<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาทแข็งไม่หยุดทะลุ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.พ. 2562 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยถึงผลวิเคราะห์ เรื่องค่าเงินบาท &amp;nbsp;ที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 31.23 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแข็งค่าขึ้น4.4% เมื่อเทียบกับต้นปี 2562 จากปัจจัยค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง ทั้งนี้ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค แต่หากเทียบกับต้นปี 2562 แล้ว &amp;nbsp;ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าสูงสุดในภูมิภาครองจากรูเปียห์อินโดนีเซีย และทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยกดดันคาเงินดอลลาร์ฯ จากการส่งสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่บ่งชี้ถึงโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ลดทอนลง ส่งผลให้มีแรงเทขายดอลลาร์ฯ ออกมามาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทนั้น ทิศทางการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ฯ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ค่าเงินบาทยังคงมีทิศทางปรับตัวแข็งค่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 โดยตลาดยังคงให้น้ำหนักกับเรื่องปัจจัยการเมืองในประเทศสหรัฐฯ ทั้งเรื่องการผ่านร่างงบประมาณฯ เพดานหนี้สาธารณะที่จะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจจะนำมาสู่ภาวะการหยุดทำการของหน่วยงานราชการ (ภาวะชัตดาวน์) อีกครั้ง รวมถึงมุมมองของตลาดต่อทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังมีความกังวลว่าจะเกิดการชะลอตัวลงอย่างมาก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังคงส่งผลกดดันค่าเงินดอลลาร์ฯ ให้อ่อนค่าลงในช่วงครึ่งปีแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่มีกำหนดในวันที่ 29 มีนาคม 2562 นี้ ภายใต้สถานการณ์ที่การถอนตัวเป็นไปอย่างไม่มีข้อตกลง (No deal) อาจจะส่งผลให้มีเงินไหลกลับเข้ามายังตลาดสหรัฐฯ ในฐานะที่เป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ซึ่งก็จะกลายเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น ส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินในภูมิภาครวมถึงค่าเงินบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง ทิศทางค่าเงินบาทยังคงมีความผันผวนอยู่ เนื่องจากมีตัวแปรทั้งในเรื่องการเมืองสหรัฐฯ และมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ ปัจจัยการเมืองของสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ซึ่งจะยังเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดี รวมถึงตลาดมีมุมมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีขึ้น ตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศออกมา และเฟด กลับมาส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการปรับดอกเบี้ย ต่างจะเป็นปัจจัยที่กลับมาหนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ ให้กลับมาแข็งค่าได้ ซึ่งก็อาจจะส่งผลให้เงินบาทพลิกทิศทางกลับมาอ่อนตัวลง โดยสรุปแล้ว จะเห็นได้ว่า พัฒนาการของสถานการณ์ของเงินดอลลาร์ฯ ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องติดตามเหตุการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินถึงความเหมาะสมในการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ในยามที่ตลาดมีความผันผวนสูงเป็นระยะๆ ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28040</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, บาทแข่ง, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, แข็งค่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c539d0d9fbfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
