<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบแรงงานบุกทำเนียบฯ! ขนโลงวางอาหารหมาไล่รัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนจำนวนหนึ่ง นำโดยน.ส.ธนพร วิจันทร์ ทำกิจกรรมนำโลงศพ วางรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนนตรี และ รมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด ทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน โดยติดโลโก้พรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทยที่โลง รวมถึงวางอาหารสุนัขไว้บนโลง พร้อมวางดอกไม้จันทน์&amp;nbsp; จุดธูป ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ธนพร กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีคุณภาพ ให้กับประชาชนทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยภายในเดือน ต.ค.นี้&amp;nbsp; โดยให้สำนักงานประกันสังคม และเอกชนสั่งซื้อโดยตรง&amp;nbsp; และให้รัฐบาลจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน และไม่ถือเป็นวันลา ในกรณีที่พนักงานที่หยุดงานเพราะกักตัว หรือเพราะต้องไปรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ตามกฏหมายแรงงาน อีกทั้งให้รัฐบาลจัดตรวจคัดกรองเชิงรุกในสถานประกอบการให้กับลูกจ้างทุกคน พร้อมเยียวยาประชาชน และแรงงานข้ามชาติ ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 เป็นเงินคนละ 5,000 บาทถ้วนหน้า เป็นเวลาอย่างน้อยสามเดือน ขอให้รัฐบาลจัดสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชนอย่างคุณภาพ และขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก เนื่องจากบริหารงานล้มเหลว พร้อมสนับสนุนกลุ่มราษฎรไม่ลดเพดานสามข้อเรียกร้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับข้อร้องเรียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบฯ, บิีกตู่, ม็อบแรงงาน, อาหารหมา, โลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e29204e33f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จัดกำลังรับมือ4ม็อบไล่ลุงตู่! ฮึ่มพรก.ฉุกเฉินฟันแล้ว150คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงมาตรการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยดูแลการชุมนุมของกลุ่ม &amp;ldquo;ไทยไม่ทน&amp;rdquo; ที่นำโดยนายจตุพร พรมพันธ์ อดีตแกนนำ นปช. และกลุ่มแนวร่วมต่างที่จัดชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีวันที่ 24 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้มีกลุ่มต่างๆ ที่ประกาศรวมตัวลักษณะเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมายเนื่องจากขณะนี้กรุงเทพฯ มีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กลุ่มต่างๆ ที่นัดรวมตัวกันมีหลายกลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 หมู่บ้านทะลุฟ้า นำโดยนายชาติชาย ไพลิน นัดหมายรวมตัวที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อจัดกิจกรรมลำลึก 89 ปี อภิวัฒน์สยาม 2475 นัดหมายเริ่มเวลา 13.00 น.เป็นต้นไป กลุ่มที่ 2 ประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ นัดหมายหน้าทำเนียบรัฐบาล วัตถุประสงค์เพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกนัดหมายเวลา 12.00 น. กลุ่มที่ 3 เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำโดยนายเจษฎา ศรีปลั่ง นัดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 11.00 น. เพื่อทำกิจกรรมขับไล่รัฐบาล กลุ่มที่ 4 คนไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายจตุพร พรมพันธ์ นัดหมายที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ไม่มีเวลาที่แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอประชาสัมพันธ์ว่า เนื่องจากขณะนี้เขต กทม.เป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามไม่ให้มีการชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่หรือกระทำการดังกล่าวเป็นการยุยงไม่ให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากผู้ใดฝ่าฝืนรวมทั้งผู้จัดการชุมนุม ผู้ร่วมชุมนุมจะเป็นความผิดตามข้อกำหนดซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 25 ธ.ค.63 ข้อ 3 ประกอบกับประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 5 มี.ค.64 สำหรับผู้ชักชวนให้มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมใดๆ จะมีความผิดในส่วนของผู้สนับสนุนจะต้องรับโทษเช่นเดียวกัน ในกรณีผู้จัดเวที เครื่องเสียงอุปกรณ์ต่างๆ เป็นความผิดฐานให้การสนับสนุนจะต้องรับโทษตามกฎหมาบเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเน้นย้ำฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ขณะนี้กรุงเทพฯและพื้นที่อื่นของประเทศไทยยังมีสถานการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เป็นความเดือดร้อนของประชนเป็นลำดับแรก และการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่กรุงเทพฯยังมีอัตราที่สูง ผู้ชุมนุมนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดทำให้สถานกาณ์การแพร่ระบาดลุกลามมากยิ่งขึ้น ย้ำเตือนผู้จะมาร่วมชุมนุมให้ละเว้นการกระทำดังกล่าว อยากวิงวอนผู้ชุมนุมการมาชุมนุมหรือจัดกิจกรรมทางการเมืองช่วงนี้ขอให้เห็นแก่บ้านเมือง ท่านอาจได้ผลประโยชน์จากการชุมนุมทางการเมืองแต่ประเทศชาติบอบช้ำ ขอให้สถานการณ์โควิด-19ผ่านพ้นไปก่อนค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า&amp;quot; โฆษก บช.น. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การดำเนินการตามมาตรา 3 อนุ 6 พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะไม่สามารถกระทำได้ ถ้ามีการรวมตัวกันจะผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ มีการเตรียมกำลังไว้ตามตามสถานการณ์การข่าว จุดเฝ้าระวังพิศษคือจุดสัญลักษณ์ของประเทษโดยเฉพาะโบราณสถานหรือโบราราณวัตถุ หรือจุดที่เป็นสถานที่สำคัญของประเทศบางอย่างเสียหายไปแล้วเราไม่สามารถซ่อมแซมได้ ส่วนการข่าวที่จะมีผู้เข้ามาก่อเหตุความวุ่นวายยังไม่มี อย่างไรก็ตามตำรวจนครบาลมีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่ต่างจังหวัดนอกจากในพื้นที่ของกรุงเทพฯแล้ว พ.ต.อ.กฤษณะ ตอบว่า อย่างที่ทราบกรุงเทพฯ มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การออกมาชุมนุมไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดอาจมีการกิจกรรมคู่ขนานกัน อยากให้ดูว่ากฎหมายที่บังคับใช้ ผู้ชุมนุมปฏิบัติได้หรือถ้าทำแล้วเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากนี้ยังต้องไปดูคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ที่รับผิดชอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามความปลอดภัยของสาธารณสุข ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีคำสั่งและประกาศที่แตกต่างกันไป ในส่วนของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ท่านฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ปฏิบัติกับหน่วยงานร่วมปฏิบัติที่จะฝ่าพันอุปสรรคในการแพร่ระบาดไวรัสโควิดไปได้ ในส่วนของการชุมนุมบังคับใช้กฎหมายตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้้นับตั้งแต่มีการชุมนุมมาตั้งแต่กลางปีที่แล้วมีการดำเนินคดีไปแล้ว 150 คดี ผู้ต้องหา 150 คน อย่างที่นำเรียนมีการดำเนินคดีตามพยานหลักฐานตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ อย่างที่แจ้งมาตลอดผู้ที่มาชุมนุมในช่วงใดช่วงหนึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีภายหลังอยู่แล้ว อยากฝากว่าการดำเนินคดีรวมไปถึงผู้สนับสนุนและผู้ยุงยงโดยเฉาะทางโซเชียล ใช่ว่าดำเนินการทางโซเชียลแล้วจะพ้นความผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107057</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครบาล, บิีกตู่, พรก.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ม็อบ, โฆษก บช.น.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d00fd180da8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยันตร.จำเป็นควบคุมหลังม็อบรุนแรงขึ้น วอนสื่อเสนอข่าว2ทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงในการชุมนุมทางการเมืองวันที่ 28 ก.พ.ว่า ท่านก็เห็นแล้วว่าเป็นความรุนแรง เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องเสนอข่าวทั้ง 2 ทาง ไม่ใช่บางสื่อเสนอข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงแต่เพียงข้างเดียว ภาพอีกฝ่ายไม่ออกเลย ตนว่าบ้านเมืองมันอยู่ไม่ได้ ขอร้องสื่อทุกสื่อ ซึ่งก็ติดตามอยู่ว่าทำไมออกข่าวแต่เพียงข้างเดียวว่าตำรวจใช้ความรุนแรง ท่านไม่ดูก่อนหน้าที่จะเกิดการชุมนุม ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น แรกๆ ก็โอเคเป็นไปตามปกติของเขา ท่านก็รู้อยู่แล้วเขาพูดจาอะไร ก็เป็นเรื่องเขาทำถูกทำผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่หลังจากนั้นมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น มีการรุกเข้ามาในพื้นที่ของตำรวจ รุกเข้ามาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ห่วงห้าม และมีการใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาก็จำเป็นต้องใช้มาตรการตามมาตรฐานสากลออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเราไม่ทำแบบนี้จะอยู่กันอย่างไร ประเทศชาติบ้านเมือง ก็ขอให้นึกถึงบ้านเมืองเป็นหลักไว้ด้วย สื่อต่างๆขอร้องๆ ตนบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ทำอย่างไรบ้านเมืองเราจะมีความสงบ เคารพกฎหมาย เป็นไปตามกฎหมายของบ้านเมืองก็แค่นั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบใดก็ตามต้องมีกฎหมายแค่นั้นแหละ ก็ปฏิบัติดูแลคุ้มครองในสิทธิ์ของเขา ในการสู้คดีอะไรก็ว่าไป เราไม่ได้ละเมิดอะไรเขา เพราะฉะนั้นถ้าเขาละเมิดกฎหมายก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ เห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาบ้าง เขาทำงานหนัก เขาต้องอดทน ต้องได้รับความรุนแรงเกิดขึ้น และเขาก็บาดเจ็บเสียหายเหมือนกัน และการทำลายข้าวของทรัพย์สินทางราชการมันใช่ไหม มันทำได้ไหม อยากชุมนุมก็ชุมนุมกันอย่างสงบก็ว่ากันไป ซึ่งการชุมนุมสงบหรือไม่สงบ กฎหมายเป็นตัวตัดสินอยู่แล้ว&amp;quot; นายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นายกฯ, บิีกตู่, ม็อบ, เหตุรุนแรง28ก.พ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c7aaa05e39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หน้านิ่ง! ถึงสภาร่วมประชุมวิสามัญ บอกให้รอฟัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค. 63 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 08.46 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางถึงอาคารรัฐสภา เพื่อประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามที่รัฐบาลขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 โดยไม่ลงมติ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงในที่ประชุมร่วมรัฐสภาแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;รอฟังๆ&amp;rdquo; ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังห้องรับรองทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81794</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิีกตู่, ประชุมสภา, ม็อบ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f963099edb5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าให้จบแบบเดิม! &#039;คณะก้าวหน้า&#039;ยกเหตุการณ์พฤษภา35&#039;ขู่&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 -&amp;nbsp; เพจเฟซบุ๊ก&amp;quot;คณะก้าวหน้า&amp;quot;โพสต์ข้อความ ในหัวข้อ &amp;quot;หนังม้วนเดิมที่ตอนจบจะต้องไม่เป็นแบบเดิม&amp;quot; ว่า &amp;quot;เมื่อเปรียบเทียบการรัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ 2534 กับการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นั้นมีลักษณะการสืบทอดอำนาจโดยใช้วิธีการคล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ เช่น:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ร่างรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย เอื้อให้มีการสืบทอดอำนาจได้โดยง่าย เช่นการไม่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง การให้ ส.ว.มาจากการสรรหาจากคณะรัฐประหาร และให้อำนาจ ส.ว. สูงมาก เช่นการให้ ส.ว.มีอำนาจร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับหลังการรัฐประหารทั้งสองครั้งนั้น ต่างร่างโดยคนเดียวกัน ชื่อ &amp;ldquo;มีชัย ฤชุพันธ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มีการตั้งพรรคการเมืองที่มุ่งสืบทอดอำนาจให้คณะรัฐประหาร มีการใช้อำนาจทั้งทางกฎหมายและอำนาจปืนในการข่มขู่คุกคามกดดันให้ ส.ส. และนักการเมืองย้ายเข้ามาสังกัดพรรคตนเอง เพื่อให้ลงเลือกตั้งและจะได้ ส.ส. เป็นจำนวนมาก แล้วค่อยโหวตนายกรัฐมนตรีที่เป็นนายทหารในคณะรัฐประหาร และไม่ได้ลงเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้ง 22 มีนาคม 2535 มีพรรคสามัคคีธรรม ส่วนในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ก็มีพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ที่สำคัญที่สุด การรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ก็เพราะมีนักการเมืองและพรรคการเมืองให้ร่วมเป็นนั่งร้านให้เผด็จการเพียงเพราะต้องการได้อำนาจและผลประโยชน์ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่น่าคิดที่สุด ก็คือหากนักการเมืองและพรรคการพิจารณาจากสถานการณ์และความรู้สึกนึกคิดของประชาชนแล้ว ย่อมทราบดีว่าไม่พอใจและเบื่อหน่ายการสืบทอดอำนาจเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการเมืองและพรรคการเมืองทุกฝ่าย จะยอมปล่อยให้ประชาชนลงถนนไปขับไล่เผด็จการแล้วต้องบาดเจ็บล้มตายกันอีกครั้งหรือ? จะยอมให้หนังม้วนเดิมเมื่อปี 2535 กลับมาฉายซ้ำอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนทุกฝ่ายยังมีโอกาสร่วมมือกันหยุดสืบทอดอำนาจ เดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย สะท้อนเจตนารมย์ของประชาชน และให้ทุกคนทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันบนกติกาที่ยุติธรรมได้
และหนังเรื่องนี้ตอนจบจะต้องไม่เป็นเหมือนเดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโพสต์ข้อความดังกล่าวแล้ว ยังมีคลิปวิดีโอ ประมาณ 4 นาทีกว่า ซึ่งฉายภาพของเหตุการณ์รัฐประหารของ รสช. ในปี2534 และการสืบทอดอำนาจของพล.อ.สุจินดา คราประยูร ก่อนจะจบด้วยโศกนาฎกรรมด้วยเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 บรรยายโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ที่ได้หยิบยกเหตุการณ์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับการรัฐประหารของ คสช. ในปี2557 ต่อด้วยการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมเตือนให้รัฐบาลทำรัฐธรรมนูญฉบับให้เป็นประชาธิปไตย จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนปี2535 หรือหนังม้วนเก่าจะได้ไม่จบเหมือนเดิมอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66208</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, บิีกตู่, ปิยบุตร แสงกนกกุล, รัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb16b4eebb04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสูงสุดตีตกไม่รับคำฟ้องขอตรวจสอบคำสั่งตั้งกรรมการสรรหาส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62- ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำฟ้องของคณะราษฎรไทยแห่งชาติกับพวกรวม 34 คน ที่ยื่นฟ้องคณะรักษาความสงบแห่งชาติและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว.โดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายเนื่องจากแต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีความเป็น กลางทางการเมือง โดยศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของทั้งคสช.และนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชั่วคราวพ.ศ 2557 โดยมีบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญปี 2560 ให้การรองรับ ซึ่งผู้ถูกร้องทั้งสองถือเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และการตั้งกรรมการสรรหาสว.เป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยตรง เพื่อสรรหาบุคคลไปทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ กรณีนี้จึงไม่ใช่ข้อพิพาทจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่อ้างว่าศาลปกครองกลางไม่เรียกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสรรหาสว.มาพิจารณาก่อนที่จะมีคำสั่งยกฟ้องนั้น ก็รับฟังไม่ได้ เนื่องจากตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2553 ข้อ 54 กำหนดให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้หน่วยงานหรือบุคคลส่งเอกสารหลักฐานได้ แต่เป็นดุลพินิจของศาลจะพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้เมื่อศาลไม่รับคำร้องไว้พิจารณาจึงไม่มีเหตุจำเป็นที่ศาลจะต้องเรียกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสรรหาสว.ตามที่ร้องขอ เช่นเดียวกับกรณีที่ขอให้นำเรื่องนี้เสนอต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดนั้น ตามพ.ร.บ.จัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 กำหนดให้เป็นอำนาจของประธานศาลปกครองสูงสุด ใช้ดุลพินิจว่าจะนำเรื่องใดเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด จึงไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของทั้งตุลาการ และผู้ร้องจะมีสิทธิเสนอต่อประธานศาลปกครองสูงสุดได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39403</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., บิีกตู่, ศาลปกครองสูงสุด, สรรหาส.ว., ไม่รับคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5e937662e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่มีพรรคใดมาทาบ! &#039;ประยุทธ์&#039; ลั่นไม่กลัวถูกคุ้ย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.61&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ที่ท่าเรือเทวราชกุญชร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง &amp;ldquo;ล้อ ราง เรือ&amp;rdquo;ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าหลังจากการเปิดเวทีทางการเมืองและมีการเลือกตั้ง จะมีการขุดคุ้ยประวัติของตนเองว่า ส่วนตัวก็พูดไปแบบนั้น ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว โดยหลายคนจะขุดคุ้ยเรื่องนั้น เรื่องนี้ สื่อก็ทราบดีว่าใครเป็นคนพูด ยืนยันไม่กลัวการขุดคุ้ยอยู่แล้ว ขณะเดียวกันยังย้ำว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นวันที่ 24 ก.พ. 2562 ไม่เป็นอย่างอื่น และไม่เคยไปเลื่อนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองเปิดตัวรายชื่อบุคคลที่จะถูกเสนอชื่อท้าชิงเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองอะไร เพราะส่วนตัวไม่ได้ไปแข่งขันอะไรกับใคร และขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดมาทาบทาม แม้ตนจะสนใจการเมืองแต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมกับพรรคใด ได้แต่รับฟังที่หลายฝ่ายพูดไปก่อน ซึ่งหลายพรรคได้มีการแสดงนโยบายต่างๆของตนเองออกมา แต่ส่วนตัวก็จะต้องทบทวนว่าจริงและสามารถทำได้หรือไม่ เพราะว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงทราบว่าสิ่งที่หลายพรรคพูดบางอย่างทำได้ ขณะที่บางอย่างและส่วนใหญ่ก็ทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนตัวยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปร่วมกับพรรคใด และไม่มีหลักเกณฑ์ใดทั้งสิ้น ผมไม่จำเป็นต้องบอกใคร หากมีการเชิญก็จะเชิญมายังผมเอง หากเชิญมาหลายพรรคก็ต้องตัดสินใจเอง&amp;rdquo; นายกฯระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากจะมาสู่การเมืองอีกครั้ง จะเข้ามาช่องทางใด และมีโอกาสเป็นนายกฯ คนนอกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า &amp;quot;เขาเลิกพูดเรื่องนายกฯคนนอกไปตั้งนานแล้ว พูดอยู่นั่นแหละ แล้วเขามีไว้เพื่ออะไรคุณไม่รู้เหรอ นายกฯคนนอกเขาเขียนไว้เพื่ออะไรไม่รู้เหรอ ถ้าเลือกตั้งแล้วมีนายกฯไม่ได้ ต้องมีการหารือรอบสอง เพื่อเลือกนายกฯขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเลือกนายกฯรอบแรกได้ก็จบ คุณอย่ามาเขียนให้มันเสียหายอยู่นั่นแหละ พอได้แล้ว&amp;quot; ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19164</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นายกฯคนนอก, บิีกตู่, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประยุทธ์เล่นการเมือง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb6fd096f07f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
