<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 23:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอบามา&#039;ถอย ลดจำนวนแขกฉลองแซยิด เลี่ยงครหาเย้ยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนรีพับลิกันรุมสับ อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ปรับแผนงานปาร์ตี้ฉลองวันเกิดอายุครบ 60 ปีเสาร์นี้ โดยลดจำนวนแขกที่รวมถึงเหล่ามหาเศรษฐีและคนดังซึ่งคาดว่าจะมาร่วมงานหลายร้อยคน เหลือเพียงสมาชิกครอบครัวและเพื่อนสนิท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงเปลี่ยนแผนจากโฆษกของโอบามา มีออกหนึ่งวันหลังจากแผนการจัดงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 60 ปีของโอบามาเรียกเสียงวิจารณ์ขรม โดยเฉพาะจากฝ่ายอนุรักษนิยม ที่นำงานเลี้ยงนี้ไปเปรียบเทียบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าหากเปลี่ยนเป็นอดีตประธานาธิบดีจากรีพับลิกันผู้นี้ งานดังกล่าวคงโดนด่าเละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งานกลางแจ้งครั้งนี้ถูกวางแผนไว้เมื่อหลายเดือนก่อน โดยเป็นไปตามแนวทางสาธารณะทุกอย่างและมาตรการป้องกันโควิด&amp;quot; เอเอฟพีอ้างแถลงการณ์ของฮันนาห์ แฮนกินส์ โฆษกของอดีตประธานาธิบดีโอบามา เมื่อวันพุธ &amp;quot;สืบเนื่องจากการระบาดครั้งใหม่ของไวรัสสายพันธุ์เดลตาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีและนางโอบามาตัดสินใจลดขนาดของงานลงอย่างมาก ให้เหลือเพียงสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของวอชิงตันโพสต์กล่าวว่า งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของโอบามาเสาร์นี้จะจัดที่เกาะมาร์ธาส์ไวน์ยาร์ด และคาดว่าจะมีแขกเข้าร่วมหลายร้อยคน ทั้งอดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของโอบามา, ผู้บริจาคเงินให้พรรคเดโมแครต และเหล่าคนดัง ที่รายงานเอ่ยชื่อว่ามีอาทิ จอร์จ คลูนีย์, สตีเวน สปีลเบิร์ก และโอปราห์ วินฟรีย์ แต่คาดกันว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่เคยเป็นรองประธานาธิบดีของโอบามา จะไม่มาร่วมงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานดังกล่าววางแผนจัดกลางแจ้งและปฏิบัติตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค โดยแขกทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว และต้องมีผลตรวจไวรัสเป็นลบ กระนั้น ข่าวการจัดงานที่อาจมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากทำให้รีพับลิกันสบช่องโจมตีอดีตผู้นำสหรัฐจากพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.จิม จอร์แดน ผู้ภักดีต่อทรัมป์ ทวีตว่า ถ้างานนี้เป็นวันเกิดของประธานาธิบดีทรัมป์ พวกเดโมแครตคงจะบอกว่า คนอะไรสะเพร่าถึงปานนี้ หรือไม่ก็ พวกเขากำลังจะฆ่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอนนา แม็กแดเนียล ประธานคณะกรรมการแห่งชาติของรีพับลิกัน ถามว่า มีข้อยกเว้นสำหรับปาร์ตี้ที่มีเหล่าคนดังเศรษฐีหัวเสรีนิยมเข้าร่วมด้วยหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี มักมีการรายงานข่าวว่า รัฐบาลของเขาจัดกิจกรรมในทำเนียบขาวและกระทรวงต่างๆ หลายครั้งโดยไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย หรือจัดการปราศรัยหาเสียงที่มีคนเข้าร่วมหลายหมื่นคน รวมถึงในช่วงที่โควิด-19 ระบาดอย่างหนักและยังไม่มีวัคซีนใช้อย่างแพร่หลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเมื่อเดือนธันวาคม 2563 พบว่า งานหาเสียง 18 ครั้งของทรัมป์เป็นต้นตอที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนามากกว่า 30,000 คน และมีความเป็นไปได้ที่ทำให้มีคนป่วยเสียชีวิตมากกว่า 700 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112258</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานเลี้ยงฉลองวันเกิด, บารัค โอบามา, ลดจำนวนแขก, โควิด-</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610abb4973d4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมายึกยักทำตามมติอาเซียน &#039;โอบามา&#039;เตือนเสี่ยงเป็นรัฐล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออกลายซะแล้ว รัฐบาลทหารเมียนมาระบุจะรับพิจารณาข้อเสนอของอาเซียนต่อเมื่อสถานการณ์ในเมียนมา &amp;quot;คืนสู่เสถียรภาพ&amp;quot; แล้ว ด้านอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐเตือนเมียนมาเสี่ยงจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว ขณะชายแดนฝั่งไทยเดือด กะเหรี่ยงเคเอ็นยูโจมตีค่ายทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำสภาบริหารแห่งรัฐ มาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 (Photo by Secretariat of the President of Ind/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า แถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายน ของสภาบริหารแห่งรัฐ หรือรัฐบาลทหารเมียนมา เป็นการแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับแต่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่อินโดนีเซียเมื่อวันเสาร์ ซึ่งพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารชุดนี้ เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง ที่ประชุมนั้นออกแถลงการณ์ &amp;quot;ฉันทมติ 5 ข้อ&amp;quot; ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องให้ &amp;quot;หยุดความรุนแรงทันที&amp;quot; และให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนเยือนเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของรัฐบาลทหารกล่าวว่า เมียนมาจะพิจารณา &amp;quot;ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ของบรรดาผู้นำอาเซียนอย่างรอบคอบ เมื่อสถานการณ์ในประเทศกลับคืนสู่เสถียรภาพแล้ว&amp;quot; และว่า ข้อเสนอแนะของประเทศเพื่อนบ้านจะได้รับการ &amp;quot;พิจารณาในเชิงบวก&amp;quot; หากมันอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแมพ 5 ขั้นตอนของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร บอกกับเอเอฟพีว่า รัฐบาลเมียนมา &amp;quot;พึงพอใจ&amp;quot; กับการเดินทางไปร่วมประชุมครั้งนี้ เพราะได้อธิบาย &amp;quot;สถานการณ์ที่แท้จริง&amp;quot; ต่อบรรดาผู้นำอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สกอต มาร์เซียล อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเมียนมา เตือนว่า การตอบสนองของกองทัพเมียนมาต่อซัมมิตครั้งนี้แสดงให้เห็นสัญญาณของการถอยหลัง และอาเซียนไม่อาจละล้าละลังอยู่ ในขณะทที่รัฐบาลทหารขยับถอยหลัง แม้แต่กับข้อตกลงที่จำกัดซึ่งเห็นพ้องกันเมื่อวันเสาร์ ควรมีการติดตามผลและกำหนดราคาที่ต้องจ่ายหากรัฐบาลทหารเตะถ่วง มีเหตุผลที่ไม่มีใครในเมียนมาเชื่อใจกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวเมื่อวันจันทร์ แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมกับเรียกร้องนานาชาติแสดงจุดยืนที่หนักแน่น และเตือนว่าเมียนมาเสี่ยงที่จะเป็นรัฐที่ล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความพยายามที่ผิดกฎหมายและโหดร้ายของกองทัพที่กำหนดเจตจำนงของตนหลังจากทศวรรษแห่งเสรีภาพที่มากขึ้น จะไม่มีวันได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างชัดเจน และไม่ควรได้รับการยอมรับจากทั่วโลกด้วย&amp;quot; อดีตผู้นำสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐและอีกหลายประเทศที่กำหนดราคาที่กองทัพเมียนมาต้องจ่าย เพื่อพยายามฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศนี้ &amp;quot;ประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมาควรตระหนักว่า ระบอบที่ฆ่าคนซึ่งประชาชนไม่ยอมรับ รังแต่จะนำมาซึ่งความไร้เสถียรภาพมากขึ้น, วิกฤติด้านมนุษยธรรม และความเสี่ยงของรัฐที่ล้มเหลว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่รัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นกลุ่มสังเกตการณ์อิสระในเมียนมาแต่รัฐบาลทหารเรียกว่า &amp;quot;องค์กรผิดกฎหมาย&amp;quot; ระบุว่า ทหาร-ตำรวจเมียนมาฆ่าพลเรือนมากกว่า 750 คนแล้ว แต่กองทัพให้ตัวเลขที่น้อยกว่านี้มากและยังโทษความรุนแรงว่าเป็นฝีมือของ &amp;quot;พวกก่อจลาจล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันอังคาร เกิดการปะทะระหว่างทหารสหภาพกะเหรี่ยงแห่งชาติ (เคเอ็นยู) กับทหารเมียนมาในรัฐกะเหรี่ยง ติดกับแม่น้ำสาละวินบริเวณชายแดนไทย เมื่อทหารเคเอ็นยูบุกโจมตีค่ายทหารเมื่อเวลา 05.00-06.00 น. เสียงปืนและเสียงระเบิดดังข้ามมาถึงฝั่งไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซอ ตอ นี โฆษกของเคเอ็นยู เผยว่า เคเอ็นยูยึดค่ายทหารแห่งนี้ได้และเผาทิ้ง พวกเขากำลังตรวจสอบว่ามีคนบาดเจ็บล้มตายหรือไม่ ขณะกลุ่มสื่อ ศูนย์ข่าวสารกะเหรี่ยง กล่าวว่า ชาวบ้านเห็นทหาร 7 นายวิ่งหนีออกจากค่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว กองทัพเมียนมาตอบโต้การโจมตีฐานที่ตั้งของทหารด้วยการโจมตีทางอากาศตอนกลางคืนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ทำให้ชาวกะเหรี่ยงอพยพทิ้งถิ่นฐานมากกว่า 24,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงเคเอ็นยู, ฉันทมติอาเซียน, บารัค โอบามา, พม่า, รัฐบาลทหารเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, รัฐล้มเหลว, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_60851fa4a6708.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 23:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอบามา&#039;ลั่นความรุนแรงต่อต้านชาวเอเชีย&#039;ต้องยุติ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บารัค โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐ กล่าวภายหลังเหตุยิงในร้านนวด-สปา 3 แห่งที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งเหยื่อ 6 ใน 8 คนเป็นหญิงเชื้อสายเอเชีย ว่าความรุนแรงต่อต้านชาวเอเชีย &amp;quot;ต้องยุติ&amp;quot; ขณะตำรวจเผย มือปืนสารภาพก่อเหตุแต่อ้างไม่ได้มีแรงจูงใจจากเชื้อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ (Photo by Isaac Brekken/Getty Images for National Clean Energy Summit)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีโอบามาโพสต์ลงทวิตเตอร์เมื่อวันพุธภายหลังเหตุการณ์ยิงสังหารหมู่รวม 8 ศพ โดยโอบามาได้กล่าวถึงความรุนแรงจากอาวุธปืน ที่เขาเคยพยายามเสนอร่างกฎหมายเพิ่มความปลอดภัยเกี่ยวกับอาวุธปืนในช่วง 8 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐว่า ถึงแม้ว่าสหรัฐต่อสู้กับโรคระบาดอยู่ เราก็ยังคงละเลยการแพร่ระบาดอันยาวนานของความรุนแรงจากอาวุธปืนในอเมริกากันอยู่เช่นเดิม ถึงแม้ว่าแรงจูงใจของมือปืนยังไม่ชัดเจน ณ เวลานี้ แต่ลักษณะของเหยื่อขับเน้นถึงความรุนแรงต่อต้านเอเชียที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งต้องยุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนร้ายยิงโจมตีร้านนวด-สปา 3 แห่งในรัฐจอร์เจียเมื่อวันอังคาร มีคนเสียชีวิตรวม 8 คน เหยื่อ 6 คนเป็นสตรีเชื้อสายเอเชีย โดยกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่าเป็นคนเชื้อสายเกาหลีใต้ 4 คน ส่วนผู้ต้องสงสัยเป็นชายผิวขาวอายุ 21 ปีชื่อโรเบิร์ต แอรอน ลอง เขาถูกตำรวจตามล่าจับกุมได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า ในวันพุธ ร้อยเอกเจย์ เบเกอร์ จากสำนักงานนายอำเภอเชโรกีเคาน์ตี แถลงว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้ก่อเหตุทั้งหมด &amp;quot;แต่เขาอ้างว่าไม่ได้มีแรงจูงใจจากเชื้อชาติสีผิว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบปีที่ผ่านมาเกิดการเลือกปฏิบัติต่อต้านชาวเอเชียในสหรัฐเพิ่มมากขึ้นท่ามกลางการระบาดของโควิด ชาวอเมริกันบางส่วน ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโทษว่าจีนเป็นต้นตอ โดยทรัมป์ยิ่งขับเน้นด้วยการเรียกไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคโควิด-19 ว่าเป็น &amp;quot;ไวรัสจีน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, ต่อต้านชาวเอเชีย, บารัค โอบามา, ยิงร้านนวดสปา, รัฐจอร์เจีย, อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60522a5740a17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยกับโจ ไบเดน (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่เป็นภาพของโจ ไบเดน เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ในวันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2559 เพื่อร่วมลงนามในสมุดแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคุณพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ต้อนรับ (ภาพโดยวีโอเอภาคภาษาไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสหรัฐฯ เปลี่ยนประธานาธิบดี ไทยควรจะมียุทธศาสตร์เชิงรุกและตั้งรับอย่างไร เป็นหัวข้อสำคัญที่จะต้องขบคิดและออกแบบแนวทางกันอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการเปลี่ยนจากโดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นโจ ไบเดน คือการปรับทิศทางนโยบายกลับด้านอีกครั้ง บางคนบอกว่านี่คือ U-Turn ของนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกบางคนบอกว่ามันคือการ Rewind เทปให้กลับไปสู่แนวทางเดิมยุคบารัค โอบามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ ก็คือการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนก็จะยังเข้มข้นในเนื้อหาต่อไป...แม้รูปแบบและลีลาจะต่างกันพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนกับอเมริกาจะต้องเผชิญหน้ากันในหลายๆ แนวรบ ทั้งการค้า, ความมั่นคงและด้านสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยจะต้องวางยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์ใหม่ที่ยังมีตัวแปรอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่านโยบาย Pivot to Asia (ปักหมุดเอเชีย) ยุคโอบามาอาจจะกลับมาอีกครั้งในชื่อใหม่และเนื้อหาที่แตกต่างตามสภาพที่เปลี่ยนไป แต่ความสำคัญของอาเซียนและไทยจะอยู่ที่การวางตัวของเราให้เป็นสะพานเชื่อมที่ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จดหมายของนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ส่งไปแสดงความยินดีวันสาบานตนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานของไทยกับสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังเชิญให้ไบเดนมาเยือนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการแสดงท่าทีที่ถูกต้อง แต่ยังต้องทำอะไรอีกมากมายหลายด้านแห่ง &amp;ldquo;นโยบายต่างประเทศเชิงรุก&amp;rdquo; ที่ควรจะต้องมีการออกแบบเพื่อการแสวงหาสูตรที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศไทยมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลองอ่านจดหมายทางการจากนายกฯ ไทยไปถึงประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านประธานาธิบดี:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในนามของประชาชนและรัฐบาลไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะแสดงความยินดีอย่างจริงใจต่อท่านในโอกาสที่ท่านเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ ๔๖ อย่างเป็นทางการ ชัยชนะของท่านด้วยคะแนนเสียงสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางความท้าทายมากมายในปัจจุบัน สะท้อนถึงความไว้วางใจ ความเชื่อมั่น และความหวังที่ชาวอเมริกันมอบให้กับท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาที่มีมายาวนานกว่า ๒๐๐ ปี และในฐานะประเทศหุ้นส่วนคู่สนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย ไทยมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของเราซึ่งพัฒนาผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ความเป็นพันธมิตรที่ยาวนานและความร่วมมือระหว่างกันที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อไทยและสหรัฐอเมริกา และประชาชนของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่ท่านได้กล่าวไว้อย่างคมคายในวันก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีว่า &amp;lsquo;ในการที่เราจะเยียวยาได้ เราจำเป็นต้องจดจำ&amp;rsquo; โลกต้องให้ความสนใจกับคำพูดของท่าน เพื่อที่เราจะได้เริ่มแก้ไข เยียวยา และสมานความแตกร้าวเจ็บปวด ทุกประเทศต่างต้องเผชิญกับปัญหาความแตกแยก ความขัดแย้ง และความเสียหายในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถูกซ้ำเติมด้วยภัยจากโรคระบาด เราทุกคนต่างพยายามแสวงหาหนทางที่ดีที่สุดภายใต้บริบทและสถานการณ์เฉพาะของตน เพื่อเชื่อมช่องว่างที่แยกห่าง หาทางออกให้ความแตกต่าง และเพื่อกลับมายืนหยัดเหนือปัญหา หากวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ได้สอนบทเรียนบางอย่างแก่เรา บทเรียนนั้นก็คือในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราทุกคนคือการหันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมมือ มิใช่หันหลังให้กัน ไทยในฐานะประเทศคู่ภาคีสนธิสัญญาประเทศแรกและเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย พร้อมที่จะเดินเคียงข้างท่านในการเดินทางครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับท่านและรัฐบาลของท่าน เพื่อเสริมสร้างพลวัตของความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ และส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้าน ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และระดับโลก ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ ผมขอเรียนเชิญท่านและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเยือนกรุงเทพฯ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะมีโอกาสได้ต้อนรับท่านในอนาคตอันใกล้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในโอกาสที่ท่านเข้ารับหน้าที่ซึ่งเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่และทรงเกียรตินี้ ผมขออำนวยพรให้ท่านมีสุขภาพที่ดีและประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจสำคัญทุกประการที่รออยู่เบื้องหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความปรารถนาดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลและเอกชนไทยจะต้องทำเพื่อวางประเทศไทยให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศในยุคนี้เป็นอย่างไร จะได้ว่ากันในตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90885</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, บารัค โอบามา, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอบามา&#039;ประกาศหนุน&#039;ไบเดน&#039;ชิงเก้าอี้&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่ต้องรอนาน &amp;quot;บารัค โอบามา&amp;quot; ประกาศสนับสนุน &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันอังคาร ระบุอดีตรองประธานาธิบดีของเขาคือผู้ที่สามารถสร้างเอกภาพและ &amp;quot;เยียวยา&amp;quot; สหรัฐอเมริกาในช่วงที่เผชิญกับช่วงเวลาอันมืดมนที่สุดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 15 เมษายน 2563 กล่าวว่า การสนับสนุนอย่างเป็นทางการของโอบามา ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นนักการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐ เป็นแรงส่งเสริมล่าสุดสำหรับอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน หลังจากเมื่อวันจันทร์ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส คู่แข่งของเขา ประกาศสนับสนุนให้เขาเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตลงชิงชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แข่งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจมีบุคลิกลักษณะและประสบการณ์ที่จะนำพาพวกเราผ่านช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดครั้งหนึ่งของเราและรักษาเยียวยาเราผ่านการฟื้นตัวอันยาวนาน&amp;quot; อดีตประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐกล่าวในวิดีโอความยาว 12 นาที ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร &amp;quot;ผมเชื่อว่าโจมีคุณสมบัติครบถ้วนที่เราต้องการในตัวประธานาธิบดี ณ ขณะนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงกว่าประเทศใดในโลก มีคนติดเชื้อสะสมมากกว่า 600,000 ราย และเสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 26,000 ราย ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ถูกสั่งให้เก็บตัวอยู่บ้านภายใต้มาตรการล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังถูกจับตามองเรื่องการรับมือกับวิกฤติโรคระบาด โอบามาก็ส่งสัญญาณว่า เขาเชื่อว่าไบเดน ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในรัฐบาลกว่า 4 ทศวรรษ จะสามารถจัดการรับมือสถานการณ์นี้ได้ดีกว่ามาก โดยโอบามาอ้างถึงการทำงานของไบเดนที่ช่วยเขาจัดการกับการระบาดของไวรัสเอช1เอ็น1 และป้องกันโรคระบาดอีโบลาไม่ให้กลายเป็นโรคระบาดใหญ่เมื่อที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดน วัย 77 ปี ทวีตขอบคุณเจ้านายเก่าของเขา ว่าการหนุนหลังของโอบามามีความหมายต่อตัวเขาและภริยาอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ว.เดลาแวร์รายนี้ไม่ได้ลงสนามเลือกตั้งนอมินีของพรรคเมื่อปี 2559 เนื่องจากเพิ่งสูญเสียลูกชายเพราะโรคมะเร็ง เขาเป็นตัวเก็งในการชิงชัยครั้งนี้หลังจากกวาดชัยชนะในการหยั่งเสียงของพรรคติดต่อกันหลายมลรัฐ ก่อนที่การระบาดของโควิด-19 จะขัดขวางการหาเสียงของเขาและของ ส.ว.แซนเดอร์ส ซึ่งเป็นคู่แข่งที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว แซนเดอร์สตัดสินใจยุติการหาเสียงเพื่อเปิดทางให้ไบเดน ก่อนที่ ส.ว.ฝ่ายซ้ายจากเวอร์มอนต์รายนี้จะประกาศสนับสนุนไบเดนอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ โดยบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่คนอเมริกันต้องร่วมมือร่วมใจกันหนุนหลังไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอบามาก็กล่าวยกย่องแซนเดอร์สด้วยเช่นกันว่าเป็นนักต่อสู้ฝ่ายก้าวหน้า ที่พลังงานและความกระตือรือร้นของเขาเป็นแรงผลักดันผู้มีสิทธิออกเสียงที่เป็นคนหนุ่มสาวหลายล้านคน และขณะนี้ถึงเวลาที่ผู้สนับสนุนฝ่ายก้าวหน้าเหล่านี้จะมาช่วยกันโค่นล้มทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้โอบามาจะสนิทสนมกับไบเดน ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดีของเขานาน 8 ปี แต่ระหว่างการชิงชัยภายในพรรค เขาไม่ได้ออกมาหนุนหลังใครเป็นพิเศษ ไบเดนเคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 25 เมษายน เมื่อเขาเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งว่า เขาขอร้องประธานาธิบดีโอบามาอย่าเพิ่งประกาศหนุนหลังเขา ผู้ที่ชนะการเสนอชื่อของพรรคควรจะชนะด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเลือกตั้งผู้แทนพรรคเดโมแครตลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยที่แล้วเมื่อปี 2559 โอบามารอจนนางฮิลลารี คลินตัน เอาชนะ ส.ว.แซนเดอร์สได้อย่างแน่นอนแล้ว จึงประกาศในวันที่ 8 มิถุนายน หรือ 2 วันหลังจากรู้ผลคะแนนว่า เขาสนับสนุนนางคลินตันซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด แอ็กเซลร็อด หัวหน้านักวางยุทธศาสตร์หาเสียงของโอบามาเมื่อปี 2551 กล่าวว่า โอบามาต้องการสร้างเอกภาพภายในพรรคและไม่ต้องการหนุนใครเป็นพิเศษจนกว่าพรรคจะตัดสินใจแล้วว่าใครคือผู้แทนพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63251</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ, บารัค โอบามา, ประกาศสนับสนุน, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e9700a153bbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039;ไปไกล อ้างเคสโอบามา! ขยี้ปมถวายสัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียงหน้าขยี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปมถวายสัตย์ฯ เด็กเพื่อไทยทุบโต๊ะบี้ลาออกทิ้งเก้าอี้นายกฯ ก่อนโดนจองกฐินอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้าน &amp;quot;วันนอร์&amp;quot; ยก &amp;quot;โอบามา&amp;quot; ปฏิญาณตนไม่ครบยังไม่กล้าบริหารประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในการประชุมวิปฝ่ายค้านวันที่ 6 ส.ค. จะหยิบยกกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 161 กรณีนำ ครม.กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วน เท่าที่หารือกันเห็นตรงกันว่า ในวันที่ 7 ส.ค. จะยื่นกระทู้ถามสดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่าบกพร่องจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร และถ้าหากยังไม่รับผิดชอบ คงใช้มาตรการต่อไปคือการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลกรณีทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ซึ่งต้องทำโดยเร็วทันที ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 คาดว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน ก.ย.นี้ ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ในเดือน ต.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะหากรัฐบาลมีสถานภาพไม่ครบถ้วนแล้วปล่อยให้ไปพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะยิ่งเสี่ยงไปกันใหญ่ ทำให้งบประมาณเป็นโมฆะไปด้วย ดังนั้นจึงต้องเคลียร์สถานภาพรัฐบาลให้ชัดเจนก่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ รายจ่ายปี 2563&amp;quot; นายสุทิน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวด้วยว่า ส่วนการยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณากรณี ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนนั้น เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะดำเนินการ แต่เห็นว่าอาจจะมีความล่าช้า เพราะกว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเสร็จ คงใช้เวลานาน แต่สิ่งที่ฝ่ายค้านอยากเห็นโดยเร็วคือ การให้ พล.อ.ประยุทธ์แสดงความรับผิดชอบ มีความสำนึกผิด จะเกิดความสง่างามมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางออกที่สง่างามที่สุดขณะนี้คือนายกฯ ต้องลาออก จากนั้นค่อยไปว่ากันอีกครั้งว่าจะกลับมาใหม่หรือไม่อย่างไร เพราะมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ครม.ชุดนี้กล่าวคำปฏิญาณไม่ครบถ้วนทุกถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พยายามบ่ายเบี่ยงชี้แจงเรื่องนี้ บอกว่าไม่ควรพูด ถือว่าส่งสัญญาณไม่ดี ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัย กำกวมว่าทำถูกต้องหรือไม่ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสำนึกของรัฐบาลว่าจะรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า การนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณ กล่าวถ้อยคำไม่ครบถ้วน บางถ้อยคำขาดหาย แต่กลับมีบางถ้อยคำเพิ่มขึ้นมา ซึ่งไม่ตรงกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ม.161 ซึ่งขาดหายไปเป็นสาระสำคัญในประโยคที่ว่า &amp;ldquo;ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้อยคำที่คณะรัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ฯ ให้ครบ เป็นบทบัญญัติที่กำหนดไว้ตายตัวตามรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นสาระสำคัญ อันเป็นองค์ประกอบของการถวายสัตย์ฯ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี กลับกล่าวคำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน อาจมีผลกระทบทางการเมืองอย่างรุนแรง ถึงขนาดอาจทำให้รัฐบาลชุดนี้เป็นโมฆะ ไม่สามารถทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้ต่อไป อีกทั้งถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติ ม.53 ในหมวดว่าด้วยหน้าที่ของรัฐด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวด้วยว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ตาม ม.230 และ ม.231 เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการวินิจฉัยชี้ขาดโดยเร็วต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ห้อง 502 ชั้น 5 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน กล่าวว่า ถือเป็นจุดตายของรัฐบาลไปแล้ว เพราะมีความชัดเจนว่าจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบถึงขั้นทำให้ทุกวงการของสังคมทั้งในและต่างประเทศเริ่มไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล เกรงว่าจะเป็นรัฐบาลที่ผิดกฎหมาย และทำให้เหล่าข้าราชการเริ่มละล้าละลังที่จะปฏิบัติหน้าที่สนองงานรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การถวายสัตย์ฯ เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าก่อนปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อไม่ได้ทำหรือทำไม่ครบ ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องทำให้สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นการบริหารงานของรัฐบาล ทั้งเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายหรือการใช้งบประมาณ จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ สมัยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้ารับตำแหน่งสมัยแรกเขาปฏิญาณตนไม่ครบยังไม่กล้าบริหาร ต้องปฏิญาณใหม่ถึงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แม้รัฐธรรมนูญของไทยกับสหรัฐจะไม่เหมือนกัน แต่เขาเป็นประเทศใหญ่ยังต้องทำใหม่ ดังนั้นนายกฯ ควรทำอะไรให้ประชาชนหายข้องใจ ไม่ใช่ตีขลุมไม่ตอบคำถาม เมื่อทำไม่สมบูรณ์ก็ทำใหม่ให้สมบูรณ์ ไม่มีอะไรมาก ต่อไปสภาจะได้สบายใจว่าการบริหารของรัฐบาลถูกต้อง&amp;quot; นายวันมูหะมัดนอร์ระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42710</URL_LINK>
                <HASHTAG>บารัค โอบามา, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร, ศรีสุวรรณ จรรยา, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46e0b5e8b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นาโตไม่แตกแม้ 2 ฝั่งแอตแลนติกขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : ประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/EmmanuelMacron/photos/a.1535563236676257/1955736464658930/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทันทีเมื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์ระบุว่า ปัญหานาโตมี 2 ข้อ ข้อแรกคือ ล้าสมัยเพราะก่อตั้งสมัยสงครามเย็น บริบทปัจจุบันแตกต่างไปมาก ข้อ 2 สมาชิกนาโตให้ความสำคัญกับก่อการร้ายน้อยเกินไป ในขณะที่สหรัฐต้องเสียงบประมาณสนับสนุนมากเกินไป ไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้ ดังนั้น หากชาติสมาชิกนาโตไม่ช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จะขอพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต และถ้าการทำเช่นนี้เป็นเหตุให้นาโตแตกก็ให้แตกไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้อยคำของทรัมป์สร้างความตื่นตะลึงไม่น้อย เพราะองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation) หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่านาโตเป็นเสาหลักความมั่นคงระดับโลกและพันธมิตร 2 ฝั่งแอตแลนติก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เงิน เงิน เงิน ไม่แตกเพราะเงิน:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อรัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญกับการลดการขาดดุลการค้า ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าหลายระลอก เกิดความขัดแย้งทางการค้ากับหลายประเทศ รวมทั้งอียู จีน ฯลฯ ผู้นำสหรัฐจะพูดเรื่องภาระงบประมาณนาโตในแทบทุกเวทีเมื่อเอ่ยถึงยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หากศึกษาย้อนอดีตจะพบว่าตั้งแต่ก่อตั้งนาโต รัฐบาลสหรัฐพยายามเรียกร้องให้ฝั่งยุโรปแบกรับภาระเพิ่มเติม เป็นความจริงว่างบประมาณกลาโหมฝั่งยุโรปเมื่อเทียบต่อจีดีพีค่อนข้างต่ำ หลายประเทศไม่คิดเพิ่มงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมัยโอบามาไม่ต่างจากรัฐบาลทรัมป์ที่เรียกร้องให้ชาติยุโรปรับภาระเพิ่ม มิถุนายน 2013 Ivo Daalder เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำนาโตพูดย้ำตรงไปตรงมาว่าสัดส่วนที่ชาติยุโรปรับภาระนั้นน้อยเกินไปจนถึงระดับที่อยู่ต่อไม่ได้แล้ว (unsustainable level)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ประเด็นขอให้ยุโรปช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วหลายทศวรรษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นน่าคิดคือ ถ้าเรื่องงบประมาณเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ สหรัฐควรยื่นคำขาดให้ชาติสมาชิกอื่นๆ ไปนานแล้ว แต่ผ่านมาแล้วหลายทศวรรษสหรัฐยังอยู่กับนาโต อธิบายได้ว่าหากสหรัฐถอนตัวจากนาโต จะลดทอนความเป็นมหาอำนาจโลกของตัวเอง อดีตประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) แห่งฝรั่งเศสกล่าวว่า นาโตคือเครื่องมือสร้างความเป็นเจ้าของสหรัฐ ซ้ำร้ายกว่านั้นคือเปิดทางให้ยุโรปใกล้ชิดคู่แข่งสำคัญอย่างรัสเซีย จีนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้แม้รัฐบาลสหรัฐจะไม่พอใจยุโรปก็จะไม่ปล่อยให้นาโตแตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเข้าใจสำคัญอีกข้อคือ รัฐบาลทรัมป์ใช้นโยบายชาตินิยม โดดเดี่ยวตัวเองมากขึ้น (หรือถูกโดดเดี่ยว) แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ติดต่อกับโลกภายนอก คำถามง่ายๆ คือ จะยังรักษาวิถีชีวิตแบบอเมริกันได้หรือไม่หากไม่ติดต่อกับโลกภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลัก &amp;ldquo;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;rdquo; (America First) ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่การโดดเดี่ยวตัวเอง แต่เป็นการยกระดับใช้พลังอำนาจบีบให้ผู้อื่นทำตามประสงค์ของตน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์โลก (เช่น การถอนตัวออกจากการแก้ไขภาวะโลกร้อน) แม้นานาชาติไม่พอใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เช่นกัน รัฐบาลสหรัฐทุกชุดไม่ว่ามาจากรีพับลิกันหรือเดโมแครตล้วนทำบางสิ่งที่นานาชาติไม่พอใจ เป็นเช่นนี้เรื่อยมา ที่อาจแตกต่างคือประธานาธิบดีทรัมป์มักพูดเสียงดังฟังชัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าคิดตามคำพูดของทรัมป์ที่ให้ความสำคัญกับเงิน สหรัฐจะเสียหายชนิดประเมินค่าไม่ได้หากนาโตแตก นี่คือเหตุผลว่ารัฐบาลสหรัฐจะรักษานาโตต่อไป แม้จะอ้างเรื่องรับภาระมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มุมของยุโรป มีกองทัพของตนเอง:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หันมามองมุมจากยุโรป ยุโรปมีสิทธิถอนตัวจากนาโตเช่นกันหรือสร้างสนธิสัญญาป้องกันประเทศใหม่ที่ปราศจากสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) กล่าวย้ำอีกครั้งว่ายุโรปต้องมีกองทัพที่เป็นของยุโรปจริงๆ เพื่อป้องกันภัยจากรัสเซีย จีน และแม้กระทั่งสหรัฐ &amp;ldquo;ยุโรปจำต้องปกป้องตัวเองได้ดีด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งพาสหรัฐอเมริกา&amp;rdquo; เราต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ประกันความมั่นคงด้วยตัวเอง ปกป้องอธิปไตยยุโรป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำฝรั่งเศสพูดชัดเจนว่าต้อง &amp;ldquo;ไม่ต้องพึ่งพาสหรัฐอเมริกา&amp;rdquo; ทั้งยังกล่าวว่าอียูควรปรับสัมพันธ์กับรัสเซียเพื่อรักษาผลประโยชน์อียูซึ่งจะส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงแก่ยุโรปโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนวคิดนี้สอดคล้องกับกระแสในยุโรปที่ต้องการเป็นอิสระ ถอยห่างจากสหรัฐมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลายเดือนพฤษภาคม 2017 อังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเอ่ยถึงนโยบายต่างประเทศว่า &amp;ldquo;ห้วงเวลาที่เราต้องพึ่งพาประเทศอื่นอย่างสิ้นเชิงได้สิ้นสุดลงแล้ว&amp;rdquo; ประโยคดังกล่าวไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใดแต่ทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่เคยเสนอในบทความก่อนว่านโยบายหลายอย่างของสหรัฐบั่นทอนผลประโยชน์ยุโรปอย่างรุนแรง แนวคิดสร้างกองทัพยุโรป ฟื้นความสัมพันธ์รัสเซีย ล้วนสะท้อนความสัมพันธ์เชิงลบต่อสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อผู้นำฝรั่งเศสเสนอสร้างกองทัพยุโรป ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีต่อต้านทันที กล่าวว่าแนวคิดยุโรปสร้างกองทัพตัวเองเป็นการดูถูกเหยียดหยาม ถ้าทรัมป์จะเพิ่มเหตุผลนี้เป็นข้ออ้างทิ้งนาโตก็ย่อมได้แต่ไม่ทำ เช่นเดียวกับที่ยุโรปไม่ทำเช่นนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่วันต่อมาปรากฏข่าวสหรัฐกับฝรั่งเศสบรรลุข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคง ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า &amp;ldquo;เราต้องการยุโรปที่เข้มแข็ง เป็นเรื่องสำคัญต่อเรามาก ไม่ว่าจะใช้ทางใดจะเป็นทางที่ดีที่สุด มีประสิทธิผลมากกว่าเดิม ที่ทั้งคู่ต้องการ&amp;rdquo; สหรัฐยังต้องการช่วยยุโรปแต่ต้องเป็นธรรมด้วย ตอนนี้สหรัฐเป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านผู้นำมาครงตอบว่ายินดีช่วยสหรัฐเรื่องภาระงบประมาณ แต่ยุโรปควรมีกองทัพของตัวเอง แนวคิดยุโรปมีกองทัพของตัวเองสอดคล้องกับสนธิสัญญานาโต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับนายกฯ แมร์เคิล เอ่ยถึงการรวมทัพสหภาพยุโรปว่าไม่ใช่เพื่อบั่นทอนแต่เพื่อสนับสนุนนาโต หมดสมัยแล้วที่จะพึ่งพาคนอื่น คนยุโรปต้องดูแลอนาคตด้วยมือของตัวเอง &amp;ldquo;มีวิสัยทัศน์ว่าวันหนึ่งต้องสร้างกองทัพของยุโรปแท้ๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังเกตว่าไม่มีใครพูดเรื่องจะให้นาโตแตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางหนึ่งที่เป็นไปได้คือยุโรปเพิ่มงบประมาณกลาโหม แบ่งเบาภาระนาโตเพิ่มอีกนิด พร้อมกับการสร้างกองทัพยุโรปอันหมายถึงการประสานการอำนวยการ การซ้อมรบร่วมในฐานะเป็นกองทัพยุโรป เริ่มจากทีละน้อยทีละไม่กี่ประเทศ เพื่อลดความขัดแย้งกับสหรัฐ พร้อมกับดำเนินสู่เป้าหมายของยุโรป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนวทางเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่ายุโรปคิดจะเป็นศัตรูกับสหรัฐ ทั้ง 2 ยังเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์สำคัญ ยังคงร่วมมือท่ามกลางความขัดแย้งในบางเรื่อง ปรับปรุงความสัมพันธ์ใหม่ที่แตกต่างจากเดิมตามบริบทที่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สรุป:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปล่อยให้นาโตแตกเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะตัดสินใจได้โดยลำพัง ยิ่งเป็นฝ่ายยุโรปยิ่งตัดสินใจยาก เพราะสมาชิกมากและคิดเห็นแตกต่าง ไม่ว่าจะใช้วิธีมองย้อนอดีต ใช้มุมมองจากยุโรป แม้มีความขัดแย้งมากบ้างน้อยบ้าง ไม่มีฝ่ายใดปล่อยให้นาโตแตก จริงๆ เพราะต่างได้ผลประโยชน์มากมายจากสนธิสัญญาดังกล่าว ความสัมพันธ์ความมั่นคงทางทหารของ 2 ฝั่งแอตแลนติกผูกโยงกับความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองระหว่างประเทศ ฯลฯ ความขัดแย้งอยู่คู่ความร่วมมือ แม้จะขัดแย้งรุนแรงมากในบางเรื่องก็เป็นของธรรมดา แท้จริงแล้วเป็นเช่นนี้เรื่อยมา นาโตจะยังคงอยู่อีกนานจนกว่าบริบทโลกจะเปลี่ยนแปลงมากจริงๆ ที่เหลือเป็นเพียงวาทกรรมของใครบางคนที่มักพูดเกินเลย พูดรุนแรงเกินจริง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปล่อยให้นาโตแตกไม่ใช่เรื่องที่ผู้นำประเทศจะตัดสินใจได้โดยลำพัง แม้มีความขัดแย้งมากบ้างน้อยบ้าง ไม่มีฝ่ายใดปล่อยให้นาโตแตก เพราะต่างได้ผลประโยชน์มากมายจากนาโต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22176</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, บารัค โอบามา, สถานการณ์โลก, อียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
