<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทวงคืนความยุติธรรม&#039;อังคณา&#039;จี้นายกฯ-ดีเอสไอเร่งสืบคดี&#039;ทนายสมชาย&#039;และผู้ที่ถูกอุ้มหายทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ย.62-เมื่อวันที่ 3ก.ย.ที่ผ่านมา นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ภรรยานายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งถูกอุ้มตัวหายไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ Change.org ร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอทวงคืนความยุติธรรมคดี &amp;#39;ทนายสมชาย&amp;#39; ผ่าน พรบ.ต่อต้านการทรมานและอุ้มหาย โดยระบุว่า
ตามที่ DSI ให้ข่าวว่าบ่ายโมงวันนี้จะแถลงข่าวกรณี #บิลลี่ และหากเป็นไปตามที่กล่าวในเวทีเสวนา #คนก็หาย #กฎหมายก็ไม่มี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่าจะมีข่าวดี (แม้ฟังแล้วจะขมขื่น) แต่ก็เป็นอีกขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนและการเปิดเผยความจริง ถ้ากระดูกที่พบคือกระดูกของบิลลี่ บิลลี่ก็จะไม่อยู่ในสถานะผู้ถูกบังคับสูญหายอีกต่อไป ครอบครัวจะสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้เขาได้ ในส่วนครอบครัวการทราบชะตากรรมจะเป็นการปลดปล่อยพันธนาการของความคลุมเครือ แต่ก็คงเป็นความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างที่สุดในการรับรู้การกระทำที่ป่าเถื่อน โหดร้ายไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
ส่วนตัวเห็นว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งทำความจริงในคดีนี้ให้ปรากฎคือการที่กรรมการมรดกโลกกดดันให้เวลาประเทศไทย 1 ปีในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ในผืนป่าแก่งกระจาน โดยเฉพาะกรณีการหายตัวไปของบิลลี่
สำหรับกรณีผู้ถูกบังคับสูญหายรายอื่นๆที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษรวมถึงคดี #สมชายนีละไพจิตร DSI ไม่มีความเต็มใจ (unwillingness) ทำคดีตั้งแต่ต้น และได้งดการสอบสวนไปนานแล้ว และไม่มีท่าทีต้องการรื้อฟื้นคดีกลับมาใหม่ คิดว่าอาจเป็นเพราะผู้กระทำผิดและบรรดาผู้เกี่ยวข้องล้วนยังมีอำนาจมากมายในปัจจุบันจนยากที่ใครจะกล้าแตะ
กรณีสมชายเกิดขึ้นในช่วงการใช้นโยบายสงครามยาเสพติด และการปราบปรามการก่อการร้ายใน จชต. ซึ่งปรากฎมีคนจำนวนไม่น้อยที่สูญหายในช่วงเดียวกัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงใน จชต. เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานจนปัจจุบัน
-------
12 ปีแล้วที่ดิฉัน อังคณา นีละไพจิตร และลูกๆ อีก 5 คนไม่ได้พบหน้าทนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิมและรองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ และที่สำคัญกว่านั้นคือ &amp;ldquo;สามี&amp;rdquo; ของดิฉันและ &amp;ldquo;พ่อ&amp;rdquo; ของลูกๆ สิ่งที่เหลือมีเพียงความโศกเศร้า คำถาม และคดีความที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้
ก่อนหายตัวไป &amp;ldquo;ทนายสมชาย&amp;rdquo; ว่าความให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่อ้างว่าถูกทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้รับสารภาพ จนกระทั่งคืนวันที่ 12 มีนาคม 2547 ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลยหลังจากที่เขาแยกตัวกับเพื่อนทนายย่านรามคำแหง ดิฉันและครอบครัวยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นตำรวจ 5 นาย 1 ในนั้นคือตำรวจที่ลูกความของทนายสมชายกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องสงสัยด้วย
ในขณะที่ความหวังที่ครอบครัวนีละไพจิตรจะได้อยู่พร้อมหน้าอีกครั้งริบหรี่ลงเรื่อยๆ โอกาสครั้งสำคัญที่ดิฉันและลูกๆ จะได้รับรู้รสชาติความยุติธรรมก็จบลงเช่นกัน ศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ยกฟ้องตำรวจทั้ง 5 นาย โดยไม่พิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งฝ่ายดิฉันยื่นไป สิ่งที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ทรมานทางจิตใจตลอด 12 ปีของพวกเราให้เพิ่มขึ้นทวีคูณ
วันนี้ ดิฉันในฐานะภรรยาของทนายสมชายและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งช่วยจัดทำแคมเปญนี้ขึ้นมา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง;
เร่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สืบคดีของนายสมชาย นีละไพจิตรอย่างจริงจัง
สอบสวนการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร และผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายทุกคนในประเทศไทย อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีการสั่งพักงานเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรม
ผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... โดยที่เนื้อหาต้องสอดคล้องกับ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (อุ้มหาย) เป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจนตามนิยามในอนุสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย
ให้สัตยาบันต่อ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ และบังคับใช้กฎหมายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อบทของอนุสัญญาดังกล่าว
ระบุที่อยู่และชะตากรรมของผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
รับประกันว่าผู้เสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและครอบครัวจะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ แม้ดิฉันจะได้รับข้อมูลว่าทนายสมชายถูกทรมานจนเสียชีวิต แต่ก็ไม่มีหน่วยงานรัฐไหนที่รายงานอย่างเป็นทางการได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทนายคนสำคัญของไทยและสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวนีละไพจิตรคนนี้กันแน่
&amp;ldquo;ความจริง&amp;rdquo; ยังคงหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดที่ใดสักแห่งในสังคมไทย ดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมกันใช้โอกาสครบรอบ 12 ปีการหายตัวไปของทนายสมชายเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องนำความยุติธรรมมาสู่ทนายสมชาย ครอบครัวนีละไพจิตร ตลอดจนผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายคนอื่นๆ ในประเทศต่อไปด้วย
&amp;quot;การบังคับสูญหายไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ อาจเป็นคนในครอบครัวคุณหรือคนที่คุณรัก ... ร่วมรณรงค์กับเราเพื่อยุติการบังคับสูญหายในประเทศไทย&amp;quot;
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6ก.ย.มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 21,360 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงคืนความยุติธรรม, บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ, พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน, สมชาย นีละไพจิตร, อังคณา นีละไพจิตร, อุ้มฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d71aaa8dd749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรสิทธิเฮDSIรับคดี&#039;บิลลี่&#039;เป็นคดีพิเศษ แต่เรียกร้องไทยต้องเร่งดำเนินการกว่านี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค. 61 - คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists หรือ ไอซีเจ) แอมเนสตี้ อินเตอร์ เนชั่นแนล (Amnesty International) และฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) ร่วมกันออกแถลงการณ์พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการไทยเร่งดำเนินการตามกฎหมาย และมาตรการที่จะคุ้มครองบุคคลจากการบังคับให้สูญหายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวยังมีความล่าช้าอยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การสืบสวนสอบสวนกรณีที่นักกิจกรรมชาวกะเหรี่ยง &amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ ถูกกระทำการในลักษณะเป็นการบังคับให้สูญหาย ควรมุ่งเน้นไปที่การค้นหาที่อยู่ของบิลลี่ ควรบอกกล่าวความคืบหน้าในการสอบสวนคดีต่อครอบครัวของบิลลี่อย่างต่อเนื่อง และเร่งนำตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวมาดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าผู้กระทำจะมีตำแหน่งหรือสถานะใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561 หลังจากการประชุมคณะกรรมการคดี พิเศษ ครั้งที่ 1/2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม ได้ ออกแถลงการณ์อันน่ายินดีว่า ดีเอสไอมีมติให้กรณีที่นักกิจกรรมชาติพันธุ์กะเหรี่ยง นายพอละจี &amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; รักจงเจริญ ซึ่งถูกกระทำการในลักษณะเช่นการบังคับให้สูญหายนั้นเป็น &amp;ldquo;คดีพิเศษ&amp;rdquo; ที่ต้อง &amp;ldquo;ดำเนินการสืบสวนและสอบสวน ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มีผู้พบเห็นนายพอละจี &amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; รักจงเจริญ เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557 ขณะอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ ภริยาของบิลลี่ได้ทำการยื่นคำร้องต่อดีเอสไอ รวมทั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่าง ไอซีเจ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และฮิวแมนไรท์วอทช์ ก็ได้ทำการเรียกร้องมาขอให้ดีเอสไอรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ และเรียกร้องให้ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวอย่างรวดเร็ว อิสระ เป็นกลาง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงพิธีสารมินนิโซตา ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนกรณีที่ต้องสงสัยว่าเป็นการเสียชีวิตที่มิชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. 2559 ซึ่งได้มีข้อตกลงร่วมกับกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ยังมิได้ดำเนินการตามข้อผูกพันที่ได้ให้ไว้หลายต่อหลายครั้ง ว่าจะทำการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance หรือ ICPPED) ที่ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555 ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ได้มีมติเห็นชอบที่จะลงนามใน ICPPED แต่อย่างไรก็ตาม ไอซีเจได้ รับทราบจากกระทรวงการต่างประเทศว่าการลงนามในอนุสัญญา ICPPED จะเลื่อนออกไปจนกว่าจะมีการตรากฎหมายภายในประเทศเพื่อรับรองให้อนุสัญญาฯ ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นประเทศไทยยังคงต้องทำการสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีต่อการบังคับบุคคลให้สูญหาย ตามพันธกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) และอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (UN Convention against Torture หรือ CAT) อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเพื่อผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวนั้นยังคงล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอซีเจ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และฮิวแมนไรท์วอช ยังคงกังวลว่าเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมารและการกระทำให้บุคคลสูญหาย นั้นจะยังไม่สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2560 วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 และ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2561 กลุ่มภาคประชาสังคมได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลไทย รวมถึงกระทรวงยุติธรรมของประเทศไทย เกี่ยวกับข้อเสนอแนะที่จำเป็นต้องปรับแก้เพื่อให้ร่างกฎหมายเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศทางด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12574</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ, องค์กรสิทธิมนุษยชน, ฮิวแมนไรต์, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a1d0e83333.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมดเวลาวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์ กลับสู่วันทำงานวันแรกยาวต่อเนื่องไปอีกจนสิ้นปี หลังจากที่ประชากรมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ได้พักผ่อนเนื่องในโอกาสปีใหม่สากลเมื่อเดือนมกราคม จนมาถึงปีใหม่ไทยเดือนเมษายนวันสงกรานต์นี้ ก่อนใช้แรงกายแรงใจในการทำงานต่อไป ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวสารบ้านเมืองในช่วงวันหยุดก็เป็นธรรมดาที่อาจไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย ก็ต้องไปขุดไปคุ้ยเรื่องเก่า&amp;ndash;เรื่องใหม่มาเสนอกันไป หรือไม่ก็ต่างประเทศที่ไม่ได้หยุดเหมือนเรา อย่างล่าสุด ที่ 3 ชาติ &amp;ldquo;สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ-ฝรั่งเศส&amp;rdquo; ยิงถล่มขีปนาวุธใส่ &amp;ldquo;ซีเรีย&amp;rdquo; อ้างถล่มคลังเก็บอาวุธเคมี ที่จู่ๆ ก็ไปแบบดื้อๆ เซอร์ไพรส์ชาวโลกซะงั้น ปฏิกิริยาตอบกลับจากชาวโลกก็มีหลากหลาย แต่ออกไปทางต่อต้านเสียเยอะในประเด็นของการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีการแจ้งให้รัฐสภาทราบ เป็นการรุกล้ำอธิปไตย ใช้ความรุนแรงตอบโต้อะไรก็ว่าไป แต่อีกมุมหนึ่ง รัฐบาล &amp;ldquo;ซีเรีย&amp;rdquo; ที่นำโดย &amp;ldquo;อัสซาด&amp;rdquo; เอง ก็ได้ชื่อว่าเป็นจอมเผด็จการที่ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองนานกว่า 7 ปีแล้ว ซึ่งอาจเข้าข่ายอาชญากรสงครามด้วยซ้ำ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกประเด็นร้อนหลังสงกรานต์นี้ เตรียมสะเทือนวงการสงฆ์อีกครั้ง หลังมีการเปิดเผยว่า &amp;ldquo;พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษคดีทุจริตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 แห่ง 4 คดี ต่อกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยแบ่งเป็นการทุจริตเกี่ยวกับการทุจริตงบการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม แผนกบาลี และงบเผยแพร่ศาสนา มีความเสียหายทั้งสิ้น 70 ล้านบาท กับพระชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ด้วย กับผู้ช่วยเจ้าอาวาส รวม 5 รูป ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สะเทือนอย่างไรนั้น &amp;ldquo;หมอมโน-นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช&amp;rdquo; เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิรูป ได้คอนเฟิร์มแล้ว ตั้งแต่มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เป็นต้นมา ยุคนี้เพิ่งมีการร้องทุกข์พระถึง 5 รูป และยังเป็นที่รู้จักในวงการสงฆ์มากมาย โดยคาดว่าวันที่ 20 เม.ย.นี้ การประชุมคณะกรรมการ มส. สมเด็จพระสังฆราชอาจจะมีบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งยังบอกด้วยว่ากรณีนี้เป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวง อาจจะปาราชิกขาดจากความเป็นพระได้ นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นปัญหาของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ให้อำนาจเจ้าอาวาสแบบเด็ดขาด จำเป็นต้องมีการปฏิรูปสงฆ์ ซึ่งยากกว่าปฏิรูปตำรวจเสียอีก ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปไม่ว่าจะเรื่องสงฆ์ เรื่องตำรวจ กระบวนการยุติธรรม ถ้าดูโดยรวมแล้วอาจจะยากพอกันก็เป็นได้ เพราะต่างเป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงในสังคมไทยมายาวนานเช่นเดียวกัน วันที่ 17 เม.ย.ของปีนี้ ยังเป็นวันครบรอบ 4 ปี ที่ &amp;ldquo;บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ&amp;rdquo; นักกิจกรรมชาวกะเหรี่ยง พยานในคดีเหตุการณ์เผาบ้านและทรัพย์สินชาวบ้านในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อปี พ.ศ.2553-2554 ถูกอุ้มหาย โดยคดีที่เขาถูกอุ้มหายยังไม่มีความคืบหน้า เป็นตัวอย่างของปัญหาที่อำนาจของผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำแตกต่างกันเยอะหรือไม่ โจทย์สำคัญของการปฏิรูปจึงต้องก้าวให้พ้น &amp;ldquo;อำนาจ&amp;rdquo; ที่ไม่เท่ากัน ไปสร้างความเป็นธรรมให้มากขึ้นได้หรือไม่ ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ, ปปป., ฝรั่งเศส, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พศ., มนุษย์เงินเดือน, มส., ยิงถล่มขีปนาวุธใส่ซีเรีย, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
