<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กฉัตร&#039;นัดถกใหญ่กลางเดือนแก้ท่วม-รับมือแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 61 - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.กาญจนบุรี ว่า เนื่องจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำค่อนข้างสูง ฝนที่ตกลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรี บริเวณชายแดนประเทศเมียนมา ทำให้มีปริมาณน้ำเยอะ การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนทั้ง 2 แห่ง จึงต้องประสานงานกันให้ดี เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำแควน้อย และแควใหญ่ จะไหลมารวมกันที่ตัวเมืองกาญจนบุรี นอกจากนี้ ที่เขื่อนแม่กลอง ไม่อยากให้การระบายน้ำมีผลกระทบต่อตัวจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับ 3 จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำคือ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม โดยบ่ายวันนี้ จะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมาประชุมรับทราบการบริหารจัดการน้ำ ว่าเมื่อปล่อยน้ำลงมาแล้วจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในเส้นทางน้ำผ่านอย่างไร เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปแจ้งกับประชาชนล่วงหน้า จะได้เตรียมการป้องกันได้ทัน ในกรณีที่จะได้รับผลกระทบ แต่ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ในเดือน ก.ย.นี้ จากการพยากรณ์อากาศคาดว่ามรสุมที่พาดผ่านจะอยู่ตอนกลางของประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ 2 เขื่อนดังกล่าว ซึ่งถือว่าเยอะมาก ต้องบริหารจัดการให้ดี เพราะถ้าน้ำเข้ามามากแล้วเราไม่บริหารจัดการก่อนล่วงหน้า จะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง ขณะเดียวกันต้องบริหารจัดการให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด จึงต้องระวังว่าควรจะปล่อยตรงไหน และปล่อยเท่าไร เพื่อไม่ให้ระดับน้ำล้นตลิ่งไปท่วมบ้านของประชาชนที่อยู่ริมน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้ฝนตกชุก มีบริเวณไหนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้เราติดตามสถานการณ์ตลอด สถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือดีขึ้น ระดับน้ำในแม่น้ำโขง บางช่วงเวลาลดลงต่ำกว่าตลิ่ง ทำให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น ส่วนที่ภาคเหนือได้มีการติดตามอยู่ เพราะการพยากรณ์อากาศคาดว่าหลังจากกลางเดือน ก.ย.นี้ จะหมดฝน จึงต้องเริ่มคิดด้วยว่าปริมาณน้ำในส่วนไหนที่ต้องเริ่มกักเก็บ โดยจะมีการประชุมคณะใหญ่เพื่อติดตามสถานการณ์ทั้งหมดในวันที่ 14 ก.ย. เพราะทางกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ทุกอย่างจะชัดเจนตอนกลางเดือน ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพันธุ์ปลาที่จะปล่อยในพื้นที่รับน้ำของชาวนาเพื่อสร้างรายได้ในช่วงน้ำท่วมนั้น พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า กรมประมงเป็นผู้ไปปล่อยให้ กำชับไปแล้วว่าการนำปลาไปปล่อยต้องเป็นปลาที่เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ และมีขนาดโตพอสมควร ถ้าเล็กเกินไปประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์ ซึ่งปีที่ผ่านมาทำได้ดีมาก ซึ่งทราบว่าในพื้นที่บางระกำ และ 12 ทุ่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ปลากว่าพันตัน ประชาชนจึงได้รายได้เพิ่มขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16875</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บิ๊กฉัตร, พล.อ.ฉัตรชัย, เขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนศรีนรินทร์, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c4f301ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กฉัตรสั่ง&#039;อย.&#039;สางปมพรบ.ยา ยึดประโยชน์ปชช.เป็นตัวตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มเภสัชกรคัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ. &amp;hellip; ที่ให้บุคคลซึ่งไม่ใช่เภสัชกรสามารถจ่ายยาได้ ว่า ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น ๆ เพราะยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาพูดคุยกัน คาดว่าจะเป็นในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างยกประเด็นและเหตุผลมา ผมจึงให้ อย.เชิญทั้งสองฝ่ายมา และกำชับกับทาง อย.ว่าต้องเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง จะไม่มีการเอื้อประโยชน์กับใครทั้งสิ้น ต้องให้ประชาชนได้ประโยชน์ที่สุด และให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด&amp;quot; พล.อ.ฉัตรชัย ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16696</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กฉัตร, พ.ร.บ.ยา, พล.อ.ฉัตรชัย, อย., เภสัชกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cd2058a71b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง&#039;บิ๊กฉัตร&#039;ปลุก&#039;พม.&#039;ทำงานสางปมความรุนแรงในครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว &amp;nbsp;ร้องบิ๊กฉัตร ขันน้อต พม.เลิกซุกปัญหาใต้พรม เร่งสางปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหลังฆ่ากันตายยอดพุ่งสูงสุดในรอบ 3ปี ต้นตอจากเหล้า-ยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ส.ค.61- ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยนายเตชาติ์ มีชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายนักกฎหมายเด็กและเยาวชน และภาคีที่ทำงานด้านรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว จำนวนประมาณ 30 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานด้านสังคม เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำงานเชิงรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.อังคณา กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและคู่รักมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น สะท้อนได้จากข้อมูลที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเก็บสถิติข่าวจากหนังสือพิมพ์ 11 ฉบับในปี 2561 พบว่าเพียง 7 เดือนคือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม มีข่าวความรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 367 ข่าว เป็นข่าวฆ่ากันตาย 242 ข่าว คิดเป็นร้อยละ 65.9 เฉลี่ยเดือนละ 20 ข่าว รองลงมาเป็นข่าวทำร้ายร่างกาย 84 ข่าว และข่าวฆ่าตัวตาย 41 ข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบวุ่า ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบข่าวฆ่ากันตายย้อนหลัง 3 ปีจะเห็นว่าปี 2561 สถิติสูงสุดกว่าทุกปี ส่วนปัจจัยกระตุ้นสำคัญของการฆ่ากันตาย มาจากการดื่มสุราและยาเสพติด ซึ่งผู้ก่อเหตุร้อยละ 39.2 มีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยา อาวุธที่ใช้ก่อเหตุมากที่สุดได้แก่ปืน และมูลเหตุในการกระทำเพราะบันดาลโทสะ หึงหวงและมีเรื่องปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว นอกจากนี้ ร้อยละ 94.9 ของผู้ที่พบเห็นเหตุความรุนแรง เลือกที่จะนิ่งเฉย ไม่เข้าไปช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อังคณาระบุว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมีข้อเสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัย รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลยกปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขโดยบูรณาการทำงานเชิงรุก ร่วมกับกระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ผู้พบเห็นเหตุการณ์ต้องเข้าให้การช่วยเหลือหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดปัญหาการสูญเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ดำเนินการให้ระบบการเรียนการสอนสร้างความเข้าใจเคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น ไม่ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา เพื่อเป็นทักษะชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก 3. กระทรวง พม.ซึ่งมีกลไกอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) เฝ้าระวังปัญหาสังคมทุกหมู่บ้าน และ 4. ขอให้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เน้นทำงานเชิงรุกและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากการให้คำปรึกษาและประสานส่งต่อปัญหาสังคมทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเตชาติ์ กล่าวว่า แม้เราจะออกกฎหมายมาหลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แต่สถิติความรุนแรงกลับไม่ได้ลดลง เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่พร้อมเข้าช่วยเหลือหรือพยายามไกล่เกลี่ยมาโดยตลอด ทั้งที่สถานการณ์ไปไกลกว่าที่จะไกล่เกลี่ย อีกทั้งสังคมไทยก็ละเลยในการเข้าช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงพม.ต้องทบทวนการทำงานของตนเองด้วย เพราะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ มีกลไกเครื่องมือครบแต่ยังทำงานแบบตั้งรับ กลายเป็นปัญหาซุกไว้ใต้พรมจนเลยเถิด กฎหมายก็ให้อำนาจไว้แต่ยังทำงานแบบเดิมๆ ทั่วโลกหันมาสนับสนุนให้ประชาชนของเขาเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ ช่วยเหลือทำงานแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐ แต่บ้านเรายังให้ความสำคัญน้อยมาก &amp;rdquo; นายเตชาติ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16246</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ากันตาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊กฉัตร, พม., เครือข่ายรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว, เหล้า ยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8391c287e77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กฉัตร&#039;จ่อชงครม.ขอ 3 พันล้านซื้อเรือประมงคืน 680 ลำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.61 - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู)ว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน หรือซื้อเรือคืนตามแผนบริหารจัดการประมงทะเล สำหรับเรือประมงที่เข้าโครงการจะต้องเป็นเรือที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง แจ้งจุดจอดตรึงพังงา และจัดทำอัตลักษณ์จากกรมเจ้าท่าเรียบร้อยแล้ว และไม่มีคดีใดๆโดยจัดซื้อตามราคาสภาพจริงไม่เกินร้อยละ 50 ของราคากลางที่ได้จัดทำไว้ตั้งแต่ปี 2558 จำนวน 680 ลำ ในกรอบวงเงินงบประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งการจัดซื้อเป็น 3 ระยะ ระยะแรก เริ่มจากเรือประมงขนาดเล็ก และขนาดกลาง จำนวน 409 ลำ วงเงิน 690 ล้านบาท จากนั้นจะดำเนินการกับกลุ่มเรือขนาดใหญ่ อีก 271 ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา ไม่เกินกลางเดือนสิงหาคม เพื่อให้ซื้อเรือคืนระยะแรกได้ภายในวันที่&amp;nbsp;30 กันยายน&amp;nbsp;ทั้งนี้ การซื้อเรือประมงดังกล่าว จะช่วยลดจำนวนเรือประมงให้เหมาะสมกับปริมาณปลา และยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแก้ปัฐหาไอยูยูอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13511</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กฉัตร, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, เรือประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c4f301ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กฉัตร&#039;โยน ตร.สางปมอดีตปลัดพม. ฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;บิ๊กฉัตร&amp;#39; ปิดปากปมอดีตปลัดพม.กินยาพิษฆ่าตัวตายพร้อมหญิงสาวคนสนิท โยนตร.สางปม ลั่นเดินหน้าสางปัญหาโกงคนยากไร้ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2ก.ค.61-เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กล่าวถึงการเสียชีวิตของนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดพม.ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ โดยกินยาฆ่าตัวตาย พร้อมหญิงสาวคนสนิท ภายในบ้านพักย่านปทุมธานี ว่า กระทรวงพม.ยังไม่ได้รายงานรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวมาให้ทราบ แต่จากการสอบถามได้รับแจ้งว่า การสอบสวนการทุจริตเงินผู้ยากไร้ยังคงเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอนปกติ ไม่มีการกลั่นแกล้งใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตที่ระบุว่า น.ส.วาสนา ตะเภาพงศ์ อดีตข้าราชการพม.กินยาพร้อมกับนายพุฒิพัฒน์ แต่รอดชีวิต จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ และทราบว่า พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.ก็ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน แต่ส่วนตัวคิดว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นการคาดการณ์กันไปเองมากกว่า&amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะต้องมีการสอบสวนสาเหตุของการเสียชีวิตหรือไม่ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรม รองนายกฯกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการสอบสวน ในส่วนของกระทรวงพม.ยังดำเนินงานตามระบบของตัวเองต่อไป ไม่มีการกดดัน หรือต้องทำอะไรเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีการตรวจสอบเรื่องการทุจริตภายในกระทรวง ซึ่งยังมีเรื่องของปัญหาการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาวแจกจ่ายประชาชนของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า พม.ยังสอบสวนอยู่ และการทุจริตทั้งหมดที่เกิดขึ้น ได้กำชับไปแล้วว่าให้สอบสวนตามขั้นตอน และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย เพราะบางกรณีเป็นการกล่าวหากัน บางกรณีเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ทุกอย่างยังต้องสอบสวนไปตามปกติ โดยที่ไม่มีอะไรต้องกังวล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12556</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรวจสอบ, ฆ่าตัวตาย, บิ๊กฉัตร, พม., พุฒพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์, สาวคนสนิท, อดีตปลัดพม., โกงคนยากไร้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c4f301ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยัน&#039;พงศ์พร&#039;ไม่ได้ทำอะไรผิด&#039;บิ๊กฉัตร&#039;เตือนปลุกม็อบพระไม่ใช่เรื่องดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 61 - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทุจริตเงินทอนวัดที่มีพระระดับผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเพิ่มเติมจากที่เคยได้รับรายงานจากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปลุกม็อบพระมาขับไล่ผอ.พศ.นั้น &amp;nbsp;อยากให้คิดกันดูว่าถ้ามีแบบนี้แล้วมันดีหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงอย่างไรเราก็ยังเข้าวัดไหว้พระกันอยู่ หากปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี และไม่ควรทำ ใครถูกใครผิด ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ทุกคนต้องยอมรับ ส่วน ผอ.พศ.นั้น ก็เหมือนกับที่นายกฯบอก ว่าท่านก็ไม่ได้ผิดอะไร ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมก็ได้เรียกผอ.พศ.มาพูดคุยแล้ว ก็ได้รับการยืนยันว่าท่านทำตามหน้าที่ ซึ่งเราก็เห็นอยู่ ดังนั้นก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าท่านทำ ไม่ได้ผิดอะไร&amp;rdquo; พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่มีพระผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง และกำลังมีการดำเนินคดีขณะนี้ จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนาหรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า เราต้องดูข้อเท็จจริง บางครั้งข่าวที่ออกไปยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ เพราะบางข้อมูลไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเข้าสู่กระบวนการแล้ว ขอให้ใจเย็น ยึดถือกระบวนการและหลักฐานเป็นสำคัญ เราต้องเชื่อกระบวนการ หากขาดความเชื่อมั่นตรงนี้ บ้านเมืองก็.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7990</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตเงินทอนวัด, บิ๊กฉัตร, ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, ม็อบพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae2b9520c53c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัว&#039;บิ๊กตู่&#039;ปวดหัว!&#039;บิ๊กฉัตร&#039; ไม่พูดถึงอนาคตการเมือง ปล่อยตามโรดแมป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.61- พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเป็นนายกฯ อีกสมัย ว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบเลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไปอยู่ในพรรคการเมืองหรือเล่นการเมืองต่อหรือไม่ เพราะไม่ค่อยได้คุยกันในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่จะพูดคุยเฉพาะเรื่องงานที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ ยังเห็นว่านายกฯมีงานมาก จึงไม่อยากนำเรื่องอื่นมาทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ปวดหัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติ รองนายกฯตอบว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามคนที่เสนอ เรื่องนี้คิดว่าต้องรอก่อน เพราะเราจะตัดสินอะไรตอนนี้ไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามโรดแมป และเมื่อถึงเวลานั้นฝ่ายการเมืองจะต้องมาช่วยกันดูว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยดี แต่ส่วนตัวยังไม่มีความคิดเห็นในเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ประเมินศักยภาพตัวเองว่าพร้อมจะไปต่อในเส้นทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ทุกวันนี้พยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่ในอนาคตไม่รู้ว่าจะไหวหรือไม่ รอดูเวลานั้นแล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7989</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กฉัตร, บิ๊กตู่, ปวดหัว, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, รองนายกฯ, อนาคตการเมือง, ไม่ทราบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c4f301ae68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
