<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งกอนช.รับมือฝนตกหนักจากปรากฎการณ์ลานีญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ สั่งการให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ประเมินแนวโน้มปรากฏการณ์ลานีญาที่มีนักวิชาการแสดงความกังวลและให้ข้อสังเกตผ่านสื่อมวลชนว่าปลายปีนี้ปรากฎการณ์ลานีญามีโอกาสเกิดขึ้น และหากเกิดฝนตกหนักรอบ 1,000 ปีเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศที่ประสบอุทกภัยหนักในขณะนี้ โดยเฉพาะหากตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอนช.ได้รายงานการติดตามและประเมินสภาพภูมิอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ พบว่า สถานการณ์ภาพรวมช่วงฤดูฝน ปี 2564 สภาพอากาศมีลักษณะคล้ายคลึงกับปี 2551 โดยช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม &amp;ndash; กรกฎาคม จะมีปริมาณฝนน้อยเสี่ยงเกิดภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ และจะมีฝนตกหนักในเดือนกันยายน &amp;ndash; ตุลาคม เสี่ยงเกิดอุทกภัยบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนช่วงปลายปีเดือนพฤศจิกายน &amp;ndash; ธันวาคม จะเกิดฝนตกหนักเสี่ยงเกิดน้ำท่วมบริเวณภาคใต้ สำหรับปริมาณฝนปี 2551 นั้นมีค่าน้อยกว่า ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอนช.ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 10 มาตรการรับมือฤดูฝนโดยเร็ว เพื่อบริหารจัดการน้ำ การป้องกันผลกระทบ และเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงภัยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์แนวโน้มพายุหมุนเขตร้อนที่คาดว่าในปีนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย 2-3 ลูก ในช่วงเดือนสิงหาคม &amp;ndash; กันยายน 2564 คาดการณ์ปริมาณฝนด้วยแผนที่ ONE MAP วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและขาดแคลนน้ำช่วงเดือนสิงหาคม &amp;ndash; ธันวาคม เพื่อให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการเชิงป้องกันได้ตรงเป้าหมายและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ตรงจุดและทันสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่เปราะบางในเขตกรุงเทพมหานคร กอนช.ได้กำหนดมาตการเตรียมการป้องกันผลกระทบน้ำท่วม โดยได้บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยเฉพาะจุดรอยต่อ และจุดเสี่ยงได้รับผลกระทบต่าง ๆ เพื่อทำงานเชิงป้องกันล่วงหน้ารองรับสถานการณ์ให้เป็นไปตามมติ ครม. เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย เนื่องจากระบบระบายน้ำสามารถรองรับฝนตกได้เพียง 100-120 มม.ต่อวัน หากฝนตกมากกว่านี้ จะเกิดน้ำนองท่วมขังไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ต้องเร่งสูบระบายน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องสูบน้ำจำนวน 1,121 เครื่อง มีศักยภาพสามารถระบายน้ำได้ 807 ลบ.ม./วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก คือ 1. ปรับปรุงเพิ่มระบบระบายน้ำเพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ของเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ การจัดหาพื้นที่หน่วงน้ำ (แก้มลิง) การเพิ่มประสิทธิภาพท่อระบายน้ำ รวมถึงการใช้ระบบตรวจวัดข้อมูลอัตโนมัติเพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำ 2. การล้างท่อระบายน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคลอง และบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำสถานีสูบน้ำ และจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่ 3. การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหากมีเหตุไฟฟ้าขัดข้อง จะมีหน่วยงานเร่งด่วนที่สามารถเข้าแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ทันที 4. การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีกองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นศูนย์กลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหา 5. การจัดทำแผนเผชิญเหตุน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเกินศักยภาพระบบระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในช่วงฤดูฝนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ฝนตกหนัก, ลานีญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a8f79979ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;ยันประชุมใหญ่พปชร.ที่ขอนแก่นไร้วาระเปลี่ยนเลขาฯโยน&#039;บิ๊กป้อม&#039;ตัดสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลังประชารัฐที่จังหวัดขอนแก่นในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ว่า สำหรับตน ยังไม่มีข่าวใดๆในเรื่องนี้ ส่วนที่มีข่าวอย่างนั้นอย่างนี้ก็ถือเป็นข่าวที่ถูกนำเสนอไปข้างนอก ส่วนจะมีวาระการประชุมใดบ้างนั้นขึ้นอยู่กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถาม ถึงวาระการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา กล่าวว่า สำหรับตนยังไม่ได้ยินเรื่องนั้น ก็เพียงได้ยินจากข่าว ทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว หัวหน้าพรรคจะเป็นคนสั่งการทุกอย่าง ซึ่งก็คงเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเดินทางไปร่วมประชุมพรรคพลังประชารัฐที่ขอนแก่นด้วยตัวเองใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ไปร่วมด้วยอย่างแน่นอน แต่ยังไม่ทราบโปรแกรมโดยละเอียด ซึ่งตามหมายกำหนดการของพรรคพลังประชารัฐเป็นการประชุมเพื่อรับรองงบประมาณของพรรคตามระเบียบที่พรรคการเมืองจะต้องประชุมใหญ่สามัญเพื่อรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรต่อกรณีที่มีเสียงสนับสนุนให้นายอนุชาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐต่อไป นายอนุชา กล่าวว่า ก็ต้องขอบคุณ ส่วนการที่ใครจะสนับสนุนใครอย่างไร หรือไม่นั้นตนคิดว่าทางพรรคเป็นสำคัญ เพราะตนไม่ได้มองว่า ใครจะเลือกที่รักมักที่ชังอย่างไร เพราะถึงอย่างไรก็แล้วแต่พรรคจะต้องเป็นสิ่งสำคัญ ใครจะคิดอ่านอย่างไรขอให้คิดถึงประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก เป็นสำคัญ ตนคิดว่าหัวหน้าพรรคเป็นผู้ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้ายเหนืออื่นใด เพราะฉะนั้นเราต้องเคารพการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าภายในพรรคพลังประชารัฐมีการประเมินถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการยุบสภาหรือไม่อย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องยุบสภาไม่มี ตน ยืนยันได้ ตนทำงานเต็มที่ ในคณะรัฐมนตรีทั้งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีก็ทำงานอย่างเต็มที่ ทุกคนช่วยกัน เรื่องของปัญหาอะไรเล็กๆน้อยๆมันย่อมมีเป็นธรรมดาอยู่แล้วของการทำงาน แต่ในเรื่องจะถึงขั้นยุบสภานั้น ไม่มีรับรองได้ ผมคิดว่ารัฐบาลคงอยู่ครบวาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106009</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา นาคาศัย, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c2d5b42f3b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดนะ!&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยันบ่อนผิดกฎหมาย  เขาแอบเปิดเป็นบ่อนลอยอะไรทำนองนี้ ผมจะไปรู้ได้อย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63- &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่มีทั้งแรงงานเถื่อนและบ่อนการพนัน ว่า ทำอยู่ตลอด เรื่องบ่อนเป็นเรื่องของตำรวจ เรื่องของกฎหมาย เพราะมีกฎหมายจึงต้องดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีการจับกุมบ่อนการพนันซอยแจ้งวัฒนะ 14 รองนายกฯตอบว่า &amp;nbsp;เป็นเรื่องของตำรวจท้องที่ที่ต้องดำเนินการ เพราะมันผิดกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า ก่อนหน้านี้เคยระบุว่ากทม.ไม่มีบ่อน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผมก็ไม่รู้ เขาแอบเปิดบ่อนเป็นบ่อนลอยอะไรทำนองนี้ จะไปรู้ได้อย่างไร และเป็นเรื่องของตำรวจท้องที่ที่ต้องดูแล ซึ่งผมดูแลเรื่องนี้มาตลอด รวมถึงเรื่องหนี้นอกระบบที่ดูแลปัญหานี้มาตลอด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า เป็นนโยบายหรือไม่ว่าเจอบ่อนในพื้นที่ใดต้องย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เลย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นนโยบายมาตั้งนานแล้ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88272</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5fea9b9835666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ประเมินสถานการณ์โควิด ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน และทุกคนต้องดูแลตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.63- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน ว่า ได้มีการเพิ่มกำลังทหารไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางที่คาดว่าจะมีการลักลอบเข้ามาในประเทศ รวมถึงทางฝั่งทิศตะวันตก โดยได้มีการดำเนินการป้องกันทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะล็อคดาวน์แต่ละจังหวัดหลังพบผู้ติดเชื้อในหลายพื้นที่นั้น รองนายกฯตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กำลังดูอยู่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร หากรุนแรงขึ้นก็มีความจำเป็น เพราะต้องเอาคนส่วนใหญ่ไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ถามว่า ส่วนตัวประเมินสถานการณ์อย่างไร พล.อ.ประวิตร บอกว่าไม่สามารถประเมินได้ เพราะประชาชนทุกคนต้อง
ช่วยกัน และทุกคนต้องดูแลตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า ขณะนี้รู้ช่องโหว่หรือไม่ว่าแรงงานต่างด้าวเข้ามาทางช่องทางไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราพยายามอยู่ แต่ช่องทางธรรมชาติมีความยาว ซึ่งเราต้องป้องกัน โดยนำกองกำลังทหารเข้าไปดูแลเพิ่มมากขึ้น เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทุจริต เป็นเหตุให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี และตอนนี้กำลังดูแลอยู่ โดยได้มีการสั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ไปดูแลในเรื่องนี้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87653</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, แรงงานเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe1624306f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งลุยล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานเข้าปท.ต้นเหตุโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) กล่าวถึงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งคาดว่านำพามาพร้อมกับกลุ่มแรงงานต่างชาติเมียนมา ที่ลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่ผ่านการคัดกรองว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งกระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ประสานการทำงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ลงพื้นที่ตรวจสอบ คัดกรองและสนับสนุนสอบสวนโรคเข้มข้นกับแรงงานต่างชาติ ที่รวมตัวทำงานทั้งโรงงานและแหล่งพักอาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มาจากประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รองนายกฯกำชับให้ร่วมกันสอบสวนทวนความแหล่งที่มาและเส้นทางขนย้ายแรงงานต่างชาติลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านคัดกรอง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างชาติเข้าเมืองผิดกฏหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง เพื่อหยุดยั้งขบวนการนำพาแรงงานเถื่อนให้ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ขอให้ส่วนราชการในทุกพื้นที่ รวมทั้ง กทม.ร่วมกันย้ำประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ ตื่นตัวกับประชาชน ไม่ประมาทและตื่นตระหนก ร่วมป้องกันและแก้ปัญหาตามมาตรการรัฐที่กำหนด โดยเฉพาะประชาชนที่หมุนเวียนเข้าพื้นที่เสี่ยง ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนโรค สังเกตตนเองและเฝ้าระวัง &amp;nbsp;มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวมมากขึ้น การ์ดไม่ตกในมาตรการทุกกิจกรรมการรวมตัวต่างๆ ต่อเนื่องจริงจังไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ชายแดน กองทัพได้เสริมกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งเพิ่มมาตรการสกัดกั้นและเฝ้าตรวจตามช่องทางต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตกที่เป็นแนวยาว และมีช่องทางธรรมชาติ โดยได้ติดตั้งติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดกว่า 40 ตัว รวมทั้งวางแนวรวดหนามกว่า 100 ช่องทาง ระยะทางกว่า 6,000 เมตร ควบคู่กับการเพิ่มกำลังชุดปฎิบัติและเครื่องมือ ลาดตระเวนกลางวันและกลางคืน ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจภายในหมู่บ้าน ร่วมกับ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้ตรวจสอบคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมือง​ รวมทั้งได้ประสานการทำงานร่วมกับคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นจังหวัดท่าขี้เหล็ก และพื้นที่อื่น คัดกรองและกักตัวคนไทยที่เข้าไปทำงานผิดกฎหมาย เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังป้องกันร่วมกันมากขึ้น ทั้งนี้ คนไทยที่เดินทางเข้าประเทศ ต้องเข้ามาตามช่องทางที่กำหนด และยังต้องอยู่ในมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐที่กำหนด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87455</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลักลอบเข้าประเทศ, แรงงานต่างด้าว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12b0fe1aafa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ยันเคาะชื่อ&#039;บิ๊กช้าง-เทอดพงษ์&#039;เป็นกก.สมานฉันท์หวังคุยกันรู้เรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ธ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีส่งชื่อ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นกรรมการสมานฉันท์ในสัดส่วนรัฐบาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเป็นชื่ออื่น ว่า รายชื่อดังกล่าวไม่ได้มีการปรับ เป็นเรื่องของคนที่เสนอเข้ามา และเป็นเรื่องของการตัดสินใจในคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สองรายชื่อดังกล่าวจะทำให้การปรองดองสมานฉันท์ไปได้สวยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราต้องเอาคนที่ดีๆ เข้าไป คาดหวังว่าจะคุยกันรู้เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงเป้าหมายของพรรคพลังประชารัฐในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะใช้เวลาเท่าใด ว่า ไม่รู้ แล้วแต่คณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนระยะเวลาคงต้องดูไทม์ไลน์ที่เขากำหนด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่ความสงบหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราคิดอย่างนั้น เมื่อถามว่า ต้องส่งสัญญาณอะไรไปยังสภาหรือไม่ เพราะวันที่ 17 ธ.ค.คณะกรรมาธิการประชุมได้เพียง 1 ชั่วโมงก็ต้องปิดประชุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.คนไม่อยู่กันนี่ เขาก็ไปเลือกตั้ง อบจ.ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แต่ข่าวที่ออกมาเป็นเพราะมีการถกเถียงกันเยอะในที่ประชุม จึงต้องปิดประชุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีหรอก เป็นเรื่องของความคิด จะไปถกเถียงกันได้อย่างไร มันเป็นเรื่องความคิดของคนจะให้ไปเหมือนกันได้อย่างไร ความคิดของสื่อยังไม่เหมือนกับตนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังมีความแน่นแฟ้นกันอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ดี แน่นแฟ้นดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87223</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสมาฉันท์, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, เทอดพงษ์ ไชยนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc244e089d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ไหว!&#039;บิ๊กป้อม&#039;ไม่ขออยู่สมัย2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. ทำนายว่ารัฐบาลจะอยู่ยาว ว่า ต้องไปถามโหรดู ตนไม่ได้เป็นโหรจึงไม่รู้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินสถานการณ์หรือไม่ ว่าปีหน้าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้า เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลรักษาเสถียรภาพ ผ่านเรื่องต่างๆ มา แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม อยู่ยาวใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรารักษาเสถียรภาพอยู่แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องการสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร. หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่คุย ทำไมต้องคุยด้วย เรื่องนี้ต้องแล้วแต่ตัวนายกฯ ต้องไปถามนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามว่าถ้าอยู่ 2 สมัยยังสู้อยู่หรือไม่ รองนายกฯ ย้อนถามว่า ใคร ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เพราะนายวารินทร์บอกว่ารัฐบาลอยู่ยาว จนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถามนายวารินทร์ดู ในส่วนของตนนั้น ไม่ไหว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86264</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, โหรคมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcee985685ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
