<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉวยโอกาสส่งออกบูม จัดทัพเอสเอ็มอีรุกต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธุรกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี ถือว่าเป็นฐานรากสำคัญของระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลได้เร่งยกระดับผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริมให้มีการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ส่งเสริมเอสเอ็มอี ที่ผ่านมาได้มีการเสริมสร้างเอสเอ็มอีในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนา-เวิร์กช็อป, กิจกรรมให้คำปรึกษาปรับปรุงภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์, กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (ออนไลน์แมตชิ่ง) กับคู่ค้าในแต่ละประเทศ ซึ่งได้รับผลตอบรับและประสบความสำเร็จด้วยดีมาตลาด ล่าสุดได้ร่วมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดโครงการพัฒนาศักยภาพและช่องทางการตลาดเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี &amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าสู่ตลาดจีน &amp;nbsp;อินเดีย และบาห์เรน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดทั้ง 3 ประเทศนี้ ซึ่ง สสว.มีเป้าหมายในการช่วยเหลือเสริมความแข็งแกร่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในยุค New Normal ด้วยหาช่องทางการเปิดตลาดใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นวิกฤตทางการค้า และส่งผลดีต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระยะยาว รวมถึงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายโครงการนี้ ได้จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการแบบเข้มข้นใน 3 แนวทาง เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการตลาดระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 ได้แก่ การจัดสัมมนา-เวิร์กช็อป, กิจกรรมให้คำปรึกษาปรับปรุงภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์, กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (ออนไลน์แมตชิ่ง) กับคู่ค้าในแต่ละประเทศ ได้แก่ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ตลาดอินเดีย ตลาดจีน ส่วนตลาดบาห์เรน จะแบบเป็น 2 กิจกรรม คือ 1.เจรจาจับคู่ธุรกิจ และ 2.การทดลองจัดแสดงสินค้าที่ห้าง Thai Mart ประเทศบาห์เรน (Mini Showcase) ซึ่งผู้ประกอบการจะได้ทดลองจำหน่ายสินค้าจริงในประเทศเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจัดโครงการในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 100 ราย แบ่งเป็นกลุ่มสินค้าประเภทต่างๆ ได้แก่ กลุ่มอาหาร-เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป, กลุ่มของที่ระลึก,กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม และกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ โดยคาดการณ์จะมีมูลค่าการเจรจาจับคู่ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากการจัดโครงการ ครั้งนี้ จำนวน 200 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตลาดประเทศจีน อินเดีย และบาห์เรน จะมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอนาคต โดยเฉพาะจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ได้รวดเร็วที่สุด โดยธนาคารโลกคาดจีดีพีจะโตถึง 8.5% ในปี 2564 ส่งผลให้ยอดการส่งออกของไทยไปจีนในรอบครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2564) มีมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 24.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 รวมทั้งยังมีโอกาสขยายการค้าได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของผลไม้ พืชผัก ผลิตภัณฑ์ยางไปจนถึงเครื่องจักรต่างๆ&amp;quot; นายวีระพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวีระพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ การเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากเมืองคุนหมิง ในภูมิภาคจีนตอนใต้ มาถึงเมืองเวียนจันทน์ สปป.ลาว ที่จะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมปีนี้ ก็จะเพิ่มยอดการส่งออกสินค้าจากไทยไปจีนได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตร เนื่องจากเส้นทางรถไฟสายนี้ที่กรุงเวียงจันทน์ อยู่ใกล้กับชายแดนไทยจังหวัดหนองคาย จะช่วยย่นระยะเวลาการขนส่งไปจีนตอนใต้เหลือเพียง 1 วัน และลดค่าขนส่งได้มากกว่า 5 เท่าตัว ซึ่งจะเปิดโอกาสการส่งออกของเอสเอ็มอีไทยได้อีกมหาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ประเทศอินเดีย ก็เป็นตลาดที่มีอนาคตสูงของไทย เพราะมีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน และได้รับการคาดหมายว่าในปี 2050 จะกลายเป็นประเทศที่มี GDP สูงกว่าสหรัฐอเมริกา โดยในปัจจุบันอินเดียเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 10 ของไทย โดยยอดการส่งออกของไทยไปอินเดียในรอบครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2564) มีมูลค่ากว่า 126,000 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 54.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากศักยภาพทางเศรษฐกิจของอินเดีย ทำให้ถูกมองว่าในอนาคตจะเป็นตลาดส่งออกใหม่ของไทยที่จะมีความสำคัญเทียบเท่าจีน เนื่องจากปัจุบันสินค้าส่งออกของไทยไปอินเดียยังมีปริมาณน้อย ยังเป็นตลาดที่ผู้ส่งออกไม่คุ้นเคย จึงมีโอกาสที่จะเจาะตลาดได้อีกมาก และอินเดียมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง ทำให้มีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้น แนวโน้มสินค้าส่งออกที่มีแววสดใสคือ อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์และอินทรีย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว และอุปกรณ์ทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อินเดียยังมีหลายรัฐทำให้มีความต้องการในการบริโภคที่หลากหลาย และยังเป็นประตูในการส่งออกสินค้าจากไทยไปสู่ประเทศข้างเคียง เช่น ศรีลังกา มัลดีฟส์ รวมทั้งไทยยังมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศอินเดีย ทำให้มีความได้เปรียบเหนือกว่าประเทศอื่น และที่สำคัญคนอินเดียมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าไทย สินค้าไทยถูกจัดเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง และสามารถเข้าถึงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเทศบาห์เรน เป็นตลาดที่สำคัญของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะเป็นประเทศที่ประชาชนมีกำลังซื้อในระดับสูง เนื่องจากเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ประเทศหนึ่ง นอกจากนี้ไทยยังมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-บาห์เรน จึงทำให้สินค้าไทยเสียภาษีในระดับต่ำสร้างความได้เปรียบมากกว่าประเทศคู่แข่งและทำให้ผู้ประกอบการชาวไทยสามารถเข้าไปทำตลาดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่ม อาหาร สุขภาพ และความงาม ที่ถือได้ว่ามีความต้องการอยู่ในระดับสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งประเทศบาห์เรนยังสามารถเป็นประตูการค้าและการลงทุนให้ไทยไปตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศในคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC) ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์, คูเวต, โอมาน และบาห์เรน รวมถึงแอฟริกาตอนเหนือ เอเชียใต้ และเอเชียกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์ กล่าวว่า สสว.และ ส.อ.ท.ยังจะมีการจัดงาน &amp;ldquo;ไทยทำไทยช้อปไทยใช้&amp;rdquo; Made in Thailand ผ่านทางเว็บไซต์ Shopee.com ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม-15 กันยายน 2564 งานที่รวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 1,000 รายการ อาทิ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ และของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียน สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม และของขวัญของที่ระลึก พร้อมแจกโค้ดส่วนลดร้านค้ากว่า 50,000 บาท ซึ่งทั้งหมดเป็นสินค้าที่ได้รับการรับรอง Made in Thailand ทั้งสิ้น ผู้สนใจสามารถเลือกชมและซื้อสินค้าได้ที่ https://shopee.co.th/mitshopcampaign2021
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการร่วมมือกับ ส.อ.ท. ในเรื่องความร่วมมือขยายตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศแล้ว ในส่วนของตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ก็เป็นตลาดภายในประเทศที่สำคัญในการเข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายให้กับเอสเอ็มอีในปีนี้ โดย สสว.จะเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดและได้รับงานจากภาครัฐมากขึ้น ซึ่งได้วางเป้าหมายให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาลงทะเบียนเข้าโครงการนี้ 1 แสนราย และมียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 55,000 ราย และมียอดขายในโครงการรวมแล้วกว่า 1.27 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังทยอยลงทะเบียนต่อเนื่อง คาดว่าจะได้จำนวนผู้ประกอบการที่เข้าโครงการ และยอดขายของเอสเอ็มอีได้ตามเป้าอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114925</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, บาห์เรน, วีระพงศ์ มาลัย, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), อินเดีย, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b325b53e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ลงนามแสดงความเสียใจการสิ้นพระชนม์ของนายกฯบาห์เรน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63 - ที่สถานเอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ลงนามแสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83624</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาห์เรน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ราชอาณาจักรบาห์เรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facf188ba802.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอลสถาปนาความสัมพันธ์เต็มรูปแบบกับยูเออี-บาห์เรน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิสราเอลสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และบาห์เรนแล้ว โดยพิธีลงนามจัดที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โวยังมีตามมาอีกหลายชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานพิธีลงนามข้อตกลงอับราฮัม ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร จากซ้าย รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน, นายกฯ อิสราเอล และขวาสุด รัฐมนตรีต่างประเทศยูเออี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีลงนามข้อตกลงอับราฮัมเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างอิสราเอลกับยูเออีและบาห์เรน เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ผู้ลงนามฝ่ายอิสราเอลคือนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ส่วนผู้แทนของยูเออีคืออับดุลลาห์ บิน ซายิด อัล นาห์ยัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และของบาห์เรนคืออับดุลลาติฟ อัลซายานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีที่จัดขึ้นที่สนามหญ้าทิศใต้ของทำเนียบขาวมีผู้เข้าร่วมงานหลายร้อยคน ประธานาธิบดีทรัมป์หวังว่าอานิสงส์ของผลงานจากการไกล่เกลี่ยของเขาครั้งนี้จะมีส่วนช่วยให้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์กล่าวระหว่างพิธีว่า วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์สำหรับสันติภาพ หลังจากการแบ่งแยกและความขัดแย้งมาหลายสิบปี ในวันนี้นับเป็นรุ่งอรุณแห่งตะวันออกกลางใหม่ ที่จะเป็นรากฐานของสันติภาพที่ครอบคลุมทั่วภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเออีและบาห์เรนเป็นชาติอาหรับสองชาติแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลนับจากอิยีปต์นำร่องไว้ในปี 2522 และจอร์แดนตามมาในปี 2537 ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาด้วยว่า อิสราเอลจะลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอีก 9 ชาติในอาหรับรวมถึงซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนทันยาฮูกล่าวว่า วันนี้เป็นรุ่งอรุณใหม่ของสันติภาพ ในท้ายที่สุดเราจะสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างอาหรับกับอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างพิธีในวันอังคาร ทั้งทรัมป์และเนทันยาฮูไม่ได้กล่าวถึงปาเลสไตน์ ด้านประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์กล่าวเมื่อวันอังคารว่า หนทางเดียวที่จะนำสันติภาพมาสู่ตะวันออกกลางคืออิสราเอลต้องถอนตัวจากเขตยึดครองในปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีการลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิสราเอลกับยูเออีและบาห์เรนอยู่นั้น มีการยิงจรวดหลายลูกจากฉนวนกาซาเข้าใส่ดินแดนอิสราเอล มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน และอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศต่อฉนวนกาซา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77675</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงอับราฮัม, บาห์เรน, ยูเออี, อิสราเอลสถาปนาความสัมพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f621ac7d7f9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น 19 เมษายนนี้ &#039;ปุ๊ก XL Step&#039;ที่ติดค้างอยู่&#039;บาห์เรน&#039;จะได้&#039;ไทย&#039;หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าจะมีข่าวดีหรือเปล่า หลังจากที่นักร้องหนุ่ม ปุ๊ก วง XL Step หรือ ปริญญา นาคศิริ พร้อมคนไทยที่ยังติดค้างอยู่ที่ประเทศบาห์เรนมานานนับเดือน ได้เดินทางเข้าพบท่านทูตฯไทย ประจำประเทศบาห์เรน เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะตอนนี้ทุกคนอยู่ด้วยความยากลำบาก กลับเมืองไทยก็ไม่ได้เพราะเที่ยวบินถูกยกเลิกและเลื่อนมาตลอด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้ทาง ปุ๊ก XL Step ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;หลังจากสร้างเพจเพื่อรวมกลุ่มชาวไทยในบาห์เรนที่ยังกลับเข้าประเทศไม่ได้ให้มีการรวมตัวกันทางfbเพื่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยที่นี่มาหลายวัน ซึ่งในกลุ่มก็มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตไทยรับรู้อยู่ในนั้นด้วย จนในที่สุดทางกลุ่มจำเป็นต้องมีการแจ้งกับทางสถานทูตว่าต้องการขอเข้าพบเอกอัครราชทูตไทยผู้มีอำนาจและการตัดสินใจโดยตรง และวันนี้พวกเราก็จะได้พบและร้องทุกข์กับเอกอัครราชทูตไทยโดยตรงซะที ( เข้าพบได้แค่ 5 คนนะ ตามกฎหมายควบคุมโรคระบาด ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ขออย่าให้เรื่องยืดยาวไปกว่านี้เลย..หลายๆ คนมี/พร้อมซื้อตั๋วเครื่องบินและพร้อมที่จะเดินทางกลับแบบถูกกฎหมายอยู่แล้ว..ควรเปิดรับกลับด่วนที่สุด!! ปล่อยไว้นานไปเขาจะอยู่กันไม่ได้...ธุรกิจการงานเขาปิดกิจการแล้ว...ข้าวของราคาสูงขึ้นกว่าเดิม..แถมวีซ่าก็จะหมดอายุ..ส่วนคนติดปัญหาเรื่องอื่นๆ ก็ขอให้ได้รับทางออกที่ดีที่สุดตามกฎเกณฑ์ละกัน บอกเล่าและร่วมร้องทุกข์แบบสุภาพ....วิกฤตการณ์นี้ควรต้องได้รับการแก้ไขด่วนจากหน่วยงานราชการไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกันนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า เดชพล สุรเวช ก็ได้เข้ามาชี้แจงถึงเหตุที่คนไทยยังตกค้างที่ประเทศบาห์เรนนับร้อยคนว่า &amp;ldquo;เรียนเผื่อทราบ จุดประสงค์​ในการร้องเรียน การเดินทางกลับประเทศ​ไทยของพวกเราคือ ส่วนมากคือการตกค้างมาตั้งแต่บาห์เรนปิดการบิน ข้อต่อมาคือไทยปิดสนามบินต่อเนื่อง คนไทยที่ตกค้างอยากกลับไม่ได้มีความประสงค์กลับเพราะการแพร่เชื้อ​ของโรคแต่ประการใด แต่ต้องการกลับเพราะรับภาระการใช้จ่ายไม่ไหวครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอีกอย่างประเทศ​บาห์เรน​ยังไม่ใช่ประเทศ​กลุ่มเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค และยังไม่มีการแพร่เชื้อยกระดับ ผู้ที่มีความประสงค์​ที่เดินทางกลับ ก็ควรจัดสรร​ให้ทยอยกันกลับได้แล้วครับ ในวันข้างหน้าถ้ามีวิกฤต​เกิดขึ้น จะได้ไม่ยุ่งยากมากในการขนย้ายคน และป้องกันการติดเชื้อสู่ประเทศ​ไทย ถูกต้องไหมครับ พวกเรายังไม่ติดโรค ก็รีบให้ทยอยกลับดีกว่า มีการติดโรคแล้วขึ้นไปติดกันทั้งลำ จะขนย้ายคนดีดีไปหรือจะรอขนเชื้อโรค อันนั้นคิดกันดีดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดหลังจากได้มีการเข้าพบท่านทูตฯ ไทย ที่บาห์เรน&amp;nbsp; หนุ่ม เดชพล สุรเวช ก็ได้มาโพสต์ข้อความแจ้งความคืบหน้าอีกครั้งว่า &amp;ldquo;ตามที่ผมได้เข้าพบท่าน ทูตประจำ ประเทศ​บาห์เรน ​ขอคำปรึกษา​เรื่อง ที่พวกเรามีความจำนง ที่จะเดินทางกลับประเทศ​ไทย ด้วยมีความเดือดร้อนเรื่องรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ท่านได้รับฟังและมีคำแนะนำที่พวกเราพอใจดีใจได้ระดับหนึ่ง คือท่านจะประสานงาน ทางสายการบินกัปล์แอร์ และจะพยามประสานคำร้องในจุด​ประสงค์​การเดินทาง​กลับของพวกเราให้ทางการไทยพิจารณา​ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่วันที่ 19 เมษานี้ ทางสายการบินเปิดบิน และพวกเราก็มีความพร้อมที่จะบินเพราะมีตั๋วกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทางหนึ่งคือ ทางรัฐบาลไทยจะเปิดระบบลงทะเบียนออนไลน์​ให้ลงกันใน วันที่16 เมษา พวกเราต้องลงทางนั้นด้วย ถ้ามีการตอบรับมาว่าอนุมัติ​เราก็บินได้ครับ ท่านที่คอมเม้นว่าทางสายการบินก็บินแล้วทำไมไม่ไป อ่านดีดี ว่าทางการไทยมีมาตรการคัดกรองอะไรบ้าง อย่าเวิ่นเอาอารมณ์​ความคิดของตัวเอง มาตัดสินใจชีวิตคนอื่น ไร้มารยาท​ขาดการอบรบ พี่ทำเรื่องกลับ ตั๋วพี่ก็ชื้อเองและไม่ชวนใครเอาขี่คอไปด้วย ใครจะอยู่ใครรักแผ่นดินไหนไม่เกี่ยวกับพี่น่ะครับ จบข่าวเรื่องเพียงแค่นี้ ขอบคุณ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; Prinyar Narksiri , เดชพล สุรเวช&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62973</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาห์เรน, ปริญญา นาคศิริ, ปุ๊ก XL Step, เดชพล สุรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e93d3bede371.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังเวยไวรัสนอกจีนเพิ่มไม่หยุด คูเวต-บาห์เรน-อัฟกันเจอติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 นอกจีนน่าวิตกมากขึ้น เกาหลีใต้-อิหร่าน-อิตาลีสังเวยไวรัสโคโรนาเพิ่ม ยอดติดเชื้อในเกาหลีใต้พุ่งเกิน 800 ราย ตะวันออกกลางระบาดเพิ่ม คูเวตและบาห์เรนมีผู้ติดเชื้อจากอิหร่าน อัฟกานิสถานเจอรายแรกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ออกฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในตลาดสดแห่งหนึ่งที่กรุงโซลเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูเวตและบาห์เรน ซึ่งก่อนหน้านี้ประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 แพรระบาดจากอิหร่าน ยืนยันเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าพบผู้ติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ในประเทศอ่าวอาหรับทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรก โดยคูเวตพบผู้ติดเชื้อ 3 ราย บาห์เรนพบ 1 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางมาจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขคูเวตเปิดเผยว่า การตรวจสอบกลุ่มคนที่เดินทางมาจากเมืองมาชาดของอิหร่าน พบ 3 คนติดไวรัสโคโรนา โดยรายหนึ่งเป็นชายชาวคูเวตอายุ 53 ปี อีกรายเป็นชาวซาอุดีอาระเบียอายุ 61 ปี และชาวอาหรับไร้รัฐอายุ 21 ปี ส่วนกระทรวงสาธารณสุขบาห์เรนรายงานวันเดียวกันว่า มีพลเมืองคนหนึ่งที่เดินทางมาจากอิหร่านเริ่มแสดงอาการป่วย เขาถูกเคลื่อนย้ายไปศูนย์การแพทย์เพื่อตรวจสอบทันที และพบว่าติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัฟกานิสถานก็ตรวจเจอผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า คนไข้จากเมืองเฮรัตรายนี้เพิ่งเดินทางกลับจากอิหร่าน และขอร้องประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่จังหวัดเฮรัต ซึ่งอยู่ภาคตะวันตกของประเทศและมีพรมแดนติดกับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านยืนยันว่าผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 12 คนแล้วเมื่อวันจันทร์ โดยมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย ส่วนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 47 ราย รัฐบาลอิหร่านให้คำมั่นว่าจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในประเทศอย่างโปร่งใส หลังจาก ส.ส.ในจังหวัดกุม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดกล่าวหาว่ารัฐบาลปกปิดสถานการณ์ที่แท้จริงในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านเพิ่งประกาศพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว และทำให้ประเทศเพื่อนบ้านรีบใช้มาตรการควบคุม เช่นคูเวตห้ามเรือทุกลำจากอิหร่านเทียบท่า และระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกไปอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ภายในจีนนั้น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 150 คน เกือบทั้งหมดเว้นเพียง 1 คนอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,592 คน ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 409 คนลดลจากวันก่อน ยอดรวมผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 77,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่ากำลังควบคุมการแพร่ระบาดได้ รัฐบาลเมืองอู่ฮั่นที่พบการแพร่ระบาดเป็นแห่งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ได้ผ่อนคลายมาตรการกักกันประชากร 11 ล้านคน ที่ใช้มานาน 1 เดือนลงบางส่วนแล้ว โดยอนุญาตให้บุคคลที่สุขภาพแข็งแรงที่ไม่ใช่ผู้พักอาศัยในเมืองนี้, ผู้ที่มีปัญหาทางการแพทย์อื่นๆ และผู้ที่ทำงานด้านการป้องกันไวรัส สามารถออกจากเมืองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้เป็นประเทศที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดรองจากจีน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 รายเมื่อวันจันทร์ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 7 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 231 คนในวันเดียว ยอดผู้ติดเชื้อรวมเป็น 833 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอิตาลีก็รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกเป็นรายที่ 4 ของประเทศเมื่อวันจันทร์ ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดนี้เป็นชายอายุ 84 ปีจากแคว้นลอมบาร์นีในภาคเหนือ ซึ่งเมื่อสุดสัปดาห์รัฐบาลท้องถิ่นมีคำสั่งให้ปิดเมือง 10 เมือง บวกกับอีกเมืองในแคว้นเวเนโตเพื่อนบ้าน รวมประชากรมากกว่า 50,000 คน ส่วนผู้ติดเชื้อในอิตาลีขณะนี้มีมากกว่า 150 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, จีน, บาห์เรน, อัฟกานิสถาน, อิตาลี, อิหร่าน, เกาหลีใต้, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e539b8222172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP พานักธุรกิจบุกตะวันออกกลางโกยยอดสั่งซื้อเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดคณะผู้แทนการค้าอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจบริการบินไปเปิดตลาดภูมิภาคตะวันออกกลางที่ประเทศโอมานและประเทศบาห์เรน ได้ยอดสั่งซื้อกลับมาร่วม 500 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากกับการเปิดตลาดให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ก.ค. 62 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดกิจกรรมนำคณะผู้แทนการค้าอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจการไปเปิดตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมานและ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะกับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าสินค้าโดยตรง และได้ทราบถึงโอกาสแนวทางในการขยายธุรกิจบริการและส่งออกสินค้า ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทย และเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับผลตอบรับจากประเทศโอมานมีผู้นำเข้าโอมานสนใจเข้าร่วมกิจกรรมถึง 70 ราย โดยในครั้งนี้ สคต. ณ เมืองดูไบ ได้นัดหมายให้บริษัทผู้นำเข้ารายใหญ่ของโอมานเข้าร่วมเจรจาการค้าในครั้งนี้ด้วย ได้แก่ Galfar Engineering &amp;amp; Contracting SAOG และ Khimji Ramdas Group (KR) โดยผู้ประกอบการไทยได้เจรจาการค้ากับคู่ค้าเฉลี่ย 13 ราย/บริษัท มูลค่าสั่งซื้อที่เกิดขึ้นในทันที คิดเป็นเงินจำนวน 8,580,000 บาท และมูลค่าสั่งซื้อที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปี คิดเป็นเงินจำนวน 191,730,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของประเทศบาห์เรน มีผู้นำเข้าบาห์เรนสนใจเข้าร่วมกิจกรรม 67 ราย หนึ่งในผู้นำเข้าที่เข้าร่วมกิจกรรม มีบริษัท Nass Commercial โดยผู้ประกอบการไทยได้เจรจาการค้ากับคู่ค้าเฉลี่ย 8 ราย/บริษัท มูลค่าสั่งซื้อที่เกิดขึ้นในทันที คิดเป็นเงินจำนวน 14,520,000 บาท มูลค่าสั่งซื้อที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปี คิดเป็นเงินจำนวน 296,670,000 บาท อย่างไรก็ตามผลจากการนำคณะผู้แทนคณะผู้แทนการค้าอุตสาหกรรมก่อสร้างและธุรกิจการไปเปิดตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางในสองประเทศ สร้างยอดการสั่งซื้อรวมกว่า 500 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40642</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), กระทรวงพาณิชย์, บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์, บาห์เรน, โอมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25e73bbf48f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กระทรวงการต่างประเทศ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;นายฮาคีม&amp;quot; ดูจริงๆ แล้ว........&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหา &amp;quot;ไม่น่าเกิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่เกิด นั่นก็ ไม่ได้เกิดจากไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดกันตรงๆ &amp;quot;ออสเตรเลีย&amp;quot; นั่นแหละ สร้างปัญหาให้เกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดแล้ว แทนที่จะรีบแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงให้ไทยเห็นถึงความรับผิดชอบและสำนึกต่อสิ่งที่ทำให้ &amp;quot;มิตรแสนดี&amp;quot; อย่างไทย พลอยยุ่งยากไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นี่...กลับตรงกันข้าม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากไม่รับผิดชอบแล้ว ยังโหนกระแสสิทธิมนุษยชน แว้งไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดแบบประชาธิปไตยเมืองขึ้น......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เออะ จะให้ไทยปล่อยตัวนายฮาคีมกลับออสเตรเลียท่าเดียว โดยไม่ตระหนักว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยไม่ใช่อาณานิคมหรือประเทศบริวารของใคร อย่างที่ออสเตรเลียเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยมี &amp;quot;อำนาจอธิปไตย&amp;quot; เมื่อเรื่องนายฮาคีมเข้าสู่ขั้นตอนศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครก็ไปสั่งไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้อง &amp;quot;ตุลาการ&amp;quot; ในชั้นศาล เท่านั้น ชี้ขาด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราปล่อยให้พวกสิทธิมนุษยชนทั้งในชาติและนอกชาติใต้กลไกของกระบวนการหนึ่ง &amp;quot;ยำไทย&amp;quot; มาหลายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน (๖ ก.พ.๖๒) ไทย โดยฝ่ายอัยการและกระทรวงต่างประเทศ ออกมาสอนความเป็นอารยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอนกิริยามารยาท รวมทั้งสอนความเป็นสากลทางกฎหมายให้ได้ทราบกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมงาน &amp;quot;โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด&amp;quot; ได้ชี้แจงความเป็นมาและขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับคดีนี้ไปเมื่อวาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะสรุปบางขั้นตอนมาให้ดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-๓ ธ.ค.๖๑ สำนักงานอัยการสูงสุด รับเรื่องร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากบาห์เรน ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำเนินการยื่นคำฟ้องต่อศาลอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาและมีคำสั่ง ส่งตัวนายฮาคีมให้บาห์เรน &amp;quot;ประเทศผู้มีคำร้องขอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ความว่า นายฮาคีมถูกดำเนินคดีที่ศาลอาญากลาง บาห์เรน ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาจำคุก ๑๐ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายฮาคีม หลบหนีไปและมาถูกควบคุมตัวในไทยขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ไทยพิจารณาแล้ว เห็นว่าคำร้องของบาห์เรน ที่ขอให้ส่งนายฮาคีมเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีอาญานั้น เป็นข้อหาคดีอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการกระทำที่บัญญัติให้เป็นความผิดตามกฎหมายของไทยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้อหาต่างๆ ดังกล่าว มีอัตราโทษจำคุกไม่น้อยกว่า ๑ ปี อีกทั้ง ไม่ใช่ความผิดทางการเมืองหรือความผิดทางการทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเข้าหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.๒๕๕๑
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-๔ ก.พ.๖๒ ศาลเบิกตัวนายฮาคีมมาสอบปากคำ นายฮาคีมปฏิเสธ ว่าไม่ได้ทำความผิด และไม่ยินยอมกลับไปบาห์เรน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจึงมีคำสั่ง ให้นายฮาคีมและทนาย ยื่นคำคัดค้านคำฟ้อง ภายใน ๕ เม.ย. นัดตรวจสอบพยานสองฝ่าย ๒๒ เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นพูดกันว่า อัยการจะถอนฟ้องนายฮาคีมได้หรือไม่นั้น มีคำตอบจากทีมโฆษกฯ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการพิจารณาในเรื่องนี้ ต้องรอกระบวนการพิจารณาของศาล&amp;quot; เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สงสัยกันมาก.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมายแดง&amp;quot; อินเตอร์โพล ถือเป็นหมายจับหรือไม่ และเราจะต้องจับตามหมายนั้นเสมอไปหรือไม่ มีคำตอบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมายแดง&amp;quot; คือหมายจับของอินเตอร์โพล เวลามีการแจ้งลงระบบ ก็จะรับทราบทั่วกัน ในหมู่ประเทศสมาชิก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นการ &amp;quot;แจ้งเตือน&amp;quot; ให้ประเทศที่ได้รับแจ้งทราบว่า มีบุคคลที่มีหมายจับติดตัวอยู่เข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนายฮาคีม ไทยได้รับแจ้งจากทางบาห์เรนด้วย ทาง &amp;quot;ตรวจคนเข้าเมือง&amp;quot; จึงได้กักตัวไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนี่ เป็นอีกประเด็นควรทราบ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับบาห์เรน แล้วเราใช้หลักการอะไรในการฟ้อง?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำตอบอีกเช่นกัน ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ &amp;quot;ส่งผู้ร้ายข้ามแดน&amp;quot; เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมทั่วโลกที่จะช่วยกัน ในการติดตามจับคนร้าย มีด้วยกัน ๒ รูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ แบบ &amp;quot;มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน&amp;quot; กับแบบ &amp;quot;ไม่มีสนธิสัญญาฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ไม่มีสนธิสัญญาฯ ต้องใช้ขั้นตอนมากขึ้น เช่น ต้องมีคำรับรองต่างตอบแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศผู้ขอ&amp;quot; จะต้องระบุไว้เลยว่า หากอนาคตประเทศไทยจะขอความร่วมมือ ก็จะต้องช่วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ต้อง &amp;quot;เขียนไว้ให้ชัดเจน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดที่มีการขอส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน จะต้องตรงกันของทั้งสองประเทศ และต้องใช้วิธีทางการทูต คือจะต้อง &amp;quot;ส่งผ่าน&amp;quot; กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนายฮาคีม อัยการตรวจแล้ว เห็นว่าเข้าเกณฑ์ครบทุกประเด็น จึงดำเนินการให้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดนั้น ศาลบาห์เรนมีคำพิพากษาแล้ว การวางเพลิงเผาทรัพย์และมีวัตถุระเบิด เป็นความผิดอาญา ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง อัยการจึงดำเนินการไปดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สังคมอยากรู้ ว่าอีกนานมั้ย กว่าศาลจะตัดสิน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องดูวันที่ ๒๒ เม.ย.เป็นเกณฑ์.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าทั้งสองฝ่ายจะเสนอบัญชีพยานต่อศาลมากน้อยแค่ไหน บัญชีพยานจะเป็นตัวบอกว่าเร็วหรือช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทีมโฆษก อสส.สรุปไว้ดี คือท่านบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลไทยมีหลักกระบวนการพิจารณาอย่างรวดเร็ว เพราะความล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ตามนั้น....สาธุ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ผมสรุปจากบางประเด็น ที่ &amp;quot;ครบ&amp;quot; น่าจะหาตามข่าวได้หรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีนี้ มาถึง &amp;quot;แถลงสำคัญ&amp;quot; ของกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งเรียกเสียงชมอื้ออึง ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นภาษาทูตและภาษาทางราชการ &amp;quot;ฉบับแรก&amp;quot; ก็ว่าได้ ในมาดโจงกระเบน พาดสไบเฉียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อร่อย-จี๊ดจ๊าด เหมือนน้ำพริกไทย ที่ถึงครก-ถึงสาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ้า...อ่านดู คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศ ๖ ก.พ.๖๒
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดย สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่อง นายฮาคีม อัล อาไรบี ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับปัญหาระหว่างออสเตรเลียกับบาห์เรน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.ประเทศไทยไม่รู้จักนายฮาคีม ไม่มีอคติต่อตัวบุคคลและคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการมาไทยของเขา หากไม่ใช่ Interpol ของออสเตรเลีย ที่ได้แจ้งเตือนเรื่องหมายแดงของนายฮาคีมแต่แรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากทางการบาห์เรนไม่ได้มีคำร้องขออย่างเป็นทางการให้จับกุมและส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายฮาคีม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอน คือ ให้จับเพื่อส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.ทางการออสเตรเลียใช้เวลาหลายวันหลังจากที่นายฮาคีมเดินทางถึงไทยในการแจ้งการยกเลิกหมายแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในขณะนั้น กระบวนการทางกฎหมายในไทยได้เริ่มขึ้นแล้วและไม่สามารถย้อนกลับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.ขณะนี้ เรื่องได้เข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ในการเดินตามขั้นตอนของกฎหมาย ฝ่ายบริหารไม่สามารถแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ ซึ่งเป็นหลักสากลและเชื่อว่าออสเตรเลียก็ยึดถือหลักการนี้เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.ขออย่าได้ด่วนสรุปว่า ไทยจะส่งตัวนายฮาคีมให้กับบาห์เรน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ ศาลจะพิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่ซึ่งมีพื้นฐาน จากหมายจับ/หมายศาลของบาห์เรน เมื่อเขาหนีความผิดตามกฎหมายของประเทศบาห์เรนมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และบาห์เรน ได้ขอให้คุมตัวเมื่อมาไทย พร้อมกับส่งเอกสารหลักฐานทางกฎหมายให้ฝ่ายไทย &amp;nbsp;พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะส่งฟ้องต่อศาลได้ จึงดำเนินการต่อไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.ขณะเดียวกัน ศาลไทยพร้อมรับหลักฐานทุกชิ้นทุกชนิดที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นธรรมต่อนายฮาคีมที่ทนายของนายฮาคีมจะนำส่งให้ศาลพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖.ไม่มีส่วนใดของไทยที่จะได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮาคีม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในฐานะรัฐอธิปไตยที่มีพันธะทางกฎหมายและความถูกต้องต่อสังคมโลก ไทยได้มาพบว่าเพื่อนที่ดีของไทย ๒ ประเทศเกิดแย่งตัวบุคคลคือนายฮาคีมที่มาประเทศไทย ในภาวะดังกล่าว ไทยมีทางเดินอันชอบธรรมเพียงว่า (๑) ให้ความร่วมมือทางด้านกฎหมาย และ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๒) เสนอแนะให้เพื่อนที่ดีทั้งสองนี้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย หันหน้าหารือ หาทางออกในปัญหาซึ่งเป็นของตนเองเสีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แทนการผลักดันหาทางออกทางอ้อมจากไทยซึ่งเผอิญจับพลัดจับผลูมาอยู่ในภาพของประเด็นปัญหานี้ ซึ่งเพื่อน ๒ ประเทศของไทยมีระหว่างกันมาแต่ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๗.การขอให้ออสเตรเลียกับบาห์เรนคุยกัน หาทางออกร่วมกัน จึงเป็นท่าทีโดยชอบธรรมของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริงและบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็น win-win
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๘.ไทยหวังว่าทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนจะมีมิตรไมตรีที่ดีเพียงพอที่จะร่วมกันหาทางออกของเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากผลลัพธ์เป็น win-win เชื่อได้แน่นอนว่า คนไทยและผู้คนในภาคส่วนต่างๆ ของโลก ที่รับรู้เรื่องนี้ จะสรรเสริญทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจำไม่พลาด &amp;quot;คุณนันทนา ศิวะเกื้อ&amp;quot; คือเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา และสำนวนนี้ ไม่น่าพลาดจากท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนพูดกันว่า &amp;quot;เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เหมือนกัน อ่านแล้วสะเทือนถึงรากเหง้าแดนเดนคุกเลย!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการ, บาห์เรน, ออสเตรเลีย, ฮาคีม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
