<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 22:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลักหลับคุมเข้ม10จว. ห้ามนั่งกิน-ห้างปิด3ทุ่ม! ไม่ให้รวมกลุ่มเกิน20คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.ประกาศยกระดับพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด คลอด 10มาตรการเข้มล็อกโควิด เริ่ม 28 มิ.ย. &amp;nbsp;ห้ามนั่งกินในร้าน-ไม่ให้รวมกลุ่มเกิน 20คน &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; สั่งกองบัญชาการทุกพื้นที่ตรวจตราควบคุม &amp;ldquo;ทหาร-ตร.-สธ.-กทม.&amp;rdquo; หมื่นนายซีล 575 แคมป์คนงานทั่วกรุง ปลัด สธ.กำชับผู้ว่าฯ เฝ้าระวังรับมือแรงงานหนีกลับภูมิลำเนา ทำเนียบฯ เข้มต่อ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ยังไม่สั่งงดประชุมสภาสัปดาห์นี้ &amp;nbsp;วิปรัฐบาลแจ้งสมาชิกงดถก กมธ.ทุกคณะ​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) ที่ 6/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ ศบค. โดยมีสาระสำคัญถึงการปรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม จากเดิม 4 จังหวัด เป็น 10 จังหวัด ประกอบ ด้วย กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, นนทบุรี, นราธิวาส, ปทุมธานี, ปัตตานี,ยะลา, สงขลา, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษายังแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 25) โดยมีสาระสำคัญระบุตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันสถานการณ์การระบาด โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล อยู่ในความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุข จำเป็นต้องกำหนดพื้นที่เป้าหมายเฉพาะและบังคับใช้มาตรการควบคุมที่จำเป็น เพื่อมุ่งชะลอและสกัดกั้นการระบาดของเชื้ออย่างเร่งด่วน และหยุดยั้งอัตราการเร่งของจำนวนผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการสำคัญ มีทั้งหมด 10 ข้อ ดังนี้​ 1.มาตรการเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่เป้าหมายเฉพาะ สำหรับเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ให้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วัน เพื่อควบคุมและชะลอการระบาด ซึ่งพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนกระจายหลายพื้นที่ รวมทั้งสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายเดินทางของกลุ่มเสี่ยงเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ออกเป็นวงกว้างสู่พื้นที่อื่น โดยให้ประเมินสถานการณ์และมาตรการทุก 15 วัน โดยให้นำมาตรการควบคุมบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ข้อห้าม และข้อปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 19 มิ.ย.2564 ใช้บังคับกับพื้นที่ดังกล่าว​ 2.การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณามีคำสั่งปิดแคมป์คนงานทุกประเภท รวมทั้งมีคำสั่งให้หยุดงานก่อสร้าง และห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 30 วัน&amp;nbsp;
ห้ามนั่งกินอาหารในร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานในสถานประกอบการและโรงงานในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ หรือ Bubble and Seal 4.มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล นอกจากข้อปฏิบัติตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 19 มิ.ย.2564 ให้เพิ่มเติมมาตรการต่อไปนี้อย่างน้อย 30 วัน​ ได้แก่​ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้เปิดดำเนินการเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้น, ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดำเนินการถึง 21.00 น. โดยงดการให้บริการเพิ่มเติมในพื้นที่โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สวนน้ำ พื้นที่นั่งรับประทานในศูนย์อาหาร, โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ โดยให้งดกิจกรรมจัดการประชุม การสัมมนา และการจัดเลี้ยง ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลรวมกันมากกว่า 20 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในเขตชุมชน ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กวดขันการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อในการเข้าไปตรวจตราเขตชุมชน ตลาด หรือสถานที่ที่ได้ประเมินแล้ว ว่ามีความเสี่ยงต่อการระบาดโรค เมื่อพบแหล่งระบาดเป็นกลุ่มก้อน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อเพื่อมีคำสั่งปิดเขตชุมชนหรือสถานที่ดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว หรือกำหนดเงื่อนไขเพื่อกำกับ หรือจำกัดการเคลื่อนย้ายเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ระบาด​ 6.การให้ความช่วยเหลือประชาชน เมื่อได้มีคำสั่งและดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ให้เจ้าหน้าที่โดยการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดสถานที่หรือจำกัดการเดินทางเข้าออกจากพื้นที่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.กำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมและตรวจคัดกรองการเดินทาง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน ได้แก่​เส้นทางเข้าออกจังหวัดชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ให้ตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด เส้นทางเข้าออก กทม.และจังหวัดปริมณฑล การตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานเพื่อทำงานข้ามเขตจังหวัดให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.การปราบปรามผู้กระทำผิดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้มงวดตรวจตราเพื่อปราบปรามไม่ให้มีการลักลอบหรือรวมกลุ่มมั่วสุมกระทำการที่ผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบเดินทางหรือขนย้ายแรงงาน หรือรับแรงงานต่างด้าวที่ออกจากสถานที่พักคนงานโดยไม่ได้ผ่านการตรวจสอบคัดกรองโรค เป็นเหตุให้เกิดการระบาดกลุ่มก้อนขึ้นใหม่ อาจต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 9.ให้คงพิจารณาดำเนินการมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งขึ้นสูงสุดในช่วงระยะเวลานี้ 10.งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มในลักษณะการสังสรรค์ จัดเลี้ยง หรืองานรื่นเริง ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.2564 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งดังกล่าวว่า ข้อกำหนดที่เข้มข้น เป็นการยกระดับมาตรการเป็นการชั่วคราว &amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยมีผลในพื้นที่และกลุ่มเสี่ยงสูง &amp;nbsp;สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปยังสามารถเดินทางและดำเนินกิจกรรมประจำวันตามปกติ และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมระหว่างกระทรวงแรงงานกับผู้ประกอบการสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าในช่วงที่การปิดแคมป์ กระทรวงจะจ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19 โดยให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายเป็นเงินสด 50% ของค่าจ้างให้คนงานทุกๆ 5 วัน พร้อมดูแลเรื่องอาหารทุกมื้อด้วยตลอด 1 เดือน ตามรายชื่อที่นายจ้างรับรองวันต่อวัน ตลอดเวลาการปิดแคมป์ก่อสร้าง
สั่งผู้ว่าฯ รับมือแรงงานหนีกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เตรียมมาตรการรองรับแรงงานบางส่วนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาจากการปิดแคมป์คนงานใน กทม. ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2564 เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ซึ่งทุกจังหวัดมีมาตรการและประสบการณ์ตั้งแต่การล็อกดาวน์ในการระบาดระลอกแรกและช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้ให้กรมควบคุมโรค ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ทำหนังสือขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จัดตั้งทีมค้นหา เฝ้าระวัง และป้องกันโรคในทุกอำเภอ หมู่บ้าน โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านร่วมทีมออกเคาะประตูบ้าน เพื่อสำรวจจัดทำฐานข้อมูลผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา และให้ความรู้ในการแยกตัวสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่นทั้งในที่พักจนครบ 14 วันนับจากวันที่เดินทางมาถึงภูมิลำเนา รวมทั้งการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้ออย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดการเคลื่อนย้ายแรงงานออกจากพื้นที่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว ส่วนแรงงานที่เดินทางกลับบ้าน ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ก่อนเดินทางต้องคัดกรอง และเมื่อถึงภูมิลำเนาขอให้รายงานตัวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากมีไข้ มีอาการทางเดินหายใจ ขอให้งดเดินทาง กลับที่พักไปสังเกตอาการ หากไม่ดีขึ้นให้ไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน&amp;rdquo; ปลัด สธ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ใน กทม. มีการระบาดกว่า 110 คลัสเตอร์ ทำให้พื้นที่การทำงานกระจายออก ตัวเลขผู้ติดเชื้อค่อนข้างมาก การควบคุมโรคมีความซับซ้อน ต้องใช้จำนวนคนลงไปทำงานเยอะ นอกจากนี้ยังการติดเชื้อในชุมชนแออัดและโรงงาน เชื่อว่าตอนนี้ยังมีคลัสเตอร์ที่เราระบุได้ไม่หมดอีกจำนวนหนึ่ง ครั้งที่คุยกับทีมงานถึงตัวเลข หากเราดูจำนวนผู้ป่วยรายวัน จะมียอดหนึ่งที่ไม่สัมพันธ์กับคลัสเตอร์ ซึ่งทีมงานต้องใช้ความพยายามติดตามตัวเลขส่วนนี้อยู่ว่าอยู่ที่ไหน มาจากไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานทหาร สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนกำลังเมื่อมีการร้องขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 ทั้งการควบคุมการปิดแคมป์แรงงานและจำกัดพื้นที่การเคลื่อนย้ายแรงงาน อย่างน้อย 30 วัน (เฉพาะ กทม. และปริมณฑล) ออกตรวจสอบการจำหน่ายอาหารหรือของร้านอาหารต่างๆ &amp;nbsp;การเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าตามเวลาที่กำหนด การห้ามจัดกิจกรรมต่างๆ ตามเงื่อนไขที่ ศบค.และคำสั่งของจังหวัดที่เกี่ยวข้องได้กำหนด หากพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลย จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้ หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายังหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ( ผบ.ทสส./หน.ศปม.) ได้สั่งการให้ ศปม.ตร., กองบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง และศปม.เหล่าทัพ จัดกำลังพลร่วมสนธิและวางกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกับกรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเจ้าหน้าที่รวมจำนวนกว่า 10,000 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในพื้นที่ 50 เขตของ กทม. จำนวน 575 แคมป์งานก่อสร้าง
งดประชุม กมธ.สภาทุกคณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ รักษาการ ผอ.สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งต่อสื่อมวลชนประจำทำเนียบฯ ว่า ทำเนียบฯ ขอใช้มาตรการความร่วมมือเดิมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยสถานีโทรทัศน์ช่องละ 2 ทีม สำนักข่าว และหนังสือพิมพ์สังกัดละ 2 คน และขอเพิ่มมาตรการให้ทุกคนระมัดระวังสูงสุดในการป้องกันการแพร่โควิด-19 รวมทั้งขอความร่วมมือให้ระมัดระวังการรุมสัมภาษณ์แหล่งข่าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอแจ้งให้รับทราบถึงการของดและยกเลิกการประชุมระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-2 ก.ค. หลังจากที่มีการกำหนดนัดหมายประชุมในหลายคณะ เนื่องจากในข้อกำหนดและคำสั่งศบค. ได้มีมาตรการงดจัดกิจกรรมการประชุมหรือรวมตัวกันมากกว่า 20 คน ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการ จึงได้แจ้งงดประชุมพรรคพลังประชารัฐประจำสัปดาห์ทุกวันอังคาร และยกเลิกการประชุมวิปรัฐบาลในวันที่ 28 มิ.ย. ยกเลิกการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 รวมถึงการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 30 มิ.ย. และ 1 ก.ค.นี้ ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้การประชุมยังเป็นไปตามเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าวุฒิสภาจะงดการประชุมในวันจันทร์และอังคารนี้แล้ว เนื่องจากทางฝั่งวุฒิสภามีสมาชิกติดเชื้อทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนสภาผู้แทนราษฎรไม่มีสมาชิกติดเชื้อ จึงถือว่าได้รับผลกระทบน้อยหรือมีความเสี่ยงต่ำ ขณะเดียวกันสภาได้ทำบิ๊กคลีนนิงทั้งห้องประชุมสภา และบริเวณจุดเซ็นชื่อสมาชิกแล้ว จึงมีความมั่นใจในมาตรการป้องกันโควิด-19.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107843</URL_LINK>
                <HASHTAG>10มาตรการเข้มล็อกโควิด, บิ๊กปั๊ด, พื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามนั่งกินในร้าน, เริ่ม 28 มิ.ย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d86e873c5bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบ7ตร.-เด้ง2นอภ. บิ๊กตู่ปัดเอี่ยวประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; ขึงขังหลังเด้ง &amp;quot;ผบช.ภ.2&amp;quot; พ้นเก้าอี้ สั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง 2 นายพล 4 นายพัน เอี่ยวบ่อนพนันต้นตอแพร่เชื้อโควิด-19 หรือไม่ ลั่นเอาจริงฟันทั้งทางวินัยและอาญา งามหน้าซ้ำ &amp;quot;รอง ผบ.ตร.&amp;quot; ลงพื้นที่ อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี พบมี จนท.เกี่ยวข้องขนแรงงานข้ามประเทศ &amp;quot;มท.&amp;quot; ย้าย 2 นายอำเภอมีบ่อนไก่ท้าทายโควิด &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ฮึ่ม! สาง &amp;ldquo;บ่อนพนัน-ค้าแรงงานเถื่อน&amp;rdquo; เฉียบขาด ยันไม่เคยมีผลประโยชน์ใดๆ เตือนอย่าเชื่อใครอ้างชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีคำสั่ง ตร.ที่ 2/0564 ลงวันที่ 6 ม.ค.2564 ให้ พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. และมอบหมาย พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปรักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้มีคำสั่ง ตร.ที่ 3/2564 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง, พล.ต.ต.ประการ ประจง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.ท.โกศล เกิดมณี รอง ผกก.สส.สภ.เมืองระยอง, พ.ต.ท.เกียรติพงศ์ กมขุนทด รอง ผกก.ป. สภ.เมืองระยอง, พ.ต.ท.ณัฐกร มงคลมหา รอง ผกก.ป. สภ.บางละมุง, พ.ต.ท.คำพันธ์ ขวัญทอง สว.สส.สภ.เมืองระยอง และ พ.ต.ต.ธนา วิเศษชัย สวป. สภ.เมืองระยอง ปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน หรือมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง เรียกรับผลประโยชน์จากบ่อนการพนันดังกล่าวหรือไม่ จึงแต่งตั้ง พล.ต.ท.มโนช ตันตระเธียร จเรตำรวจ (สบ 8) เป็นประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงสืบสวนในเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสืบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ม.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ชี้แจงคำสั่งย้าย ผบช.ภ.2 ว่า เป็นไปตามขั้นตอน กฎ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับได้รับรายงานจากสำนักงานจเรตำรวจ ผลการสืบสวนชั้นต้นเห็นว่ามีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบในฐานะที่ดูแลพื้นที่ และพิจารณาประกอบคำสั่ง 234/2558 จึงเป็นเหตุผลให้ ผบช.ภ.2 มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ซึ่งการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงหลังจากนี้เป็นไปตามกติกาที่ต้องทำอยู่แล้ว และต้องมีบทสรุปออกมาว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้แบ่งดำเนินการเป็น 2 ส่วน คือทางวินัยและดำเนินคดีอาญา เพราะเคยพูดว่าพยานหลักฐานมันหายาก แต่ต้องทำ ถ้าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง พยานหลักฐานไปถึงใครก็ต้องดำเนินการ จะยศเล็กยศใหญ่ไม่ใช่ประเด็น ซึ่งโทษของผู้ที่เกี่ยวข้องกับบ่อนพนันไม่เคยเปลี่ยน เรื่องโทษทางวินัยและอาญาค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง การพนันในมุมมองของบางท่าน มองว่าเป็นความผิดไม่ใช่โทษร้ายแรง ไม่สำคัญอะไร ก็เป็นหนึ่งมุมมอง เราก็ต้องพยายามทำความเข้าใจกับตำรวจด้วยกันเองว่าวันนี้ไม่ใช่แบบนั้น มันเป็นตัวที่สร้างปัญหาของบ้านเมือง ทุกวันนี้เราถูกตราหน้าว่าเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด ซึ่งเราต้องรับว่าอะไรที่ทำไม่เรียบร้อย ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องกลับไปแก้ไขปรับปรุง ใครว่าอะไรเราก็ฟัง ที่เป็นประโยชน์ก็รับไว้ ต้องดูให้รอบด้าน&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงปัญหาแรงงานเถื่อน ผบ.ตร.กล่าวว่า ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าปราบปรามที่ จ.กาญจนบุรี ภายในวันนี้คงมีรายงานผลการปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องว่าไปตามกฎ กติกา เริ่มจากทางปกครองก่อน และสืบสวนเรื่องวินัย ซึ่งยืนยันว่าเราทำทุกเรื่อง แต่เน้นหนักเบาเรื่องไหนเป็นไปตามสถานการณ์ ว่าเราจะทุ่มกำลังกายใจ กำลังคนไปตรงไหน รวมทั้งเน้นปราบปรามจับกุมตัวการขนย้ายแรงงานเถื่อนด้วย ฝากว่าท่านต้องเปลี่ยนความคิดว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นมาเป็นภัยต่อประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กาญจนบุรี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวยศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผบช.ภ.7 ลงพื้นที่ สภ.สังขละ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเพจนายอัจฉริยะ ได้โพสต์กล่าวถึงมีข้าราชการในจังหวัดกาญจนบุรีเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้มีการตรวจสอบพบมีเจ้าหน้าที่บางรายเข้าไปเกี่ยวข้องจริง ก็ได้มีการสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนจะมีกี่รายนั้น ขอรวบรวมพยานหลักฐานก่อน ถ้าพบมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะให้ดำเนินการทั้งวินัยและอาญา โดยนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะหน่วยงานใดหรือบุคคลใดที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะไม่มีละเว้น จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวข้ามประเทศนั้นพบว่ายังมีอยู่ วันนี้ได้ประชุมสั่งการเพิ่มมาตรการโดยการเพิ่มจุดตรวจที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ มีการเพิ่มความแข็งแรงของด่าน โดยการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน รวมถึงบูรณาการด้านการข่าว ทั้งนี้ จะต้องหารือกับหน่วยงานอื่นเช่นฝ่ายปกครองและทหารด้วย&amp;quot; รอง ผบ.ตร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ชี้แจงกรณีโซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพโต๊ะพนันหล่นพื้นถนนว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ารถที่บรรทุกโต๊ะพนันดังกล่าวมาจากเขตปริมณฑล เพื่อนำมาซุกซ่อนในโกดังพื้นที่ สน.ฉลองกรุง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา รอง ผบก.น.3 พร้อม พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.ฉลองกรุง นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าตรวจสอบโกดังฝั่งตรงข้ามซอยฉลองกรุง 43 เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ หลังพบหลักฐานที่คาดว่าเป็นสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์เกี่ยวกับการเล่นพนัน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำกุญแจตัดเหล็กตัดแม่กุญแจที่ปิดประตูเมทัลชีทหน้าสถานที่ดังกล่าว เมื่อเปิดมาพบเป็นที่ว่างเปล่า มีกองเถ้าที่ยังระอุ พบเศษไพ่ โพยพนันต่างๆ ถูกเผาทิ้งไว้ และมีประตูรั้วใส่กุญแจอีกชั้น เมื่อเปิดมาพบอาคาร 3 หลัง มีโกดังขนาดใหญ่สูงชั้นเดียวอยู่ตรงกลาง และอาคารขนาดเล็กสูงชั้นเดียว 2 หลังขนาบข้าง ด้านหน้าโกดังมีลักษณะโปร่งโล่ง ด้านหลังปิดทึบมิดชิดติดคลองลำปลาทิว เบื้องต้นพบไพ่หลายสำรับ โพยพนันฟุตบอลต่างประเทศ โพยพนันเสือมังกร โคมไฟโต๊ะสนุกเกอร์ กล่องข้าวและขวดเครื่องดื่มกระจัดกระจายเต็มพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าโกดังตรงกลางใช้สำหรับเก็บเครื่องปรับอากาศ มีโต๊ะสนุกเกอร์ โต๊ะบิลเลียด อาคารอีกหลังมีเครื่องสุขภัณฑ์ หลังจากนี้จะให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนติดตามตัวเจ้าของสถานที่มาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าที่นี่เป็นบ่อนพนันของเสี่ย ส. ตามข่าวลือหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อ่างทอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ น.ส.เบญจวรรณ ฟักแก้ว นายอำเภอ (ผู้อำนวยการสูงสุด) อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ช่วยราชการกรมการปกครองตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. หลังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากบ่อนไก่ชนใน อ.ป่าโมก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชุมพร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอเมืองชุมพร (ผู้อำนวยการระดับสูง) ไปช่วยราชการกรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. หลังเพจชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ภาพกลุ่มคนจำนวนมากนั่งและยืนเชียร์ไก่ชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวกับประชาชนผ่านเสียงในรูปแบบออนไลน์ (PODCAST) หรือ PM PODCAST บนเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ถึงปัญหาบ่อนการพนันและแรงงานผิดกฎหมายว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว มากบ้างน้อยบ้างอะไรเหล่านี้ และในวันนี้ในเมื่อสถานการณ์บานปลายมาสู่เรื่องนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด และรัฐบาลเองก็ไม่ต้องการให้เกิดอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็ไม่ต้องการให้เกิด แต่อาจจะมีเจ้าหน้าที่ที่ไม่ดีและอาจจะมีคนเสนอผลประโยชน์ให้ นั่นแหละมันสองทางเสมอ ฉะนั้นเราต้องช่วยกันขจัดคนไม่ดี เจ้าหน้าที่ไม่ดีออกไปวันนี้รัฐบาลเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าผมไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าเราโทษกันไปมาโดยเราไม่มองว่าจะช่วยกันอย่างไรก็หาทางออกไม่ได้อยู่ดี&amp;nbsp; ฉะนั้นอันนี้ขอฝากไว้ด้วย ปัญหาเหล่านี้เหมือนหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่มีมายาวนาน ทั้งเรื่องยาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า และอีกเยอะแยะที่เป็นปัญหาของบ้านเรา เราต้องหาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ดำเนินการบนพื้นฐานของกฎหมาย และดำเนินการอย่างระมัดระวัง เรามีทั้งคนดีและคนไม่ดีอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ผมก็รังเกียจคนเหล่านี้ ก็ต้องช่วยกัน มีอะไรก็แจ้งมา ผมเองยืนยันว่าไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ จากใครก็ตาม ฉะนั้นถ้าใครจะเอาไปอ้างสอบถามผมมาก่อน อย่าไปเชื่อเขา และบางอย่างผมก็แปลกใจว่าทำไมมาเกี่ยวข้องก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉะนั้นขอฝากด้วยสำหรับผู้ที่อ้างอะไรต่างๆ เลิกได้แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่อ้างว่าเป็นเพื่อนผม อ้างเป็นญาติผม อ้างอะไรก็แล้วแต่ ผมยืนยันว่าผมทำเพื่อประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัวหรือเพื่อญาติพี่น้องใดๆ ทั้งสิ้น อันนี้ขอให้ทุกคนได้เข้าใจซึ่งกันและกัน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89141</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ต้นตอแพร่เชื้อโควิด, บิ๊กปั๊ด, บ่อนพนัน, ผบช.ภ.2, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff70af2d0138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;เรียกผบช.แจงข้อมูลแต่งตั้งสว.-รองผบก.2,219ตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 63 - ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ผู้บัญชาการทุกหน่วย หรือตำแหน่งเทียบเท่า ที่มิได้สังกัด สง.ผบ.ตร. ร่วมประชุมให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับสารวัตร (สว.) ถึง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2563&amp;nbsp; โดยการแต่งตั้ง สว. ถึง รอง ผบก. วาระ 63 มีตำแหน่งว่าง ระดับ รอง ผบก. 326 ตำแหน่ง ผกก. 340 ตำแหน่ง รอง ผกก. 767 ตำแหน่ง และ สว. 786 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 2,219 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีบันทึกคำสั่งเรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว. ถึงรอง ผบก. วาระประจำปี 2563 ตอนหนึ่งระบุว่า ข้าราชการตำรวจที่อยู่ในกลุ่มอาวุโสร้อยละ 33 ให้เสนอหรือดำเนินการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกราย เว้นแต่รายใดถูกตั้งกรรมการวินัยร้ายแรง หรือถูกดำเนินคดีอาญา หรือพิจารณาแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นด้วยเหตุผลด้านการปฏิบัติงาน โดยให้พิจารณาเสนอ และดำเนินการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งที่มีปริมาณ และคุณภาพงานน้อยลง พร้อมทั้งระบุเหตุผลความจำเป็นโดยละเอียดไปยัง ตร. (ผ่านกองทะเบียนพล หรือ ทพ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ ผกก. เมื่อดำรงตำแหน่งเดียวติดต่อกันครบ 4 ปี ให้เสนอแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งอื่นทุกราย, ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปี 2562 ให้ดำเนินการได้เฉพาะเท่าที่จำเป็น หากหน่วยจะเสนอแต่งตั้งให้ระบุเหตุผลความจำเป็นโดยละเอียดไปยัง ตร. (ผ่าน ทพ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าราชการตำรวจที่มีการฝ่าฝืนมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ&amp;nbsp; บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข ตลอดจนความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการค้ามนุษย์ ให้พิจารณาเสนอแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งอื่นนอกพื้นที่ทุกราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83977</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กปั๊ด, ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สว.-รองผบก., โผแต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb203f327642.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อน! ผบ.ตร. ประชุมถกสถานการณ์ม็อบ ลั่นห้ามชุมนุมแยกราชประสงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร.) ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร บริเวณแยกราชประสงค์ โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร เปิดเผยว่า เป็นการติดตามสถานการณ์การชุมนุม โดยสั่งการให้ดูแลความปลอดภัยบริเวณดังกล่าวไม่ให้เกิดความรุนแรง ซึ่งหากผู้ชุมนุมมีการจัดชุมนุมในรูปแบบเดิม เจ้าหน้าที่มีวิธีการรับมืออยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าไม่อนุญาตให้มีการจัดการชุมนุมบริเวณดังกล่าว โดยตำรวจต้องรักษากฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.ท.ภัคพงษ์ &amp;nbsp;พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) &amp;nbsp;ระบุว่า ในการดูแลสถานการณ์ การชุมนุม เรื่องของกำลังพลที่ใช้จะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพื่อดูแลความปลอดให้กับกลุ่มผู้มาชุมนุมและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80741</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, บิ๊กปั๊ด, ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f8938c07cde3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. ส่งสาร วันตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ส่งสารเนื่องในโอกาสวันตำรวจ ประจำปี 2563 นี้ วา ผมขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดี มายังเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกนายด้วยความจริงใจ รวมถึงขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลืองานตํารวจ เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันตำรวจ มิได้มีความหมายเกี่ยวข้องกับตำรวจแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายรวมถึงทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เหล่าทัพ และสื่อมวลชน ที่ร่วมมือกันทำให้สังคมไทยปลอดภัยจากอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชนที่งานตำรวจนั้นมีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุด จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางครั้ง ที่จะเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันในการทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของตำรวจ ซึ่งผมได้มอบนโยบายเน้นย้ำไปแล้วว่า การสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่ตำรวจทุกนายต้องตระหนักและถือปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะความสำเร็จส่วนหนึ่งของงานตำรวจนั้น เกิดจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกนาย ทุกสายงาน ที่มีความสำคัญต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามภารกิจหน้าที่ของแต่ละงาน ขอให้ทุกนายใช้ความรู้ความสามารถทำงานอย่างเต็มกำลัง รับผิดชอบต่อหน้าที่และทำให้ดีที่สุด ช่วยกันเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนโดยพร้อมเพียงกัน ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมีความสุขและช่วยกันทำงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย และประชาชนทุกหมู่เหล่า ประสบแต่ความสุข ความเจริญถึงพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง สัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80737</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กปั๊ด, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, วันตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76f8b90bed9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; อำลาตำแหน่ง ผบ.ตร. หน้าที่สำคัญที่สุดคือปกป้องเทิดทูนสถาบันให้อยู่คู่แผ่นดินไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ได้จัดงานเกษียณอายุราชการ ของ ตร. ประจำปี 2563 มีข้าราชการตำรวจที่จะเกษียณอายุราชการทั่วประเทศ เป็นระดับชั้นยศพันตำรวจเอก(พ.ต.อ.) หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 475 นาย และมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะเกษียณอายุราชการ ได้แก่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ,พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.),พล.ต.อ.นเรศ นันทโชติ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,พล.ต.อ.พรหมธร ภาคอัต ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,พล.ต.อ.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวบนเวทีภายในงานเลี้ยงรับรอง ว่า วันเกษียณอายุราชการของพวกเราก็มาถึงในวันนี้ ดั่งสุภาษิตที่ว่า &amp;quot;งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา&amp;quot; เพราะฉะนั้นตนขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ร่วมกันจัดงานในวันนี้ให้กับพวกเรา ตนรู้สึกซาบซึ้ง ตื้นตันใจที่เห็นพวกเราทุกคนมาในงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับจากนี้ไป ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ คือ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข จะสามารถนำพาองค์กรให้ไปสู่จุดหมายที่ได้ตั้งใจไว้ ด้วยความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ต่างๆ ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ตนเชื่อได้สนิทใจว่าสามารถที่จะรับภารกิจในทุกๆ ด้านได้ เพียงแต่พวกเราทุกคนต้องช่วยผู้บัญชาการท่านใหม่ ตนเองในฐานะที่เกษียณอายุราชการ ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ขอให้แขกผู้มีเกียรติ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่ด้วยกันคืนนี้ เมื่อจบงานแล้วขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

จากนั้นเวลา 19.45 น. จึงเริ่มพิธีตรวจพลแถวเกียรติยศ ที่ บริเวณลานศรียานนท์ โดยพล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบช.โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มอบโล่ศิษย์เก่าเกียรติยศโรงเรียนนายร้อยตำรวจประจำปี 2563 ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กล่าวสดุดีแก่ ผบ.ตร. และผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2563 ในฐานะผู้แทนข้าราชการตำรวจ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้กล่าวโอวาทและกล่าวอำลาชีวิตราชการ ว่า ขอขอบคุณ ผบช.โรงเรียนนายร้อยตำรวจและผู้บังคับบัญชาทุกระดับที่ได้จัดพิธีตรวจพลแถวเกียรติยศเพื่อเป็นเกียรติแด่ ผบ.ตร. เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ผมรู้สึกประทับใจ ซาบซึ้งใจในความตั้งใจที่ได้จัดงานนี้ให้กับผม ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการไป

ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายทั้งที่อยู่และไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนี้ พึงระลึกเสมอว่าการที่เราได้อาสามาเป็นตำรวจนั้น หน้าที่หลักคือการดูแลทุกข์สุขของประชาชน เสียสละอุทิศกาย อุทิศใจให้กับการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และสร้างศรัทธาให้จงได้ เพื่ออยู่อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีโดยเฉพาะหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ การปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินของเราไปตราบนานนิรันดร์กาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78436</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กปั๊ด, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6be6a405553.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ก.ต.ช.เห็นชอบ &#039;บิ๊กปั๊ด&#039; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็น &#039;ผบ.ตร.&#039; คนที่ 12 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เป็นประธานการประชุมคัดเลือก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) คนที่ 12 หลังจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo;เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสาระสำคัญจะอยู่ที่ ม.18(3) กำหนดไว้ให้ ก.ต.ช.มีอำนาจหน้าที่ &amp;nbsp;พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอ โดย ม.18(3) นี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 88/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติและ ในประกาศ คสช. ฉบับเดียวกัน ก็แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 53 (1 ) เป็น &amp;quot;ซึ่งมาตรา 53 ระบุไว้ว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 44 (1 ) (2) (3) และ (4) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 44 ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วเสนอ ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อให้เป็น ผบ.ตร. คนต่อไป ประกอบด้วย &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กนู&amp;quot; พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กใหม่&amp;quot; พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กเบิ้ม&amp;quot; พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ ส่วน &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กต้อย&amp;quot; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา หมดโอกาสชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.เมื่อถูก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร.สั่งสำรองราชการจึงขาดคุณสมบัติทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. &amp;nbsp;ได้เสนอชื่อ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ซึ่ง ก.ต.ช.เห็นชอบ ได้เป็น &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot;คนที่ 12 ต่อจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่ครองเก้าอี้ตัวนี้มานานกว่า 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เกษียณอายุราชการปี 2565 เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2504 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ลูกชาย พ.อ.วีร์ แจงยอดสุข สำเร็จการศึกษาตอนต้นโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 (ตท.20) โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 (นรต.36) ดีกรีปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านหลักสูตรสำนักงานสอบสวนกลาง ประเทศสหรัฐอเมริกา รุ่น 206&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับราชการตำแหน่งสำคัญ อาทิ นายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ สมัยเป็นผู้บังคับการกองพลาธิการ ,สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรปราการ, โยกกลับเป็นนายเวรหัวหน้าฝ่ายอำนวยการกรมตำรวจ ,เป็นสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม ,รองผู้กำกับการข่าว กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขยับเป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 2 , ขึ้นผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7, เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ,รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, รองผู้บังคับการตำรวจจราจร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ,ขึ้นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6, ข้ามหน่วยเป็นผู้บังคับการกองวิจัย, เป็นผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ,รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ,รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, เลื่อนเป็นผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ,ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75805</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กปั๊ด, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48b9b49473a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
