<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานปปช.แนะไม่ควรเลือกนักการเมืองที่ไม่แสดงเจตจำนงต้านโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ.62 - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการด้านการป้องกันการทุจริตตอนหนึ่งว่า ป.ป.ช.มียุทธศาสตร์ที่จะยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต คือ 1.การพัฒนากลไกการกำหนดให้นักการเมืองแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตต่อสาธารณชน 2.เร่งรัดการกำกับติดตามมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ 3.สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนกำหนดกลยุทธ์และมาตรการในการต่อต้านการทุจริต 4.พัฒนาระบบการบริหารงบประมาณด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณที่มีเหมาะสมกับการแก้ปัญหา 5.ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนต่อต้านการทุจริตสำหรับภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยรัฐให้การสนับสนุนทุนตั้งต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และ 6.ประยุกต์นวัตกรรมในการกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานตามเจตจำนงทางการเมืองของพรรคการเมืองที่ได้แสดงไว้ต่อสาธารณะ ดังนั้น ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้หากนักการเมืองคนใดไม่มีการแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริตอย่างจริงจังก็ไม่ควรเลือกนักการเมืองคนนั้น&amp;rdquo;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช.&amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับเรื่องการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายนั้น ตามกฎหมายให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการวางมาตรการเสริมในการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายบนฐานธรรมาภิบาลในทุกขั้นตอน ทั้งในชั้นก่อตัวนโยบาย ชั้นการกำหนดนโยบาย ชั้นตัดสินใจนโยบาย ชั้นการนำนโยบายไปปฏิบัติ และในชั้นการประเมินนโยบาย ซึ่งในขณะนี้เราได้จัดทำหลักเกณฑ์ใช้วัดเรื่องการทุจริตเชิงนโยบาย ทั้งในขั้นตอนเริ่มต้มและขั้นตอนดำเนินนโยบาย หากเกินเกณฑ์ที่กำหนดก็จะถูกตรวจสอบ โดยตอนนี้มีการเสนอให้ กกต.แล้ว เพราะกำลังจะมีการจัดการเลือกตั้ง และเตรียมที่จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านคอร์รัปชัน, ต่อต้านทุจริต, บิ๊กกุ้ย, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c53f16d43adf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;เสียงแข็งไม่ยื้อนาฬิกาป้อม ปัดซ้ำรอยสินบนโรลส์รอยซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 61 - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานได้รายงานเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. และที่ประชุมมีมติใช้ระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สินว่าเอกสารหรือข้อมูลที่มีอยู่ในตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยนั้นยังไม่มีข้อมูล จึงจำเป็นที่จะต้องไปขอข้อมูลกับบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาแต่ละยี่ห้อว่านาฬิกายี่ห้านี้ โมเดลนี้ ซีเรียลนัมเบอร์นี้ เขาได้ขายให้กับใคร เพื่อเป็นการยืนยันที่มาความเป็นเจ้าของว่าใครเป็นเจ้าของนาฬิกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าใช้เวลาไม่นานในการรอข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะเป็นการขอความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ใช่การขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ บริษัทส่วนใหญ่เป็นเอกชนที่พร้อมให้ข้อมูลหากมีข้อมูลตามที่เราประสานขอไป โดยกรอบเวลาที่รอข้อมูลจากต่างประเทศไม่มีกำหนดแน่ชัด แต่การดำเนินการที่ผ่านมาบางหน่วยงานก็ให้ข้อมูลเร็ว แต่หากบริษัทผู้ผลิตในต่างปฏิเสธให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ต้องมาพิจารณาหาหนทางอื่น ซึ่งหากไม่มีหนทางอื่น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ต้องวินิจฉัยตามข้อมูลหลักฐานเท่าที่มีอยู่&amp;quot; พล.ต.อ.วัชรพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าเป็นการยื้อเวลาออกไปอีกหรือไม่ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ไม่คิดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาคดีดังกล่าวยื้อเวลา เพราะกรรมการที่เข้าร่วมพิจารณาได้เล่าให้ตนฟังว่า หากทำไม่ครบถ้วนแล้วรีบสรุปไปจะเป็นประเด็นอีก เพราะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ร่วมพิจารณาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้น พยายามที่จะหาข้อมูลให้ครบถ้วนครบประเด็น แต่กรณีดังกล่าวเกิดความติดขัด คือไม่ได้รับข้อมูลจากในประเทศจะต้องขอข้อมูลจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะซ้ำรอยกรณีสินบนโรลส์รอยซ์ที่สถาบันทางการเงินต่างประเทศไม่ยอมให้ความร่วมมือหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กรณีดังกล่าวค่อนข้างช้า เพราะเป็นการขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ หรือมีกรณีที่บางประเทศในยุโรปไม่ยอมให้ข้อมูล เพราะมีเงื่อนไขว่าประเทศไทยยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ แม้ไทยจะมีกฎหมายที่กำหนดว่าคณะรัฐมนตรีสามารถให้คำมั่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคดีสินบนโรลส์รอยซ์มีความคืบหน้าไปบ้าง ยังคงดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะบางเรื่องบางประเด็นเป็นเรื่องที่เกิดมานานพอสมควร ทำให้พยานเอกสารหลักฐานค่อนข้างจะหากยาก และต้องระวังผลกระทบในการดำเนินคดีของประเทศนั้น เราพยายามเจรจาทำความเข้าใจ ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ แต่อาจจะไม่ครบถ้วนตามที่เราขอ ส่วนข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าเพียงพอที่จะชี้มูลความผิดหรือไม่ เพราะคณะทำงานจะต้องรายงานข้อมูลที่มีให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13926</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาหรู, บิ๊กกุ้ย, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., วัชรพ, สินบนโรลส์รอยซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51722842bce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039; ตั้งเป้าภายใน 1 ปี &#039;ปปช.&#039; จะพิจารณาคดีที่ค้างอยู่ให้เสร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ &amp;nbsp;พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คาดว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จะได้รับการโปรดเกล้าฯ และจะได้ใช้ภายใน 1-2 วันนี้ จากนั้นสำนักงานป.ป.ช. จะเตรียมร่างอนุบัญญัติกว่า 50 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะในกฎหมายใหม่บริบทการทำงานของ ป.ป.ช.จะเปลี่ยนไป โดยจะกำหนดกรอบระยะเวลาการทำงานที่เร่งรัดมากขึ้น จึงต้องมีกลไกลในการควบคุมดูแล รวมถึงต้องมีระเบียบ ที่เกี่ยวกับความร่วมมือเกี่ยวกับทางราชการ เช่น กรณีที่ข้าราชการไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกับป.ป.ช. ก็จะต้องยื่นกับผู้บังคับบัญชา พร้อมกันนี้กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้มอบหมายให้หน่วยงานอื่นไปดำเนินการ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญและไม่มีผลกระทบต่อวงกว้าง ซึ่งป.ป.ช.สามารถที่จะทำเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ ที่สังคมให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องกรอบระยะเวลาที่ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการในคดีต่างๆไม่เกิน 2 ปีนั้น ยอมรับว่าจะมีปัญหากับการดำเนินงานบ้าง โดยเฉพาะคดีที่ยังค้างคาอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ กดดันกลัวจะทำคดีไม่ทัน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าไม่ได้เป็นปัญหามากนัก เพราะหากเจ้าหน้าที่สามารถชี้แจงได้ว่าทำคดีล่าช้าด้วยเหตุผลใด ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา ทั้งนี้ ในอดีตบางเรื่องไม่ถูกหยิบยกมาพิจารณาแต่นับจากนี้ทุกเรื่องจะต้องถูกยกมาพิจารณาทั้งหมด แม้งานป.ป.ช.จะหนักขึ้นก็ตาม วันนี้เรามีการตั้งเป้า ว่าภายใน 1 ปี ซึ่งจะมีคดีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณาให้เสร็จ เพื่อให้การติดตามการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมั่นใจว่าหลังจากกฎหมายใหม่ออกมา งานของป.ป.ช.จะมีผลสัมฤทธิ์มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13824</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บิ๊กกุ้ย, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf681176e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานปปช.เผย &#039;บิ๊กขรก.&#039;เอี่ยวโกงเงินทอนวัด อาจโดนหลายกระทงรวมแล้วคุก200ปี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีเงินทอนวัด ว่า ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนไปทั้งหมด 13 สำนวน จำนวน 13 วัด ซึ่งเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในการทุจริตเงินในวัดต่างๆ ตนเชื่อว่า ป.ป.ช.สามารถทำได้รวดเร็ว เพราะกระบวนการในเชิงบริหารจัดการนั้น ป.ป.ช.มีข้อมูลหมดแล้ว จะได้นำมาไต่สวนโดยใช้พยานหลักฐานร่วมกันได้ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนยืนยันแล้วว่าจะสามารถวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว เพื่อสรุปสำนวนเสนอให้กรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา ทั้งนี้ 13 ชุดดังกล่าวต่างกรรมต่างวาระกัน ต้องแล้วแต่การแยกสำนวนและบริหารจัดการคดี อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติแล้วว่า พยานหลักฐานใดที่ใช้ร่วมได้ให้นำมาใช้ได้ในสำนวนอื่นๆ เช่นกัน ดังนั้น จะทำให้สิ้นเปลืองระยะเวลาในการรวมรวมระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานได้น้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับผู้ต้องสงสัยที่มียศร้อยโทได้เพิ่ม และขณะเดียวกันต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบข้อเท็จจริง ทาง ป.ป.ช.จะเอาเรื่องดังกล่าวมาร่วมพิจารณาได้หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า จากที่ปรากฏเป็นข่าวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องเข้าไปดูว่าเมื่อมีหน่วยงานดำเนินการตรวจสอบ ในแต่ละการตรวจสอบถ้าอยู่ในอำนาจกฎหมาย ป.ป.ช.ต้องให้หน่วยงานนั้นส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.พิจารณาอยู่ดี ในเมื่อตอนนี้หน่วยงานเขาทำอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ของเราต้องไปติดตาม แต่เราจะไม่ลงไปแล้วทำให้เกิดความซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบชัดเจน ที่จะระบุว่าเมื่อถึงเวลาแล้วคดีจะมารวมที่ ป.ป.ช.อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ตนเห็นว่าในเมื่อทุกหน่วยงานช่วยกันสอดส่อง ช่วยกันตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี ตนมั่นใจว่าคดีเงินทอนวัดจะพิจารณาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ล่าช้า เรื่องนี้จะเร็วมาก ถึงแม้ว่ากรรมการ ป.ป.ช.จะมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในบางสำนวน แต่จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าภายในปีงบประมาณนี้ซึ่งเหลืออีกไม่กี่เดือน เรื่องนี้จะมีความชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใน 13 สำนวนดังกล่าว มีชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่ซ้ำๆ กันอยู่บ้าง โดยเฉพาะในตำแหน่งข้าราชการระดับสูง เช่น อดีตผอ.พศ. และรอง ผอ.พศ. มีชื่อซ้ำกันบ้าง แต่ในการพิจารณาจะพิจารณาต่างกรรมต่างวาระไป แต่ละสำนวนไป ในขณะที่ศาลพิจารณาลงโทษจะพิจารณาเป็นรายกระทงไปเช่นกัน ซึ่งโทษสูงสุดคือ จำคุกไม่เกิน 50 ปี ในแต่ละคดี หากถูกนำแต่ละสำนวนมารวมกันโทษอาจจะสูงสุดถึง 200 ปีได้ ดังนั้น ถ้าบางคนถูกลงโทษแต่ละสำนวน จะถูกนำมารวมๆ กัน เหมือนในคดีอื่นๆ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีหลายคดีในการพิจารณาไปพร้อมกันเช่นนี้ แต่เมื่อพิจารณาคดีหลักได้ก่อนแล้ว คดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะง่าย ระยะเวลาในการพิจารณาจะลดลง เพราะไม่เสียเวลาในการสอบพยาน หาข้อมูลหลักฐาน&amp;rdquo;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บางสำนวน ป.ป.ช.ยังสามารถพิจารณาในกรณีร่ำรวยผิดปกติได้อีกด้วย เพื่อพิจารณาว่าทำอย่างไรจะได้ทรัพย์สินของรัฐคืนเพื่อให้เขารู้ว่าโกงวัดไปไม่ได้เงิน และจะยึดทรัพย์ตามมูลค่า ถ้าโกงไป 10 ล้านบาท ในคำพิพากษาจะให้ติดตามทรัพย์สินอื่นในมูลค่าเดียวกันกลับมาชดใช้ต่อรัฐ แต่ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีไปต่างประเทศ ตามกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช.เขาต้องหนีตลอดชีวิต อีกทั้งยังสามารถพิจารณาสอบพยานลับหลังได้อีกด้วย ดังนั้น ถ้าหนีต้องหนีตลอดชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9463</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตโกงเงินทอนวัด, บิ๊กกุ้ย, ปปช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d0b0975aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอวัง!สอบนาฬิกาหรูป้อม&#039;ปปช.&#039;ยื้อต่ออ้างข้อมูลยังไม่สมบูรณ์  สั่งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 61 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อวันที 29 มี.ค.มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;โดยมีวาระให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ไม่ได้แจ้งไว้ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต่อคณะกรรมการป.ป.ช. โดยเมื่อเข้าสู่สาระการประชุมดังกล่าวพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวจากการร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกรรมการทั้ง 8 คนจึงได้เสนอชื่อนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป.ป.ช.ที่อาวุโสสูงสุดให้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมในการพิจารณาวาระดังกล่าว ซึ่งเมื่อคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ดังกล่าวรายงานข้อสรุปพร้อมรายละเอียดทั้ง 38 แผ่นให้ที่ประชุมกรรมการทราบเพื่อขอความเห็นจากที่ประชุมว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า หลังจากประชุมนานถึง 1 ชั่วโมงเศษ ในที่สุดที่ประชุมกรรมการได้ให้ความเห็นว่า ให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงไปดำเนินการหาข้อเท็จจริงต่อ เพราะข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะรายละเอียดของนาฬิกาหรูแบรนด์ต่างประเทศ ที่จะต้องมีหมายเลขประจำเครื่องนาฬิกา (ซีเรียล นัมเบอร์) ให้ครบทั้ง 22 เรือน เนื่องจากคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงฯตรวจสอบทั้ง 25 เรือนแล้วพบว่า มีนาฬิกาบางเรือนซ้ำกันอยู่ ทำให้เหลือตรวจสอบ 22 เรือน ซึ่งที่ประชุมได้ให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงไปหาข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาเรือนนั้นๆ ต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่จะต้องเชิญตัว พล.อ.ประวิตร มีให้ถ้อยคำด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ที่ประชุมเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปถึงขั้นตอนดังกล่าว สำหรับประเด็นแหวนเพชรนั้น ได้ข้อยุติแล้วว่า เป็นแหวนที่มีมูลค่าไม่ถึง 2 แสนบาทจึงไม่จำเป็นต้องแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องยื่นต่อป.ป.ช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6063</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาหรู, บิ๊กกุ้ย, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., ปรีชา เลิศกมลมาศ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.อ.ประวิตร, ยื้อเวลา, แหวนเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171210/5a2ce947aac3d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2026 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาวๆ ไป &#039;แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน&#039; 29 มีนา ป.ป.ช.แค่คืบใน &#039;หล่มชี้แจง&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ดึงเชง&amp;rdquo; กันมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ล่วงมาถึงปลายมีนาคม 2561 ติดหล่มอยู่กับการส่งเอกสารชี้แจงของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในประเด็น แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน มาร่วม 4 เดือน ที่สุดคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เพิ่งจะได้ข้อสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เตรียมชงเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดใหญ่ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคมนี้ เพื่อรายงานความคืบหน้าประเด็นหลักๆ ประกอบด้วย ลำดับความเป็นมา การดำเนินการที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงเบื้องต้น และแนวทางที่ควรจะดำเนินการต่อไปของคณะทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กับอีกประเด็นไฮไลต์คือ กรณีที่คณะทำงานเคยถกกันเป็น 2 ทางว่าควรจะเชิญ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; มาให้ถ้อยคำด้วยตัวเองหรือไม่ เพราะส่งกันไปส่งกันมาเรื่องมันยิ่งช้าไปกันใหญ่ 29 มีนาคมนี้น่าจะได้คำตอบว่าที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนหน้าวันประชุมมีเสียงเล็ดลอดจากคณะทำงานเหมือนกันว่า..ควรจะเชิญ! แต่ท่าทีกรรมการ &amp;nbsp;ป.ป.ช.บางคนมองในแง่กฎหมายไม่น่าจะทำได้ เพราะยังอยู่ในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริง ยังไม่ได้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนหรือองค์คณะไต่สวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในวาระดังกล่าว บิ๊กกุ้ย-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.จะไม่เข้าร่วมประชุม &amp;nbsp;โยนให้ 8 กรรมการ ป.ป.ช.ที่เหลือเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ดูแล้วคงไม่มีผลเพราะอย่างไรเสีย &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; ก็เป็นประธาน ป.ป.ช.ที่มีอำนาจและบารมีสูงสุดในสำนักงาน ทิศทางต่างๆ ย่อมกำหนดได้&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชิญหรือไม่เชิญอยู่ที่ว่าการเรียก &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; มา มันมีผล &amp;ldquo;บวก&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ลบ&amp;rdquo; ต่อตัวรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมมากกว่ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าก้าวเท้าเข้าสำนักงาน ป.ป.ช. ก็ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มาด้วยตัวเองในฐานะ &amp;ldquo;ผู้ถูกร้องเรียน&amp;rdquo; &amp;nbsp;หากเป็นคนที่ห่วงภาพลักษณ์หรือศักดิ์ศรีอาจไม่อยากให้เรียก แต่อีกมุมหนึ่งมันก็เป็นภาพพจน์ที่ดีในแง่ของการยินดีเข้ารับการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยรวมนี่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุดของวันนั้น ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะการตรวจสอบในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นเหมือนการเก็บข้อมูลเบื้องต้น ว่ามีเค้าลางใดพอจะนำมาไต่สวนเป็นเรื่องเป็นราวได้หรือไม่เท่านั้น เรียกกันง่ายๆ คือยังไม่ทันเริ่มนับหนึ่งดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำได้เต็มที่แค่ตั้ง &amp;ldquo;อนุกรรมการไต่สวน&amp;rdquo; แต่ดูท่าทีแล้วยังคงไปไม่ถึงขั้นตอนนั้น เพราะคณะทำงานยังไม่ได้สอบพยานอีก 2 ปาก แล้วการถกว่าจะเชิญหรือไม่เชิญ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; แสดงให้เห็นว่ายังอยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ มีแววจะอยู่ในชั้นนี้อีกยาวๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สำคัญการตั้งอนุกรรมการไต่สวน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; มันแสดงให้เห็นว่าคณะทำงานมองว่ามีมูล จึงเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติดังกล่าว มันจะไม่ดีต่อพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ทันที เพราะเหมือนเป็นการเพิ่มน้ำหนักความเชื่อว่ามีการกระทำผิดจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสร้าง &amp;ldquo;ปัจจัย&amp;rdquo; ให้ฝ่ายที่กำลังกดดัน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; มีเหตุผลไล่จี้ให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พักงานพี่ชายสุดที่เลิฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดูกรณีสมัย บิ๊กติ๊ก-พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมน้องชาย &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ถูกกังขาเรื่องบัญชีทรัพย์สิน &amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo; ก็ตรวจสอบอยู่แค่ในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงนานสองนานแล้วค่อยสรุปว่า ไม่ผิด ไม่ได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนแต่อย่างใด&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แถมในวันที่ได้ผลสรุปก็ไม่มีการแถลงหรือชี้แจงรายละเอียดใดๆ เป็นเพียงข่าวเงียบๆ ที่หลุดออกมา ก่อนจะมีการคอนเฟิร์มภายหลังว่า &amp;ldquo;จริง&amp;rdquo; โดยไม่มีเหตุผลอธิบายว่าทำไม &amp;ldquo;ไม่ผิด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณี &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; น่าจะมาอีหรอบเดียวกับ &amp;quot;บิ๊กติ๊ก&amp;quot; ในเมื่อผลของการตรวจสอบมันมีผลต่อเสถียรภาพ &amp;ldquo;รัฐบาลบิ๊กตู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่องยื้อ ช่องลาก ให้เรื่องมันสร่างซามีเพียบ โดยเฉพาะวันนี้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. &amp;hellip; ที่กำหนดกรอบระยะเวลาการไต่สวนแต่ละคดียังไม่มีผลบังคับใช้ เช่นนี้ก็ว่ากันไปยาวๆ.&amp;nbsp; &amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, บิ๊กกุ้ย, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba646c4fab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039; ถอนตัวไม่ร่วมถกวาระนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.61 -.&amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.&amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;วันที่29&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;ที่คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงจะรายงานข้อมูลเบื้องต้นแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;ตนจะขอถอนตัวไม่เข้าร่วมพิจารณาในวาระดังกล่าว โดยจะปล่อยให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่เหลือเป็นผู้พิจารณา ส่วนกรณีจะเชิญ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ต้องรอมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;รวมทั้งไม่ทราบว่า ที่ประชุมจะมีมติถึงขั้นตั้งอนุกรรมการไต่สวนเลยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การจะเชิญมาชี้แจงหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริง และความจำเป็น .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5792</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนตัว, นาฬิกาหรู, บิ๊กกุ้ย, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8836e339c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
