<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มนุษย์เงินเดือนร้องจ๊าก! บิ๊กอู๋ลุยรีดประกันสังคม1พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวระหว่างเป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ครบรอบ 28 ปี ว่า ตลอด 28 ปีของ สปส.มีความก้าวหน้าอย่างมาก เช่น พัฒนารูปแบบการให้บริการกรณีทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร จาก 400 บาท เป็น 600 บาท ต่อเดือน เพิ่มค่าฝากครรภ์กรณีคลอดบุตร เพิ่มสิทธิประโยชน์และค่าทดแทน โดยจัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ. เงินทดแทน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ซึ่งขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบแล้ว เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2561 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับก้าวต่อไปของ สปส.ที่ตนมอบนโยบาย คือ 1.เพิ่มจำนวนผู้ประกันตนเข้ามาในระบบให้มากขึ้น โดยขณะนี้มีผู้ประกันตนประมาณ 15 ล้านคน ส่วนแรงงานนอกระบบซึ่งมี 22 ล้านคน แต่เข้ามาเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพียง 2.5 ล้านคน โดยปี 2561 เข้าสู่ระบบประมาณ 3 แสนกว่าคน ซึ่งปี 2562 ตั้งเป้าไว้ต้องเพิ่มอีก 2-3 ล้านคน ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะเป็นผู้ใดก็ได้ที่มีอายุ 15 - 60 ปี ไม่เคยเป็นลูกจ้างตามมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ประกอบอาชีพอิสระ และไม่เป็นผู้ทุพพลภาพในปัจจุบัน ซึ่งต้องการให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างมาก เพราะจะได้รับการคุ้มครองอย่างดีมาก ทั้งการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ ชราภาพ สงเคราะห์บุตร เป็นไปตามหลักยุทธศาสตร์ 20 ปีด้านแรงงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ประกันสังคมจะมีการปรับโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับภาระงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.บริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลตอบแทนต่าง ๆ ต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ประกันตน ซึ่งยืนยันว่าการลงทุนนั้นมีความโปร่งใส มีคณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยแต่ละปีได้ผลตอบแทนหลายหมื่นล้านบาท โดยปี 2560 ได้ผลตอบแทน 5.8 หมื่นล้านบาท 3.การปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องผู้สูงอายุ การสงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ หรือมาตรฐานสถานบริการ&amp;nbsp; และ 4.การเข้าถึงบริการที่ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี ต้องทันสมัย และระบบออนไลน์ต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนความคืบหน้าการปรับเพดานอัตราการจ่ายเงินสมทบจากฐานเงินเดือน 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท หรือเก็บจาก 750 บาท เป็น 1,000 บาทนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งยืนยันว่าจะต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่การจะปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินสมทบนั้น จะต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ผู้ประกันตนด้วย โดยเฉพาะการปรับเพิ่มแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรมากขึ้นแก่ผู้ประกันตน เช่น ได้เพิ่มเงินบำนาญชราภาพ เป็นต้น ทั้งนี้หากยังมีความเห็นต่างกันอยู่ หรือยังมีคนรู้สึกว่าเดือดร้อนกับเรื่องนี้ จะยังไม่ดำเนินการหรือยังไม่เสนอรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ตัวแทนฝั่งนายจ้างและลูกจ้างช่วยไปสื่อสารแล้ว ส่วนเรื่องการขยายอายุเกษียณการทำงานเดินหน้าไปพร้อมกัน แต่อันไหนพร้อมก่อนก็ดำเนินการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16705</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบ28ปี, บิ๊กอู๋, ประกันสังคม, ผู้ประกันตน, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, รมว.แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8ce1b994611.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอู๋&#039;เศร้า!แรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิต 2 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.61 - พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับ นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน อัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล พร้อมด้วย นายอภิชาติ วงศ์กาฬสินธ์ จัดหางานจังหวัดนครพนม นางพัชรีย์ พรหมสาขา ณ สกลนคร นักวิชาการแรงงานปฏิบัติงาน ฯลฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย กรณีมีคนงานไทยจังหวัดนครพนมเสียชีวิตในต่างประเทศ &amp;nbsp;2 ศพ โดยมีทายาทของผู้เสียชีวิตร่วมรับฟังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายแรกเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค.61 นายณัฐชัย ป้องเศร้า อายุ 32 ปี พื้นเพเดิมอยู่จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันอยู่กับครอบครัวของภรรยาบ้านเลขที่ 76/5 หมู่ 7 บ้านคำเตย ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เดินทางไปทำงานภาคเกษตรที่ประเทศอิสราเอล ตั้งแต่ปี 2558 เสียชีวิตด้วยภาวะไหลตายในห้องพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่สองเหตุเกิดวันที่ 5 ส.ค.61 นายพรชัย พรมจันทร์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 49/1 บ้านทุ่งมน ต.คำเตย อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อปี 2556 ไปทำงานอยู่ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ &amp;nbsp;ช่วงเช้ามืดของวันดังกล่าว เพื่อนร่วมงานเข้าไปปลุก พบว่านายพรชัยเสียชีวิตแล้ รมว.แรงงาน ได้แสดงความเสียใจต่อการจากไปของคนงานไทยทั้งสอง และสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ให้แก่ทายาทคนตายโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ วงศ์กาฬสินธ์ จัดหางานจังหวัดนครพนม &amp;nbsp;เปิดเผยว่านายณัฐชัยผู้ตาย ด้วย เบื้องต้นทายาทจะได้รับเงินชดเชย + เงินเดือนงวดสุดท้าย+ค่าจ้างค้างจ่าย จำนวน 95,000 บาท เงินสงเคราะห์กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนงานในต่างประเทศ จำนวน 40,000 บาท เงินประกันสังคมอีก 10,176 บาท เนื่องจากผู้ตายก่อนหน้าไปทำงานเคยเป็นผู้ประกันตน ส่วนเงินประกันสุขภาพ จะเป็นค่าจัดส่งกลับบ้านเกิดที่ศรีสะเกษ ซึ่งนางวิไลวรรณ วงอุปัดชา ภรรยา กล่าวว่ารับทราบว่าสามีเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดฯ รู้สึกตกใจมาก ตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพรชัย ทายาทจะได้เงินชดเชย+เงินเดือนงวดสุดท้าย+ค่างจ้างค้างจ่าย รวม 190,000 บาท เงินสงเคราะห์ฯ 40,000 บาท ส่วนเงินประกันสุขภาพ จะเป็นค่าดำเนินการส่งศพกลับประเทศไทย โดยผู้ตายทั้งสองรายจะได้เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ จากกองทุนฯหมู่บ้านอีกรายละ 15,000 บาท โดยนายบุญเลิศ พรมจันทร์ พ่อของผู้เสียชีวิต มีใบหน้าเศร้าหมองตลอดเวลา เพราะลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่แรงงานทุกฝ่าย ที่ดำเนินการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15117</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กอู๋, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, แรงงานไทย, แรงงานไทยชีวิตในต่างแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180109/5a54973bc6244.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอู๋&#039;ชงม.44ผ่าทางตันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม3พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.61- &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ว่า ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพราะการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 3,000 ล้านบาททั้งนี้ เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจะมีการเสนอขึ้นมาให้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเสนอให้ออกเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 หรือไม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ววันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการการกองทุนเงินทดแทน แทนคณะกรรมการที่มีอยู่เดิม เป็นเวลา 2 ปี โดยระบุว่าพบปัญหาและข้อขัดข้องในการดำเนินการของระบบประกันสังคมและสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน อันส่งผลไปถึงความเสียหายต่อรัฐด้วย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูประบบทั้งหมด เพื่อให้มีการดำเนินงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นายจ้าง ลูกจ้างและผู้ประกันตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่ซึ่งประกาศใช้เมื่อ 20 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนในบอร์ดประกันสังคมมาจากการเลือกตั้ง ใน 180 วันหลังประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งควรจะเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2559
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามปัจจุบันบอร์ดประกันสังคมยังคงเป็นชุดที่ตั้งโดยม.44 ไม่มีการเลือกตั้งแต่อย่างใด เนื่องจากกระทรวงแรงงานอ้างว่าคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว พบว่าอาจต้องใช้งบประมาณสูงถึง 3 พันล้านบาทในการเลือกตั้ง ขณะที่บอร์ดประกันสังคมมีวาระการดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปีเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันประกอบด้วย (๑) ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการ (๒) ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการ (๓) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ (๔) ผู้แทนสํานักงบประมาณ กรรมการ (๕) นายทวี ดียิ่ง กรรมการ (๖) นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร กรรมการ (๗) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการ (๘) นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล &amp;nbsp;กรรมการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๙) นายวาชิต รัตนเพียร กรรมการ (๑๐) นายวันชัย ผุดวารี กรรมการ (๑๑) นายสมพงศ์ นครศรี กรรมการ (๑๒) นายสุวรรณ สุขประเสริฐ กรรมการ (๑๓) นายสุวิทย์ ศรีเพียร กรรมการ (๑๔) นางอรุณี ศรีโต กรรมการ และ(๑๕) เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, บอร์ดประกันสังคม, บิ๊กอู๋, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, ม.44</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82525bf1028.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
