<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BEAUTY ยอมรับปัญหาเครื่องสำอางผิดอย. ฉุดยอดขายไตรมาส 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BEAUTY ยอมรับผลประกอบการไตรมาส 2 จะต่ำสุดของปีนี้ มั่นใจครึ่งปีหลังฟื้นจากช่วงไฮซีซั่น พร้อมเดินหน้าลุยตลาดทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เปิดเผยว่า คาดผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 61 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ แต่จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังที่เป็นไฮซีซั่น โดยกำไรสุทธิปีนี้คาดจะมากกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 1,229.32 ล้านบาท แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ หลังจากได้รับผลกระทบจากประเด็นปัญหาสินค้าไม่มี อย. ส่งผลทางจิตวิทยาจากกลุ่มลูกค้ารายย่อย ทั้งนี้ ในปีนี้ยังคงเป้าหมายรายได้อยู่ที่ 4,290 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 15% จากปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มองว่าแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางในช่วงครึ่งปีหลังยังสามารถเติบโตในเกณฑ์ดี เนื่องจากกำลังซื้อของกลุ่มผู้บริโภคยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้น และเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนซีซั่นของแฟชั่นที่จะเกิดความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เทรนด์ใหม่ ซึ่งถือเป็นการเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจและสินค้าของบริษัทด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานครึ่งปีหลังของตลาดในประเทศ จะขยายสาขาของทุก Shop Brand โดยเน้นการขยายสาขาออกไปตามต่างจังหวัด หัวเมืองท่องเที่ยว และในกรุงเทพ รวมทั้งการพัฒนาสินค้าและขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ตลาดคอนซูเมอร์ที่เป็น Mass Market เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับ 7-11 ปรับขนาดสินค้า เพื่อจะนำไปวางจำหน่ายใน 7-11 กว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ รองรับกำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าในประเทศ นักท่องเที่ยวทั้งจีนและประเทศอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ตลาดต่างประเทศ จะยังมุ่งเน้นช่องทางขายรูปแบบใหม่ Cross-border E-commerce หรือ การซื้อขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ได้รุกขยายไปในจีนแล้ว ปัจจุบันบริษัทมีช่องทางจำหน่ายในอีคอมเมิร์ซทั้ง 5 เว็บไซต์สำคัญของจีน ได้แก่ TMALL, KAOLA, VIP, YUNJI และ JD ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซใหญ่อันดับต้นของจีน โดยตั้งเป้าหมายยอดขายสำหรับ 5 แพลตฟอร์มนี้ไว้ไม่น้อยกว่าปีละ 300 ล้านบาท เริ่มทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12778</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEAUTY, บิวตี้ คอมมูนิตี้, ผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมผิดกฎหมาย, สุวิน ไกรภูเบศ, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3d7b10c5c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
