<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; งัดอธิบดีกรมศิลปากรเอื้อประโยชน์โรงพยาบาลนางรอง ผุดอาคารจอดรถในเขตสระน้ำโบราณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรีสุวรรณจ่อนำชาวนางรองร้องนายกฯ-ผู้ตรวจการแผ่นดินเอาผิดอธิบดีกรมศิลป์ฯ เหตุวินิจฉัยสระน้ำหลังโรงพยาบาลนางรองว่าไม่ได้เป็นบารายโบราณสถานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้โรงพยาบาลขยายพื้นที่สร้างอาคารที่จอดรถ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยวินิจฉัยว่าเป็นสระน้ำโบราณ(บาราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่โรงพยาบาลนางรอง ขอใช้พื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันแปลง &amp;ldquo;สระน้ำหนองรี&amp;rdquo; บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลนางรองเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และป้องกันน้ำท่วมของชาวบ้าน เพื่อขยายพื้นที่ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย และอาคารจอดรถ แต่ชาวบ้านรอบพื้นที่คัดค้านอย่างหนักนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวกรมศิลปากรเคยระบุว่าสระน้ำหนองรีดังกล่าวเป็นสระน้ำโบราณ หรือ (บาราย) ซึ่งสันนิษฐานว่าก่อสร้างขึ้นในสมัยอารยธรรมขอมโบราณ จึงต้องอนุรักษ์ไว้ ตามมาตรา 4 แห่ง พรบ.โบราณสถานฯ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 แต่หลังจากที่ผู้มีอำนาจเปิดไฟเขียวให้กับโรงพยาบาล กรมศิลปากรกลับมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ วธ 0401/1398 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2562 พิจารณาทบทวนกรณีการคัดค้านการขอใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์แปลง &amp;ldquo;สระน้ำหนองรี&amp;rdquo; ไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลนางรอง โดยกล่าวอ้างว่า จากการสำรวจทางโบราณคดีในพื้นที่อำเภอนางรอง ไม่พบหลักฐานการสร้างระบบจัดการน้ำหรือระบบชลประทานในอารยะธรรมเขมรแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าพฤติการณ์และการใช้อำนาจแบบไม้หลักปักขี้เลนของกรมศิลปากร ชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ยึดมั่นต่อหลักการทางโบราณคดีและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่จะโอนเอนไปตามหลักของผู้มีอำนาจ โดยมีกรณีเปรียบเทียบที่เห็นชัดที่สุดคือ การพยายามที่จะออกประกาศขยายพื้นที่โบราณสถานของเมืองพิมายให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นหลายพันไร่ โดยอ้างว่าสระน้ำต่างๆในพื้นที่อำเภอพิมายเชื่อมต่อไปจนถึงประเทศกัมพูชา เป็นโบราณสถาน จนเกิดการต่อต้านของชาวพิมายอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำวินิจฉัยใหม่ของกรมศิลปากรมีข้อพิรุธหลายประการ ที่ขัดต่อข้อเท็จจริงทางโบราณคดีและส่อไปในทางการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ซึ่งสมาคมฯและชาวบ้านในพื้นที่อำเภอนางรอง ไม่อาจยอมรับได้ จึงจะนำความไปร้องเรียนกล่าวโทษต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบเอาผิดอธิบดีกรมศิลปากรและคณะ และอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายในการฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากคำร้องไม่เป็นผล โดยสมาคมฯและชาวบ้านจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพร.เดิม) และเวลา 13.00 น.จะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ณ ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ห้อง 903 ต่อไปด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39574</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, จังหวัดบุรีรัมย์, บาราย อารยธรรมขอมโบราณ, ศรีสุวรรณ จรรยา, สระน้ำหนองรี, สระน้ำโบราณ, โรงพยาบาลนางรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d141c8b76c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
