<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ฟ้อง-ร้องสารพัดกรณี กกต.ชี้ใส่ร้ายโซเชียลตรึม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สารพัดเรื่องร้อง กกต.! เพื่อไทยพะเยาบี้สอบกลุ่มชายชุดดำเก็บบัตร ปชช.ข่มขู่ชาวบ้าน อีกฝ่ายยื่นฟัน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ปราศรัยใส่ร้าย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปชป.โวยบิดเบือนแชร์ภาพ &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; คุยแกนนำพรรคอื่นตั้งรัฐบาล &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ส่งกำลังใจให้สมาชิก ทษช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 มีนาคม เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้นำสื่อมวลชนตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง ตอบข้อกฎหมายเกี่ยวกับการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของสำนักงาน กกต. โดยศูนย์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์ที่รับแจ้งเบาะแส เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการเลือกตั้งทุกเหตุการณ์ รวมทั้งคอยมอนิเตอร์ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำการประมาณ 8 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลและเบาะแสต่างๆ เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง หากศูนย์ได้รับเรื่องจะนำไปวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่กระบวนการตรวจพยานหลักฐาน หากมีมูลจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป เบื้องต้นมีเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งจำนวน 43 เรื่อง ซึ่งมีทั้งประชาชนร้องเรียนขึ้นมาและกรณีความปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นเลขาธิการ กกต.ได้นำสื่อมวลชนตรวจเยี่ยมศูนย์บริหารการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องการใส่ร้ายผู้สมัคร และพรรคการเมืองทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยความเป็นเท็จ ตามมาตรา 73 (5) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งถ้าพบการใส่ร้ายทางเจ้าหน้าที่จะพิจารณาส่งเรื่องให้ กกต.เพื่อสั่งลบ โดยหากเป็นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองทำ ทาง กกต.จะประสานให้พรรคดำเนินการลบ กรณีเป็นแอคเคาต์อวตารจะติดต่อให้ลบ แต่ถ้าไม่สามารถติดต่อได้จะประสานให้เว็บไซต์เป็นผู้ลบ ซึ่งโทษการใส่ร้ายมีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตัดสิทธิทางการเมือง 20 ปี โดยในขณะนี้มี 50 เรื่องที่มีลักษณะใส่ร้าย เตรียมส่งให้ที่ประชุม กกต.สั่งลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวด้วยว่า วันที่ 17 มี.ค. ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า พรรคการเมืองและผู้สมัครยังสามารถหาเสียงได้ แต่ กกต.กำลังพิจารณาว่าการหาเสียงจะต้องห่างจากหน่วยเลือกตั้งกลางจำนวนเท่าไหร่ และสามารถหาเสียงผ่านโซเชียลฯ ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้เป็นการจูงใจ ส่วนการจัดงานเลี้ยงหากเป็นประชาชนธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครสามารถทำได้ปกติ แต่ต้องระวังเรื่องการห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุราตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 มี.ค. ถึง 18.00 น. ของวันที่ 17 มี.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พะเยา พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพฤติกรรมของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่แฝงตัวในพื้นที่ โดยระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดพะเยา เริ่มเกิดความไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่โดยไม่ทราบสาเหตุหรือวัตถุประสงค์ ว่าเข้ามาเพื่อเหตุใด สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นหากเป็นเจ้าหน้าที่อยากให้แต่งเครื่องแบบแสดงตัวหรือหน่วยงานให้เกิดความชัดเจน นอกจากนี้ยังรับทราบว่ามีการโทรศัพท์ไปข่มขู่ประชาชนด้วย รวมถึงการเก็บบัตรประชาชน ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ กกต.ส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยใช้วิธีการแจกเงิน สิ่งของ และเก็บสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 3 เขตของ จ.พะเยาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายศุภศักดิ์ ศรีอินทร์ อ้างเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ดำเนินคดีกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพรรคอนาคตใหม่ กรณีไปปราศรัยหาเสียงในลักษณะต้องการให้มวลชนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค 90,000 คน โดยอ้างว่าเพื่อมาตรวจสอบการทุจริตในการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 24 มี.ค. ทั้งที่จุดประสงค์ดังกล่าวคือต้องการให้มวลชนดังกล่าวช่วยทำหน้าที่ตอบโต้ข่าวแทนพรรคอนาคตใหม่และมีเจตนาแอบแฝงเพื่อให้คนทั้งหมดเป็นหัวคะแนนให้กับพรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงกรณีที่นายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ได้ใช้วิธีการพูดใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าชาวบ้านไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลับมามีอำนาจ หาก พล.อ.ประยุทธ์และพรรคที่สนับสนุนกลับมาได้ ก็ต้องมีการโกงทุจริตการเลือกตั้ง จึงเห็นว่าการกระทำของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่มีความผิดตามมาตรา 73 ( 5) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยื่นคำร้องต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านนายบรรชา รังแก้ว เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยประเด็นคำวินิจฉัยของ กกต. กรณีพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขาดคุณสมบัติที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (15) ห้ามพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ตำแหน่งหัวหน้า คสช.ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพิจารณาถึงประกาศของ คสช. ฉบับที่ 6/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค.2557 และประกาศ คสช. ฉบับที่ 2/2561 ลงวันที่ 27 ก.ย.2561 เรื่องแต่งตั้งคณะบุคคลใน คสช.กำหนดให้คณะกรรมการใน คสช.เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยได้รับค่าตอบแทนเงินเดือนเงินประจำตำแหน่ง มีเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่ง ได้รับการคุ้มกันห้ามดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 บัญญัติว่าให้ คสช.ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 ฉบับชั่วคราว ให้ยังคงเป็น คสช.ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ ในวันที่ 7 มี.ค. ว่า พยายามส่งกำลังใจให้กับพรรคไทยรักษาชาติ และตนไม่มีความสุขกับการที่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งจะถูกยุบในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นตนอยากให้กำลังใจบรรดามิตรสหายที่อยู่ในพรรคไทยรักษาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความพยายามใช้สื่อบิดเบือนข้อมูล สร้างความสับสนบนโลกโซเชียล โดยเสนอเนื้อหาสาระที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด มีการแชร์รูปภาพที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ที่เป็นแคนดิเดตเป็นนายกรัฐมนตรี ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐ พร้อมมีข้อความที่พยายามจงใจให้เข้าใจว่าเป็นการหารือจับมือกันเพื่อร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาพดังกล่าวมีการส่งต่อๆ กันไปทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และมีข้อความทำนองว่าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลกับพรรคอื่น ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จ เพราะข้อเท็จจริงคือในภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่นายอภิสิทธิ์นั่งสนทนากับหัวหน้าพรรคการเมืองหลายคนระหว่างรอออกรายการดีเบตที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ไม่ใช่นั่งคุยจัดตั้งรัฐบาลแต่อย่างใด&amp;rdquo; นายองอาจ กล่าว และว่า นอกจากนี้ยังมีความพยายามแบ่งฝ่ายบีบให้ประชาชนเลือกข้างระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ ซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง และคิดว่าเวลานี้มี 3 ทางเลือก คือ ฝ่ายนายทักษิณ ชินวัตร, ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และฝ่ายประชาชนเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30268</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., บิดเบือนแชร์ภาพ, ปราศรัยใส่ร้าย, หนังสือพิมพ์, เรื่องร้องกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c7945460f7dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
