<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่สามีภรรยาใจบุญ &#039;บิล-เมลินดา เกตส์&#039; ประกาศแยกทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประกาศยุติการครองชีวิตร่วมกันมานาน 27 ปีแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บิล เกตส์ อภิมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ และเมลินดา ภรรยา ที่ต่างเป็นผู้บริจาคเงินและทำงานเพื่อการกุศลทั่วโลก แต่ทั้งคู่ยืนยันว่าจะยังทำงานการกุศลร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ บิล เกตส์ และเมลินดา เกตส์ (Photo by Leigh Vogel/WireImage)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คู่สามีภรรยาเกตส์ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ชีวิตที่มั่งคั่งที่สุดในโลก มีทรัพย์สินร่วมกันประมาณ 130,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.05 ล้านล้านบาท) ทั้งคู่ใช้จ่ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่องานด้านกุศลทั่วโลกผ่านมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ของพวกเขา ที่ให้ทุนทรัพย์แก่โครงการต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพ, ความเสมอภาคทางเพศ, การศึกษา และวัตถุประสงค์ด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขาประกาศข่าวการหย่าผ่านทางทวิตเตอร์ พร้อมกับยืนยันว่าจะยังคงทำงานร่วมกันในมูลนิธิที่ทรงอิทธิพลอย่างมากนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแยกทางของสามีภรรยาเกตส์เกิด 2 ปีหลังจากการหย่าของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งแอมะซอนซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเช่นกัน กับแม็กเคนซี ภรรยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิล เกตส์ วัย 65 ปี ลงจากตำแหน่งซีอีโอของไมโครซอฟท์เมื่อปี 2551 เพื่ออุทิศเวลาให้งานด้านการกุศลมากขึ้น แล้วต่อมายังลาออกจากคณะกรรมการบริหาร เหลือไว้เพียงตำแหน่ง &amp;quot;ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี&amp;quot; ส่วนเมลินดา วัย 56 ปี พบกับบิลหลังจากเข้าทำงานในไมโครซอฟท์ได้ไม่นานเมื่อปี 2530 พวกเขาแต่งงานกันในปี 2537 ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิของพวกเขาเป็นหนึ่งในองค์กรการกุศลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยมอบเงินช่วยเหลือแล้วมากกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์ในหลากหลายด้านตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อาทิ การควบคุมโรคติดเชื้อและมาลาเรีย, การวิจัยด้านการเกษตร, การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานและสุขอนามัยในหลายพื้นที่ของโลก โดยมีเงินบริจาคมากกว่า 46,000 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101742</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิล เกตส์, ประกาศแยกทาง, มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์, มูลนิธิบิลแอนด์เมลินดาเกตส์, เกตส์หย่า, เมลินดา เกตส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6091157a1f3d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ก่อตั้ง&#039;แอมะซอน&#039;รวยสุดในโลก&#039;เจ้าสัวเจริญ&#039;ยังคงเป็นเศรษฐีอันดับ1ของไทย&#039;ทักษิณ&#039;รวยขึ้น3.1พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7 มี.ค.61- &amp;nbsp;นิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยรายนามมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของโลกประจำปี 2561 เมื่อวันอังคาร &amp;quot;เจฟฟ์ เบซอส&amp;quot; ผู้ก่อตั้งเว็บขายของออนไลน์ แอมะซอน รวยอันดับหนึ่งแทนที่ &amp;quot;บิล เกตส์&amp;quot; เศรษฐีใจบุญแห่งไมโครซอฟท์ ขณะ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; รวยน้อยลง 400 ล้านดอลลาร์ ของไทยเจ้าพ่อเบียร์ช้างรั้งอันดับหนึ่งเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์บส์กล่าวไว้ในรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2561 ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 6 มีนาคม ว่าเบซอสมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 112,000 ล้านดอลลาร์ จากอานิสงส์ราคาหุ้นแอมะซอนที่เพิ่มขึ้นถึง 59% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้เขารวยมากกว่าเกตส์ 90,000 ล้านดอลลาร์ และภายหลังการประกาศผลการจัดอันดับ หุ้นของแอมะซอนยังพุ่งทะยานขึ้นอีก จนทรัพย์สินของเบซอสเพิ่มเป็น 127,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างเขากับเกตส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกตส์ซึ่งตกไปอยู่อันดับ 2 มีทรัพย์สิน 90,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 3.ยังคงเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนเจ้าของเบิร์กเชียร์แฮธาเวย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;84,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 4.เป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส แบร์นารด์ อาร์โนลต์ ประธานและซีอีโอ LVMH เจ้าของหลุยส์วิตตอง ที่ขยับขึ้นจากอันดับ 11 มีทรัพย์สิน 72,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 5. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊ค มีทรัพย์สิน 71,000 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6. อามันซิโอ ออร์เตกา เจ้าของแบรนด์แฟชันซาราจากสเปน มีทรัพย์สิน 70,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 7. คาร์ลอส สลิม เฮลู นักธุรกิจโทรคมนาคมชาวเม็กซิโก มีทรัพย์สิน 67,100 ล้านดอลลาร์, อันดับ 8. และ 9. ชาร์ลส์ คอช และเดวิด คอช สองพี่น้องแห่งคอชอินดัสตรีส์ มีทรัพย์สิน 60,000 ล้านดอลลาร์เท่ากัน, อันดับ 10. แลร์รี เอลลิสัน นักธุรกิจซอฟต์แวร์ มีทรัพย์สิน 58,500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ของโลกมีจำนวนมากถึง 2,208 คน มีทรัพย์สินรวมกัน 9.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว โดยสหรัฐยังมีคงมีเศรษฐีพันล้านมากที่สุด 585 ราย ตามด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ 373 ราย ในกลุ่มเศรษฐี 20 อันดับแรกของฟอร์บส์ปีนี้ มีชาวจีนติดโผด้วย 2 คน ได้แก่ หม่าฮว่าเถิง ผู้บริหารบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เทนเซนต์ รวยอันดับ 17 ของโลกและรวยสุดในเอเชียด้วยทรัพย์สิน 45,300 ล้านดอลลาร์ อีกคนคือแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา รวยติดอันดับ 20 ของโลก ทรัพย์สิน 39,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ รวยติดอันดับ 766 ของโลก ร่วงลงจากอันดับ 544 ในปีที่แล้ว มีทรัพย์สินแค่ 3,100 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;น้อยลงจากปีก่อน 400 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์หน้าใหม่ในปีนี้มีถึง 259 คน หลายคนเป็นเศรษฐีจากการครอบครองเงินสกุลดิจิทัล ขณะเดียวกัน ก็มีมหาเศรษฐีที่หลุดจากโผ 121 คน ซึ่งรวมถึงชาวซาอุดีอาระเบีย 10 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไทยปีนี้มีมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ถึง 30 คน เพิ่มขึ้น 10 คนจากปี 2560 นำทัพโดย นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเบียร์ช้าง มีทรัพย์สิน 17,600 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 65 ของโลก ตามด้วยอันดับ 95. นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี มีทรัพย์สิน 14,900 ล้านดอลลาร์, อันดับ 388. นายวิชัย ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์ ทรัพย์สิน 5,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 514. นายสุเมธ เจียรวนนท์ มีทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลาร์, อันดับ 527 นายจรัญ เจียรวนนท์ และนายมนตรี เจียรวนนท์ มีทรัพย์สินเท่ากัน 4,100 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 629. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหารธุรกิจพลังงาน กัลฟ์เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ มีทรัพย์สิน 3,600 ล้านดอลลาร์, อันดับ 679 นายสมโภชน์ อาหุนัย จากธุรกิจพลังงาน มีทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์, &amp;nbsp;อันดับ 703 นายวานิช ไชยวรรณ แห่งไทยประกันชีวิต มีทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์, อันดับ 791. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ จากธุรกิจโรงพยาบาล มีทรัพย์สิน 3,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดอันดับของฟอร์บส์ปีนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 1,339 ของโลก และอันดับที่ 16 ของไทย มีทรัพย์สิน 1,800 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ล้านดอลลาร์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4467</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดอันดับเศรษฐีโลก, ทักษิณ ชินวัตร, นิตยสารฟอร์บส์, บิล เกตส์, ฟอร์บส์, เจฟฟ์ เบซอส, เจริญ สิริวัฒนภักดี, เบียร์ช้าง, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f7ee2aa157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
