าถึงบุพการี แต่ในครั้งนี้ก่อนจะเกิดเหตุยิงลูกเขย ได้เข้าไปห้ามปรามไม่อยากให้ด่าเมีย ด่าลูก แต่ลูกเขยไม่ฟัง ยังท้าทาย จึงไปเอาปืนในบ้านออกมายิงลูกเขยบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายพุทธา ก้อนกลิ่น อายุ 84 ปี ผู้ต้องหา กล่าวว่า ไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ทำไป เพราะอดทนกับลูกเขยคนนี้มานานแล้ว ด่าเมีย ด่าลูก ด่าพ่อแม่ มันไม่ใช่เรื่องดี แต่ก่อนจะยิงนั้นได้ห้ามแล้ว แต่ลูกเขยไม่หยุด จึงขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะเอาปืนมายิง ลูกเขยก็ท้าให้เอามายิง จึงไปเอาปืนในบ้านมายิงลูกเขย โดยไม่ได้ตั้งใจจะยิง แต่ลูกเขยถลาเข้ามาหาคล้ายจะทำร้าย จึงยิงปืนขู่ก็ยังไม่หยุด จากนั้นจึงยิงลูกเขยที่ตัวและที่หน้าผากจนบาดเจ็บดังกล่าว หลังก่อเหตุด้วยความตกใจจึงหนีไปหาน้องสาวที่อำเภอน้ำพอง และถูกตำรวจจับกุมตัวได้ และด้วยอายุมากแล้วก็อยากให้ลูกๆ ไปประกันตัวออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเสร็จ พนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111080</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาดเจ็บสาหัส, พ่อตายิงลูกเขย, ลูกเขยด่าลูกสาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่อยากให้ด่าเมีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd4f1187144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักข่าวทีวีสาหัส เก๋งอัดท้ายพ่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รถข่าวอมรินทร์ทีวีบึ่งไปโคราช ช่วงขึ้นมอจะบกเห็นรถพ่วงวิ่งนำหน้ากะทันหัน เก๋งพุ่งชนท้าย นักข่าวสาวกะโหลกร้าว หน้าผากยุบ ขาหัก บาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกับช่างภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงสายวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ ร.ต.อ.ไกรวุฒิ สวงโท พนักงานสอบสวน สภ.สีคิ้ว รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนท้ายรถพ่วง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณ กม.101 ถนนมิตรภาพ ขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3 กฐ 2907 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง สีขาว ทะเบียน 61-9975 กรุงเทพมหานคร สภาพรถเก๋งพังยับเยิน ล้อหน้าด้านซ้ายเพลาหัก กระจกแตก ถุงลมด้านข้างคนขับแตก มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ประกอบด้วย นายสุเนตร กลั่นมาลัย อายุ 41 ปี คนขับรถ นายผดุงพล ปาแก้ว อายุ 39 ปี ช่างภาพ และ น.ส.พนิตา หรือชมพู่ สอิ้งทอง อายุ 25 ปี ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี โดยนายผดุงพลและ น.ส.พนิตาได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 จุดอำเภอสีคิ้ว รับนำส่ง รพ.สีคิ้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเนตร กลั่นมาลัย คนขับรถที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่า กำลังจะไปทำข่าวที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับคดีรุ่นพี่ข่มขืนรุ่นน้องที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งทีมข่าวได้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 6 โมงเช้า กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนได้ขับรถมาเลนซ้ายด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระหว่างนั้นเป็นช่วงขึ้นมอจะบก ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว โดยเส้นทางดังกล่าวเป็นทางขรุขระ และมอสูง พอขึ้นมาก็พบรถพ่วงอยู่ด้านหน้าทางซ้ายมือ จึงพยายามหักหลบออกขวา แต่ก็หลบไม่พ้นจนชนท้ายรถพ่วงและเสียหลักออกด้านขวา เป็นเหตุให้ผู้สื่อข่าวหญิงที่อยู่ระหว่างหลับและช่างภาพได้รับบาดเจ็บสาหัส สำหรับคนขับรถพ่วงคู่กรณีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า แพทย์ รพ.สีคิ้วได้ตรวจอาการ น.ส.พนิตา พบว่ากะโหลกร้าว หน้าผากยุบ ช่องท้องได้รับกระทบกระเทือน ขาหัก ส่วนนายผดุงพลก็บาดเจ็บสาหัส จึงส่งทั้งสองไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41958</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักข่าวทีวี, บาดเจ็บสาหัส, รถข่าวอมรินทร์ทีวี, สภ.สีคิ้ว, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39b109cff8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
