<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ทวงวัคซีน/ญี่ปุ่นให้แอสตร้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; แย้มข่าวดีญี่ปุ่นบริจาคแอสตร้าฯ ให้ไทย เตรียมลงนามตอบกลับ 24 มิ.ย. คาดได้วัคซีนเดือน ก.ค. &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; แจงคำสั่ง มท.เอื้อ &amp;quot;ไทยเบฟ&amp;quot; แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน ยันเจตนาดูแล ปชช. &amp;ldquo;เลขาฯ ชวน&amp;rdquo; เดือด! ประณามรัฐบาลไร้คุณธรรมจัดสรรตรังพื้นที่สีแดงแค่หมื่นโดส ครูขอนแก่นสุดทนบุกศาลากลางได้ฉีดไม่ถึง 10% สมุทรสาครฮือติด#ทวงคืนวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังรับมอบห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น 38.6 ล้านบาท จากเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำข้อเสนอบริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ประเทศไทยผ่านมายังกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุข หากพิจารณารายละเอียดข้อเสนอเรียบร้อย คาดว่าจะลงนามตอบกลับไปได้ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ และส่งมาได้ในเดือน ก.ค. โดยยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดจำนวนวัคซีนที่จะบริจาคได้ สำหรับการบริจาควัคซีนของญี่ปุ่น ถือเป็นสัมพันธไมตรีและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี จ.สมุทรสาคร ขอรับวัคซีนเพิ่มเติม นายอนุทินกล่าวว่า แต่ละพื้นที่ได้รับวัคซีนตามสูตรการกระจายวัคซีนของ ศบค.ทุกประการ จึงเป็นเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีจัดสรรวัคซีนตามสูตร เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างผมมีเพื่อนเป็นผู้ว่าฯ มากกว่าค่อนประเทศ หากเราไม่มีแนวทางการจัด เดี๋ยวมีคนโทร.มาเราก็เผลอ แต่หลังจากนี้วัคซีนจะส่งมาทุกสัปดาห์ เมื่อกระจายแล้วแต่ละพื้นที่ก็ต้องไปบริหารจัดการเขตให้เหมาะสมให้ต่อเนื่อง ฉีดเร็วก็อาจไม่ต่อเนื่อง ต้องฉีดไม่ให้เกิดการขาดช่วงของวัคซีน&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว และว่า เดือนมิ.ย. คาดว่าเราได้รับวัคซีนรวม 8.5 ล้านโดส จากเดิมที่ตั้งไว้ว่า 6 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวถึงกรณีการพิจารณาให้วัคซีนซิโนแวคเข็ม 3 ว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งพิจารณาและรายงานทุกสัปดาห์อยู่แล้ว มีการศึกษาถึงขั้นว่าจะฉีดยี่ห้อเดียวกันหรือต่างยี่ห้อด้วยซ้ำ ซึ่งเราพร้อมทำตามคำแนะนำของคณะกรรมการฯ ทั้งการใช้วัคซีนอย่างไรแค่ไหน ห่างกันเข็ม 1 และ 2 จะหยุดใช้เมื่อไร เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการใช้วัคซีนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนที่ทางญี่ปุ่นบริจาคเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ไม่อยากให้มองเป็นอย่างอื่น ส่วนความกังวลประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวคที่ส่อว่าอาจไม่สร้างภูมิคุ้มกันเพียงพอและต้องฉีดเพิ่มถึง 3 เข็มโดยเร็ว และไทยยังมีการสั่งซื้อเพิ่มอีก 28 ล้านโดสนั้น ยืนยันวัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนมีประสิทธิภาพ และได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามข้อมูลอีกสักระยะหนึ่ง ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจว่าจะมีการปรับร่นระยะเวลาการฉีดวัคซีนในเข็มที่ 1-2 รวมถึงการฉีดเข็ม 3 ให้เร็วขึ้น ต้องให้คณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณา แต่ตอนนี้ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด โดย สธ.พยายามจัดหาวัคซีนให้มากขึ้น ทั้งซิโนแวค แอสตร้าฯ และกำลังเจรจากับไฟเซอร์ อีกทั้งยังมีของซิโนฟาร์มที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ดำเนินการด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. มีการฉีดไป 91,879 โดส ทำให้มียอดผู้ได้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-20 มิ.ย.แล้ว 7,679,057 โดส ทั้งนี้ ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 572,682 โดส ในส่วนนี้เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วนครูพิเศษที่สอนเฉพาะทางสามารถประสานเข้ามาขอฉีดวัคซีนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่หนังสือปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามสนับสนุนการวัคซีนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)​ เพื่อฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว แต่ได้ยกเลิกในภายหลัง ว่า วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา​ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัด​กระทรวง​มหาดไทย ได้ออกหนังสือแก้ไขแล้วยืนยันว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจะต้องเป็นไปตามนโยบาย ศบค. โดยสรุปคือ มีช่องทางที่จะให้สนับสนุนให้กับบุคคลและกลุ่มบุคคลรวมไปถึงองค์กรได้ แต่ต้องเข้าสู่ช่องทางหมอพร้อม การกระจายวัคซีนเป็นของ ศบค. จะกระจายไปในพื้นที่ใดหรือจำนวนเท่าไหร่ เมื่อกระจายไปแล้วผู้ที่จะดำเนินการต่อคือ คณะกรรมการ​โรคติดต่อ​จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและไม่มีเจตนา​เอื้อประโยชน์ให้ใคร ทุกคนรู้ดีว่าการทำงานของข้าราชการ พรรคการเมือง และรัฐบาล หรือของใครก็แล้วแต่ ต้องตอบสนองต่อประชาชนส่วนใหญ่ ใครที่คิดจะไปตอบสนองต่อกลุ่มใคร สังคมก็จะไม่ยอม เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อนแต่ก็ได้แก้ไขแ​ล้​ว ทั้งนี้ ศบค.มท.ไม่ได้มีเจตนา​ที่จะไปเอื้อใคร พูดง่ายๆ คือเจตนา​ที่จะดูแลประชาชนเป็นหลัก ใครก็ต้องทำอย่างงั้น สังคมจึงจะยอมรับได้ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้&amp;quot; รมว.มหาดไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)​ กล่าวว่า การขอรับวัคซีนในรูปแบบองค์กรมีหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนขอมา บางทีขอไปที่กระทรวงมหาดไทยหรือขอไปที่กระทรวงสาธารณสุข แต่หลักเกณฑ์ที่ออกไปเป็นรูปแบบของการขอลงทะเบียน โดย ศบค.ได้กำกับเรื่องความเร่งด่วนเข้าไปด้วย​ และขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่มีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ การขอสนับสนุนฉีดวัคซีนให้องค์กรสามารถทำได้ แต่ต้องดูความเร่งด่วนใช่หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ใช่​ เพราะช่วงที่ผ่านมาจะพบว่าการระบาดจะเกิดในสถานประกอบการ โรงงาน แคมป์คนงาน​ ​ไซต์ก่อสร้าง เป็นธรรมดาที่สถานประกอบการมีความห่วงใยว่าจะเกิดการแพร่เชื้อในหน่วยงาน จึงขอรับการสนับสนุนมา​ แต่การขอรับการสนับสนุนจะไม่รวมถึงบุคคลในครอบครัว​ และในทางปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ ต้องดูความเร่งด่วนที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัต์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนให้กับจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น พบว่า จ.ตรังได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ เพียง 1 หมื่นโดส ซิโนแวค 3,000 โดส ถือว่าจำนวนน้อยมาก ถ้าพิจารณาถึงสถานการณ์ที่มีการระบาดอย่างรุนแรง เพราะตรังมีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการจัดสรรวัคซีนครั้งนี้ สร้างความผิดหวังให้กับประชาชน หมดศรัทธาในการบริหารของรัฐบาล เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ฉีด แม้กระทั่งสัปดาห์นี้ซึ่งไทยได้รับแอสตร้าฯ 1 ล้านโดส แต่ปรากฏว่ารัฐบาลจัดสรรให้ จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงระบาดรุนแรงแค่ 1,000 โดส ขณะที่บางจังหวัดได้เป็นแสนโดส จึงขอประณาม เพราะกำลังทำให้วัคซีนเพื่อประชาชนกลายเป็นวัคซีนการเมือง เกิดความเหลื่อมล้ำ จัดสรรแบบไร้คุณธรรม เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนให้ตรังอย่างเร่งด่วนและมีจำนวนตามสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรสาคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดกระแสในสังคมออนไลน์ของคนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยร่วมกันเปลี่ยนโปรไฟล์และติดแฮชแท็ก &amp;quot;ทวงวัคซีนคืน ให้คนสมุทรสาคร&amp;quot; โดยนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เกิดจากประชาชนในจังหวัดตื่นตัวอย่างมากที่ต้องการที่จะฉีดวัคซีนให้ได้ทุกคนโดยเร็ว จากกรณีที่เราขอไปหลักแสน แต่ได้มาแค่หลักหมื่น โดยขอไป 3.3 แสนโดส เนื่องจากสถานการณ์จังหวัดยังไม่ดีขึ้นเลย มีผู้ติดเชื้อเกือบ 6,000 รายแล้ว และยังเป็นจังหวัดเศรษฐกิจมีโรงงานถึง 7,000 แห่ง สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศปีละ 5-6แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ได้มีคณะครูจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน รวมตัวกันเพื่อขอพบนายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด เพื่อทวงถามความชัดเจนหลังจากโรงเรียนได้รับการจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ถึงร้อยละ 10 &amp;nbsp;ในขณะที่ตามนโยบายรัฐบาลต้องได้ร้อยละ 70 ในขณะที่นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า บุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ร้อยละ 70 ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ติดภารกิจ จึงให้นายจารึก เหล่าประเสริฐ รองผู้ว่าฯ ในฐานะคณะทำงานด้านการบริหารวัคซีนและควบคุมโรคติดต่อจังหวัด รับเรื่องไว้แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107150</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 มิ.ย., ญี่ปุ่นให้แ้อสตร้า้, บิ๊กป๊อก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาฯ ชวน, แห่ทวงวัคซีน, ได้ฉีดไม่ถึง 10%, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d09c961e1fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;แจงคำสั่งมท.หนุนวัคซีนไทยเบฟฯแค่สื่อสารคลาดเคลื่อน ยันเจตนาดูแลปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่หนังสือปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามสนับสนุนการวัคซีนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)​ เพื่อฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว แต่ได้ยกเลิกในภายหลัง ว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน​ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัด​กระทรวง​มหาดไทย ได้ออกหนังสือแก้ไขแล้วยืนยันว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยสรุปคือ มีช่องทางที่จะให้สนับสนุนให้กับบุคคลและกลุ่มบุคคลรวมไปถึงองค์กรได้ แต่ต้องเข้าสู่ช่องทางหมอพร้อม การกระจายวัคซีนเป็นของ ศบค. จะกระจายไปในพื้นที่ใดหรือจำนวนเท่าไหร่ เมื่อกระจายไปแล้วผู้ที่จะดำเนินการต่อคือ คณะกรรมการ​โรคติดต่อ​จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถือเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและไม่มีเจตนา​เอื้อประโยชน์ให้ใคร ทุกคนรู้ดีว่าการทำงานของข้าราชการ พรรคการเมือง และรัฐบาล หรือของใครก็แล้วแต่ ต้องตอบสนองต่อประชาชนส่วนใหญ่ ใครที่คิดจะไปตอบสนองต่อกลุ่มใคร สังคมก็จะไม่ยอม เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อนแต่ก็ได้แก้ไขแ​ล้​ว&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต่อไปจะระวังเพิ่มขึ้นหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดา แต่เจตนาของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. กระทรวงมหาดไทย (ศบค. มท.)​ ไม่ได้มีเจตนา​ที่จะไปเอื้อใคร พูดง่ายๆ คือเจตนา​ที่จะดูแลประชาชน เป็นหลัก ใครก็ต้องทำอย่างงั้นสังคมจึงจะยอมรับได้ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107049</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป๊อก, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา, มท.1, วัคซีน, ไทยเบฟฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d000ed97115.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ร้องปปช.สอบ&#039;3ป.&#039; นาฬิกาป้อมพ่วงจักรยานหรูประยุทธ์-ป๊อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 64 -&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้ส่งจดหมาย EMS ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่า คืนนาฬิกาที่ยืมเพื่อนมาหมดแล้วหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.อนุพงษ์ ด้วย โดยแยกเป็น 2 ข้อ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 64 เรื่อง พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่นครศรีธรรมราช โดยในข่าวมีภาพพล.อ.ประวิตร ใส่นาฬิกาอยู่ด้วย 1 เรือน นาฬิกาที่พล.อ.ประวิตร ใส่ให้เห็น จึงกระตุ้นเตือนความจำ เพราะจำได้ว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 สำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าวไว้ส่วนว่า &amp;quot;สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จำนวน 4 ครั้ง ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วว่า นาฬิกาทั้งหมดจำนวน 22 เรือน ได้ยืมมาจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และได้คืนไปหมดแล้ว...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาฬิกาที่ปรากฎให้เห็นในข่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ. จึงเป็นมูลเหตุที่ต้องกลับมาร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประวิตรอีกครั้งว่า นาฬิกาที่ปรากฏนั้น เป็นนาฬิกา 1 ใน 22 เรือน ที่คืนไปหมดแล้วหรือไม่ ถ้าใช่ นาฬิกาที่ใส่อยู่นั้น เป็นการยืมกลับมาใช้คงรูปหรือเปล่า และยืมจากใคร เพราะเพื่อนที่ให้ยืมนาฬิกาก็ตายไปแล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ การชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ของ พล.อ.ประวิตร เป็นความจริง หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อเดือนกันยายน 2563 ป.ป.ช. ได้เผยแพร่คู่มือการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยให้ความหมายของรายการทรัพย์สินที่เป็นยานพาหนะว่า รวมถึงจักรยานด้วย วันที่ 25 พ.ค. 2562 ส.ส.หลายคน เช่น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายสุภดิช อากาศฤกษ์ ได้ยื่นจักรยานไว้ในบัญชียานพาหนะหรือบัญชีทรัพย์สินอื่น ซึ่งสอดคล้องกับคู่มือฯ ของ ป.ป.ช.แต่จากข่าวที่ปรากฏ สังคมรับรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีจักรยานด้วย ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 1 แสนบาท พล.อ.อนุพงษ์ มีจักรยานเช่นกัน ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 6 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp; ณ วันที่ 4 ก.ย. 2557 ไม่พบการยื่นบัญชีจักรยานไว้แต่อย่างใด และเมื่อดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมืองประกอบคู่มือฯ ป.ป.ช. จึงมีเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทั้งสองคนได้ยื่นบัญชีจักรยานไว้ด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ยื่น ขอให้ ป.ป.ช. รีบตรวจสอบจักยานดังกล่าว เพื่อมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย ตามจดหมายที่ส่งไป ยังได้ขอให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารที่ 1/2564 ให้ผมทราบด้วย&amp;quot; นายเรืองไกร ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93051</URL_LINK>
                <HASHTAG>3ป., บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, บิ๊กป๊อก, ป.ป.ช., เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc14140edd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.1อ้างเลือกตั้งท้องถิ่นรอกกต.แบ่งเขต ห่วงผู้บริหารอปท.สิ้นสภาพก่อนสิ้นปีงบ63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ต้องดูว่างบประมาณเป็นอย่างไร เมื่อได้ผลเป็นอย่างไรก็เสนอมาที่รัฐบาลเพื่อให้พิจารณา แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะขณะนี้ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตเลือกตั้ง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะเป็นเรื่องของ กกต. และรัฐบาลที่จะต้องหารือ ที่จะกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอำนาจของ กกต. จึงต้องดูว่ามีความพร้อมอย่างไรในภาพรวมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน คือก่อนสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2563 อปท. ทุกรูปแบบ จะต้องนำข้อบัญญัติงบประมาณ เพื่อเสนอรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่จะดำเนินการในเดือนสิงหาคม หรือเดือนกันยายน ถ้าในช่วงนี้มีประกาศให้มีการเลือกตั้ง ผู้บริหาร อปท.ทุกรูปแบบ ก็จะสิ้นสภาพลงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ คือจะเสนอข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติงบประมาณไม่ได้ จึงต้องคำนึงถึงตรงนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของงบประมาณที่จะดำเนินการใช้ในการเลือกตั้งไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามพร้อมเดินขึ้นห้องประชุม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68741</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป๊อก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มท.1, อปท., เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee703a570419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;ประกาศกร้าวแจงฝ่ายค้านได้ทุกเรื่อง ดีกว่าปล่อยให้ซุบซิบนินทา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 63 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเริ่มขึ้น ว่า &amp;ldquo;การที่คนไปพูดกันไปเรื่อยๆ ในสื่อหรือในอะไรนั้นเป็นคุณ คุณก็อยากชี้แจง ถามมาผมก็ตอบ ทุกเรื่องที่ถามผมก็ตอบ ก็แค่นั้น ผมจะตอบหมดทุกเรื่องที่ถาม ดีกว่าปล่อยให้เขาไปซุบซิบนินทาให้สื่อลงไปแล้วไม่มีโอกาสชี้แจง ผมชี้แจงได้ ทุกเรื่องที่ทำผมชี้แจงได้หมด ไม่เป็นไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายนายกรัฐมนตรีถึง 2 วัน จะให้กำลังใจนายกฯ อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทำงานด้วยกันมา ทราบดีว่านายกฯ ตั้งใจทำงานในทุกเรื่อง มั่นใจในความโปร่งใส เราอยู่กันมา ก็รู้ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนได้ทราบ อยากให้ทุกคนรู้ว่านายกฯ ตั้งใจทำงาน&amp;nbsp; ความตั้งใจสูงและมีความโปร่งใส ตนเชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, นายกฯ, บิ๊กป๊อก, มท.1, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, แจงได้หมด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e421d90bd951.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุพงษ์&#039; ไม่หวั่นเป็น 1 ใน 5 รมต.ถูกฝ่ายค้านซักฟอก ชี้เป็นเรื่องปกติของสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;2 ม.ค.63 - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ฝ่ายค้านเสนอรายชื่อรัฐมนตรี 5 คน ที่ถูกเสนอชื่อ ซึ่งรวมถึงตนด้วยนั้น เรื่องนี้มองว่าเป็นเรื่องดี ซึ่งถือว่าเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะมีการทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลรัฐบาล ก็ต้องใช้วิธีในสภาในการดำเนินการเพื่อที่จะสอบถาม ซึ่งถือว่าเป็นตามขั้นตอนตามระเบียบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าตน มีหน้าที่ที่จะตอบข้อซักถามของฝ่ายค้าน ให้ได้เข้าใจ ถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านได้สอบถาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53661</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, บิ๊กป๊อก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3785d6cccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039; เผยเตรียมให้อปท.สำรวจจำนวนประชากร ปูทางเลือกตั้งท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวถึงการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า เรื่องแรกที่กระทรวงมหาดไทยต้องทำคือให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจจำนวนของประชาชนที่สิ้นสุดไปตั้งแต่ 31 ธ.ค.2562 และต้องรีบดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้เรียบร้อยเพื่อจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในเดือนม.ค.ให้ทันเพื่อประกาศให้ได้ตามหลักเกณฑ์ ส่วนในพื้นที่ใดมีจำนวนประชากรไม่ถึง 25 คนจะต้องไปรวมกับหมู่บ้านอื่นเพื่อประกาศเลือกตั้งต่อไป ทั้งนี้ในส่วนงานรับผิดชอบพื้นฐานของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องทำคู่ขนานไปคือสำรวจจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพื่อให้ทันกับประกาศเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับการเลือกตั้งเป็นส่วนที่ กกต. ที่ต้องดูเรื่องระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆและแบ่งเขตให้เสร็จสิ้น ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะต้องไปดูในส่วนเรื่องของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรีที่จะต้องนำเข้าที่ประชุมต่อไปเพื่อพิจารณา และกำหนดวันเลือกตั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53660</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, บิ๊กป๊อก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2bed439da05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
