<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอวบ&#039;ทำงานจนนาทีสุดท้ายก่อนเกษียณแถลงจับเครือข่ายแก๊งมันทุกเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.60- ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) พร้อมพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) &amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส., ตำรวจ บก.ทล และตำรวจ บช.ภ.6 แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 คดี รวมของกลางยาบ้า 673,000 เม็ด ไอซ์ 12 กก.รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 195,700,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีแรกจับกุมนายมงคล หอมนาน อายุ 40 ปี นายศิริพงศ์ ทองนิโรจน์ อายุ 31 ปี นายสุพจน์ ไรนุ่น อายุ 37 ปี นายวีระศักดิ์ คชสาร อายุ 34 ปี น.ส.นิตยา หนูอ่อน อายุ 50 ปี น.ส.เบญจวรรณ คงรอด อายุ 31 ปี และ น.ส.วิภาดา ทิวกลาง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางยาบ้ากว่า &amp;nbsp;500,000 เม็ด รถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง ได้ที่ริมถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก กม.ที่ 274+600 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงทรัพย์ไพรวัลย์ ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจับกุมครั้งนี้ได้รับเบาะแสว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดของนายมงคล เครือข่ายของนายปัณณวิชญ์ ประทุม หรือโก๋แก่ มันทุกเม็ด กำลังจะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.หนองคาย หลังติดต่อซื้อขายยาเสพติดผ่านไลน์ พล.ต.ท.ชินภัทร จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.วัชระ และ พ.ต.อ.ธีรเดช สืบสวนติดตามจนพบรถกระบะเชฟโรเลต ทะเบียน กต-2937 สุโขทัย ต้องสงสัยเป็นของเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งขับผ่านจุดตรวจสันติสี่ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มุ่งหน้า จ.หนองคาย และมีรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีเทา ทะเบียน กม-7595 ลำปาง ขับตามมามุ่งหน้าทิศทางเดียวกัน จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบนายมงคล เป็นผู้ขับรถกระบะเชฟและมี น.ส.นิตยา นั่งมาด้วย ส่วนรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ มีนายวีระศักดิ์ เป็นคนขับ โดยมี น.ส.เบญจวรรณ และ น.ส.วิภาดา นั่งมาด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรถยนต์ทั้ง 2 คัน มีรถเก๋งโตโยต้า อัลติส ทะเบียน กจ-9871 สุโขทัย ขับฝ่าด่านตรวจไปอย่างรวดเร็วและคนในรถเก๋งดังกล่าวได้โยนวัตถุสีเหลืองออกมาจากรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามก่อนเข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าว พบนายศิริพงศ์ เป็นคนขับ และนายสุพจน์ นั่งมาด้วย เมื่อตรวจค้นภายในรถยนต์พบกระสอบบรรจุยาบ้า 340,000 เม็ด ส่วนจุดที่ทั้งคู่ได้โยนยาเสพติด พบถุงซิปใส 16 ห่อ บรรจุยาบ้า 160,000 เม็ด รวมยาบ้าที่ตรวจยึดประมาณ 500,000 เม็ด จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผบ.ตร.กล่าวว่า อีกคดีตำรวจจับกุมนายฮวัง จวิ้น หาว อายุ 37 ปี และนายเฉิน อี้ หมิน อายุ 23 ปี 2 ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน พร้อมของกลางไอซ์ 12 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านคลองเตย กรุงเทพฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายฮวัง จวิ้น หาว เป็นผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังไต้หวัน ซึ่งนายฮวัง เคยฝากกระเป๋าเดินทางไว้ให้กับนายเฉิน อี้ หมิน ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านคลองเตย ล่าสุดนายฮวัง เดินทางเข้ามาประเทศไทยและเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อรับมอบของกลางจากนายเฉิน ก่อนถูกตำรวจจับกุมได้ จึงแจ้งข้อหา&amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายอานนท์ หรือบาส เนียมไทย อายุ 31 ปี นายการุณ หรือกา แสงเรือง อายุ 28 ปี และนายรวีพงษ์ หรือเบียร์ มีสมกิจ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 173,000 เม็ด รถบรรทุกส่วนบุคคล 2 คันและโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการทำงานจนวินาทีสุดท้ายในชีวิตข้าราชการตำรวจของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ก่อนที่อำลาตำแหน่งหลังอายุครบกำหนดเกษียณราชการตำรวจวันที่ 30 ก.ย.2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจปส., บิ๊กอวบ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, แก๊งมันทุกเม็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d91e8fa6d87c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับพนันบอลโลกแล้วหมื่นราย พุ่งขึ้นเท่าตัวจาก4ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงมาตรการปราบปรามการลักลอลเล่นพนันทายผลฟุตบอล ว่า ผลการจับกุมเล่นพนันทายผลฟุตบอล ฟุตบอลโลก 2018 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้ที่ลักลอบเล่นการพนันได้&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 11,000 ราย เป็นเจ้ามือ 600 กว่าราย ส่วนพื้นที่ที่มีผลการจับกุมมากที่สุด คือกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีผลการจับกุมมากที่สุดนั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ระดมกวาดล้างอย่างหนักทำให้เจ้ามือ ได้เคลื่อนย้ายไปลอบเปิดรับแทงพนันอยู่ที่อื่น โดยเฉพาะแถวปริมณฑล&amp;nbsp; แต่จากการตรวจสอบผู้ที่ถูกจับกุมไม่พบว่ามีตำรวจและทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ยังได้เปิดเผยสถิติการจับกุมในห้วงเวลาเดียวกัน ในเทศกาลฟุตบอลโลก 4 ปีที่ผ่านมาว่า จับกุมได้ประมาณ 5,000 ราย แต่จนถึงขณะนี้ยังอยู่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย&amp;nbsp; พบว่ามีการจับกุมแล้วกว่า 11,000 ราย เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ส่วนเหตุผลที่มีการเล่นมากขึ้น เนื่องจากคนเล่นสามารถเข้าถึงแหล่งพนันทายผลฟุตบอลได้ง่ายมากขึ้น ส่วนปัญหาการติดตามทวงหนี้หลังฟุตบอลโลกจบลงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมแผน การปฏิบัติ โดยเฉพาะการทวงหนี้นอกระบบ เราได้มีการกำหนดตามแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน 61 รวมทั้งเปิดยุทธการขุดรากถอนโคน อาชญากรรมทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ตลอดทั้งเดือน ให้ทุกกองบัญชาการดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมทั้งหมด ทั้งหนี้นอกระบบ ยาเสพติด หมายจับค้างเก่าเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการจับกุมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถอายัดทรัพย์ที่เป็นของกลาง ได้ทั้งหมด 42 ล้านบาท พร้อมทั้งได้เสนอบัญชีเว็บไซต์ ที่ลักลอบเปิดรับเล่นการพนันฟุตบอลให้กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำการปิดดีกว่า 200 เว็บไซต์ อยู่ระหว่างรอกระทรวงดิจิตอลฯ ส่งข้อมูลกลับมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นจะทำการ ขออนุมัติศาลเพื่อปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังสืบทราบว่าเป็นใครจะดำเนินการออกหมายจับทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12715</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, บิ๊กอวบ, พนันบอลโลก, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ, ยึดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c6e22e9a3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับโต๊ะพนันบอลออนไลน์ปทุม เงินหมุนเวียนเดือนละ150ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 61 - พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp; ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.พรหมธร&amp;nbsp; ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ภาณุรัตน์&amp;nbsp; หลักบุญ&amp;nbsp; รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล,&amp;nbsp; พล.ต.ต.สุรพงษ์&amp;nbsp; ถนอมจิตร&amp;nbsp; ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; ลงพื้นเพื่อทำการจับกุมเว็บไซต์เปิดให้แทงพนันบอลออนไลน์รายใหญ่ เป็นเครือข่ายข้ามชาติ 1.Sbobet88, 2. Supergoal88, 3. Vip08 ซึ่งทั้ง 3 เว็บไซต์ เป็นเครือข่ายเดียวกัน&amp;nbsp; จับกุมที่ห้องเลขที่ 401 ชั้น 4 Good morning อพาร์ทเม้นต์ ซ.คลองหลวง 35 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยจับผู้ต้องหา 5 คน ของกลาง ซีพียู 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง บัญชีธนาคาร 13 บัญชี เงินหมุนเวียนประมาณ 150 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยมีสมาชิกที่เล่น ประมาณ 650 user&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาการตรวจค้น พบผู้กระทำความผิด เป็นผู้ดูแลระบบและจัดให้มีการแทงพนันออนไลน์ จำนวน 5 คน ผู้ดูแล 1 ราย เจ้าหน้าที่ 4 ราย ดังนี้ 1.นายวรพล อึ้งใช้ (พนักงาน) อายุ 21 ปี&amp;nbsp; 2.นายคเณศ ธรรมประภาส (พนักงาน) อายุ 27 ปี
3.น.ส.นิภาพร แก้วลี (พนักงาน) อายุ 21 ปี 4.น.ส.ปัทวรรณ กุลนิตย์ (พนักงาน) อายุ 26 ปี 5.นายเด่นชัย ปานอำพัน (ผู้ดูแลระบบ) อายุ 34 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบ มีบัญชีธนาคารที่ใช้ในการเปิดเว็บพนันออนไลน์มีจำนวน 18 บัญชี ก่อนจะค้นภายในห้อง จากการตรวจค้นสามารถยึดของกลางประกอบด้วย 1.CPU ตั้งเว็บไซต์ จำนวน 1 ชุด 2.จอมอนิเตอร์ จำนวน 2 จอ 3.คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 10 เครื่อง 5.เราท์เตอร์อินเตอร์เน็ต จำนวน 2 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวถึงปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการสืบสวนติดตามของ ชุดสืบสวน กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล. เฝ้าติดตามพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นฐานเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยมีลูกค้าประจำ แบบรายเดือนประมาณ 1,000 กว่าคน มียอดสมัครใหม่รายวัน วันละ 50 คน มียอดเงินสดหมุนเวียนต่อวันเฉลี่ยวันละ 400,000-500,000 บาท ซึ่งแต่ละบัญชีมีเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 20 ล้านบาท เงินหมุนเวียนทั้งหมด 150 ล้านบาท เครือข่ายเว็บไซต์พนันฟุตบอลออนไลน์ดังกล่าวเป็นเครือข่ายข้ามชาติ เปิดเซิฟเวอร์ในไทยเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว โดยได้เช่าสถานที่ดังกล่าวและย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเช่าเดือนละ 7,000 บาท&amp;nbsp; มีลูกค้าทุกเพศทุกวัยเข้ามาสมัครใช้บริการอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับโต๊ะพนันบอลออนไลน์, บิ๊กอวบ, ปทุมธานี, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ, เงินหมุนเวียน150ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b29fb6f9978f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมเกียรติ&#039;กำชับตร.พัทลุงคุมเข้มปืนกว่า 3 หมื่นกระบอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 พ.ค.61-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท รอง ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อกำชับการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ภายใต้แผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน ปี 2561 หลังมีกรณีคลิปกลุ่มคน ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าว ยิงปืนระหว่างการแห่ขันหมากแต่งงาน ที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดไปแล้ว จำนวน 14 คน ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยใช่เหตุ พร้อมทั้งจะเพิกถอนการอนุญาตมีและใช้อาวุธปืนของทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำให้ตำรวจพัทลุงเป็นที่พึ่งของประชาชน บังคับใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัด และปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างกรณีในคลิปวีดีโออีก เพื่อให้พัทลุงเป็นเมืองน่าอยู่ พร้อมประสานทางฝ่ายปกครอง ช่วยตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืน ที่มีมากถึง 30,000 กระบอก โดยนำมาทดสอบยิง เพื่อเป็นหลักฐานในการขยายผลการกระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ พร้อมคณะได้เดินทางไปที่ รพ.พัทลุง เพื่อเยี่ยมอาการนายกันภัย พลพงษ์ อายุ 52 ปี นายกอบต.ฝาละมี &amp;nbsp;ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขณะกำลังจะเข้าบ้านพัก พื้นที่ สภ.ปากพะยูน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.61 เวลา 17.30 น. จึงกำชับมอบหมายให้ พล.ต.ท.รณศิลป์ฯ และ ผบก.จว.พัทลุง ลงพื้นที่เร่งรัดติดตามให้จับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8511</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเพื่อนเจ้าบ่าว, ตำรวจพัทลุง, บช.ภ.9, บิ๊กอวบ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พัทลุง, สภ.เมืองพัทลุง, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec301fe6b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปส.จับแก๊งค้ายานรกรายใหญ่ ยึดกัญชากว่าพันกิโล-ยาบ้าแสนเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 61 -&amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.), นางชนิญญา ชัยสุวรรณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส., ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี ผู้ต้องหา 7 คน ของกลาง ประกอบด้วย กัญชาน้ำหนักประมาณ 1,088 กิโลกรัม, ยางกัญชาน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม, ยาบ้าจำนวน 106,000 เม็ด, ไอซ์น้ำหนักประมาณ 5.4 กิโลกรัม และเคตามีน 850 กิโลกรัม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8338</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับแก๊งค้ายาเสพติด, ตำรวจ, บิ๊กอวบ, ปส., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ, ยึดกัญชา-ยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae94f9c19811.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จ่อตั้งศูนย์ปราบพนันบอลโลก เข้มงัดกม.ฟอกเงินยึดทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการป้องกันและปราบปรามการเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล เพื่อรองรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่จะมาถึงช่วงกลางปีนี้ว่า มาตรการในการป้องกันปราบปรามการเล่นทายผลพนันฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องประสานการปฏิบัติโดยเฉพาะตำรวจพื้นที่ภูธรทั้ง 9 ภาค และหน่วยงานสนับสนุนทั้งกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ปส.) หรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องในภาพรวมทั้งหมดเพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีผลเสียหายตามมาอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนนี้คือ (บช.ก.) ที่มีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ที่จะเข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันให้ดีที่สุดเรามีข้อมูลอยู่แล้ว ต่อไปเมื่อใกล้ช่วงเทศกาลบอลโลกจะได้ตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ให้เกิดผลอย่างจริงจัง เพื่อรับเบาะแสจากประชาชน เพราะภาคประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต่อจากนี้จะเป็นการรวบรวมข้อมูลหรือเว็บไซต์ที่เปิดให้เล่นการพนันฟุตบอล รวมทั้งเฟซบุ๊กหรือเพจต่างๆที่มีการโฆษณาของเว็ปพนันบอลแฝงอยู่ด้วย จะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือฝ่ายกฎหมายพิจารณาดูว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การพนัน รวมทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย
&amp;nbsp;
&amp;quot;มาตรการเชิงรุกมี 2 คือการป้องกันและปราบปราม ส่วนการป้องกันคือมีการประชาสัมพันธ์ให้รับทราบ นอกจากผิด พ.ร.บ.การพนันแล้วยังผิด พ.ร.บ.คอมฯด้วย ต้องมีการตรวสอบประวัติที่ผ่านมาลักษณะเป็นการป้องปราม&amp;nbsp; อีกส่วนคือการปราบปราม ถ้าพบการกระทำความผิดต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ใช้กฎหมายหลายบทของการฟอกเงินทั้งการยึดทรัพย์ให้ครบทั้งกระบวนการ&amp;quot; พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายฟอกเงิน, ตร., ตั้งศูนย์ปราบพนันบอลโลก, บิ๊กอวบ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ, ยึดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae019db4809b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมเกียรติ&#039;พอใจมาตรการได้ผล ไร้เหตุร้ายช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป5) และ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ร่วมแถลงสรุปผลการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า คดีอาญาห้วงวันที่ 11 - 17 เม.ย. 2561&amp;nbsp; ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย&amp;nbsp; มีคดีเกิด 213 ราย จับกุม 125 ราย คดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น&amp;nbsp; เกิดขึ้นมากที่สุด 100 ราย สามารถจับกุมได้ 47 ราย ผู้ต้องหา 72 คน&amp;nbsp; ประสิทธิภาพการจับกุมร้อยละ 57 ส่วนคดีทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;nbsp; เกิดขึ้น 9 ราย&amp;nbsp; สามารถจับกุมได้ทั้ง 9 ราย&amp;nbsp; ประสิทธิภาพการจับกุม&amp;nbsp; 100% โดยเฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ ที่เกิดในพื้นที่ จ.ลพบุรี เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp; ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว&amp;nbsp; ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ มาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เกิดขึ้น 442 ราย จับกุมได้ 227 ราย&amp;nbsp; ส่วนมากเป็นคดีลักทรัพย์ เกิด 228 ราย จับกุมได้ 129 ราย ประสิทธิภาพการจับกุมร้อยละ 56.6&amp;nbsp; ส่วนคดีที่เป็นเป้าหมายสามารถควบคุมและป้องกันได้ คดีวิ่งราวทรัพย์เกิดขึ้น 4 ราย คดีชิงทรัพย์ เกิด 9 ราย จับกุมได้ 8 ราย ประสิทธิภาพในการจับกุม ร้อยละ 88.9&amp;nbsp; ถือได้ว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดคดี&amp;nbsp; ซึ่งมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการประชารัฐร่วมใจ ดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ห้วงวันที่ 11-17 เม.ย.ที่ผ่านมา มีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน ทั้งสิ้น 8,348 หลัง คืนแล้ว 6,598 หลัง คงเหลือ 1,750 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 2,421 หลัง หรือคิดเป็นร้อยละ 40.8 อยู่ระหว่างการคืนบ้านให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความปลอดภัย&amp;nbsp; ไปจนกว่าจะคืนบ้านหลังสุดท้ายให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจพื้นที่ที่รับผิดชอบตามโครงการ ว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติกับบ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การรับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ผ่านหมายเลข 191 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ห้วงระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2561 มีสายเข้า 6,489 ครั้ง เป็นเรื่องร้องเรียน/แจ้งเบาะแส&amp;nbsp; จำนวน 5,196 ครั้ง งานบริการ&amp;nbsp; 1,293 ครั้ง ในส่วนการรับแจ้งเหตุฯ&amp;nbsp; ของต่างจังหวัดอีก 76 จังหวัด และขณะที่แอพพลิเคชัน Police I lert U ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 4-15 เม.ย. 2561&amp;nbsp; มียอดดาวน์โหลดแอพลิเคชัน รวมทั้งสิ้น 29,576&amp;nbsp; ดาวน์โหลด ทำให้ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลด รวมทั้งสิ้น 354,566&amp;nbsp; ดาวน์โหลด&amp;nbsp; ซึ่งมียอดการแจ้งเหตุจริงจากพี่น้องประชาชน รวมทั้งสิ้น 134&amp;nbsp; ครั้ง สรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นที่น่าพอใจ ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งทำให้ผลการปฏิบัติออกมาเป็นที่น่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในพื้นที่ บช.น.ในการดูและชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนสามารถควบคุมเหตุอาชญากรรมได้ รวมทั้งโครงการประชารัฐร่วมใจฯมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1,530 หลัง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 74 หลัง แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมากำกับควบคุมดูแลสายตรวจคือตู้แดงคิวอาร์โค้ด สามารถช่วยกำกับดูแลสายตรวจให้มีประสิทธิภาพจะส่งผลให้การป้องกันมีประสิทธิภาพไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สิ้นเดือน เม.ย.ระบบตู้แดงคิวอาร์โค้ดจะต้องมี 50 เปอร์เซ็นต์ของจุดตรวจ อย่างเช่นร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง ง่ายต่อการประมวลผล จะสามารถทราบได้ว่าใครตรวจกี่ครั้ง ใครเป็นคนตรวจ เป็นการกำกับดูแลระบบสายตรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้มือถือแสกนไปที่คิวอาร์โค้ดข้อมูลจะแสดงไปยังศูนย์วิทยุและบันทึกข้อมูลของแต่ละสถานีตำรวจ หากผู้บังคับบัญชามาตรวจก็สามารถคีย์ข้อมูลดูได้ทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7342</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กอวบ, ฝากบ้านไว้กับตำรวจ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ, พอใจไร้เหตุร้าย, มาตรการตำรวจ, รองผบ.ตร., สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6d5ed9c034.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
