<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะบาหลีงดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปีนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกาะบาหลีของอินโดนีเซียยกเลิกแผนเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาท่องเที่ยวได้ในวันที่ 11 กันยายน และจะไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปจนถึงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซียแห่งนี้เปิดให้ชาวอินโดนีเซียมาเที่ยวชายหาดและวัดต่างๆ ได้เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเตรียมจะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวบาหลีได้ในวันที่ 11 กันยายนปีนี้ แต่แผนดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้วในตอนนี้ เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอินโดนีเซียที่ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจำนวนสูง แต่รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่ยกเลิกคำสั่งห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอ วายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบาหลี กล่าวในหนังสือของราชการที่ลงนามไว้เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ว่าสถานการณ์ในอินโดนีเซียขณะนี้ยังไม่เอื้ออำนวยที่จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวในประเทศ ซึ่งรวมถึงเกาะบาหลีด้วย รัฐบาลกลางสนับสนุนแผนของบาหลีในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยการเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่สิ่งนี้ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบโดยไม่เร่งรีบ ต้องมีการเตรียมพร้อมอย่างดี จึงต้องยกเลิกแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 11 กันยายน และจะยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไปจนถึงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จังหวัดบาหลีไม่ได้ระบุวันที่แน่นอนว่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวบาหลีได้เมื่อไร บอกแต่ว่าต้องประเมินสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศก่อน เนื่องจากในเรื่องนี้บาหลีไม่สามารถล้มเหลวได้ เพราะจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของอินโดนีเซีย เนื่องจากบาหลีอยู่ในสายตาของชาวโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้หลักของเกาะบาหลีมาจากการท่องเที่ยว การห้ามเดินทางเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของบาหลีได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากข้อมูลของสำนักงานสถิติบาหลี อัตราการจองโรงแรมติดดาวบนเกาะบาหลีในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ตกฮวบลงเหลือเพียงแค่ 2.07% ขณะที่อัตราจองโรงแรมของบาหลีในเดือนธันวาคม 2562 ก่อนการระบาดของไวรัสโคโรนา อยู่ที่ 62.55% และอัตราการจองโรงแรมในบาหลีในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วอยู่ที่ 51.56%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75439</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดรับนักท่องเที่ยว, บาหลี, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43c09b6895d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2สาวไทยขนยาไอซ์เข้าบาหลีรอดโทษประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงไทย 2 คนที่ลับลอบขนยาไอซ์เกือบ 1 กิโลกรัมเข้าเกาะบาหลีเมื่อปีที่แล้วรอดพ้นโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในอินโดนีเซีย เมื่อศาลปรานีพิพากษาลงโทษแค่จำคุก 16 ปี เบากว่าที่อัยการเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กษริน ขำขาว (ซ้าย) และศนิชา มณีเทศ สองสาวไทยขณะถูกนำตัวมาแถลงข่าวที่สำนักงานศุลกากรในเมืองเดนปาซาร์ของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า ศาลแขวงเมืองเดนปาซาร์ เมืองเอกของจังหวัด เกาะท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย มีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า กษริน ขำขาว อาชีพแม่บ้านทำความสะอาด และศนิชา มณีเทศ ซึ่งเปิดร้านเช่ารถจักรยานยนต์ในไทย แสดงความสำนึกผิดต่ออาชญากรรมที่ก่อ และสมควรได้รับความปรานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของอินโดนีเซียพบเห็นพิรุธและจับกุม ภายหลังเดินทางจากกรุงเทพฯ มาถึงสนามบินบาหลีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว การตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวไว้ในเวลานั้นว่า พวกเธออาจโดนลงโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซียมีกฎหมายยาเสพติดที่รุนแรงมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก รวมถึงการลงโทษประหารชีวิตผู้ค้ายา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการอินโดนีเซีย ซึ่งร้องขอให้ศาลลงโทษจำคุกทั้งสองรายละ 19 ปี กล่าวว่า พวกเขาอาจจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาโทษที่เบากว่าที่ร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาศาลระบุด้วยว่า หญิงไทย 2 รายนี้ยังต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินคนละ 1,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 2,261,000 บาท) หรือจำคุกเพิ่มอีก 3 เดือนหากไม่จ่ายค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียชะลอการลงโทษประหารชีวิตหลายคดีถึงแม้ว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนโทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวางก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นนักโทษขนยาเสพติดชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งที่ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ลดโทษเหลือจำคุก 19 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตอินโดนีเซียเคยประหารชีวิตนักโทษชาวต่างชาติหลายราย รวมถึงชาวออสเตรเลีย 2 รายที่เป็นตัวการใหญ่ในแก๊งขนยาเฮโรอีน &amp;quot;บาหลีไนน์&amp;quot; ที่โดนยิงเป้าเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, คนไทย, บาหลี, อินโดนีเซีย, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57835e6d9c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย 1 ใน 5 ผู้ต้องหาขนยาเข้าบาหลีเสี่ยงโทษประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจเกาะบาหลีของอินโดนีเซียเผยชาวต่างชาติ 5 คน จากฮ่องกง, ชิลี, สวิตเซอร์แลนด์และไทย ที่โดนจับในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด อาจโดนโทษถึงยิงเป้าถ้าศาลตัดสินว่าทำผิดจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวฮ่องกง, สิงคโปร์, ไทย, ชิลี และสวิตเซอร์แลนด์ ถูกนำตัวมาแถลงข่าวเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบาหลีนำผู้ต้องหา 6 คน ชาวฮ่องกง, ชิลี, สวิตเซอร์แลนด์, ไทย และสิงคโปร์ ที่โดนจับในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม มาแถลงข่าวการจับกุมที่สำนักงานศุลกากรสนามบินบนเกาะบาหลีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ทุกคนใส่ชุดนักโทษสีส้ม ผู้ต้องหารายหนึ่งโดนใส่โซ่ตรวน ส่วนที่เหลือถูกมัดมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายลงโทษคดียาเสพติดรุนแรงที่สุดในโลก รวมถึงโทษประหารชีวิตผู้ลักลอบขนยาเสพติด ในปี 2558 อินโดนีเซียประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าชาวออสเตรเลีย 2 คนที่เป็นหัวหน้าแก๊งค้าเฮโรอีน &amp;quot;บาหลีไนน์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบาหลีแถลงเมื่อวันพุธว่า ผู้ต้องหาชาวต่างชาติลักลอบขนยาเสพติดที่นำมาแถลงข่าวกลุ่มนี้ 2 คนมาจากฮ่องกง โดยรายหนึ่งถูกจับพร้อมเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า น้ำหนัก 4 กิโลกรัม ส่วนอีกคนขนยาบ้า 3.2 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวชิลีโดนจับในข้อหาขนยาบ้าหนัก 77 กรัม ส่วนชาวสวิสเป็นผู้ต้องหาครอบครองกัญชา 30 กรัม ส่วนชายชาวไทยครอบครองกัญชาเกือบ 18 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีดา บากุส โกมัง อาร์ดีกา หัวหน้าตำรวจปราบปรามยาเสพติดเกาะบาหลีเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนี้ ตามกฎหมายอินโดนีเซียอนุญาตให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่านักโทษรายที่ 6 เป็นหญิงจากสิงคโปร์ โดนจับในข้อหาครอบครองโคเคนในปริมาณไม่มาก ทำให้นักโทษรายนี้รอดโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจบาหลีแถลงข่าวจับผู้ต้องหาหญิงไทย 2 คน และชายชาวฝรั่งเศสหนึ่งคน ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดเช่นกัน ทั้ง 3 คนอาจโดนโทษประหารชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนกัญชา, คนไทย, บาหลี, ผู้ต้องหาขนยา, อินโดนีเซีย, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa2f2371cc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดฯ จับ 2 สาวไทยขน &#039;ไอซ์&#039; เข้าบาหลี โทษหนักถึงยิงเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงไทย 2 คนโดนเจ้าหน้าที่ศุลกากรอินโดนีเซียจับกุมฐานพยายามลักลอบนำยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีนเกือบ 1 กิโลกรัมเข้าเกาะบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทษหนักสุดถึงขั้นยิงเป้าประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กษริน ขำขาว (ซ้าย) และศนิชา มณีเทศ สองสาวไทยถูกนำตัวมาแถลงข่าวที่สำนักงานศุลกากรในเมืองเดนปาซาร์ของอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินโดนีเซียแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดชาวต่างชาติ 4 ราย โดยนำทั้งหมดมาแสดงตัวต่อสาธารณะเมื่อวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม สองคนเป็นหญิงไทยที่โดนจับได้ขณะพยายามลักลอบนำเมทแอมเฟตามีนเกือบ 1 กิโลกรัม เข้าเกาะบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวว่า หญิงไทยคู่นี้มีชื่อว่า กษริน ขำขาว และศนิชา มณีเทศ ขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่เกาะบาหลี แต่เจ้าหน้าที่สนามบินเห็นพิรุธตรวจสอบแล้วพบว่าพวกเธอมียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮีมาวัน อินดาร์โยโน ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินบาหลี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผลตรวจของห้องแล็บยืนยันว่าห่อที่พบทั้งหมดเป็นเมทแอมเฟตามีน น้ำหนักรวม 958 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หญิงไทย 2 คนนี้ ซึ่งคนหนึ่งเป็นพนักงานทำความสะอาด อีกคนทำร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ อาจโดนลงโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าววันเดียวกัน ยังมีผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดชาวต่างชาติอีกคนเป็นชายชาวฝรั่งเศสชื่อโอลีวีเยร์ โฌแวร์ ถูกจับกุมที่บาหลีเช่นกัน เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีพัสดุห่อหนึ่งส่งจากที่อยู่บ้านของเขาในฝรั่งเศสมาถึงสนามบินบาหลี ภายในบรรจุโคเคน 22.5 กรัม หากถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาอาจถูกลงโทษสูงสุดประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องสงสัยอีกรายคือทาเทียนา เฟียร์โซวา ช่างเสริมสวยชาวรัสเซีย เธอถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำโคเคน 6.6 กรัมเข้าบาหลี เธอถูกจับกุมขณะขึ้นเครื่องบินจากกรุงโดฮามาถึงบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทษหนักสุดของเธอคือจำคุก 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศาลอินโดนีเซียเพิ่งพิพากษาจำคุกชายไทย 2 คน รายละ 16 ปี จากความผิดฐานลักลอบนำยาไอซ์ 1 กิโลกรัมเข้าประเทศด้วยการกลืนลงท้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้หลายครั้งอินโดนีเซียจะลดโทษประหารชีวิตเหลือเพียงโทษจำคุกยาวนานหลายปี แต่อินโดนีเซียก็เคยประหารชาวต่างชาติแล้วหลายคน รวมถึงชาวออสเตรเลีย 2 คนในแก๊งค้าเฮโรอีนบาหลีไนน์ที่โดนยิงเป้าเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, จับคนไทย, จับยาเสพติด, บาหลี, หญิงไทยโดนจับ, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dada3e14accc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าบาหลี-ชวา ดับ 3 ศพ ส่วนปาปัวกินีไหว 7.0 เตือนสึนามิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียผวาซ้ำ แผ่นดินไหวขนาด 6.0 เขย่าเกาะบาหลีและเกาะชวาเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดี ผู้คนแตกตื่นรวมถึงผู้แทนนานาชาติที่มาร่วมประชุมไอเอ็มเอฟที่บาหลี เบื้องต้นมีคนเสียชีวิต 3 ราย เวลาไล่เลี่ยกันเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 นอกชายฝั่งปาปัวนิกินี ทางการออกคำเตือนคลื่นยักษ์แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย (บีเอ็นพีบี) เผยสภาพความเสียหายในเขตสุเมเนปของชวาตะวันออกภายหลังเกิดแผ่นดินไหว เมื่อเช้ามืด วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / BNPB / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียผวาภัยแผ่นดินไหวซ้ำอีกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561 เกือบ 2 สัปดาห์หลังจากแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่ก่อสึนามิถล่มเมืองชายฝั่งบนเกาะสุลาเวสี ที่คร่าชีวิตอย่างน้อย 2,065 คน ทางการอินโดนีเซียได้ยุติปฏิบัติการค้นหากู้ชีพแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังมีรายงานผู้สูญหายราว 5,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) ระบุว่า แผ่นดินไหวเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดีมีศูนย์กลางอยู่ในทะเลบาหลี นอกชายฝั่งทางตะวันออกปลายสุดของเกาะชวาราว 40 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรงสั่นสะเทือนปลุกประชาชนที่ยังหลับอยู่แตกตื่นวิ่งหนีออกจากอาคารบ้านเรือน ผู้แทนจากนานาชาติที่มาร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ที่บาหลี ต้องพากันอพยพออกจากโรงแรมที่พักด้วยเช่นกัน ปีเตอร์ จาคอบส์ หัวหน้าคณะทำงานจัดการประชุมจากธนาคารแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ผู้แทนซึ่งพักอยู่ในเขตนูซาดูอาของเกาะบาหลี หลายคนตกใจตื่นและสงสัย แต่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข่าวเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บที่บาหลี และการประชุมในวันพฤหัสบดีดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพความเสียหายของบ้านประชาชนในเขตสุเมเนป จังหวัดชวาตะวันออก / BNPB / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชวาตะวันออก มีรายงานว่าประชาชน 3 คนโดนบ้านถล่มทับเสียชีวิตที่เขตสุเมเนป ไซนูร์เราะมาน ชาวบ้านวัย 21 ปี เผยว่า ชาวบ้านแตกตื่นหนีออกจากบ้านมาอยู่กลางแจ้งจนฟ้าสาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกันที่ปาปัวนิวกินี เวลา 06.48 น.ตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 นอกชายฝั่งเกาะนิวบริเตน ยูเอสจีเอสระบุว่า ศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองคิมเบทางตะวันออก 128 กม. ที่ความลึกประมาณ 40 กม. เจ้าหน้าที่ออกคำเตือนสึนามิตลอดแนวชายฝั่ง 300 กม. แต่ภายหลังได้ยกเลิก โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติของปากัวนิวกินีกล่าวว่า ยังไม่มีรายงานความเสียหายจากแผ่นดินไหว แต่ยอมรับว่าคงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการประเมินสภาพของพื้นที่ห่างไกล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19687</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาหลี, ปาปัวนิกินี, อินโดนีเซีย, เกาะชวา, เตือนสึนามิ, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf166c9db11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กู้ภัยเร่งค้นหาเหยื่อธรณีพิโรธลอมบอก ยอดสังเวยพุ่ง 82 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้สังเวยชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 บนเกาะลอมบอกของอินโดนีเซียเมื่อค่ำวันอาทิตย์เพิ่มเป็นอย่างน้อย 82 คนแล้วเมื่อวันจันทร์ ขณะหน่วยกู้ภัยและฝ่ายความมั่นคงเร่งค้นหากู้ชีพและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมาอยู่ด้านนอกอาคารของโรงพยาบาลในเมืองมาตารัม บนเกาะลอมบอก ภายหลังแผ่นดินไหวเมื่อค่ำวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดบนเกาะลอมบอก ซึ่งสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐได้ปรับลดขนาดความรุนแรงจาก 7.0 ลงมาอยู่ที่ 6.9 ตามมาตรวัดแมกนิจูด เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561 เกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ให้หลังแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่ทำให้บ้านเรือนพังเสียหายและดินถล่มคร่าชีวิตคนอย่างน้อย 17 คน และทำให้นักปีนเขาหลายร้อยคนติดอยู่บนภูเขาไฟรินจานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลงมารออยู่ด้านนอกโรงแรมในเมืองเดนปาซาร์ เมืองเอกของเกาะบาหลี ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งเกาะลอมบอก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงสั่นไหวที่ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงมากกว่า 120 ครั้ง รวมถึงครั้งที่มีขนาด 5.3 ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวตื่นตระหนกหนีออกจากอาคาร ทางการอินโดนีเซียได้ออกคำเตือนภัยสึนามิและขอให้ประชาชนอยู่ห่างจากชายฝั่งและอพยพขึ้นที่สูง แต่คำเตือนนี้ยกเลิกในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมืองเดนปาซาร์บนเกาะบาหลี ดูความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนขนาด 7 ที่ส่งผลกระทบถึงเกาะท่องเที่ยวแห่งนี้เช่นกัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่ามีอาคารหลายพันหลังได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ค้นหาและกู้ภัยยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังทั้งบ้านเรือน, มัสยิด และโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้สังเวยชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ โดยขยับจาก 37 คนเป็นอย่างน้อย 82 คนในช่วงสายของวันจันทร์ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่นั้นอยู่ในพื้นที่ภูเขาทางเหนือของเกาะ ห่างจากแหล่งท่องเที่ยที่อยู่ทางใต้และตะวันตก นูโกรโฮประเมินด้วยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจะเพิ่มขึ้นกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวทั้งชาวอินโดนีเซียและชาวต่างชาติประมาณ 1,000 คนถูกอพยพทางเรือจากเกาะ 3 เกาะของหมู่เกาะกิลี นอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของลอมบอกแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้นี้เผยว่า ไม่พบว่ามีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตที่หมู่เกาะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14754</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาหลี, ลอมบอก, อินโดนีเซีย, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b67134c200b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
